| วังน้ำเขียว |
|
หน้า 1 จาก 6 เล่ากันก่อนว่า ตัวอำเภอวังน้ำเขียวจะอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ที่ตัดจากใต้ขึ้นเหนือ จากแถว ๆ ฉะเชิงเทราขึ้นไปทางโคราช ส่วนที่แวะเที่ยวในย่านนี้ก็มีทั้งที่อยู่ริมทางหลวงสาย 304 เอง กับที่จะต้องเลี้ยวแยกออกไป มีทั้งที่แยกซ้ายกับแยกขวา เดี๋ยวจะค่อย ๆ พาเลี้ยวไปดูทีละแยกทีละย่านว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนกันบ้าง
เอาเป็นว่าถ้าใช้ทางหลวงสาย 304 จาก อ.กบินทร์บุรี วิ่งขึ้นเหนือผ่านอุทยานแห่งชาติทับลานขึ้นมาแล้ว พอใกล้ถึงตัว อ.วังน้ำเขียว ทางจะเป็นทาง 2 เลนขึ้นเขามายาวมาหลายกิโลเมตร พอถนนขยายเป็น 4 เลนกับเป็นทางโค้งซ้าย ตรงนั้นจะมีทางแยกซ้ายมีป้ายชี้ว่าไป เขาแผงม้า เห็นแล้วก็เลี้ยวตามป้ายเข้ามาเลย สังเกตว่าจะมีซุ้มสร้างคร่อมถนนเอาไว้อย่างนี้ก็ใช่เลย ถนนที่แยกเข้ามานี้ เป็นทางที่ไปเขาแผงม้าที่จะขึ้นไปเฝ้ารอดูกระทิงกันได้ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีสวนองุ่น สวนดอกหน้าวัวให้ได้ชมกัน กับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเพราะอาณาบริเวณรอบ ๆ จะเป็นเนินเขาขึ้นลงสลับกันไป แล้วยังมีที่พักสวย ๆ อีกหลายแห่ง ที่ค่อย ๆ ดูไปเดี๋ยวจะพาไปชมกันบางแห่งด้วย
ถนนสายนี้เป็นถนนสองเลน สภาพค่อนข้างดี จะมีช่วงที่ชำรุดอยู่บ้างอย่างตรงคอสะพานตรงนี้ ผ่านไปก็ระวังกันนิดนึง
ที่แรกจะมาแวะที่ สวนสุชาดา ที่นี่จะมีสวนองุ่น กับดอกหน้าวัวหลากหลายพันธุ์ให้ได้มาชมกัน (ถ้าวิ่งรถแยกมาจากทางหลวงสาย 304 สวนจะอยู่ทางขวามือ มีป้ายบอกไว้ชัดเจน)
จอดรถแล้วเดินตรงเข้ามา จะมองเห็นแปลงองุ่นเป็นแถวเรียงกันไปอยู่ทางซ้ายมือ
เข้าไปชมกันใกล้ ๆ
ส่วนที่องุ่นติดผลแล้วจะห้ามเข้า ไป
เพราะเขาจะเอาตาข่ายมาไว้คลุมอย่างนี้ เพื่อป้องกันพวกนกเข้าไปจิกทำลายผลองุ่น
แอบมองลอดเข้าไปชมกันนิด น่ากินจัง ที่สวนสุชาดา มีวิธีขายองุ่นแบบเก๋ ๆ คือ ช่วงไหนที่องุ่นพร้อมจะตัดขาย เขาจะให้เราเข้าไปชี้เลือกเอาจากต้นเลยว่าจะเอาองุ่นพวงไหน แล้วก็ตัดจากต้นกันสด ๆ ให้เดี๋ยวนั้นเลย
อีกฝั่งจะเป็นเรือนปลูกดอกหน้าวัว มุมนี้มองย้อนไปที่ต้นองุ่น
มาชมดอกหน้าวัวกันบ้าง ดอกหน้าวัวที่นี่ปลูกไว้สำหรับตัดดอกส่งขาย มีกันมากถึง 30 สายพันธุ์
ที่เห็นเป็นสีขาวเนี่ยไม่ใช่ตัวดอก แต่เป็นส่วนที่เรียกว่าจานเลี้ยง ดอกจริงจะอยู่ที่ช่อดอกที่เห็นเป็นสีเหลืองนั่น
หน้าวัวแต่ละพันธ์ก็จะมีสีสันต่างกันไป และที่นิยมตัดดอกเอามาประดับก็เพราะว่าดอกหน้าวัวจะอยู่ได้ทน แถมระหว่างนั้นสีสันก็ยังสดใสไม่เปลี่ยนแปลงอีกด้วย
ถ้าสนใจจะซื้อกลับไปปลูกกันที่บ้านบ้าง ตรงทางเข้าจะมีเรือนอย่างนี้อยู่
ข้างในจะมีต้นหน้าวัว ให้เลือกซื้อไปปลูกกัน ต้นหน้าวัว เขาจะชอบความชื้นสูง ถ้าเอาไปปลูกให้ออกดอกให้ชื่นชมก็ต้องหมั่นรดน้ำเช้าเย็นกันหน่อย แล้วก็อย่าให้โดนแดดจัดนัก
ที่สวนสุชาดา เขามีบ้านพักอยู่ริมบึงน้ำด้วย
ถัดจากตัวบ้านเป็นลานสนามหญ้ากับห้องน้ำรวม สำหรับมากางเต็นท์นอนกันที่นี่ได้ด้วย สนใจก็โทรไปสอบถามกันได้ที่ 01-823-9432, 09-545-5339
อีกแห่งที่น่ามาแวะคือ ไร่ธันยพร ตัวไร่จะอยู่ห่างจากปากทางที่เลี้ยวเข้ามาร่วม ๆ 20 กม. ถัดจากไร่ไปก็จะเป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำพระเพลิงที่มีร้านอาหารแนะนำชื่อ ครัวริมเขื่อน อยู่ตรงนั้น กับมีหน่วยคลองปลากั้ง ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่นั่นจะมีจุดชมกระทิงที่ดูแลโดยกลุ่มชาวบ้าน สามารถไปกางเต็นท์นอนหรือพักโฮมสเตย์ของชาวบ้านได้ด้วย ถ้ามีโอกาสจะแวะไปเก็บภาพมาเพิ่มเติมกันอีกที
เลี้ยวรถเข้ามาที่ไร่ธันยพรก็จะเห็นแปลงสวนองุ่นอยู่เต็มไปหมด
แต่ที่นี่ไม่ได้จะชวนมาดูสวนองุ่นอีก ลองขับรถตามทางด้านซ้ายมือเข้ามาก่อน
ทางจะพาขึ้นเนินมา จอดรถแล้วต้องเดินต่อมาอีกนิดจะถึงศาลาหลังใหญ่ตรงนี้ มีเครื่องดื่มกับผลผลิตของที่ไร่มาวางขายกัน
ด้านหลังไปเป็นห้องน้ำ
ถัดไปอีกนิดเป็นแปลงปลูกแก้วมังกรรสชาติดี สังเกตเห็นไหมว่าตัวศาลาจะอยู่บนยอดเนินเลย
เพราะงั้นที่อยากชวนมาที่นี่ ก็คือ มาชมวิวสวยบนเนินสูงที่มองไปได้รอบ แถมนี้โต๊ะให้นั่งเล่นพักผ่อนกันอย่างนี้
ยังมีเนินอีกที่น่าขึ้นไปชมวิวกัน ตรงนี้ต้องเดินขึ้นมาเหมือนกัน มองมาจะเห็นเป็นบ้านพัก ที่คงเป็นบ้านของเจ้าของที่นี่
ระหว่างทางก็จะเห็นแปลงปลูกต้นองุ่น ในเนื้อที่กว้างร่วม 500 ไร่ของที่ไร่นี้
นั่งพักชมวิวสวย ๆ รับลมเย็นสบายกันก่อน
ด้านล่างจะเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำพระเพลิง ที่เห็นว่ากำลังทำลานกางเต็นท์กับสร้างห้องน้ำอยู่ อีกหน่อยคงเป็นแหล่งที่พักของคนที่แวะมาเที่ยววังน้ำเขียวได้อีกแห่ง
ที่ไร่ธันยพร จะมีที่พักให้บริการอยู่ด้วย แต่อยู่คนละส่วนกับที่ขึ้นมาชมวิวนี่ ต้องขับรถไปอีกด้านของไร่
ที่เรือนพัก ชั้นบนจะเป็นห้อง 2 เตียง ราคาคืนละ 1,200 บาท
มุมจากหน้าห้องพักมองออกไป
ส่วนด้านล่างจะเป็นห้องพัก 9 เตียง เหมาะเวลามาเป็นหมู่คณะ ราคาคืนละ 3,500 บาท สนใจจะมาพักก็โทรสอบถามได้ที่ โทร. 084 734 7461
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.