| การเดินทาง |
|
ถ้าไม่ได้ขับรถขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่เอง มาถึงเชียงใหม่กันแล้วก็คงต้องหาพาหนะสำหรับเดินทางกัน รถสองแถวหรือที่เรียกกันว่า รถแดง ดูจะเป็นทางเลือกที่หาง่ายที่สุดบนท้องถนน แต่รถแดงเชียงใหม่ไม่มีการวิ่งเป็นสายประจำ แล้วแต่ว่ามีผู้โดยสารเรียกไปไหน ระหว่างทางก็จะมีจอดแวะรับคนที่โบกเรียกไปเรื่อย ถ้าพอดีจะไปในเส้นทางใกล้เคียงกันจะรับขึ้นรถมาด้วย ค่าโดยสารปกติจะอยู่ที่คนละ 20 บาท แต่ถ้าเรียกไปย่านไหนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับคนรายทาง หรือจะให้ไปส่งแบบไม่แวะไหน ก็จะต้องเหมากันไป ราคาก็แล้วแต่จะต่อรองกัน เรียกว่าเป็นบริการที่มีรูปแบบผสมกันระหว่าง แท็กซี่ กับ รถเมล์ ที่วิ่งกันแบบไม่ได้มีเส้นทางประจำตายตัว แต่ก็รับคนรายทางไปด้วย เพราะงั้นก็ไม่ต้องหงุดหงิดหรือแปลกใจไป เวลาที่เรียกรถแดงแล้วเขาไม่ไป อาจเพราะผู้โดยสารที่อยู่บนรถไม่ได้ไปทางที่เราต้องการจะไป ก็รอเรียกคันถัด ๆ ไป อย่างตอนที่เคยไปใช้บริการรถแดง ก็จะถามคนขับว่า ผ่าน ...... ไหม ถ้าผ่านก็ขึ้นเลย แต่ถ้าไม่ผ่าน ความรู้สึกของเราก็จะเข้าใจว่าเขาไม่ผ่าน ไม่ใช่ เขาไม่ไป ที่อย่างหลังจะชวนหงุดหงิดหัวใจกว่ากัน เป็นทริคส่วนตัวที่จะลองใช้กันบ้างก็ได้ อีกอย่างคือ ที่นั่งด้านหน้าคู่กับคนขับก็นั่งได้ ถ้าไม่คุ้นทางไม่รู้ว่าจะลงตรงไหน ก็ไปนั่งกับคนขับให้เขาบอกให้ได้เลย แต่ถ้าจะเจอรถแดงเรียกราคาเหมาแพง ๆ อันนี้อาจจะต้องศึกษาแผนที่เอาไว้ก่อน พอให้รู้ว่าที่จะไปอยู่ไกลแค่ไหน จะได้พอต่อรองได้ถูก
เดี๋ยวนี้เชียงใหม่มีรถเมล์แล้วล่ะ บอกเล่าให้ฟังแต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะว่ามีกันแค่ 3 สาย แล้วเส้นทางก็ดูจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นักสำหรับนักท่องเที่ยว อย่างเช่น สายที่ผ่านสนามบิน ก็วิ่งวน ๆ อยู่นอกเมืองเท่านั้นใครพักในตัวเมืองก็ไม่รู้จะใช้บริการยังไง สายที่ไปไนท์ซาฟารีก็กลับหมดกันตั้งแต่ 6 โมงเย็น เป็นต้น ที่สำคัญคือ ทิ้งระยะห่างต่อเที่ยวนานเหลือเกิน คือเกินจะรอไหว ถ้าเป็นช่วงเช้าเย็นจะมีรถออกกันทุกครึ่งชั่วโมง ซึ่งแค่นี้ก็แย่พอแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวัน จะมีรถชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น คือ ถ้าไม่ใช้คนท้องที่ที่พอจะกะเวลาได้ว่ารถเมล์จะมาถึงราวช่วงไหน ก็คงไม่มีใครอดทนจะยืนรอได้ เพราะงั้นก็อย่าแปลกใจที่ทำไมจะเห็นรถเมล์วิ่งรถเปล่าเล่นรอบเมืองกัน ที่ติงกันอย่างนี้ จริง ๆ อยากให้เชียงใหม่มีรถเมล์ดี ๆ มีคนนิยมขึ้นมาก ๆ ด้วยการปรับปรุงเส้นทางและเที่ยววิ่งให้ชวนใช้บริการอีกนิด แต่ถ้าใครมีโอกาสใช้บริการ ค่ารถเมล์ (สาย 2 สาย 6 ) คนละ 10 บาท (สาย 11 ) 15 บาท แล้วตอนขึ้นไปคนเก็บเงินจะถามไว้ก่อนเลยว่าจะลงที่ไหน ถึงแม้ว่าค่าโดยสารจะเท่ากันหมด ซึ่งก็ดีสำหรับคนต่างถิ่นที่ไปใช้บริการ เพราะจะได้ไม่นั่งรถเลยที่จะไป แล้วตอนลง พอกดออดแล้วไม่ต้องรีบลุก คนเชียงใหม่เขากดออดเสร็จ จะรอให้รถจอดแล้วค่อยลุกมาที่ประตู ไม่เหมือนคนกรุงเทพที่เลยติดจะต้องรีบลุกมายืนรอหน้าประตู แม้แต่บนรถไฟฟ้าที่รถจอดแล้วอีกอึดใจประตูถึงจะเปิดก็ตาม รถเมล์เชียงใหม่สอนให้คนเมืองกรุงที่ร้อนรนไปหมดได้รู้ว่า ที่นี่ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน ส่วนเส้นทางรถเมล์ของแต่ละสาย ดูได้ที่ www.chiangmaibus.com
รถสามล้อ มีตระเวนวิ่งรับผู้โดยสารกันทั่วไปเหมือนอยู่ที่กรุงเทพ รวมทั้งไปจอดรอรับคนตรงตามย่านที่มีคนหนาแน่น รวมทั้งตามทางเข้าเวลาที่มีปิดถนนคนเดิน ส่วนราคาก็แล้วแต่ตกลงกัน
ส่วนรถแท็กซี่ที่เชียงใหม่ จะไม่มีตระเวนวิ่งรับผู้โดยสาร แต่จะต้องใช้วิธีโทรศัพท์ไปเรียกให้มารับ แล้วก็จะมีค่าบริการสำหรับการโทรไปเรียกคิดเพิ่ม เหมือนกับที่กรุงเทพ แต่จะคิดแพงกว่าคือ 50 บาท ค่าโดยสารเท่าที่ได้คุยกับคนขับดู จะบอกว่าถ้าเป็นพื้นที่ชั้นในของเชียงใหม่ คือ ตั้งแต่ถนนวงแหวนรอบที่ 3 เข้ามา จะเป็นเขตที่ใช้มิเตอร์ ถ้านอกออกไปก็จะเป็นอัตราเหมากัน แต่ที่ได้ยินมาบางทีในเขตชั้นในแท็กซี่ก็จะมีขอเรียกราคาเหมาบ้างเหมือนกัน คือถ้าอยู่ในบริเวณไม่เกินถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ (ทล. 11 ) จะอยู่ราว 120-150 บาท ใครไม่มีรถมา จะเช่ารถขับก็ขับไม่เป็นหรือไปไม่ถูก รถแท็กซี่เขามีบริการเหมาพาเที่ยวกันอยู่ด้วยเหมือนกัน ราคาก็แล้วแต่ว่าจะไปที่ไหนกัน แต่ก็เริ่มต้นกันที่ 1,500 บาท แล้วถ้ามีแต่สาว ๆ ไปเที่ยวกัน จะขอเป็นโชเฟอร์ผู้หญิงก็บอกได้ ส่วนถ้าเบอร์สำหรับโทรเรียก กับ ค่ารถสำหรับเหมาไปที่ต่าง ๆ ลองดูได้ที่
หรือถ้าจะเช่ารถขับเที่ยว เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทย เพราะงั้นรถเช่าเจ้าใหญ่ ๆ ต่างก็มีสาขาอยู่ที่เชียงใหม่กันทั้งนั้น ชอบใจเจ้าไหนก็ติดต่อจองรถกันได้เลย ส่วนใหญ่ก็จะให้บริการส่งรถให้ ไม่ว่าจะมาด้วยเครื่องบิน รถไฟ หรือ รถทัวร์ หรือจะให้ไปส่งที่โรงแรมที่พักที่อยู่ในย่านกลางเมืองกันก็ได้ด้วย
แล้วถ้าอยากอุดหนุนเจ้าของคนไทยกันเอง แต่ก็อยากจะหาเจ้าใหญ่ ๆ หน่อยที่บริการดีและเชื่อถือได้ ก็แนะนำให้มาลองใช้บริการของ North Wheels ดู เพราะเท่าที่ฟัง ๆ คนที่เคยใช้บริการกัน ก็คิดว่าเป็นเจ้าที่ใช้ได้เลย ที่นี่มีบริการส่งรถให้ได้ แต่ถ้าจะมารับรถเองตัวสำนักงานจะอยู่ถนนริมคูเมือง (ด้านนอก) ฝั่งตะวันออกที่ชื่อ ถนนชัยภูมิ ฝั่งตรงข้ามกับกาดสมเพชร แล้วก็ใกล้กับประตูท่าแพ ส่วนเจ้าท้องถิ่นอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันในย่านนี้เหมือนกัน คือ แถบย่านประตูท่าแพที่จะเป็นแหล่งรถเช่า ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือ จักรยาน
อย่างจักรยานยนต์ ก็หาเช่าได้ทั่วไปมีหลายให้เช่ากันหลายร้านมาก โดยเฉพาะถนนคูเมืองทางฝั่งตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นด้านในคูเมืองหรือทางฝั่งนอกคูเมือง รวมไปถึงตามซอยแยกด้วย เพราะแถวนี้จะมีที่พักแบบเกสต์เฮ้าส์กระจายกันอยู่ ก็เลยมีร้านที่ให้บริการนักท่องเที่ยวมาชุมนุมกันอยู่ย่านนี้กัน รถเกียร์อัตโนมัติ ราคามาตรฐานจะอยู่ที่ราว 250 บาทต่อ 24 ชั่วโมง แต่บางเจ้าราคาก็อาจจะถูกกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรถรุ่นเดียวกัน อันนี้จะแล้วแต่สภาพของรถ ส่วนรถเกียร์ธรรมดาก็จะถูกลงไป อย่างรถเก่า ๆ หน่อย ติดป้ายให้เช่าวันละ 80 บาทก็หาได้ ตอนเช่าก็ต้องวางบัตรประชาชนไว้กับที่ร้าน กับต้องวางเงินประกันไว้ด้วย อันนี้เป็นเงื่อนไขเฉพาะคนไทย ถ้าเป็นฝรั่งก็ใช้พาสต์ปอร์ตอย่างเดียว คงเพราะกลัวคนไทยสามารถขี่รถหายไปเลยได้ เงินประกันแต่ละร้านจะไม่เท่ากัน เจอมาตั้งแต่ 3,000 จนถึง 10,000 บาทก็มี
ถ้าขี้เกียจพกเงินสดมาวาง จะไปเช่าจากที่ North Wheels ก็ได้ ที่นี่จะให้รูดบัตรเครดิตไว้เป็นประกัน แล้วก็กันวงเงินบัตรไว้ 10,000 บาท เป็นวิธีเดียวกันกับตอนที่เราเช่ารถยนต์
ส่วนจักรยาน ร้านก็จะมักมีให้เช่าคู่กันกับรถจักรยานยนต์ ค่าเช่า 50 บาทต่อ 24 ชั่วโมง วางบัตรประชาชนไว้อย่างเดียว
ถ้าจะเที่ยวเชียงใหม่ในย่านใจกลางเมือง ไปดูวัดโน้นชมวัดนี้ หาของอร่อยกินกัน เชียร์ว่าจักรยานเป็นทางเลือกที่ทำให้เราได้สัมผัสพบเห็นอะไรต่อมิอะไรในเมืองอย่างใกล้ชิดกว่าการใช้รถยนต์ หรือแม้แต่จักรยานยนต์มากมาย แล้วย่านใจกลางเมืองก็ขี่รถจักรยานเที่ยวไม่ยาก เพราะความที่ลักษณะของถนนในตัวเมืองเชียงใหม่ จะเป็นถนนเล็ก ๆ ที่รถก็จะไม่ได้วิ่งเร็วอะไร แล้วที่เที่ยวแต่ละแห่งก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเลย ขี่รถไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว
มาเล่าถึงบรรยากาศตอนเดินทางมาถึงกันบ้าง ถ้าบินมาลงที่สนามบินเชียงใหม่ ถ้าไม่ได้มีคนมารับหรือไม่ได้เช่ารถเอาไว้ก่อน มาดูกันว่าจะเข้าเมืองกันได้ยังไงบ้าง เข้ามาที่โถงอาคารผู้โดยสารขาเข้าแล้ว จะมีเคาน์เตอร์เรียงรายอยู่ ตรงนั้นจะมีเคาน์เตอร์ของรถแท็กซี่มิเตอร์ให้บริการ ค่าโดยสารคิดตามมิเตอร์ (เฉพาะในเขตที่กำหนด ส่วนจะเป็นย่านไหนบ้าง ลองสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้) บวกกับค่าธรรมเนียม 50 บาท
อีกอันจะเป็นเคาน์เตอร์ของ Airport Taxi ก็จะเหมือนเป็นรถลีมูซีนอย่างที่เห็นที่สุวรรณภูมิ แต่เป็นลักษณะของสหกรณ์คือ เจ้าของรถต่างคนต่างเอารถเข้ามาร่วม แต่ก็มีข้อกำหนดเพื่อให้บริการและรถเป็นมาตรฐานเดียวกัน ค่ารถสำหรับไปย่านกลาง ๆ เมืองก็คันละ 120 บาท แต่ถ้าไกลออกไปก็จะคิดอีกอัตรา ยังไงก็สอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเลือกแท็กซี่มิเตอร์หรือ Airport Taxi ก็ต้องเดินมาทางซ้ายมือจนสุดอาคาร มาที่ทางออกนี้
แล้วมาขึ้นรถที่จอดรถทางฟากนี้
รถ Airport Taxi จะเป็นรถสีขาว หรือ สีบรอนซ์เงินอย่างนี้ พอดีได้มีโอกาสคุยกับคุณกุ้ง เจ้าของฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงคันนี้ ที่เป็นรถ Airport Taxi อยู่ เพราะเห็นว่าเผื่อใครจะสนใจอยากใช้รถประเภทนี้พาเที่ยวเชียงใหม่ ก็ได้ข้อมูลว่ารถ Airport Taxi ก็มีบริการเหมาพาเที่ยวเหมือนกันกับแท็กซี่มิเตอร์ ส่วนมากก็จะได้ลูกค้าตอนที่นั่งคุยกันระหว่างขับไปส่งจากสนามบินนี่ล่ะ ตัวแกเองก็เคยทำงานในบริษัททัวร์ ตั้งแต่ประจำออฟฟิศจนถึงนำทัวร์พาฝรั่งไปเที่ยวมาหมด เรียกว่าหลับตาพาไปได้เลย เพราะงั้นใครที่อยากนั่งรถฟอร์จูนเนอร์ตระเวนเชียงใหม่ หรือสาว ๆ ที่ไปเที่ยวกันเอง แล้วอยากได้โชเฟอร์ผู้หญิงพาเที่ยว ก็ลองโทรไปคุยสอบถามนัดหมายกันได้ที่ 087-172-7124 ebiko-9@hotmail.com
ส่วนถ้าจะใช้บริการรถแดงหรือรถเมล์เข้าเมือง ก็ออกมานั่งรถที่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารได้ รถแดงจะเรียกได้จากรถที่วิ่งเข้ามาส่งผู้โดยสาร ส่วนรถเมล์ จะมีรถสาย 6 ผ่านเข้ามา มีทั้งสาย 6 วนซ้าย และ สาย 6 วนขวา แต่อย่างที่เล่าไปแล้วว่าเส้นทางของรถสาย 6 จะค่อนข้างวนอยู่นอก ๆ เมือง อาจจะพอใช้ได้สำหรับคนที่ลงเครื่องแล้วจะไปต่อรถที่อาเขต (อย่างเช่นคนที่จะไปปายต่อ) ก็อาจจะใช้รถสาย 6 วนซ้ายมา แต่ก็ต้องเผื่อเวลารอรถและเวลาที่รถวิ่งค่อนข้างอ้อมสักนิดด้วย แผนที่เส้นทางเดินรถ สาย 6 วนซ้าย สาย 6 วนขวา
สำหรับคนที่ไม่ได้เช่ารถเอาไว้ก่อน แล้วจะมาเช่าเอาที่สนามบินเลย จะมีเจ้าที่มีเคาน์เตอร์อยู่ในอาคารผู้โดยสารเลยก็คือ AVIS (ราคาค่าเช่าที่เห็นในรูปอาจจะปรับเปลี่ยนไปได้แล้ว)
ส่วนถ้าจำเป็นต้องฝากกระเป๋าสัมภาระเอาไว้ จะมีเคาน์เตอร์รับฝากอยู่ ค่าบริการชิ้นละ 50 บาทต่อวัน
มาที่สถานีรถไฟกันบ้าง
ที่สถานีรถไฟ ไม่มีรถเมล์ผ่าน ไม่มีบริการรถลีมูซีน พาหนะหลักเลยก็จะเป็นรถแดง ค่าโดยสารเข้าเมืองก็คนละ 20 บาท
เอาบรรยากาศข้างในสถานีมาฝาก จะได้คุ้น ๆ ตากัน ลงรถไฟมาแล้วก็เดินต่อเข้ามาที่ตัวอาคารสถานี
ทางฝั่งซ้ายมือจะมีร้านอาหารอยู่
ถ้าหิวข้าวก็แวะพักกินข้าวกันก่อนได้ แต่บอกก่อนว่าด้านนอกมีร้านข้าวมันไก่อร่อย เดี๋ยวจะมาเล่าอีกทีตอนท้าย
ส่วนทางมองไปทางขวา จะเห็นตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ
ด้านหน้าตรงนั้นจะมีแผนที่แจกฟรีอยู่ ถ้ายังไม่คุ้นที่ทางในเชียงใหม่ก็คว้ามาสักชุด แผนที่ของเจ้านี้ใช้ได้ดีเลยทีเดียวสำหรับคนที่มาเที่ยวเชียงใหม่หนแรก ๆ ตามที่พักหรือร้านอาหารหลายแห่งก็เห็นมีแจกอยู่ด้วย
เลยเข้ามาที่ตัวสถานี มีเอทีเอ็มให้กด
ส่วนที่บริการรับฝากสัมภาระ ก็อยู่ตรงปากทางออกทางด้านขวามือ
ค่าบริการย่อมเยาเพียงชิ้นละ 10 บาทต่อวัน สำหรับ 5 วันแรก วันต่อไปคิด 15 บาทต่อวัน แต่รวม ๆ แล้วต้องไม่เกิน 20 วัน
ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นช่องขายบัตรโดยสาร ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ข้าง ๆ ตรงนั้นจะมีห้องน้ำ มีห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ไปดูแล้วไม่เวิร์กเท่าไหร่ เพราะห้องค่อนข้างเล็ก แล้วก็ดูทรุดโทรมเชียว แค่พอถูไถได้สำหรับใครที่ไปตะลอนเที่ยวมา แล้วอยากอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนขึ้นรถไฟ
ถ้านั่งรถไฟมาถึงเชียงใหม่ตอนเช้า แล้วจะหามื้อเช้ากินกันก่อนไปไหนต่อ แนะนำให้มากินข้าวมันไก่เจ้าดังของเชียงใหม่กัน ให้เดินออกมาที่ด้านหน้าสถานี จะเห็นเป็นลานจอดรถกว้าง ๆ มีตึกโรงแรม Bossotel อยู่ทางซ้าย
ให้เดินผ่านหน้าโรงแรมออกมา
จะผ่านหน้า aYa ที่เป็นเจ้ารถตู้ไปปาย ใครจะไปปายก็มาต่อรถตู้ตรงนี้ได้
เลยมานิดตรงเกือบ ๆ ถึงถนนใหญ่แล้ว ก็จะเจอร้านข้าวมันไก่ร้านนี้
มาที่สถานีขนส่งอาเขตกันบ้าง ลงรถทัวร์มาปุ๊บ คุณก็จะถูกรุมล้อมด้วยเจ้าสองแถวและสามล้อ แต่ถ้าจะมาขึ้นรถคิวเข้าเมือง ให้มองไปทางท้ายรถทัวร์ที่มาจอดส่ง จะมีป้ายบอกรถสองแถวเข้าเมือง หรือไม่ก็ฟังเสียงประกาศเชิญชวนให้มาใช้บริการแล้วเดินตามเสียงไปก็ได้ ค่าบริการคนละ 20 บาท แต่ต้องรอให้คนเต็มเสียก่อนถึงออก กับอาจจะไม่ผ่านที่ต้องการไปเสียทีเดียวนัก เพราะต้องรวม ๆ ไปกับผู้โดยสารคนอื่น อาจจะไปหารถต่ออีกทอดใกล้ๆ หรือไม่ก็ต้องหารถเหมาไปต่างหาก ถามไถ่ราคาจากสองแถวที่มารุม ๆ ตอนลงรถได้เลย ส่วนถ้าเป็นผู้หญิงเดินทางมาคนเดียว รถจากกรุงเทพมาถึงเชียงใหม่ส่วนมากจะมาถึงกันแต่เช้ามืดยังไม่สว่างดี ยังไงจะนั่งรออยู่ที่ตัวสถานีก่อนรอให้ฟ้าสว่างค่อยเดินทางกันต่อก็ได้ ในสถานีจะคึกคักไม่เปลี่ยว ยิ่งช่วงเช้ามืดจะมีรถเข้ามาส่งผู้โดยสารกันตลอด
ถ้าจะใช้รถเมล์ ที่อาเขตจะเป็นต้นทางของรถเมล์ทุกสาย ที่มีอยู่ด้วยกันตอนนี้ 3 สาย ตัวท่ารถจะอยู่มุมด้านในสุดของตัวสถานี ถ้าเดินมาด้านในก็จะเป็นมุมด้านขวา
รถเที่ยวแรกเริ่มตอน 6 โมงเช้า ส่วนจะใช้สายไหนได้ ลองสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้เลย เท่าที่ได้เจอ เจ้าหน้าที่ก็เอื้อเฟื้อแนะนำเส้นทางอย่างดี แต่ถ้าเลือกที่พักย่านในคูเมืองเอาไว้ ก็ขึ้นสาย 11 มาได้เลย เป็นสายที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบ Backpack ที่มาหาที่พักในตัวเมือง เพราะรถจะวิ่งเข้ามาในใจกลางเมือง ใช้เส้นทางถนนท่าแพ มาที่ประตูท่าแพ (ทิศตะวันออก) เข้าถนนราชดำเนิน แล้วเลี้ยวมาผ่านหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ที่ไม่ไกลจากประตูช้างเผือก (ทิศเหนือ) ก่อนจะวนไปทางฝั่งประตูสวนดอก (ทิศตะวันออก) แล้ววกมาประตูเชียงใหม่ (ทิศใต้) เรียกว่าลงรถแล้วเดินกันอีกนิดก็น่าจะถึงที่พักกันได้ไม่ยาก ส่วนจะลงตรงไหนให้ใกล้สุดก็สอบถามจากเจ้าหน้าที่ประจำรถได้เลย ส่วนค่ารถก็คนละ 15 บาทตลอดสาย
ถ้าจะใช้บริการแท็กซี่ จะมีคิวแท็กซี่จอดรถอยู่ด้านหน้าตัวสถานี ตรงที่รถทัวร์เลี้ยวเข้าบริเวณสถานีมา ให้เดินออกมาหน้าสถานีทางมุมด้านซ้ายมือ
ค่าบริการตามมิเตอร์ บวกค่าธรรมเนียมอีก 50 บาท สำหรับพื้นที่ในเขตวงแหวนชั้นที่ 3 ถ้าเกินจากนั้นจะเป็นราคาเหมา ยังไงก่อนใช้บริการก็ลองถามยืนยันกันอีกที
ส่วนถ้าจะฝากข้าวของสัมภาระไว้ที่สถานีก่อน จะมีบริการรับฝากอยู่ที่หน้าทางเข้าห้องน้ำ ค่าบริการแล้วแต่ขนาด ถ้าเป็นกระเป๋าเป้ขนาดธรรมดา ใบละ 15 บาท
แต่ถ้าใครใช้บริการรถของนครชัยแอร์ ถ้ามีตั๋วสำหรับออกเดินทางวันนั้น สามารถเอาสัมภาระมาฝากไว้ได้ฟรี แต่เจ้าหน้าที่จะขอเก็บตั๋วเดินทางเอาไว้ แล้วมารับคืนพร้อมกับสัมภาระที่ฝาก
เล่าเรื่องสถานีขนส่งกันอีกนิดว่า นอกจากสถานีอาเขตแล้ว ยังมีสถานีขนส่งอีกแห่งชื่อ สถานีช้างเผือก ที่นี่จะเป็นสถานีรถที่วิ่งระหว่างเชียงใหม่กับอำเภอต่าง ๆ
อย่างถ้าจะไปหารถนั่งไป อ.จอมทอง แล้วไปต่อรถสองแถวสาย จอมทอง - ดอยอินทนนท์ ขึ้นดอยอินทนนท์กันอีกที ก็มาขึ้นกันได้ที่นี่ จะใช้รถสายบัสสีน้ำเงิน สายเชียงใหม่ - ดอยเต่า ที่ผ่านจอมทองด้วยก็ได้
บรรยากาศบนรถ
หรือจะใช้รถสองแถวสีเหลือง สาย เชียงใหม่ - จอมทอง อย่างนี้ก็ได้
สภาพบนรถสองแถว
อย่างคันนี้เป็นรถไปสันกำแพง รถพวกนี้พอออกจากที่สถานีช้างเผือกแล้ว ก็จะมีไปจอดรอรับคนที่จุดอื่นด้วย อย่าง รถสันกำแพงก็มีจอดที่กาดหลวง รถบัสกับรถสองแถวที่ไปจอมทองก็ไปจอดอีกทีที่ประตูเชียงใหม่ เพราะงั้นก็อาจจะไม่ต้องมาขึ้นที่นี่ก็ได้
แต่ถ้าจะมาที่สถานีช้างเผือกเลย ถ้าตั้งต้นที่ประตูช้างเผือก ก็ใช้ถนนช้างเผือกตรงขึ้นเหนือออกมา สังเกตว่าจะวิ่งผ่านธนาคารกรุงเทพ
เลยจากธนาคารกรุงเทพมา จะเจอแยกไฟแดง เลี้ยวขวาที่แยกก็จะเจอสถานี ระยะทางจากประตูช้างเผือกมาถึงแยกนี้ ราว 200 ม.
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 10492 ความเห็น (6)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก แวะมาขอบคุณ
ถ้าใครอยากมาเที่ยวเชียงใหม่ ขอยินดีต้อนรับล่วงหน้านะคะ
ติดต่อมาได้นะคะ โทร .087 1727124 e mail. ebiko-9@hotmail.com ตามที่อ้างอิง ข้างต้นเกี่ยวกับ Airport Taxi นั่นแหละค่ะ กุ้ง [ตอนที่คุยกันไม่ได้แนะนำตัวว่าจะเอามาเขียนเว็บ แต่ก็ดีใจว่าได้ตามมาอ่านรีวิวครับคุณกุ้ง - ThaiWeekender] เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.