| ไหว้พระวัดม่วง เที่ยวตลาดศาลเจ้าโรงทอง |
|
หน้า 1 จาก 3
ใครไม่เคยมาเที่ยวจังหวัดอ่างทองทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทริปนี้คงได้มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้กันไปด้วยเลย ช่วงนี้ ททท. กำลังโปรโมทให้เที่ยวภาคกลางกันอยู่พอดีเสียด้วย
ข่าวว่ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มหึมาที่บ้างก็ว่าใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่วัดม่วง ไม่ใกล้ไม่ไกลที่จังหวัดอ่างทองนี่เอง
ข้อมูลบอกไว้ว่าองค์พระสูงถึง 92 เมตร แต่ถ้านึกภาพไม่ออกว่าจะสูงใหญ่ขนาดไหนก็ลองเทียบกับคนที่ยืนอยู่กันดูเอง พระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ ฟังชื่อก็รู้ได้เลยว่าเป็นพระที่สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญ หลวงพ่อเกษม ที่ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ริเริ่มสร้างพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งแต่ปี 2526 แล้วก็สร้างกันมาเรื่อย แต่องค์พระยังไม่เสร็จดีท่านก็มามรณภาพไปเสียก่อนในปี 2544
ตอนหลังก็มีนายทหารราชองครักษ์ท่านหนึ่ง มาช่วยตั้งกองทุนสำหรับสร้างพระต่อจนเสร็จ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่เจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา
มาขึ้นไปชมองค์พระกันใกล้ ๆ
ก่อนขึ้นไปต้องถอดรองเท้าไว้ด้านล่าง ใครที่หวั่นใจว่าแดดเปรี้ยงซะขนาดนั้น พื้นจะร้อนปานไหนกันหนอ เท่าที่ไปช่วงสายช่วงเที่ยงพื้นเดินได้สบายไม่ร้อน เพราะเขาเลือกปูด้วยหินอ่อนสีอ่อนที่ถึงจะตากแดดเปรี้ยงแต่ก็ไม่ร้อนเท้าเลย แต่ถ้าเป็นช่วงบ่ายก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะงั้นเลือกมาที่วัดกันตั้งแต่ช่้วงเช้าก็น่าจะดีกว่า แล้วก็ที่นี่จะมีเด็กมาช่วยกันจัดรองเท้าเรียงไว้เป็นระเบียบงามตา สร้างความเอ็นดูแก่ผู้พบเห็นและเด็ก ๆ ก็กระเป๋าตุงจากทิปที่ได้กันไป แต่ที่จริงถ้าบ้านเราจะมีวัฒนธรรมที่ถอดรองเท้าวางให้เรียบร้อยเองแบบที่ไม่ต้องมีใครมาจัดให้ก็น่าจะดีไม่น้อย
ใครพาผู้สูงอายุมาแล้วกลัวว่าจะเดินชึ้นไม่ไหว ลองเลี้ยวไปเช็คลิฟท์ที่อยู่ด้านข้างดู ตอนที่แวะไปสำรวจเขายังไม่เปิดให้ใช้ ดูเหมือนจะเพิ่งติดเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่แกะพลาสติกออกเลยด้วยซ้ำ
แหงนคอชมความงามขององค์พระ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าใครหนอช่างศรัทธานัก สร้างพระใหญ่โตถึงเพียงนี้
เขาต่อแถวทำอะไรกัน???
อ๋อ เขาไปสัมผัสนิ้วพระกันนี่เอง
บ้างก็เลือกจะสงบจิตสงบใจเดินเวียนขวา 3 รอบ อย่างที่เรียกว่า ทำทักษิณาวัตร ที่เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระพุทธรูป ที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์
ไหว้พระชื่นใจกันดีแล้ว ไปชมบริเวณรอบ ๆ วัดกันต่อ
ปกติไปตามวัดเขาจะมีเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้ไว้เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง แต่ที่นี่เขาทำเป็นหุ่นปูนปั้นอยู่ตรงลานด้านหน้าองค์พระ มีด้วยกันหลายเรื่อง อย่างตรงนี้เป็นเรื่องพระเวสสันดร ตอนที่ชูชกกำลังไปหลอกถามที่อยู่ของพระเวสสันดรจากฤาษี เพื่อจะไปขอกัญหากับชาลี
ทัพลิงรบกับทัพยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์
ฉากจำลองการทำยุทธหัตถีของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราช
แต่ที่น่าตื่นตาที่สุดคงต้องยกตำแหน่งให้กับเปรตคู่นี้
ฉากนรกที่ออกแนวโหด
ดูแล้วน่าหวาดหวั่น
แต่ก็อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้ปลูกฝังให้สมาชิกตัวน้อยได้รู้จักเกรงบาปกลัวกรรม และตั้งตนอยู่ในความดีงามเสียตั้งแต่ยังเล็ก
ข้าง ๆ กันมีห้องน้ำที่สร้างไว้สวยงามสะอาดสะอ้าน
มีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการเอาไว้ให้ต่างหาก
อีกฟากที่เป็นสระน้ำ
มาแวะนั่งพักให้อาหารปลากันได้
ด้านหน้าวัดที่เห็นทำกำแพงเป็นกลีบบัวล้อมไว้เสียสวยเป็นส่วนของพระอุโบสถ
พระประธานด้านใน
ที่ริมรั้วด้านนอกจะมีรูปปั้นพระสงฆ์เรียงราย
วิหารแก้ว
ด้านในประทับกระจกระยิบระยับไปหมด คล้ายกับที่วัดท่าซุง อุทัยธานี
สังขารในโลงแก้วประดับมุกของหลวงพ่อเกษม อดีตเจ้าอาวาสที่เป็นผู้ริเริ่มการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ของวัดม่วง
รอบ ๆ มีรูปปั้นของครูบาอาจารย์สำคัญ ๆ หลายต่อหลายองค์
ที่ศาลาอีกหลังมีรูปเจ้าแม่กวนอินให้มาสักการะ
มาไหว้พระที่วัดม่วงแล้ว ต้องชวนให้ไปเที่ยวกันต่อที่ตลาดศาลเจ้าโรงทองด้วย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.