| วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ |
|
หน้า 1 จาก 3
วัดนี้มีชื่อเต็ม ๆ ที่ได้รับพระราชทานมาว่า วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ ตั้งอยู่ที่บางบัวทอง เดิมที่นี่เป็นโรงเจเก่าที่ได้รับการขยายพื้นที่ให้กว้างขวาง และสร้างวัดใหม่ขึ้นมาอย่างวิจิตรสวยงามด้วยศิลปะแบบจีน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 50 ปี สวยงามยังไงลองค่อย ๆ ตามมาเดินชมกัน
ตรงนี้เป็นซุ้มประตูทางเข้าวัด
เดินเข้ามาด้านใน อาคารหลังแรกที่เห็นจะเป็น "วิหารจตุโลกบาล"
สังเกตด้านบนจะมีตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ประดับอยู่
ป้ายชื่อวัด ที่ได้รับพระราชทานนามจากในหลวง
หน้าทางเข้าจะมีแผ่นหินสลัก
อีกมุมหนึ่ง
เดินเข้ามาจะพบรูป พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าองค์ถัดไปที่จะมาอุบัติในโลก ตามคติจีนจะสร้างรูปพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์เป็นพระอ้วนพุงพลุ้ยอย่างนี้ เพราะมีที่มาว่าครั้งหนึ่งราว พ.ศ.1460 ที่เมืองจีนมีพระภิกษุรูปหนึ่ง เป็นพระใจดีมีอาการเบิกบานเป็นสุขอยู่เสมอ ไปไหนมาไหนท่านจะมีย่ามใบใหญ่ติดตัวไปด้วย จนชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อถุงย่ามใหญ่" ก่อนท่านจะมรณภาพได้เขียนโศลกไว้บทหนึ่ง ความว่า พระเมตไตรย คือ พระเมตไตรย แบ่งกายเป็นพันหมื่นโกฏิ ให้คนเห็นทุกเวลา แต่คนก็ไม่รู้จัก คนทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าท่านคือพระเมตไตรยมาโปรด แล้วก็ทำรูปตามลักษณะท่านขึ้นมาอย่างที่เราเห็นกัน
ลวดลายที่หน้าแท่นบูชา
ตามทางเข้าวัดจีนอย่างนี้มักจะมีรูปเทพที่เป็นผู้ปกปักรักษาโลกทั้ง 4 ทิศ หรือ ที่เรียกว่า "จตุโลกบาล"
ส่วนผนังด้านข้างจะเป็นรูปเทพเจ้ารวม 8 องค์ ฝั่งละ 4 องค์
ถ้าเป็นฝั่งซ้ายมือ เริ่มต้นจากองค์ทางซ้ายมือก่อน จะเป็นรูป "ไทเอี๊ยงแชกุง" ต่อด้วย "ไทอิมแชกุง" สององค์นี้ก็คือเทพสุริยา เทพจันทรา องค์ถัดไปคือ "จี่มุยแชกุง" หรือเทพดาวเหนือ บ้างก็เชื่อว่าเป็นเทพที่เป็นภาคหนึ่งของเง็กเซียนฮ่องเต้ องค์สุดท้ายคือ "แป๊ะกง" หรือพระภูมิเจ้าที่ นี่เอง
อีกฝั่ง เริ่มจากทางซ้ายเหมือนกัน คือ "ตั่วเหล่าเอี๊ย" หรือเจ้าพ่อเสือ ที่หลายคนนับถือไปกราบไหว้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือกันอยู่ องค์ที่สอง จำไว้แม่น ๆ หลายคนอาจจะอยากมาไหว้กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย" ถ้าไปเห็นที่อื่นอาจไม่เหมือนกับที่นี่ เพราะว่ามีสองภาค คือ ภาคบู๋ กับ ภาคบุ๋น ถ้าเป็นภาคบู๋ จะดุหน่อยขี่เสือมาเลย สำหรับจะช่วยป้องกันทรัพย์สินไม่ให้ถูกปีศาจร้ายที่ไหนมารังควาน จะว่าไปก็เหมาะกับคนรวยแล้วและอยากรวยต่อ ส่วนภาคบุ๋น ก็จะแนวใจดี มีเมตตา คอยหยิบยื่นเงินทองมาให้ องค์ที่สามคือ "ฮั่วท้อเซียงซือ" เป็นเทพยา ที่จริงอยากเรียกว่า เทพแห่งการรักษา ก็น่าจะได้ เพราะเป็นเทพที่มาจากคนที่เคยมีชีวิตอยู่จริง เป็นหมอที่เก่งมาก ๆ จนคนให้ความนับถือมาจนทุกวันนี้ ใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็มักมาขอพรให้หายเจ็บหายป่วยกัน องค์สุดท้าย "ไท่ส่วนเอี๊ย" ถือกันว่าเป็นเทพที่คอยดูแลปกปักรักษาดวงชะตาของมนุษย์ให้รอดพ้นจากภยันตราย อุบัติเหตุต่าง ๆ
องค์สุดท้ายที่วิหารนี้ คือ พระสกันทโพธิสัตว์ ชื่อของท่านแปลได้ว่า ผู้สนองคุณพระศาสนา มีหน้าที่ปราบผู้ที่คิดจะทำลายพระศาสนา
สำหรับใครที่อยากถวายเครื่องบูชาหรือจุดธูปไหว้ วัดมีจัดเตรียมชุดบูชาเอาไว้ให้ ตอนมาถึงด้านหน้าแล้ว ต้องขึ้นบันไดฝั่งซ้ายขึ้นไปก่อน
สังเกตว่าจะมีป้ายบอกเอาไว้
ค่าชุดเครื่องบูชาก็แล้วแต่จะทำบุญกัน จะมีกล่องสีแดงให้หยอดบริจาคเอาไว้
แล้วค่อยย้อนเอาลงมาถวายที่แท่นบูชาด้านล่างอีกที ใครพาผู้ใหญ่มาก็อาจจะให้รออยู่ข้างล่างก่อน จะได้ไม่ต้องลำบากขึ้นลงบันไดหลายรอบ ที่วัดจะมีกระถางธูปอยู่ 3 กระถาง เจ้าหน้าที่แนะนำให้ปักธูปกระถางละ 5 ดอก แต่ไม่ต้องจุดพร้อมกันทีเดียว ค่อยไปทยอยจุดที่แต่ละกระถางก็ได้ เพราะแต่ละกระถางอยู่ห่างกัน
ของบูชา พอลาแล้วก็ให้เก็บส้มไว้เป็นสิริมงคล
ส่วนกระดาษเงินกระดาษทอง จะมีเจ้าหน้าที่มารวบรวมไปเผาให้อีกที
ไปเที่ยวชมกันต่อ ด้านซ้าย ด้านขวาของวิหารจตุโลกบาล จะเป็นหอกลอง กับหอระฆัง
ตัวระฆังจะเห็นว่ามีตัวอักษรจีนเต็มไปหมด ตัวอักษรที่ว่าเป็นบทสวดมนต์มหาปรัชญาปรมิตาสูตร และมหากรุณาธารณีสูตร เท่ากับว่าพอตีระฆังแล้วก็เท่ากับสวดมนต์ทั้งสองบทนี้ เพียงแต่ที่วัดไม่อนุญาตให้เราไปตีกัน
ถัดขึ้นมาจะเป็นพระอุโบสถ
เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน 3 องค์ที่เป็นสัญลักษณ์เปรียบเสมือนศูนย์กลางของพุทธจักรวาล
ก่อนจะขึ้นไปถ้าอยากจุดธูปบูชา ก็มาปักได้ที่กระถางก่อนจะขึ้นไปบนพระอุโบสถ
วัดที่เราคุ้น ๆ กันปกติทั่วไปของทางพุทธเถรวาทจะมีพระประธานองค์เดียว แต่ที่วัดทางฝ่ายพุทธมหายานจะมีพระพุทธรูปด้วยกัน 3 พระองค์ องค์กลางก็คือ พระศากยมุนี หรือพระพุทธเจ้าในปัจจุบันที่เรารู้จักกันดี แต่ที่ยังมีพระพุทธรูปองค์อื่นนั้น ก็เนื่องจากทางพุทธมหายานจะให้ความสำคัญกับคติที่ว่า พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หรือผู้ที่จะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้านั้นมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน สำหรับในโลกธาตุอื่นที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเทศนาสั่งสอน จะเรียกโลกธาตุนั้นว่า "พุทธเกษตร" สำหรับพุทธเกษตรที่ชาวพุทธมหายานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมาก ๆ เลยถึงขนาดเป็นนิกายต่างหากขึ้นมา ก็คือ พุทธเกษตรของ พระอมิตาภะพุทธเจ้า ที่เชื่อกันว่าอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกธาตุที่เราอยู่กันทุกวันนี้ แล้วก็มีชื่อเรียกว่า "สุขาวดีพุทธเกษตร" ได้ยินชื่อเรียกแล้วก็อาจจะฟังคุ้นหูอยู่ อย่างเวลาไปงานสวดกงเต็กก็อาจจะได้ยินพระที่มาทำพิธีสวดให้ได้ยิน เพราะมีความเชื่อว่าแดนสุขาวดีเป็นดินแดนที่มีแต่ความสุข คนที่เลื่อมใสก็จะตั้งความปราถนาว่าถ้าตายไปแล้วก็ขอให้ได้ไปเกิดในแดนสุขาวดีนี้ แล้วก็ไปฟังธรรมจากพระอมิตาภะพุทธเจ้าเพื่อบรรลุถึงนิพพานกันอีกที ส่วนวิธีที่จะไปแดนสุขาวดีก็ว่ากันว่าให้ตั้งจิตระลึกถึงบ่อย ๆ เข้าไว้ อย่างนี้เองเราก็จะได้ยินหลวงจีนในหนังกำลังภายใน พร่ำบ่นคำว่า อมิตาพุทธ อมิตาพุทธ นี่ไง แล้วพระพุทธรูปที่เห็นทางซ้ายก็คือ พระอมิตาภะพุทธเจ้าที่เล่าถึง ส่วนองค์ทางขวาก็คือ พระไภษัชคุรุไวฑูรยประภา เป็นพระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งที่สถิตย์อยู่ในพุทธเกษตรอีกแห่งทางด้านทิศตะวันออก
ภาพไม้แกะสลักด้านหลัง เป็นภาพเหตุการณ์การแสดงปฐมเทศนา และอดีตพุทธเจ้า 7 พระองค์
ส่วนภาพแกะสลักอื่น ๆ ที่อยู่บนผนังรอบพระอุโบสถ ถ้าสังเกตดูก็จะเป็นภาพพระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าต่าง ๆ ที่อยู่แวดล้อมพระพุทธรูปประธานทั้งสามองค์นี้ เปรียบเหมือนเป็นภาพจำลองของพุทธจักรวาล ที่มีพระพุทธเจ้าทั้งสามพระองค์เป็นจุดศูนย์กลาง
แล้วยังมีรูป 18 อรหันต์อีกด้วย เรื่องก็มีอยู่ว่าสมัยก่อนนู้น มีขุนนางจีนเกิดไปพบภาพ 16 อรหันต์ที่มีจิตรกรวาดถวายวัดเอาไว้ ก็เลยจำลองไปถวายให้พระเจ้าเฉียนหลง พอพระเจ้าเฉียนหลงเห็นก็ชอบ สั่งให้เพิ่มอีก 2 องค์เป็น 18 อรหันต์แล้วให้ทำแจกไปประดับตามวัดต่าง ๆ ก็เลยเป็นธรรมเนียมที่วัดจีนจะมีรูป 18 อรหันต์กัน
แต่อรหันต์ไม่ได้มาแค่ 18 องค์ เพราะเหนือขึ้นไปยังมีภาพแกะสลักไม้เป็นภาพพระอรหันต์อีก แต่ละภาพจะมีพระอรหันต์ 125 องค์ มีภาพอย่างนี้ 4 ภาพ รวมกันก็เท่ากับมีทั้งหมด 500 องค์ ส่วนที่มีถึง 500 องค์ ก็เป็นเชิงความหมายที่ว่า พระอรหันต์นั้นมีจำนวนมากมายแบบไม่ต้องนับ
แต่ถ้าเวลามีงานพิธีสวด ก็มักจะอัญเชิญรูปพระโพธิสัตว์องค์สำคัญ ๆ มาร่วมในพิธีจำนวน 8 องค์ อย่างที่เราจะเห็นที่แท่นสวดมนต์ของพระ
สิ่งที่น่าสนใจในพระอุโบสถอีกอย่างก็คือ เสาอุโบสถ คู่หน้าเป็นคำกลอนกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนคู่หลังจะกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้า
ใบเสมาที่มุมพระอุโบสถด้านนอก
ลวดลายรูปมังกรที่บานประตู
ลายผนังสวยงาม
ถัดเข้าไปด้านหลัง ยังมีวิหารที่น่าแวะไปชมกัน
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.