Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน วังน้ำเขียว

วังน้ำเขียว

 

พาเลี้ยวไปเที่ยวที่อื่นเสียสองแห่ง กลับมาเข้าบ้านไทยสามัคคีตรงหลัก กม.59 กันดีกว่า

พอเลี้ยวเข้ามานิดเดียว ด้านขวามือก็จะเจอ ร้านขนมจีนชาววังประภาศรี ร้านนี้เป็นอีกร้านดัง เหมาะสำหรับจะแวะหาอะไรทานง่าย ๆ กัน

 


 

น้ำยามีให้เลือกกันหลายอย่าง ทั้งน้ำยาไก่ น้ำยาปลากระทิ น้ำยาปลาป่า แล้วก็น้ำพริกหวาน

 


 

ขอชิมสักชาม

 


 

เลือกตักผักกันได้ตามอัธยาศัย

 


 

อิ่มท้องกันแล้วเข้าไปเที่ยวกันต่อ ใครจองที่พักไว้ อยากรู้ว่าอีกไกลไหมก็มาดูที่ป้ายกัน

จะเห็นว่ามีที่พักให้เลือกเยอะแยะไปหมด เที่ยวนี้คงพาไปดูได้แค่บางแห่งเท่านั้น

 


 

สำหรับสวนลุงไกรที่ใคร ๆ ก็ต้องไปแวะซื้อหาผักปลอดสารพิษ จากตรงปากทางต้องวิ่งเข้าไปอีก 7.5 กม.

 


 

ถนนที่เข้าไปจะเป็นถนนราดยาง 2 เลน สภาพพอใช้ได้ ส่วนสภาพรอบ ๆ จะค่อนข้างเป็นหุบ ไม่ได้มีเนินสูง ๆ ให้ได้ชมวิวเหมือนกับทางฝั่งเขาแผงม้า

 


 

วิ่งมาราว 4 กม. จนเจอสามแยก จะมีป้ายชวนให้งงงวยกับสารพัดที่พักหลากเจ้าเต็มไปหมด ทั้งชี้ซ้ายชี้ขวา

 


 

เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายที่สามแยกไปเที่ยวสวนวิภา ชมดอกเบญจมาศกันก่อน

 


 

เลี้ยวไปไม่ไกลก็จะเจอป้ายชี้บอกว่า สวนเบญจมาศวิภา อยู่ทางขวา

 


 

แต่ของจริงตอนนี้ย้ายมาทางฝั่งซ้ายแล้ว

 


 

เดินเข้าไปชมกันได้

 


 

ที่นี่มีต้นเบญจมาศปลูกกันไว้เพียบ

 


 

อีกสีสวย

 


 

ชมกันใกล้ ๆ อีกนิด

 


 

แปลงปลูกจะมีไล่กันตั้งแต่ต้นเล็ก ๆ อย่างนี้

 


 

แล้วก็ต้นที่โตขึ้นมาหน่อย แต่ยังไม่ออกดอก

 


 

PA316486

ใครอยากได้ไม้ดอกสวย ๆ กลับไปปลูกที่บ้านต้องข้ามมาอีกฝั่ง

 


 

มีไม้ดอกให้มาเลือกซื้อกัน

 


 

นี่ก็ด้วย

 


 

ต้นนี้สวยแปลกดี

 


 

แล้วยังมีขนมให้เลือกตุนไว้เป็นเสบียง

 


 

กับมีผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียนให้เลือกช้อป

 


 

เลยจากสวนวิภาเข้าไปหน่อย ย่านนี้จะเรียกว่า บ้านบุไทร ถ้าอยากมาพักแบบโฮมสเตย์ให้ได้เข้าถึงวิถีชีวิตชนบท ได้รู้ว่าชาวบ้านทำมาหากิน เป็นอยู่กันยังไง ก็ต้องแวะที่นี่เลยเพราะมีโฮมสเตย์ระดับมาตรฐาน ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดให้บริการอยู่

 


 

ชาวบ้านแถบนี้มีกันราว 100 หลังคาเรือน จะมีเกือบ 20 บ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้เราเข้าไปพักได้ บ้านพักก็จะเป็นบ้านของชาวบ้านเอง ไม่ใช่รีสอร์ทที่ปลอมตัวมาติดป้ายโฮมสเตย์

 


 

บางหลังอาจจะเป็นบ้านไม้ บางหลังก็เป็นบ้านปูน

 


 

หรืออาจจะเป็นหลังอย่างนี้

 


 

สังเกตว่าบ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ จะมีป้ายบอกเอาไว้ แถมมีภาษาปะกิดอยู่ซะด้วย

 


 

กิจกรรมเวลามาพักที่นี่ก็มีหลายอย่าง ทั้งการนั่งรถอีแต๊กเข้าไปชมสวน ไปดูการทำเกษตร หรือการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ นอกจากที่จะได้ไปกินอยู่พูดคุยกับเจ้าของบ้านที่ไปพัก แล้วถ้ามาเป็นหมู่คณะอยากให้ชาวบ้านจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ หรือมีการแสดงของเด็ก ๆ อะไรนี่ด้วยก็ได้

ถ้าสนใจจะมาพักก็ต้องติดต่อกันมาล่วงหน้าก่อน รวมทั้งถ้าจะสอบถามรายละเอียดอะไร ก็โทรไปสอบถามได้ที่ พี่อินทร์ มูลพิมาย คนที่เห็นในรูปนี่ล่ะ ที่โทร. 081 068 6887

 


 

แล้วตอนที่มาพัก ก็แวะมาหาพี่อินทร์กันก่อนเลย เพราะแกเป็นประธานของกลุ่มบุไทรโฮมสเตย์อยู่ บ้านแกหาไม่ยากมีป้ายตัวโต ๆ บอกกันเอาไว้

 


 

ส่วนที่พักแห่งอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างบุไทรคันทรี่วิว สายธารในม่านหมอก ก็จะอยู่เลยต่อเข้าไป ส่วนถนนสภาพก็จะเป็นถนนดินลูกรังอย่างที่เห็น

 


 

ย้อนกลับมาตรงสามแยก ที่ตะกี้พาเลี้ยวไปทางสวนวิภา กับบ้านบุไทรมา ถ้าเลี้ยวขวาไปจะมีที่ให้แวะอีกหลายแห่ง

 


 

แห่งแรกจะชวนมาชมสวนสวยคุณต่อ เห็นป้ายแล้วก็เลี้ยวเข้าไปเลย

 


 

ทางจะเป็นถนนดินให้ลุยเข้ามานิด

 


 

เห็นป้ายอย่างนี้ก็ใกล้ถึงแล้ว เลี้ยวซ้ายวิ่งเลียบส่วนที่เป็นบ้านพักเข้าไปก่อน

 


 

ระหว่างทางจะมีเมนูอาหารมาให้เลือกเอาไว้ในใจก่อนเลย

 


 

สวนสวยคุณต่อ เป็นสวนเกษตรที่เน้นเรื่องของสุขภาพ เมนูอาหารก็จะเน้นเมนูเพื่อสุขภาพกัน

 


 

จอดรถลงมาแล้วเดินเข้ามาก็จะเจอกับที่ทำการสหกรณ์การเกษตรวังน้ำเขียว

 


 

เป็นที่ทำการสหกรณ์ที่แปลก เพราะใครมีปัญหาสุขภาพก็สามารถมาใช้บริการตรวจสุขภาพตามแบบการแพทย์ทางเลือกกันได้ที่นี่ด้วย

 


 

แนวคิดสำคัญของที่นี่ ก็คือการใช้อาหารเป็นยา โดยเชื่อว่าสุขภาพที่ดีมาจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมตามธาตุและหมู่เลือดของแต่ละคน

 


 

ถ้าจะรอคิวตรวจร่างกาย จะแวะไปนั่งรอที่ร้านเครื่องดื่มข้าง ๆ ก็ได้

 


 

ที่นี่มีเครื่องดื่มสมุนไพรไว้บริการด้วย

 


 

กับบรรยากาศสบาย ๆ

 


 

หรือจะเดิมชมสวนไปรอบ ๆ

 


 

ต้นไม้ที่ปลูกไว้ที่นี่จะเป็นพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด แล้วก็จะมีป้ายแนะนำกันถึงชื่อเสียงเรียงนาม แล้วก็สรรพคุณ

 


 

อย่างตรงนี้เป็นตะไคร้หอม ที่นอกจากเอามาใช้ทำยากันยุงสมุนไพรกันแล้ว ต้นยังเอาใช้ช่วยขับลมได้ด้วย

 


 

นั่งรถกันมาไกลเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ข้างในมีบริการนวดกันด้วย

 


 

สนใจจะใช้บริการก็เดินข้ามสะพานมาเลย

 


 

ที่นวดจะเป็นศาลารับลมธรรมชาติสบาย ๆ

 


 

ส่วนถ้าหิวกันแล้ว ครัวที่นี่ก็มีอาหารแนวสุขภาพให้เลือกอร่อย

 


 

ที่เรือนอาหาร

 


 

ข้าวที่เสริฟที่นี่จะมีแต่ข้าวกล้อง

 


 

มาย่านนี้ไม่ควรพลาดเมนูเห็ดหอม

 


 

ถ้าชอบบรรยากาศในสวนมีต้นไม้เยอะ ๆ  ที่นี่มีบ้านพักให้เลือกมาพักค้างอยู่หลายหลัง  ตรงนี้เป็นบ้านแฝดสาม หลังเดียวแต่แยกเป็น 3 ห้องพัก

 


 

แล้วก็มีแบบเป็นหลัง ๆ ที่แต่ละหลังมี 2 ห้องนอนอยู่ข้างในอีก 3 หลัง

 


 

เก้าอี้นั่งเล่นที่หน้าบ้านพัก

 


 

แต่ละหลังจะแตกต่างกันนิดหน่อย ตรงเก้าอี้นั่งเล่นที่เฉลียงหน้าบ้าน

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.