ไปเช้าเย็นกลับ
FacebookTwitterBlogger

ไหว้พระวัดม่วง เที่ยวตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ใครเห็นข่าวพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ วัดม่วง จ.อ่างทอง  ฟังแล้วก็คงอยากไปกราบสักการะกันสักครั้ง  ไหว้พระทำบุญให้จิตใจแช่มชื่นกันแล้วเลยจากวัดไปนิดเดียวต้องไปเยี่ยมเยือนตลาดเก่าแก่แห่ง อ.วิเศษชัยชาญที่ื่ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง ด้วย  นอกจากจะเป็นตลาดโบราณเก่าแก่ที่สำคัญยังมีร้านขนมเด็ด ๆ หลายต่อหลายเจ้าที่ตลาดนี้รอให้มาลองชิมกัน

ใครไม่เคยมาเที่ยวจังหวัดอ่างทองทั้งที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ  ทริปนี้คงได้มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้กันไปด้วยเลย  ช่วงนี้ ททท. กำลังโปรโมทให้เที่ยวภาคกลางกันอยู่พอดีเสียด้วย

 


 

 

ข่าวว่ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มหึมาที่บ้างก็ว่าใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่วัดม่วง ไม่ใกล้ไม่ไกลที่จังหวัดอ่างทองนี่เอง

 

 


 

 

วัดม่วง

ข้อมูลบอกไว้ว่าองค์พระสูงถึง 92 เมตร  แต่ถ้านึกภาพไม่ออกว่าจะสูงใหญ่ขนาดไหนก็ลองเทียบกับคนที่ยืนอยู่กันดูเอง

พระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

ฟังชื่อก็รู้ได้เลยว่าเป็นพระที่สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองวิเศษชัยชาญ

หลวงพ่อเกษม ที่ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ริเริ่มสร้างพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งแต่ปี 2526 แล้วก็สร้างกันมาเรื่อย  แต่องค์พระยังไม่เสร็จดีท่านก็มามรณภาพไปเสียก่อนในปี 2544

 

 


 

 

ตอนหลังก็มีนายทหารราชองครักษ์ท่านหนึ่ง มาช่วยตั้งกองทุนสำหรับสร้างพระต่อจนเสร็จ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่เจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา

 

 


 

 

มาขึ้นไปชมองค์พระกันใกล้ ๆ

 

 


 

 

ก่อนขึ้นไปต้องถอดรองเท้าไว้ด้านล่าง  ใครที่หวั่นใจว่าแดดเปรี้ยงซะขนาดนั้น พื้นจะร้อนปานไหนกันหนอ

เท่าที่ไปช่วงสายช่วงเที่ยงพื้นเดินได้สบายไม่ร้อน  เพราะเขาเลือกปูด้วยหินอ่อนสีอ่อนที่ถึงจะตากแดดเปรี้ยงแต่ก็ไม่ร้อนเท้าเลย  แต่ถ้าเป็นช่วงบ่ายก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะงั้นเลือกมาที่วัดกันตั้งแต่ช่้วงเช้าก็น่าจะดีกว่า

แล้วก็ที่นี่จะมีเด็กมาช่วยกันจัดรองเท้าเรียงไว้เป็นระเบียบงามตา  สร้างความเอ็นดูแก่ผู้พบเห็นและเด็ก ๆ ก็กระเป๋าตุงจากทิปที่ได้กันไป  แต่ที่จริงถ้าบ้านเราจะมีวัฒนธรรมที่ถอดรองเท้าวางให้เรียบร้อยเองแบบที่ไม่ต้องมีใครมาจัดให้ก็น่าจะดีไม่น้อย

 

 


 

 

ใครพาผู้สูงอายุมาแล้วกลัวว่าจะเดินชึ้นไม่ไหว  ลองเลี้ยวไปเช็คลิฟท์ที่อยู่ด้านข้างดู   ตอนที่แวะไปสำรวจเขายังไม่เปิดให้ใช้ ดูเหมือนจะเพิ่งติดเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่แกะพลาสติกออกเลยด้วยซ้ำ

 

 


 

 

วัดม่วง

แหงนคอชมความงามขององค์พระ  แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าใครหนอช่างศรัทธานัก สร้างพระใหญ่โตถึงเพียงนี้

 

 


 

 

เขาต่อแถวทำอะไรกัน???

 

 


 

 

อ๋อ เขาไปสัมผัสนิ้วพระกันนี่เอง

 

 


 

 

บ้างก็เลือกจะสงบจิตสงบใจเดินเวียนขวา 3 รอบ อย่างที่เรียกว่า ทำทักษิณาวัตร ที่เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระพุทธรูป ที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์

 

 


 

 

ไหว้พระชื่นใจกันดีแล้ว  ไปชมบริเวณรอบ ๆ วัดกันต่อ

 

 


 

 

ปกติไปตามวัดเขาจะมีเขียนเรื่องโน้นเรื่องนี้ไว้เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง  แต่ที่นี่เขาทำเป็นหุ่นปูนปั้นอยู่ตรงลานด้านหน้าองค์พระ

มีด้วยกันหลายเรื่อง อย่างตรงนี้เป็นเรื่องพระเวสสันดร  ตอนที่ชูชกกำลังไปหลอกถามที่อยู่ของพระเวสสันดรจากฤาษี เพื่อจะไปขอกัญหากับชาลี

 

 


 

 

ทัพลิงรบกับทัพยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์

 

 


 

 

ฉากจำลองการทำยุทธหัตถีของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราช

 

 


 

 

แต่ที่น่าตื่นตาที่สุดคงต้องยกตำแหน่งให้กับเปรตคู่นี้

 

 


 

 

ฉากนรกที่ออกแนวโหด

 

 


 

 

ดูแล้วน่าหวาดหวั่น

 

 


 

 

แต่ก็อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้ปลูกฝังให้สมาชิกตัวน้อยได้รู้จักเกรงบาปกลัวกรรม และตั้งตนอยู่ในความดีงามเสียตั้งแต่ยังเล็ก

 

 


 

 

ข้าง ๆ กันมีห้องน้ำที่สร้างไว้สวยงามสะอาดสะอ้าน

 

 


 

 

มีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการเอาไว้ให้ต่างหาก

 

 


 

 

อีกฟากที่เป็นสระน้ำ

 

 


 

 

มาแวะนั่งพักให้อาหารปลากันได้

 

 


 

 

ด้านหน้าวัดที่เห็นทำกำแพงเป็นกลีบบัวล้อมไว้เสียสวยเป็นส่วนของพระอุโบสถ

 

 


 

 

พระประธานด้านใน

 

 


 

 

ที่ริมรั้วด้านนอกจะมีรูปปั้นพระสงฆ์เรียงราย

 

 


 

 

วิหารแก้ว

 

 


 

 

ด้านในประทับกระจกระยิบระยับไปหมด คล้ายกับที่วัดท่าซุง อุทัยธานี

 

 


 

 

สังขารในโลงแก้วประดับมุกของหลวงพ่อเกษม อดีตเจ้าอาวาสที่เป็นผู้ริเริ่มการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ของวัดม่วง

 

 


 

 

รอบ ๆ มีรูปปั้นของครูบาอาจารย์สำคัญ ๆ หลายต่อหลายองค์

 

 


 

 

ที่ศาลาอีกหลังมีรูปเจ้าแม่กวนอินให้มาสักการะ

 

 


 

 

มาไหว้พระที่วัดม่วงแล้ว ต้องชวนให้ไปเที่ยวกันต่อที่ตลาดศาลเจ้าโรงทองด้วย

 

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.