| ตลาดน้ำวัดนิมมานรดี |
|
หน้า 1 จาก 2
ใกล้แบบนี้คนที่ไม่มีรถไปเที่ยวคงยิ้มร่า เพราะไม่ต้องลำบากลำบนดั้นด้นไปหาบรรยากาศตลาดเรือนไม้เก่าแก่ที่ไหนไกล ๆ อีกแล้ว
ตลาดที่ว่าคือ ตลาดน้ำวัดนิมมานรดี หรือถ้าเรียกกันอย่างเป็นทางการหน่อยก็คือ ตลาดน้ำคลองภาษีเจริญ ที่มีมีสร้อยต่อท้ายให้ดูขลังว่า ตลาดเก่า 5 แผ่นดิน ร.ศ.102
ก่อนไปเดินตลาด มารู้จักคลองสายนี้กันหน่อย คลองภาษีเจริญเป็นคลองขุดไม่ได้มีอยู่เดิมตามธรรมชาติ ถูกขุดกันขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนมาเสร็จเอาในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2415 หรือ ร้อยกว่าปีมาแล้ว เป็นแนวคลองเป็นเส้นตรงแน่วไปเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ที่ล่องตามแม่น้ำต่อลงไปก็ไปออกอ่าวไทยได้แถว ๆ มหาชัย
การขุดคลองสมัยก่อนก็เหมือนกับการตัดถนนสมัยนี้นี่ล่ะที่ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมกัน แต่สมัยก่อนไม่มีรถแทรกเตอร์ ไม่มีเครื่องจักรช่วย จะขุดกันทีก็สองมือสองแขนนี่ล่ะ แล้วอะไรจูงใจให้ต้องขนคนมาขุดคลองยาวถึง 24 กม. สายนี้กัน ถ้าเคยได้ยินชื่อสนธิสัญญาบาวริงที่สยามทำกับอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 4 สนธิสัญญาที่ว่านี่ล่ะเป็นเหตุ ไม่ใช่ฝรั่งเขาสั่งให้มาขุด แต่ความที่สนธิสัญญาที่ถูกฝรั่งบีบให้ทำนั้น ทำให้รัฐบาลสยามเสียรายได้จากการผูกขาดการค้ากับต่างชาติ จนต้องขยับขยายหารายได้เพิ่มด้วยการบุกเบิกเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ให้เพาะปลูกเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
แล้วก็เลยมีชาวบ้านขยับขยายออกมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองสายนี้มาตั้งแต่สมัยนั้น เหมือนกับสมัยนี้ที่พอตัดถนนเส้นใหม่ก็มีบ้านช่องเกิดขึ้นสองข้างทางเต็มไปหมด
มีบ้านช่องก็ต้องมีตลาดด้วย เพราะงั้นย่านนี้แต่ก่อนก็เคยเป็นย่านตลาดกันมา ที่ผู้คนพายเรือออกมาขายของซื้อของกันจนแน่นคลอง แต่พอมีถนนรถราเกิดขึ้น การค้าริมน้ำก็ค่อย ๆ ซบเซาเลิกรากันไป จนภาพบ้านเรือนริมน้ำมีแต่ความเงียบเหงา
แต่ความที่ยุคนี้ตลาดโบราณกำลังเป็นที่คิดถึง ในยามที่เราอยากย้อนรำลึกถึงวันชื่นคืนสุขในอดีต กับชีวิตเรียบง่าย ไม่เร่งร้อน และเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรี
ชาวบ้านย่านนี้ก็เลยร่วมแรงร่วมใจกันปลุกตลาดโบราณแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวากันอีกครั้ง
ถึงจะเพิ่งเปิดตลาดกันเมื่อปลายเดือนมกรา 53 แต่บรรยากาศตลาดในอาทิตย์ถัดมาที่ไปเยือนก็ครึกครื้นใช้ได้เลย
มาเที่ยวที่นี่บรรยากาศเดิม ๆ อย่างร้านตัดผมเก่าแก่อย่างนี้ก็มีให้เห็น
หรือจะแวะนั่งมาคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ฟังเรื่องราวความหลังของบรรยากาศตลาดในอดีตก็น่าสนุก อย่างที่เลยได้รู้ว่าแต่ก่อนเรือแน่นคลองขนาดว่าไม่ต้องใช้สะพานข้ามไปอีกฝั่ง แค่เดินต่อ ๆ ผ่านเรือไปก็ข้ามได้แล้ว นอกจากได้รับรู้ภาพบรรยากาศเก่า ๆ แล้ว ดูท่าคุณย่าคุณยายจะมีชีวิตชีวากันขึ้นที่ได้พูดคุยกับผู้คนที่มาเยี่ยมเยือน
มานั่งเล่นรับลมเอื่อย ๆ ให้อาหารปลาไปพลางก็สนุกดี ชาวบ้านเขาใจดีทั้งเชื้อเชิญทั้งจัดที่นั่งเอาไว้ให้พร้อม
ถ้ารู้จักตลาดบางแคก็มาที่ตลาดน้ำนี้ได้ไม่ยาก
ใช่แล้ว ตลาดบางแคในกรุงเทพฯ นี่ล่ะ ไม่ต้องออกไปต่างจังหวัดถึงไหน ๆ จากหลังตลาดบางแคเข้าไปจะมี วัดนิมมานรดี ทีแรกแต่เดิมก็ชื่อ วัดบางแค แต่ตอนหลังมีสองสามีภรรยาใจบุญมาปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ ประมาณเหมือนสร้างวัดกันขึ้นใหม่กันเลย สามีชื่อ นิ่ม ภรรยาชื่อ ดี ก็เลยตั้งชื่อวัดเสียใหม่ไปด้วยว่า "นิมมานรดี" ที่มาจากชื่อของสวรรค์ชั้นที่ 5
จากวัดจะมีสะพานข้ามคลองไปที่ตัวตลาด
ฝั่งนี้จะมีเรือนแถวไม้เรียงราย
ความที่เพิ่งเปิดตลาดกันใหม่ ๆ เรือพายขายของยังมีไม่มาก
มาเดินเที่ยวตลาดบนบกกันก่อน
หลายคนคงเคยเกาะอยู่หน้าร้านแบบนี้สมัยที่โลกยังไม่มี TOY R US
ยังไม่ชวนไปดูของกินกันเลย ไปเดินหาอะไรอร่อย ๆ ชิมกันบ้างดีกว่า
เริ่มด้วยอาหารทะเลก่อนล่ะกัน ไหน ๆ ก็เล่าแล้วว่าล่องเรือตามคลองสายนี้ไปก็ถึงมหาชัยได้
ขนมของกินมีให้เลือกกันหลายอย่าง
นั่งทำกันใหม่ ๆ
ตรงนี้เป็นลาบทอด
น้อง ๆ ได้ออกมาช่วยที่บ้านลงมือทำของออกมาขายกัน
ถ้าอยากหาของหนักท้องหน่อย ขนมเบื้องเจ้านี้ก็น่าสน
แต่ถ้าอยากชิมร้านเก่าแก่ที่เปิดคู่กับตลาดนี้มานาน ต้องลองแวะมาที่ร้านข้าวหมูแดง
น้ำราดรสชาติเข้มข้น อร่อยเลยทีเดียว
ยังมีอีกหลายร้านให้แวะไปนั่งชิมกัน
โต๊ะเก้าอี้แบบชาวบ้านง่าย ๆ ริมน้ำ
ชอบมุมไหนก็แวะไปนั่งเล่นกันได้ ชาวบ้านที่นี่เขาใจดี
ขอนั่งละเลียดไอติมอร่อย ๆ ก่อน
ร้านนี้เขามีเสื้อยืดสวย ๆ ให้เลือกซื้อเป็นที่ระลึกกันด้วย
เรือไม้จำลองสารพัดแบบ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตริมสายน้ำของผู้คนในสมัยก่อน
เห็นกรงเลี้ยงนก
ก็เลยได้เจอกับร้านขายกรงที่ทำกันเองอยู่ที่นี่
มีคลินิกแพทย์แผนไทยให้ลองปรึกษาปัญหาปวดเมื่อยเส้นสาย และรักษาตัวตามแบบภูมิปัญญาไทย ๆ เรา
ตรงหน้าคลินิกยังมีท่าเรือสำหรับลงเรือพายออกเที่ยว
อยากชวนให้แวะนั่งเรือเข้าไปตามคลองซอย
เราจะได้เห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้อยู่กลางกรุงเทพนี่เอง แต่ถ้าใครมีเด็กเล็กก็ต้องระวังกันหน่อย เพราะชาวบ้านบอกว่าคลองลึกมาก อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพที่เขาจัดไว้ให้กันด้วย
ถ้าเดินเที่ยวตลาดมาทางขวามือมาเรื่อย เดินข้ามสะพานมายังมีข้าวของขายกันทางฝั่งนี้ด้วย
คุณป้าพายเรือออกมาจากบ้านที่อยู่ในคลองด้านหลังมาขายขนมครก อยากชิมต้องใจเย็นกันนิดเพราะคุณป้ามีแค่เตาเดียวเท่านั้น
ขนมร้านนี้ดูท่าอาจหวานสู้รอยยิ้มของแม่ค้าไม่ได้
เลยมาหน่อยตรงนี้ยังเป็นบ้านชาวบ้าน แต่อีกหน่อยเห็นว่าจะมีเปิดร้านให้เดินเที่ยวเพิ่มเติมกันอีก
เรือโบราณเก่าแก่ลำโตที่คุณลุงอายุ 70 เล่าว่าตอนเด็กพอจำความได้ก็เห็นเรือสองลำนี้แล้ว
เดินเลยต่อไปอีกหน่อย
จะเจอร้านจังเซ่งเฮง
ร้านนี้เขาทำขนมเปี้ยะกัน
เข้าไปขอดูการทำขนมกันได้
หรือจะมาซื้อขนมทำกันใหม่ ๆ กลับไปชิมที่บ้าน
วันว่างมีโอกาสก็ชวนให้แวะเวียนมาเที่ยวมาให้กำลังใจชาวบ้านกับตลาดโบราณริมน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ ในกรุงเทพนี่เอง ตลาดจะติดกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงเช้าราว 8 โมงเป็นต้นไปจนถึงบ่ายแก่ ๆ เย็น ๆ ส่วนวันธรรมดาจะมีบางร้านเปิดกันอยู่บ้างในลักษณะร้านในชุมชน ถ้าแวะมาก็อาจได้บรรยากาศไปอีกแบบ แล้วต่อไปอีกหน่อยตลาดก็คงขยับขยายเพิ่มร้าน เพิ่มบริการอย่างอื่น ๆ อย่างบริการล่องเรือเที่ยว บริการบ้านพักโฮมสเตย์ กันต่อไป
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.