Home เตรียมตัวเที่ยว สนามบินสุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิ

 

 

มาดูการเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิกันบ้าง

 

 


 

 

เริ่มด้วยการนั่งรถไฟ Airport Rail Link - ARL มา

 

 


 

 

ถ้าสะดวกเดินทางด้วย BTS ก็สามารถมาเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ ARL สาย City Line ได้ที่สถานีพญาไท

เดี๋ยวนี้บนรถ BTS ก่อนถึงสถานีพญาไทก็จะมีประกาศแล้วว่า สามารถเปลี่ยนเส้นทางไปใช้รถ ARL ได้ที่สถานีนี้  แล้วก็จะมีทางออกสำหรับเดินเชื่อมได้เลย

 

 


 

 

ทางเดินเชื่อม

 

 


 

 

เดินผ่านหน้าร้านขายของมา

 

 


 

 

จะมีบันไดเลื่อนขึ้นไปที่ชั้นออกตั๋วโดยสาร

 

 


 

 

แต่ถ้าต้องการใช้ลิฟท์ ให้เดินเลยต่อเข้ามาอีกนิด

 

 


 

 

เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ หรือจะซื้อจากที่ห้องขายตั๋วก็ได้เหมือนกัน

ค่าโดยสารคิดตามระยะทาง แต่ถ้านั่งไปสุดสายที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ 45 บาทสำหรับ City Line

 

 


 

 

แต่ถ้าอยากใช้รถสาย Express Line ต้องมาที่สถานีมักกะสัน  ที่อยู่บนถนนรัชดาภิเษกช่วงระหว่างแยกอโศกเพชร กับ แยกพระรามที่เก้า

ที่จริงจะนั่งรถสาย City Line จากพญาไทมาเปลี่ยนเป็นสาย Express Line ก็ได้  แต่กว่าจะออกจากระบบ City Line มาเข้า Express Line กว่ารถสาย Express จะออก  นั่ง City Line ไปรวดเดียวน่าจะเร็วกว่า

(**เพิ่มเติม** มีการเพิ่มบริการ Express Line วิ่งรับส่งระหว่าง พญาไท-สุวรรณภูมิ มีรถออกทุก 30 นาที ใช้เวลาเดินทาง 18 นาที ค่าโดยสารช่วงโปรโมชั่นถึงสิ้นปี 54 90 บาทต่อเที่ยว หรือจะซื้อเป็นตั๋วไปกลับที่ใช้ได้ภายใน 14 วันก็ 150 บาท  น่าจะสะดวกดีสำหรับคนที่ขึ้น BTS มาต่อ ARL แล้วมีกระเป๋าเดินทางมาด้วย  จ่ายเพิ่มอีกนิดแต่เดินทางสะดวกกว่าไม่ต้องไปเบียดในรถสาย City Line )

 

 


 

 

ตอนนี้ผู้โดยสารของสายการบินไทย กับ บางกอกแอร์เวย์ส สามารถมาเช็คอินพร้อมโหลดสัมภาระที่สถานีมักกะสันได้เลย (เช็คอินล่วงหน้าก่อนเวลาเครื่องออก 3-12 ชั่วโมง)  เพียงแต่ต้องซื้อตั๋วโดยสารของรถสาย Express Line กันให้เรียบร้อยก่อน

 

 


 

 

รถสาย Express เขาจะมีตู้สำหรับขนสัมภาระไว้ต่างหาก 1 ตู้

 

 


 

 

ทางเข้าสถานีมักกะสันจะอยู่บนถนนรัชดาภิเษก  จากแยกอโศกเพชร พอข้ามทางรถไฟมาหน่อย จะมีป้ายบอกทางเข้า

 

 


 

 

ตัวอาคารสถานีจะมี 3 ชั้น  ชั้น 1 เป็นลานจอดรถ  ชั้น 2 สำหรับผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางมาจากสุวรรณภูมิ  ส่วนชั้น 3 เป็นชั้นสำหรับผู้โดยสารขาออกที่จะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ

แล้วก็มีถนนวิ่งขึ้นมาเทียบที่หน้าอาคารทั้งชั้น 2 และ 3

 

 


 

 

ถ้าจะมาส่งคนไปสุวรรณภูมิก็วนรถขึ้นมาที่ชั้น 3  ถ้าจะใช้รถ City Line ก็จอดส่งกันได้ที่ประตู 1

 

 


 

 

 

แล้วก็เดินทะลุจากตัวอาคารปรับอากาศมาที่ชานชาลาของ City Line ได้

 

 


 

 

ส่วนถ้าจะมาเช็คอิน หรือ ขึ้นรถสาย Express  มาใช้ประตู 4 จะใกล้ที่สุด

 

 


 

 

เพราะจะตรงกับส่วนของเคาน์เตอร์เช็คอิน

 

 


 

 

เคาน์เตอร์เช็คอิน และ เครื่องเอ็กซ์เรย์

 

 


 

 

 

ป้ายแสดงข้อมูลเที่ยวบิน

 

 


 

 

ห้องขายตั๋วโดยสาร

ค่าโดยสารสำหรับรถ Express Line เที่ยวละ 150 บาท แต่ 1 มิ.ย. จนถึง 31 ธ.ค. 54 เขามีโปรโมชั่นลดเหลือเที่ยวละ 90 บาท  แต่ถ้าซื้อตั๋วไปกลับจะคิด 150 บาท  ที่สำคัญไม่ต้องกลับในวันเดียวกันก็ได้เพราะตั๋วยังมีอายุใช้งานได้ 14 วัน

 

 


 

 

ลานจอดรถที่ชั้น 1 จอดรถได้ราว 300 คัน ที่ตอนนี้ยังจอดกันได้ฟรี

 

 


 

 

มาถึงสถานีสุวรรณภูมิกันแล้ว  จะใช้ลิฟท์ขึ้นไป

 

 


 

 

หรือจะใช้ทางเลื่อนขึ้นมา

 

 


 

 

ตัวสถานีสุวรรณภูมิจะอยู่ประมาณใต้อาคารจอดรถ  ทั้งลิฟท์และทางเลื่อนในสถานีจะพาขึ้นมาแค่ที่ชั้นออกตั๋วโดยสารของสถานีสุวรรณภูมิ  ซึ่งเป็นชั้นใต้ดินที่อยู่ใต้อาคารผู้โดยสาร  ถ้าจะขึ้นไปด้านบนอาคารผู้โดยสารก็ต้องมาใช้ลิฟท์และทางเลื่อนในตัวอาคารผู้โดยสารอีกที

เดินออกจากส่วนของสถานีสุวรรณภูมิมาแล้ว  ทั้งลิฟท์และทางเลื่อนสำหรับขึ้นไปด้านบนของอาคารผู้โดยสาร จะมีอยู่ทั้งสองฝั่งซ้ายและขวา

ถ้าเดินทางในประเทศให้ไปทางซ้าย แต่ถ้าเดินทางต่างประเทศที่เคาน์เตอร์เช็คอินอยู่แถว ๆ ประตู 6 - 7 - 8 ก็แนะนำให้ไปทางขวา

 

 


 

 

ตรงโถงระหว่างอาคารผู้โดยสารกับสถานีสุวรรณภูมิ มีร้านค้าเปิดกันอยู่หลายต่อหลายร้าน

 

 


 

 

อย่างเช่น แซนด์วิชจาก Subway

 

 


 

 

ตรงนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น

 

 


 

 

พอจะมาหาของรองท้องง่าย ๆ ก่อนเดินทางต่อได้

 

 


 

 

7-11 ก็มีเปิดอยู่ตรงนี้ด้วย

 

 


 

 

ถ้าจะนั่งรถเมล์หรือรถตู้มาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีกันหลายสายอย่างที่เล่ากันไปแล้ว

สายหนึ่งที่สะดวกที่อยากแนะนำ เป็นสาย 551 ที่วิ่งจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาที่สุวรรณภูมิ เพราะที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นชุมทางสำคัญมีรถเมล์สารพัดสายวิ่งผ่าน รวมถึงรถไฟฟ้าบีทีเอสด้วย

ป้ายที่มาขึ้นจะอยู่มุมที่จะออกไปทางดินแดง (หน้าโรบินสันเก่า)

ถ้าใครมีกระเป๋าเดินทางมาด้วย รถเมล์อาจจะสะดวกกว่าเพราะพอมีที่ทางให้วางกระเป๋าได้กว้างขวางกว่า แต่รถจะใช้ถนนพระราม 9 วิ่งออกไป บางช่วงรถจะติดสักหน่อย ต้องเผื่อเวลาเดินทางเอาไว้

รถสายนี้มีวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลังเที่ยงคืนไปจะมีรถแค่ชั่วโมงละเที่ยว ค่ารถ 34 บาท

 

 


 

 

อีกทางเลือกทีนี่คือใช้รถตู้ รถจะวิ่งขึ้นทางด่วนที่อนุสาวรีย์ชัยไปเข้าถนนมอเตอร์เวย์ ใช้เวลาไม่นานก็ถึงสนามบินแล้ว เคยนั่งช่วงสาย ๆ แค่ 20 นาทีกว่า ๆ ก็ถึงสนามบินแล้ว แต่รถตู้อาจจะไม่สะดวกสำหรับคนที่มีกระเป๋าใบโตสักหน่อย

รถตู้มีให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า - 4 ทุ่ม ค่ารถ 40 บาท ขึ้นได้ที่ป้ายเดียวกับสาย 551

พอมาถึงที่สุวรรณภูมิ รถตู้จะวิ่งไปส่งให้ถึงตัวอาคารผู้โดยสารที่ชั้น 4 (ขาออก) เลย

 

 


 

 

ส่วนรถเมล์จะไปจอดส่งที่ Bus Terminal ลงรถแล้วต้องนั่งรถเวียนต่อมาที่อาคารผู้โดยสารอีกทอด

ถ้าจะมาที่อาคารผู้โดยสาร  แนะนำให้ขึ้นรถเวียนสายด่วนที่จะจอดอยู่คันแรกสุดเลย

เพราะถ้าใช้รถสายธรรมดาที่มีด้วยกันสี่สายคือ สาย A B C และ D จะเป็นรถสำหรับวิ่งเวียนไปตามหน่วยงานในสนามบิน  แล้วก็มีแค่สาย A เท่านั้นที่วิ่งผ่านอาคารผู้โดยสาร

รถเวียนสายด่วน ออกจากที่ Bus Terminal แล้ว  จะไปจอดป้ายแรกที่ชั้น 4 (ขาออก)  แล้วก็วนลงมาจอดที่ชั้น 2 (ขาเข้า) จากนั้นก็จะวิ่งกลับมาที่ Bus Terminal

 

 


 

 

ถ้าขับรถมา

เส้นทางหลัก ๆ เลยก็คือมาใช้ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี

 

 


 

 

วิ่งเลยจุดตัดกับถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกไปก่อน

 

 


 

 

ใกล้ถึงแล้ว ชิดซ้ายเอาไว้

 

 


 

 

ถ้าจะเข้าไปส่วนของเขตปลอดอากรของสนามบินก็เลี้ยวซ้ายตรงนี้

 

 


 

 

ไปที่อาคารผู้โดยสารก็ตรงตามป้ายมาก่อน

 

 


 

 

แล้วจะมีทางยกระดับพาวิ่งตรงเข้ามาที่อาคารผู้โดยสาร

ถ้าจะไปจอดรถที่ลานจอดระยะยาวจะมีทางลงแยกออกมาก่อน แต่ถ้าจะไปส่งคนลงแล้วค่อยวนมาจอดเดี๋ยวจะบอกทางมาให้อีกที

 

 


 

 

เลยต่อมาถ้าจะไปที่อาคารผู้โดยสารก็ชิดซ้าย จะไปลานจอดก่อนก็ชิดขวา

 

 


 

 

ถ้าไปอาคารผู้โดยสาร จะมาเจอป้ายบอกทางไปชั้นผู้โดยสารขาเข้า กับ ขาออก

 

 


 

 

ที่ชั้นขาออก มาจอดรถส่งได้หน้าอาคารผู้โดยสารเลย

แต่ละประตูจะมีป้ายบอกไว้ว่า เข้าไปแล้วจะเจอเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินไหน

 

 


 

 

แต่ถ้ามารับคนที่ชั้นขาเข้า ต้องใช้ถนนเลนด้านนอก เพราะเลนด้านในจะสงวนไว้สำหรับรถลีมูซีน

แล้วอย่างที่เล่าไปแล้วว่าที่ชั้นขาเข้า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้จอดรอรับคน เพราะงั้นก็จะต้องขับรถวนเอา วิ่งรถเลยไปแล้วจะมีทางวนย้อนกลับมาได้ ไม่ถึงกับต้องไปตั้งหลักนอกสนามบินเข้ามาอีก

แต่ดู ๆ แล้วถ้าเอารถเข้าไปจอดในที่จอดรถเสียชั่วโมงแรก 25 บาท บางทีอาจจะคุ้มกว่าค่าน้ำมันที่ต้องขับวนไปเรื่อย ๆ อยู่เหมือนกัน แถมยังได้ช่วยลดโลกร้อนด้วยการไม่เผาน้ำมันทิ้งไปเปล่า ๆ ด้วย

 

 


 

 

ไม่ว่าจะไปที่ชั้นขาเข้าหรือขาออก พอรับหรือส่งคนเสร็จแล้วจะมีทางวนมาเข้าอาคารจอดรถได้อีก

 

 


 

 

อาคารจอดรถจะมีอยู่ 2 ตึก (อยู่ขวามือในรูป)

ถ้ามารับคน แนะนำให้จอดที่อาคารแรกเพราะว่าจะใกล้กับประตู 3 ที่เป็นจุดนัดพบที่ผู้โดยสารขาเข้าจะออกมา

แต่ถ้ามาขึ้นเครื่องแล้วเคาน์เตอร์เช็คอินอยู่เลยประตู 5 ไป มาจอดที่อาคารที่สองจะเดินใกล้กว่า

 

 


 

 

อาคารจอดรถจะมีที่จอดกัน 6 ชั้น ในรูปจะเห็นมีทางเดินเชื่อมเข้ามาที่อาคารผู้โดยสาร ทางเดินเชื่อมจะอยู่ที่ชั้น 5 ของอาคารจอดรถ แล้วมาเชื่อมกับชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสาร

 

 


 

 

ทางเข้าที่จอดรถจะมีให้เข้าได้ทั้งที่ชั้น 5 แล้วก็ชั้น 1

 

 


 

 

ส่วนมากก็จะมาเข้าที่ชั้น 5 กันเพราะว่าจะตรงกับทางเดินเชื่อม เพราะงั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าชั้นนี้จะหาที่จอดรถยากเป็นพิเศษ

อ้อ อาจจะงงกันนิด อาคารจอดรถแรกที่พูดถึง ในป้ายจะคือ อาคารจอดรถ 2

 

 


 

 

อย่าลืมว่าขับรถเข้ามา จะเป็นชั้นที่ 5

ถ้าที่จอดเต็มจะวนหาชั้นอื่น ข้างบนจะมีชั้นดาดฟ้าอีกชั้นเดียว ที่เหลือต้องวนลงข้างล่าง รวมทั้งทางออกก็ต้องวนลงมาออกที่ชั้นล่างสุด

 

 


 

 

ถ้าไม่ได้จอดที่ชั้น 5 จอดแล้วค่อยใช้ลิฟท์มาที่ชั้น 5 ที่มีทางเดินเชื่อมอีกที

 

 


 

 

แล้วก็เดินผ่านทางเดินเชื่อมเข้ามาที่อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3

 

 


 

 

เข้าประตูมาจะมีทางเลื่อนเชื่อมไปที่ชั้น 2 และ ชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสารอีกที

 

 


 

 

อัตราค่าจอดรถของที่นี่คิดเป็นอัตราก้าวหน้า

ชั่วโมงแรก 25 บาท

2 ชั่วโมง 50 บาท

3 ชั่วโมง 80 บาท

4 ชั่วโมง 110 บาท

5 ชั่วโมง 145 บาท

ุ6 ชั่วโมง 180 บาท

7-24 ชั่วโมง 250 บาท


เรียกว่าถ้าจะขับรถมาจอดทิ้งเอาไว้ ก็คิดง่าย ๆ ว่าตกวันละ 250 บาท ที่หลายคนก็บอกว่าคุ้มกว่าค่าแท็กซี่

เท่าที่ฟังดู จอดรถทิ้งค้างคืนไว้ที่นี่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงกลางคืนไฟในลานจอดก็สว่างไสวดี

 

 


 

 

ใครเลือกจะเข้ามาจอดทางชั้น 1 จอดรถแล้วจะเดินข้ามถนนเข้ามาที่อาคารผู้โดยสารก็ได้

 

 


 

 

แต่ลานจอดกลางแจ้งที่อยู่ข้างอาคารจอดรถทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่ ลานจอดรถระยะยาวที่คิดค่าจอดถูกกว่า ตรงนี้คิดค่าจอดราคาเดียวกับบนอาคารจอดรถ

 

 


 

 

ถ้าส่งคนลงที่อาคารผู้โดยสารแล้ว อยากจะเอารถไปจอดที่ลานจอดรถระยะยาวที่ค่าจอดถูกกว่า ก็วิ่งตามป้ายทางออกมา ทางจะพามุ่งหน้ามาเข้าถนนมอเตอร์เวย์

ก่อนถึงจะมีทางไป ถนนบางนา-ตราด ก็ให้ลงตามป้ายนี้

 

 


 

 

ถึงพื้นราบแล้วก็เลี้ยวซ้ายไปตามทางและตามป้าย

 

 


 

 

เจอสะพานกลับรถก็วิ่งลอดไป ตรงนั้นทางซ้ายมือจะเป็น Bus Terminal

 

 


 

 

ส่วนลานจอดรถระยะยาวจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับ Bus Terminal มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาเอาไว้

 

 


 

 

แต่แนะนำให้กลับรถที่แยกไฟแดงเลย

เพราะถ้าเลี้ยวขวาไป ก็จะต้องกลับรถมาเข้าลานจอดอีกทีเหมือนกัน

 

 


 

 

กลับรถมาแล้ว จะมีทางให้เลี้ยวเข้าลานจอด

 

 


 

 

ที่ทางกว้างขวางเลือกจอดได้ตามสบาย

ที่จริงสนามบินเขาเตรียมลานจอดแบบนี้ไว้เยอะมาก มีตั้งแต่ลาน A B C D E ไปเรื่อย แต่ความที่ไม่ค่อยมีคนมาจอดกันมากนัก เพราะงั้นก็จะเปิดเฉพาะลาน A ที่อยู่ตรงข้ามกับ Bus Terminal

ส่วนค่าจอดรถของที่นี่ คิด 20 บาทต่อชั่วโมงสำหรับ 7 ชั่วโมงแรก ส่วนที่เกินจากนั้นจะคิดเป็นเหมาไปเลยเป็น 140 บาทต่อ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะถูกกว่าในอาคารจอดรถที่จะคิด 250 บาทต่อ 24 ชั่วโมง เพียงแต่ที่นี่ต้องทิ้งรถให้แตกแดดเอาหน่อย

 

 


 

 

จอดรถเสร็จแล้วก็ไปรอขึ้นรถเวียน ที่รอรถเขาจะกางเป็นเต็นท์เอาไว้ให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับที่จ่ายบัตรจอดรถ  จะมีรถเวียนธรรมดาผ่านทั้งสาย A และสาย C

ตรงนี้ให้ขึ้นรถเวียนได้สายเดียวคือ สาย A ที่จะวิ่งไปจอดที่ชั้น 1 ประตู 10 ของอาคารผู้โดยสาร  แล้วจะวนขึ้นไปรับส่งคนที่ชั้น 2 ตรงประตู 5

แต่ตอนขากลับมาเอารถ ถ้าอยู่ที่อาคารผู้โดยสารก็ให้นั่งรถเวียนที่ชั้น 4 หรือชั้น 2 ก็ได้ รถจะวิ่งตรงดิ่งกลับมาที่ Bus Terminal  เสร็จแล้วให้ต่อรถเวียนธรรมดา สาย A มาเอารถที่ลานจอด

ที่จริงจะใช้สาย C ก็ผ่านลานจอดเหมือนกัน แต่ก่อนจะผ่านสาย C จะพาวิ่งอ้อมไปเที่ยวที่อื่นก่อน จะใช้เวลามากกว่า

 

 


 

 

ที่จริงจะจอดรถไว้ตรงลานจอดหน้า Bus Terminal ก็ได้เหมือนกัน ค่าจอดก็ราคาเดียวกันกับลานจอดระยะยาว ที่นี่ได้เปรียบเรื่องการต่อรถเวียนกว่า เพราะไปขึ้นรถเวียนสายด่วนที่วิ่งตรงไปอาคารผู้โดยสารได้เลย หรือพอกลับมาเอารถ ลงรถเวียนแล้วก็เดินไปเอารถได้เลยอีกเหมือนกัน

ยังไงแนะนำให้เลือกจอดไว้ตรงแถว ๆ หน้าทางเข้า เพราะตรงนั้นจะมีโต๊ะของ รปภ. อยู่ น่าจะทำให้อุ่นใจขึ้นอีกนิด นอกจากไฟตรงลานจอดที่สว่างไสวดี

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.