Home เที่ยวที่ไหนดี สูดอากาศชานเมือง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ

 

ด้านหน้าวิหารมีแท่นบูชาและกระถางธูปสำหรับผู้ที่ต้องการจะจุดธูปบูชา

 


 


วิหารพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมโพธิสัตว์ หรือ ที่เราจะคุ้นเรียกกันว่า เจ้าแม่กวนอิม

 


 


พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่นับถือกันอยู่ในอินเดีย แต่เดิมนั้นมีการสร้างรูปขึ้นมาในลักษณะของชาย แต่เมื่อความเชื่อนี้แพร่หลายเข้าไปในจีนก็ปรับเปลี่ยนเป็นหญิง ซึ่งก็สอดคล้องกับคติของพระโพธิสัตว์องค์นี้ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ดุจเดียวกับที่แม่ให้ความรักควาเมตตาแก่ลูกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 


 


นอกจากนั้นแล้วยังเชื่อว่าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรยังเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา สามารถเนรมิตกายให้มีพันมือถืออาวุธ สำหรับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่หมู่มาร

รูปเจ้าแม่กวนอิมที่นี่สร้างจากไม้สักแกะสลักอย่างสวยงาม

 


 

 

ในวิหารเจ้าแม่กวนอิมนี้ ยังมีบอร์ดนิทรรศการให้ข้อมูลเกี่ยวสิ่งต่าง ๆ ภายในวัด น่าจะค่อย ๆ ไปอ่านดูกัน

 


 


ชั้นบนขึ้นไปเป็น วิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ

 


 


อย่างที่เล่าไปแล้วว่า พุทธมหายานจะให้ความสำคัญกับคติที่ว่าพระพุทธเจ้ามีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่อดีตไปจนถึงในอนาคต แล้วที่สำคัญเราแต่ละคนต่างก็มีพุทธะอยู่แล้วในตัวที่สามารถบรรลุถึงความเป็นพระพุทธเจ้าได้กันทั้งนั้น

 


 


ที่วิหารนี้ก็สะท้อนความเชื่อนี้ด้วยรูปพระพุทธเจ้าหมื่นองค์ ที่แสดงถึงความมากมายเหลือคณานับ

 


 


ภายในดินแดนแห่งสุขาวดี ที่ผู้ที่เลื่อมใสในพุทธมหายานจะตั้งความปราถนาไปเกิดที่นั่น เพราะเชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความสุข มีแต่ผู้มีสัตย์มีธรรม

ผู้ที่เข้าสู่ดินแดนสุขาวดี นอกจากจะมีแต่ความสุขแล้วยังจะได้ไปฟังธรรมจาก พระอมิตาภะพุทธเจ้า ที่นั่น ซึ่งก็คือพระพุทธรูปองค์กลางตรงนี้

 


 


ส่วนที่อยู่สองข้างคือ อัครสาวกของพระอมิตาภะพุทธเจ้า ได้แก่ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ กับ พระมหาสถามปราปตโพธิสัตว์

 


 


ถ้าเป็นผู้เลื่อมใสในพุทธมหายานแล้ว วิหารหลังนี้ก็เหมาะจะมาสงบจิตสงบใจบำเพ็ญภาวนาเพื่อเข้าสู่ดินแดนสุขาวดี เมื่อล่วงจากภพนี้ไปแล้ว

 


 


อย่าลืมว่าเราต่างก็มีความเป็นพุทธะที่สามารถบรรลุธรรมกันได้ทุกคน และเที่ยงที่จะเป็นอีกหนึ่งในพุทธะ เพียงแต่หนทางยาวไกลแตกต่างกันไป

 


 


มาชมวัดมุมอื่น ๆ กันต่อบ้าง

ใครที่มาเที่ยวหรือเห็นรูปทีแรกแล้วก็คงรู้สึกคล้าย ๆ กันว่าที่นี่ละม้ายกับพระราชวังต้องห้ามที่ปักกิ่งเสียจริง

ที่เป็นอย่างนั้นก็ด้วยความตั้งใจ เพราะงั้นก็เลยเรียกกันว่าวัดนี้ถูกสร้างด้วยศิลปะหมิง-ชิง หรือศิลปะในสมัยราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ชิง

ด้วยเหตุว่าพระราชวังต้องห้าม หรือ ที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า กู้กง นั้น ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หมิง และเมื่อราชวงศ์หมิงล่มสลายลงราชวงศ์ชิงได้ปกครองจีน ฮ่องเต้ชิงก็ได้ใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับและมีการบูรณะพระราชวังครั้งใหญ่ กลายเป็นลักษณะที่ผสมผสานกันของศิลปะในสองราชวงศ์

 


 


ศิลปะต่าง ๆ ในวัดก็จะเป็นแบบจีนทั้งสิ้น ตั้งแต่ตัวหลังคาลงมา

 


 


ที่ชายหลังคา

 


 


ลวดลายสัตว์มงคลที่ฐานเสา

 


 


รวมทั้งบนสันหลังคา ก็มีรูปสัตว์มงคล 10 อย่าง ได้แก่ เทวดาขี่หงส์, มังกร, สิงโต, ม้าน้ำ, ม้าเทวดา, แพะเทวดาเขาเดียว, กระทิงเทวดา, ปลาเทวดา และนกเค้าแมว

 


 


วิวข้างระเบียงอุโบสถ

 


 


รูปประดับที่ระเบียงอุโบสถ

 


 

 

ลวดลายที่ระเบียง

 


 


วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ นี้ แต่เดิมเคยเป็นโรงเจมาก่อน ต่อมาได้ดำริที่จะสร้างเป็นวัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง ในคราวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี แล้วก็ได้มีการก่อสร้างกันมาถึง 12 ปี จนมาแล้วเสร็จสมบูรณ์และมีพิธีสมโภชเปิดวัดในเดือนมีนาคม 2551 นี้เอง

 


 


มาชมวัดกันต่อ

ลวดลายตามอาคาร ที่นอกจากจะมีอุโบสถและวิหารต่าง ๆ แล้ว ยังมีส่วนของกุฏิพระ รวมทั้งหอธรรมอยู่ภายในกลุ่มอาคารนี้

 


 


เข้าไปดูลวดลายกันใกล้ ๆ

 


 


ตรงนี้เป็นมหามนต์ตราทิเบต ที่อ่านว่า "โอม มณี ปัทเม หุม" แปลได้ว่า "โอ้ ดวงมณีในดอกบัว"

เชื่อกันว่าเป็นคาถาที่ขับไล่หมู่มารได้ ฟังดูแล้วอาจรู้สึกว่าง่าย ๆ แค่นี้เองหรือ แต่ความหมายโดยนัยของ มณีในดอกบัว ก็คือ จิตใจที่สะอาด สว่าง ปราศจากกิเลสเครื่องร้อยรัด

เรื่องของเรื่องก็คือ ระหว่างที่พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรกำลังเข้าสมาธิบำเพ็ญบารมี ก็ถูกหมู่มารมารังควานอย่างหนัก จนท่านได้เปล่งวาจาคาถานี้ออกมาด้วยดวงจิตที่บำเพ็ญบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ส่งผลทำให้หมู่มารต้องหนีกระเจิดกระเจิงกันไป

ถ้าเราจะเอาคาถานี้มาใช้บ้าง ก็อย่าลืมว่าเพียงถ้อยคำอาจไม่สำคัญเท่ากับจิตใจที่ผ่านการบำเพ็ญเพียร พระโพธิสัตว์องค์นี้ท่านบำเพ็ญเมตตาบารมีอย่างสูง ถ้าจะให้คาถานี้ได้ผลคงต้องหมั่นเจริญเมตตาอยู่เนืองนิจตามรอยท่านด้วย

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.