| วังน้ำเขียว |
|
หน้า 3 จาก 6
แนะนำย่านที่เที่ยวกลุ่มแรกกันไปแล้ว ถ้าวิ่งรถตาม ทล.สาย 304 ขึ้นมาจากทางกบินทร์บุรี พอเลยทางแยกไปเขาแผงม้าอย่างที่แนะนำกันไปแล้ว วิ่งรถขึ้นเหนือต่อมาอีกหน่อย ขวามือจะเจอย่านตลาดที่เรียกว่า ตลาดสดศาลเจ้าพ่อ หรือบางทีก็เรียกว่า ตลาด 79
ใกล้ ๆ กับตลาดจะมีทางเข้าไป น้ำตกสวนห้อม ที่อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทับลาน แล้วก็จะมีบ้านพักอยู่ในเส้นทางสายนี้อีกหลายแห่ง ถนนเป็นถนนคอนกรีตไปจนถึงตัวน้ำตก
วิ่งเลยจากตลาดศาลเจ้าพ่อมาประมาณ 3 กม. พอเลยสถานีตำรวจทางหลวงมาหน่อยเดียว จะมี ร้านสุกี้คุณต๋อย เป็นร้านเด่นในย่านนี้ เมนูหลักก็จะเป็นสุกี้ที่มีวัตถุดิบเป็นผักสด ๆ ปลอดสารพิษที่ปลูกในย่านนี้
แล้วถ้าวิ่งรถเข้าซอยข้างร้านอาหารเข้าไป ด้านในจะมีที่พักชื่อ Mountain Home อยู่ด้วย เป็นเจ้าของเดียวกันกับร้านสุกี้คุณต๋อยนี่เอง เวลามาพักก็มาติดต่อรับกุญแจหรือมาทานอาหารเช้าได้ที่ร้านคุณต๋อย
มีที่พักสองฝั่ง
บ้านหยี เป็นเรือนหลังใหญ่ มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
อีกฝั่งเป็นเรือนแถว ชื่อ เรือนชมตะวัน เป็นห้องพัก 2 คน ราคาคืนละ 1000 บาท
บรรยากาศที่ระเบียง
บางห้องด้านหน้าอาจมีต้นไม้บังวิวนิด
วิวสวยจากระเบียงหน้าห้อง สนใจก็โทรไปสอบถามข้อมูลกันได้ที่ 044 228 232/3
ส่วนอีกย่านที่นิยมไปเที่ยวกันก็คือ บ้านไทยสามัคคี ที่อยู่ทางฝั่งขวาของถนนสาย 304 นี้ ตอนวิ่งรถมาก็จะเห็นป้ายของที่พักเรียงรายชี้บอกทางไว้ สังเกตได้ไม่ยาก
แต่ตอนนี้ถนนขยายเป็น 4 เลนแล้ว จะเลี้ยวขวาไปเลยไม่ได้ ก็เลยต้องผ่านป้ายพวกนี้แล้วไปกลับรถมาอีกที แล้วก็มาเลี้ยวเข้าตรงหลัก กม. 59 พอดิบพอดี
บรรยากาศตรงปากทางเข้า
อีกที่เที่ยวเด่นที่คนมาวังน้ำเขียวจะแวะมากัน คือ วิลเลจฟาร์ม ที่นั่นนอกจากมีสวนองุ่นให้แวะไปชม ยังมีร้านอาหารแล้วก็ที่พักในสไตล์ชนบทฝรั่งเศสให้บริการอยู่ด้วย
ทางเข้าจะอยู่ตรงจุดกลับรถพอดี เพราะงั้นก่อนจะไปที่ย่านไทยสามัคคี ขอพาแวะไปชมกันก่อน
ถนนจะเป็นถนนคอนกรีต เข้ามาแล้วระวังนิดว่าช่วงต้น ๆ ทาง จะมีเนินสะดุดอยู่เป็นระยะ
แล้วเลยเข้ามาอีกหน่อยช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน ถนนจะไม่ค่อยดีเป็นช่วงสั้น ๆ ก่อนถึง
เลี้ยวเข้าไปในบริเวณของสวนแล้วจะมีที่จอดรถ แต่ถ้าพาผู้สูงอายุมาแนะนำให้วิ่งเลยมาแวะจอดส่งลงหน้าร้านอาหาร ถัดจากหน้าร้านไปตรงนั้นยังมีที่จอดรถอยู่อีกแห่ง
ด้านหน้าจะมีป้ายบอกเส้นทางเดินชมรอบ ๆ ไว้ด้วย
ตรงส่วนร้านอาหาร เรียกกันว่าโรงนาเก่า เพราะแต่เดิมจะเป็นโรงเก็บผลิตผลทางการเกษตรมาก่อน นอกจากตัวร้านอาหารแล้ว ชั้นบนยังมีห้องพัก 5 ห้องอีกด้วย
บรรยากาศอีกมุม
อาหารจานเด่นจะเป็นพวกสเต็ก ที่น่าจะได้ชิมไปจิบไวน์ของที่นี่ไป เป็นไวน์ไทยที่รสชาติไม่แพ้ไวน์นอกเลยทีเดียว แต่ถึงจะไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีเครื่องดื่มอย่างอื่นอีกหลายอย่างให้เลือกกัน
น่ามานั่งจิบรับบรรยากาศ
ที่นี่ปลูกองุ่นคุณภาพดี แล้วยังพิถีพิถันในการผลิตและบ่มให้ได้ไวน์คุณภาพมาตรฐานไวน์ฝรั่งเศส โรงบ่มไวน์ก็จะสร้างไว้ใต้ดิน หลังประตูบานนี้เข้าไป ด้วยเหตุนี้ไวน์ของที่นี่เลยถูกตั้งชื่อในสไตล์ฝรั่งเศสว่า CHATEAU DES BRUMES (ชาโต เดอ บรูมส) ที่แปลว่า ปราสาทแห่งสายหมอก เป็นชื่อแบบฝรั่งเศสที่สะท้อนบรรยากาศของย่านวังน้ำเขียวนี้ที่อุดมไปด้วยสายหมอกไปด้วยอย่างเก๋ไก๋
ชิมแล้วติดใจอยากซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากใคร ก็มีจัดใส่กล่องไว้ให้อย่างสวยงาม
ถ้าอยากไปชมต้นองุ่นที่ปลูกกันอยู่ก็เชิญได้ เพียงแต่ก็มีกฎกติกามารยาทกันนิด
เข้าไปชมได้ใกล้ ๆ
สำหรับคนที่อยากมาพักค้างกัน ก็มีห้องพักให้เลือกอีกหลายแบบนอกเหนือจากที่โรงนา
อย่างเรือนตรงนี้อยู่ใกล้ ๆ กันกับโรงนานี่เอง เป็นส่วนที่เรียกว่า Village Home หรือ บ้านไม้หมอน
มีห้องพัก 3 ห้อง
บรรยากาศในห้องพัก
ห้องพักที่นี่จะไม่เหมือนห้องพักทั่วไป เพราะว่าขนาดจะกระทัดรัดสักนิด ทุกอย่างแทบจะเอื้อมได้ถึงจากเตียงนอน รวมไปถึงห้องน้ำก็จะค่อนข้างเล็กด้วย
อีกด้านยังมีบ้านพักอีกกลุ่ม เป็น บ้านชมตะวัน กับ บ้านริมผา
เส้นทางที่ไปก็จะร่มครึ้มให้บรรยากาศความเป็นธรรมชาติ
ที่บ้านชมตะวัน จะเป็นเรือนพัก 3 ชั้นเกาะอยู่ริมผา ชั้นบนสุดจะเป็นห้องใต้หลังคา
มีศาลาให้นั่งพักชมวิวอย่างนี้
กับสระน้ำขนาดเล็ก ที่เหมาะจะไปแช่น้ำเล่นแล้วเหม่อมองไปที่ขอบฟ้า
ห้องพักที่อยู่ระดับเดียวกับสระน้ำจะมีอยู่ 3 ห้อง
สุดทางอีกฝั่งยังมีสปาอยู่ด้วย
ถ้าสนใจจะมาพัก ก็แวะไปดูรูปสวย ๆ กับเช็คราคากันได้ที่ www.villagefarm.co.th หรือโทรไปที่ 044 228 407/8
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.