| เยี่ยมเยือนเมืองสุพรรณ |
|
หน้า 4 จาก 5
จากที่หอคอยจะชวนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันต่อ อย่าเพิ่งร้องยี้ ลองไปดูกันอาจจะต้องร้อง " ว้าว " แทนก็ได้ ตัวพิพิธภัณฑ์นี่จะอยู่ริมถนนสาย 340 ฝั่งตรงข้ามกันศูนย์ราชการ เพราะงั้นก็ต้องขับรถออกมาที่ถนนสาย 340 เส้นเดียวกับตอนขามาจากกรุงเทพกันก่อน ตอนออกจากที่จอดรถของหอคอยบรรหารจะไม่ได้ออกมาทางเดียวกับตอนเข้ามา แต่ไม่เป็นไรพอออกจากลานจอดรถมาก็ให้เลี้ยวซ้ายมาเลย ช่วงแรก ๆ ถนนจะแคบหน่อย วิ่งมาจนมาสุดทางก็เลี้ยวซ้ายเข้า ถนนเณรแก้ว ที่มีคลองอยู่ตรงกลางคล้าย ๆ กับที่ถนนสาทร
วิ่งตามถนนมาจนสุดทางที่เห็นเป็นหอนาฬิกาก็เลี้ยวขวาอีกที ก็จะออกมาที่ถนนสาย 340 แล้ว
วิ่งมาตามถนนสาย 340 ผ่านศูนย์ราชการทางด้านซ้ายมือไป สังเกตว่าตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางฝั่งตรงข้าม พอวิ่งรถมาถึงแยกถัดไปก็ให้ไปกลับรถใต้สะพาน (ถ้าวิ่งทางหลักมาก็ไม่ต้องขึ้นสะพาน ให้เบี่ยงซ้ายออกมาตามป้าย " อ่างทอง " แล้วมากลับรถใต้สะพาน)
มาถึงก็เข้าไปชมกัน ที่นี่จะเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมคนละ 10 บาท ถ้าเป็นชาวต่างชาติก็คนละ 30 บาท แล้วก็เปิดให้บริการกันตั้งแต่วันพุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น จะหยุดวัน จันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เหมือนกับพิพิธภัณฑ์แห่งอื่น ๆ ข้างในพิพิธภัณฑ์อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ตามสบาย แต่ไม่ให้ใส่รองเท้าเข้าไป เพราะงั้นก็ต้องถอดรองเท้าไว้ที่ชั้นที่อยู่ตรงหน้าประตูก่อนด้วย
ด้วยความที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ถ่ายรูปได้ ก็เลยมีภาพมายั่วน้ำลายให้แวะมาชมกันได้ ที่จริงพิพิธภัณฑ์แห่งอื่น ๆ ในบ้านเราน่าจะอนุญาตให้ถ่ายรูปกันเหมือนที่นี่ หลายแห่งในต่างประเทศก็ให้ถ่ายกันได้เพียงแต่จะไม่ให้ใช้แฟลชเท่านั้น เพราะบางทีมีเวลาน้อยก็เลยดูได้ไม่ละเอียด ถ้าถ่ายรูปแล้วกลับมาค่อย ๆ มานั่งละเลียดชื่นชมกันที่บ้านต่อได้นี่จะดีมาก ๆ เลย
ที่ห้องแรกเลยจะเป็นบทนำ ให้เห็นถึงจารึกในประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่กล่าวถึงเมืองสุพรรณบุรีเอาไว้ อย่างเช่นที่กล่าวถึงสุพรรณภูมิเอาไว้ในจารึกพ่อขุนรามคำแหง
ถัดมาจะแสดงให้เห็นถึงย่างก้าวในอดีตจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนผ่านสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่ทวารวดี ลพบุรี อยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ผ่านทางโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่พบได้จากแหล่งโบราณสถานสำคัญ ๆ ด้วยการนำเสนอผ่านวิดีทัศน์ประกอบคำบรรยายแบบมืออาชีพมาก แล้วที่สำคัญแอร์เย็นฉ่ำสบายมาก
นี่แหละหน้าตาของเขตเมืองสุพรรณในสมัยก่อน ที่เล่าไว้ก่อนหน้านี้ว่าหน้าตาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่เวลาหิว ๆ ก็เห็นเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวไปได้เหมือนกัน ด้านขวาจะอาศัยแม่น้ำเป็นคูเมือง ทางด้านอื่นก็ขุดคูล้อมรอบเมืองเอาไว้ โดยมีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุที่พาไปชมมาแล้วนี่อยู่ตรงกลาง ๆ อาณาบริเวณเมือง
สมัยก่อนนั้นอยุธยาจะมีเมืองหน้าด่านอยู่ทั้งทิศเหนือ (ลพบุรี) ตะวันออก (นครนายก) ตะวันตก (สุพรรณบุรี) ไว้สำหรับต่อสู้กับข้าศึกก่อนที่จะมาถึงเมืองหลวง อย่างเมืองสุพรรณบุรีที่เป็นหน้าด่านทางด้านตะวันตกก็จะมีกำแพงเมืองที่แข็งแรงสำหรับใช้ป้องกันข้าศึกศัตรู แต่หลังจากที่พม่าในสมัยพระเจ้าตเบงชเวตี้ตีเอาเมืองได้ แล้วก็ยกมาล้อมอยุธยาเอาไว้ในครั้งแรกก่อนจะต้องล่าทัพกลับไป (เป็นคราวเดียวกับที่เสียพระสุริโยทัย) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็เลยทรงเห็นว่ายุทธศาสตร์อย่างเดิมนี่ใช้ไม่ได้ผล แต่กลับจะเป็นอันตรายถ้าข้าศึกยึดเอาเมืองที่มีปราการแข็งแรงเอาไว้เป็นฐานที่มั่นได้ จึงโปรดฯ ให้รื้อกำแพงเมืองทั้งสามที่เป็นเมืองหน้าด่านลง
ห้องถัดมาจะแสดงเรื่องสงครามยุทธหัตถีที่เกิดขึ้นที่สุพรรณบุรีนี้ จัดแสดงด้วยการฉายเป็นภาพยนตร์แล้วยังมีหุ่นมาสร้างบรรยากาศประกอบด้วย เวลาเดินผ่านมาถึงระบบจะฉายให้ชมแบบอัตโนมัติเลย แล้วระบบเสียงขอบอกว่าสุดยอดมากไม่แพ้ในโรงหนังดี ๆ เลย
ส่วนต่อมาจะเล่าถึงกลุ่มคนเชื้อสายต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในสุพรรณบุรี
แต่ไม่ใช่จะมีแต่ป้ายแต่รูป ที่นี่ทำเป็นหุ่นจำลองผู้คนและลักษณะบ้านเรือนหรือความเชื่อให้ชมกันเลยทีเดียว อย่างคนเชื้อสายจีนที่ขึ้นล่องค้าขายมาทางเรือ ไป ๆ มา ๆ ก็มาตั้งรกรากเปิดร้านค้ากันอยู่ที่เมืองสุพรรณนี้เลย
หรืออย่าง ไทยทรงดำหรือลาวโซ่ง ซึ่งเดิมเคยอยู่ที่ลาวแล้วมาถูกกวาดต้อนมาตอนที่ไทยยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์ ส่วนใครอยากรู้จักที่มาที่ไปให้ละเอียดขึ้นก็ไปกดปุ่มดูได้จากวีดิทัศน์
ส่วนนี่เป็น ไทยกาหรือลาวครั่ง ที่มีประเพณีสำคัญคือการเซ่นไหว้ศาลเจ้าประจำปี ซึ่งก็คือบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อให้คุ้มครองดูแลลูกหลานที่ยังอยู่ให้อยู่ดีมีสุข
ที่จริงยังมีคนกลุ่มอื่นๆ อีก ก็เอามาฝากพอเรียกน้ำย่อย ไว้ยังไงก็ค่อย ๆ มาเดินชมกันเองอีกที
ขึ้นมาบนชั้นสองกันต่อ แต่ถ้าใครสุขภาพไม่ค่อยดีขึ้นลงบันไดไม่ค่อยไหว สบายใจได้ ที่นี่มีลิฟท์ให้บริการ แต่เด็ก ๆ ที่กำลังวังชายังดีก็ช่วยกันประหยัดไฟด้วยการใช้บันไดกัน
ห้องแรกจะเป็นชาวสุพรรณที่มีชื่อเสียง อย่างหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ท่านก็เป็นชาวอำเภอสองพี่น้อง
ครูมนตรี ตราโมท ครูดนตรีไทยที่เป็นที่เคารพนับถือ ท่านก็เป็นคนเมืองสุพรรณนี่เอง
ห้องถัดมาจะเป็นศิลปวัตถุที่พบในจังหวัดสุพรรณบุรี
พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง
พระพิมพ์ที่ขุดพบตามกรุวัดต่าง ๆ เป็นพระพิมพ์ที่มีชื่อเสียงมาก ๆ
เศียรทวารบาล ศิลปะลพบุรี
ภาพตัวอย่างของจิตรกรรมฝาผนังวัดหน่อพุทธางกูร ที่แนะนำเส้นทางแวะไปชมของจริงกันไว้แล้ว
เทวรูปพระนารายณ์
ติดใจอยู่ที่ห้องแสดงศิลปวัตถุอยู่นานทีเดียว ไปชมเครื่องปั้นดินเผากันต่อ เครื่องปั้นดินเผาพวกนี้ได้มาจากแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน ในเขตอำเภอเมืองนี่เอง ที่เก๋มากคือทำเหมือนเป็นหลุมขุดค้นให้เราได้เดินผ่านไปด้วย
ที่สุพรรณนี่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงพื้นบ้านอยู่แล้ว มาที่นี่ก็จะได้มีโอกาสได้ฟังกันด้วย
แล้วยังมีนักร้องลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่เป็นคนสุพรรณอีกหลายต่อหลายคน ชื่นชอบคนไหนยังมีเพลงของนักร้องคนนั้นให้ได้ฟังกัน
แล้วก็มาถึงห้องสุดท้ายที่เล่าเรื่องเมืองสุพรรณในปัจจุบัน
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.