| วังน้ำเขียว |
|
หน้า 2 จาก 6
มาดูที่พักแห่งอื่น ๆ กันบ้างในเส้นทางด้านนี้ ที่แรกที่อยากแนะนำคือ วิลล่าเขาแผงม้า อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาแผงม้าที่เป็นจุดไปชมกระทิงอีกแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายนี้พอดี ในภาพเป็นส่วนของล็อบบี้ ที่แค่เห็นล็อบบี้ก็รู้แล้วว่าที่นี่ต้องสวยเก๋แน่ ๆ ใครอยากมาพักก็อย่าลืมจองกันล่วงหน้าเนิ่น ๆ หน่อย โดยเฉพาะวันหยุดที่นี่มักจะเต็มตลอด
ถัดจากล็อบบี้ขึ้นไป จะเป็นส่วนของที่พัก ที่พักที่นี่สร้างเป็นสไตล์บาหลี แล้วก็สร้างเกาะอยู่ตามเนิน แต่ละหลังจะมีห้องพักสองห้อง
บนยอดเนินจะเป็นส่วนของห้องอาหาร มีทั้งแบบ outdoor
และแบบ indoor
ความที่ที่พักอยู่ตามเนินค่อนข้างชันหน่อย มีข้อสังเกตว่าไม่เหมาะสำหรับพาผู้สูงอายุมาพัก แต่ถ้าเป็นวัยเฮฮาน่าจะชอบที่นี่เพราะคิวจองมียาวเหยียด
บรรยากาศหน้าห้องพัก ระเบียงจะติดกันกับของห้องข้าง ๆ สนใจก็ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมกับชมรูปห้องพักสวย ๆ กันได้ที่ www.villakpm.com ส่วนสนนราคาห้องพัก 2 คนอย่างที่เห็นนี้ก็จะอยู่ที่คืนละ 2,200 บาท
ข้าง ๆ กัน เป็นทางขึ้นเขาแผงม้า ที่ทางมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ได้ร่วมไม้ร่วมมือกับหลาย ๆ ฝ่าย รวมทั้งชาวบ้านที่นี่ช่วยกันฟื้นฟูปลูกป่ามาตั้งแต่ปี 2537 จนตอนนี้ป่าฟื้นคืนสภาพและมีสัตว์ป่า โดยเฉพาะกระทิงเข้ามาอาศัย ก็เลยเป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเฝ้าคอยกระทิงออกมาให้เห็นในช่วงเย็น ทางขึ้นเขาจะเป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 4 กม. แล้วต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 800 ม. ถึงจะถึงจุดชมกระทิง ส่วนตอนที่วิ่งรถมาจากปากทางที่แยกจากทางหลวงสาย 304 ก็ต้องวิ่งเข้ามาประมาณ 7 กม.
ที่พักตรงนี้เป็น บ้านไร่คุณนาย ที่พักจะเป็นเรือนไม้
ที่อยากแนะนำที่นี่คงเพราะวิวทิวทัศน์ของบริเวณโดยรอบสวยมาก
อันนี้ติต่างว่ามาพักที่นี่ นั่งเล่นอยู่บนระเบียงก็จะได้เห็นวิวประมาณนี้
มุมนี้จะเห็นว่าที่พักแต่ละหลังจะอยู่ห่างกัน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวดี
มีศาลาให้มานั่งพักผ่อนชมวิวกันด้วย
เรือนพักจะมีทั้งแบบหลังเล็กพักได้ 2 คนอย่างนี้ ที่ถ้าเสริมปูนอนกับพื้นก็พักได้ถึง 4 คน
หรือหลังใหญ่หน่อย พักกันได้มากถึง 6 คน ราคาที่พักก็มีตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 5,000 บาท แล้วยังมีหลังใหญ่ 20 คน คืนละ 12,000 บาทอีกด้วย สนใจโทรติดต่อที่พักที่นี่กันได้ที่ 044 760 008/9, 085 762 7626, 086 255 7378
ที่พักอีกแห่งบนเส้นทางสายนี้ ที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ที่พักลักษณะเหมือนห้องพักโรงแรม ก็ต้องแวะมาที่ บ้านวังน้ำเขียว
ห้องที่นี่กว้างขวางดี ขนาดเอาตั่งอีกตัวมาตั้งไว้ประจำเลย ถ้ามาเกิน 2 ก็จะแปลงกายเป็นเตียงเสริมได้ทันที
ที่อาบน้ำดูเรียบแต่เก๋ ให้ความรู้สึกแปลกดีเพราะเป็นพื้นปูนไม่เป็นกระเบื้องอย่างทั่วไป
ทางเดินลงไปที่พัก
ทางเข้าห้อง
ห้องพักตรงนี้จะมีอยู่ 8 ห้อง แต่วิวในห้องมองออกไปจะไม่ค่อยเห็นอะไร เพราะจะมีต้นกล้วยบังเสียหน่อย ส่วนสนนราคาคืนละ 1,600 บาท
ถ้าอยากได้วิวสวย ๆ ด้วย จะมีสองห้องที่แยกออกมา จะยกสูงแล้วก็เป็นห้องหัวมุมไปในตัว ราคาก็ขยับไปอยู่ที่ 1,900 บาท แต่ถ้าเลือกมาวันธรรมดาเขามีส่วนลดให้ 300 บาทด้วย
ตัวอย่างวิวที่จะเห็นได้
มองไปทางซ้าย จะเห็นทางลูกรังไปด้านลานกางเต็นท์
อีกห้องที่วิวดี คือ ห้องเบอร์ 11 จะเป็นเรือนแยกออกมาต่างหาก อยู่คนละฝั่งกัน
ออกมานั่งเล่นหน้าห้อง ก็จะได้วิวสนามหญ้ากว้างขวางอย่างนี้ เหมาะสำหรับคนมีเด็กเล็กมาด้วย ได้วิ่งเล่นกันสนุกเลย ส่วนราคาค่าห้องก็คืนละ 2,100 บาท
ที่นี่มีลานกางเต็นท์ด้วย อย่างที่เกริ่นไว้ ต้องวิ่งรถเข้าไปด้านในอีกหน่อย
ทางจะเป็นลูกรังไปที่เนินอีกด้าน
มีเต็นท์กางไว้ให้ หรือจะเอาเต็นท์มาเองก็ได้ ถ้าเอาเต็นท์มาเอง เขาจะคิดคนละ 200 บาท มีอาหารเช้าแถมให้ ส่วนถ้าเช่าเต็นท์ที่นี่ เต็นท์เล็ก 800 บาท เต็นท์ใหญ่ 1,600 บาท พร้อมอาหารเช้า
เรือนห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ ลาน
ห้องน้ำห้องส้วมเป็นสไตล์ปูนเปลือย สะอาดสะอ้านดี แล้วก็นาน ๆ จะเห็นมีกระดาษทิชชู่เตรียมไว้ให้สำหรับห้องน้ำตามลานกางเต็นท์อย่างนี้
ระหว่างทางยังมีสวนสุขภาพ ที่มีลานหินกรวดมาให้เดินนวดฝ่าเท้ากัน
ทางขึ้นล็อบบี้และร้านอาหาร
ถ้ามาพักที่นี่ จะมีอาหารเช้าเป็นข้าวต้มเห็ดหอมอย่างนี้ด้วย สนใจก็แวะไปชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.baanwangnamkeaw.com
ร้านอาหารดังของย่านนี้ ต้องเป็น ร้านครัวอิ่มสุข
ที่เด่นคงเป็นวิวของร้านอาหารที่อยู่บนเนินสูง เห็นวิวกว้าง และลมเย็นสบาย
อาหารจานเด็ดเป็นสเต็กนานาชนิด แต่ถ้าไม่ชอบก็มีอาหารไทยสารพัดเมนูให้เลือก
วิวอีกด้านจากบนร้าน มองไปจะเห็นที่พักของที่นี่อยู่ในหุบลงไป ที่เห็นเป็นหลังคาสีแดง ๆ
ซูมเข้าไปอีกนิด
ที่พักมีเป็นแบบเรือนหลังใหญ่แบบนี้
ห้องนอนเป็นห้องโล่ง ปูฟูกนอนกัน
ระเบียงนั่งพักด้านบน ส่วนด้านล่างก็มีห้องครัวกันด้วย
ถัดจากเรือนไปด้านหลัง มีลานหญ้ากว้าง ใครจะเลือกมากางเต็นท์นอนก็ได้
ด้านในจะมีบ้านพักเป็นหลัง ๆ แบบนี้ ราคาคืนละ 600 บาท
พื้นเป็นแคร่ไม้ไผ่ เดินแล้วเอี๊ยดอ๊าด ได้บรรยากาศไปอีกแบบ สนใจจะสอบถามก็โทรไปได้ที่ 081 941 3896, 081 911 8534
เส้นทางด้านนี้ ที่แวะมาชม สวนสุชาดา ไร่ธันยะพร หรือดูกระทิง ปลายทางอีกด้านจะไปโผล่ที่หน้าด่านทางขึ้นเขาใหญ่ด้านปากช่อง เพราะงั้นใครมาเที่ยวเขาใหญ่แล้วจะเลยมาวังน้ำเขียวก็เลี้ยวมาใช้ทางสายนี้ได้ คือพอวิ่งรถมาจนอีกนิดเดียวถึงหน้าด่านทางขึ้นเขาใหญ่แล้ว จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงชนบท นม.3052 มีป้ายชี้ให้ไปเขาแผงม้าก็เลี้ยวเข้ามาได้เลย
ระหว่างทางจะมีป้ายชี้บอกทางไป อ.วังน้ำเขียว เป็นระยะ แล้วก็ไม่มีแยกอะไรให้ต้องเลี้ยวอีก เพียงแต่วิ่งตามทางไปเรื่อย
ระยะทางประมาณ 80 กม. ก็จะมาเชื่อมกับ ทล.สาย 304 สภาพถนนจัดได้ว่าดี แล้วก็ไม่เปลี่ยวอะไร จะมีบ้านเรือนชาวบ้านเป็นระยะ ๆ เพียงแต่จะมีโค้งเยอะหน่อย ทำให้วิ่งรถได้ไม่เร็วนักน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถ้าจะวิ่งรวดเดียวมาทะลุทางฝั่งวังน้ำเขียว วิ่งมาเรื่อยจนมาเจอกับอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เลยมาหน่อยก็จะเจอกับไร่ธันยะพรทางซ้ายมือแล้ว ก็แวะไล่เที่ยวมาได้เลย
ส่วนถ้าเที่ยวอยู่ย่านอื่นของวังน้ำเขียวจะวิ่งมาเที่ยวแถว ๆ เขาแผงม้าอย่างนี้ ก็วิ่งเข้า ทล.สาย 304 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก แล้วก็วิ่งลงใต้จนมาเจอป้ายชี้ทางไปเขาแผงม้า ตรงนั้นจะเป็นทางโค้งพอดี แล้วก็ไม่มีเกาะกลางหรือทางแยกอะไรชัดเจน ยังไงก็ระวังกันนิดว่าจะเลย
สังเกตว่าเห็นซุ้มอย่างนี้ก็เลี้ยวเข้ามาเลย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.