Home เที่ยวที่ไหนดี ไปเช้าเย็นกลับ เยี่ยมเยือนเมืองสุพรรณ

เยี่ยมเยือนเมืองสุพรรณ

 

ถัดจากวัดพระลอยมานิดเดียว ด้านซ้ายมือก็จะเป็น วัดหน่อพุทธางกูร วัดนี้ต้องแวะมาดูจิตรกรรมฝาผนังกันที่พระอุโบสถหลังเก่า ที่จะอยู่ด้านหลังศาลาการเปรียญออกไป

 


 

คงจะรู้จัก ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์กันแล้ว ขอแนะนำเครื่องประดับตกแต่งอีกอย่างหนึ่งคือ " รวงผึ้ง " หน้าตาเหมือนรวงผึ้งจริง ๆ ด้วย

 


 

ภายในมีภาพจิตรกรรม ฝีมือช่างหลวงจากเวียงจันทร์ ชื่อ " ช่างคำ "

บริเวณที่วัดนี้ตั้งอยู่เดิมเป็นชุมชนชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาจากเวียงจันทร์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ตัวช่างคำเองที่จริงอยู่ที่กรุงเทพ แต่พอดีเดินทางขึ้นมาตามหาพี่น้อง พอมาพบชาวบ้านที่เป็นคนบ้านเดียวกันเพิ่งสร้างอุโบสถเสร็จ ก็เลยอาสามาช่วยเขียนภาพให้

 


 

นอกจากภาพเทวดาที่เหาะมาบูชาพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะเป็นเรื่องทศชาติหรือการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ใน 10 พระชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

อย่างในรูปนี้ก็เป็น เรื่องพระมหาชนก ซึ่งเป็นการบำเพ็ญความเพียรอย่างยิ่งยวด

(ข้อมูล ทศชาติชาดก จากเว็บธรรมะไทย www.dhammathai.org )

 


 

ตอนนี้เป็นเรื่องพระเวสสันดร ตอนที่ประทานช้างให้กับทูตจากเมืองกลิงคราษฎร์ อีกเหมือนกัน

 


 

ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แนวอีโรติคนิด ๆ

 


 

เจดีย์ที่อยู่ข้าง ๆ กับพระอุโบสถมีรูปทรงแปลกตาดี

 


 

วิ่งต่อมาอีกนิดเดียวก็จะมาถึง วัดพระนอน

พระพุทธรูปนอนหงายอย่างนี้ไม่ค่อยพบในเมืองไทยเรา จะไปมีที่เมืองกุสินาราซึ่งเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน อย่างนี้ก็เลยเป็นหนึ่งใน unseen ของเมืองไทยไป

 


 

พระองค์นี้มีขนาด 8 ศอก หรือ 2 เมตร ที่ว่ากันว่าเท่ากับความสูงของคนโบราณ

 


 

ตรงหน้าวิหารพระนอน มีอุทยานมัจฉาอีกแห่งหนึ่ง

 


 

ที่นี่ปลาเยอะมาก ๆ แต่ละตัว ตัวโต ๆ ทั้งนั้น เหมือนกับที่วัดพระลอยที่ผ่านมา ก็เลยมีคนใจบุญซื้ออาหารปลายกกระสอบมาเลี้ยงปลากันด้วย ไม่งั้นคงไม่พอกับจำนวนปลา

 


 

ใครอยากเลี้ยงปลาอย่างนี้บ้าง ที่วัดก็จัดไว้ให้สนนราคากระสอบละ 300 บาท หรือเบาะ ๆ แบบเป็นถังก็ถังละ 100 บาท ส่วนอาหารปลาถุงเล็ก ถุงละ 10 บาท กับขนมปังแถวละ 10 บาทก็มีตามปกติ

 


 

รั้วของแพที่นี่ก็ออกแบบไว้เก๋ มีที่วางพักของได้ด้วย สะดวกดีเหมือนกัน แล้วริมตลิ่งด้านบนก็มีอ่างล้างมือเตรียมไว้ให้เรียบร้อย รอบ ๆ ลานจอดรถก็มีร้านอาหารตามสั่งคอยให้บริการอีกหลายร้าน

 


 

บนถนนสายนี้ที่ผ่านมาเที่ยววัดนี่จะมีร้านอาหารให้เลือกกันหลายร้าน แต่ที่เคยมีคนแนะนำกันไว้ก็คือ "ร้านเรือนตาป๋อ" ที่ร้านยังมีที่จอดรถอีกส่วนอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านที่ขึงผ้าทำเป็นหลังคากันแดดไว้ให้ด้วย

 


 

หรือถ้าทานอาหารง่าย ๆ จะมาลองชิมร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าวัดก็ได้ อยู่ตรงข้ามกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุพอดี ที่ทางก็กว้างขวางดี แล้วสังเกตว่ามีคนแถวนี้ขับรถเข้ามาทานกันที่ร้านนี้อยู่เรื่อย ๆ เหมือนกัน น่าจะพอรับประกันคุณภาพได้นอกเหนือจากป้ายเปิปพิสดารที่ติดอยู่หน้าร้าน

 


 

อิ่มท้องกันแล้ว เดี๋ยวไปชมวิวเมืองสุพรรณกันต่อดีกว่า

ขับรถย้อนกลับมาทางเดิมจนมาออกถนนใหญ่ (ถนนมาลัยแมน) ก็ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำมา พอเจอแยกแรกชื่อ "แยกแขวงการทาง" อย่างที่เห็นในรูป ก็เลี้ยวขวา

 


 

IMG_8037

ตรงตามทางมาจนเจออนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร ทางจะตรงต่อไม่ได้ก็โค้งซ้ายออกมา

 


 

วิ่งรถมาเรื่อยจะมีแยกตัววายก็โค้งขวามา จนมาเจอสามแยกในรูปก็เลี้ยวซ้ายมา

 


 

พอเจอแยกไฟแดงก็เลี้ยวซ้าย ก่อนถึงแยกจะมีป้ายชี้บอกทางไป สวนเฉลิมภัทรราชินี

 


 

ตรงมาหน่อย ก็จะเห็นทางเข้า สวนเฉลิมภัทรราชินี ทางด้านขวามือ เลยมาอีกนิดก็จะมีทางเข้าที่จอดรถ (อยู่ติดกับโรงแรมศรีอู่ทอง)

 


 

มาถึงแล้วต้องขึ้นไปชมวิวเมืองสุพรรณกันเสียหน่อยบนหอคอยบรรหาร - แจ่มใส มุมนี้นี่มองย้อนไปตามเส้นทางที่วิ่งรถมาที่หอคอยนี้

 


 

ที่นี่เรียกว่าเป็นหอคอยที่สร้างขึ้นมาสำหรับขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์แห่งแรกของเมืองไทย ชั้นที่ให้ชมวิวนี่จะอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 78 เมตร แล้วก็จะมีกล้องส่องทางไกลไว้ให้บริการ ก่อนใช้ก็อย่าลืมหยอดเหรียญกันก่อนด้วย

 


 

ตรงกลางจะเป็นภาพเขียนสีน้ำมัน พระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 


 

แล้วถ้าเดินลงบันไดลงมาจากชั้นที่ชมวิว จะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้นั่งพักผ่อนกันด้วย

ถ้าจะมาชมกัน ที่นี่คิดค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็กลดให้ครึ่งราคาเหลือ 15 บาท

เปิดให้ชมกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม สำหรับวันธรรมดา (หยุดวันจันทร์) ถ้าเป็นวันหยุดก็จะเปิดให้ค่ำอีกนิดถึง 2 ทุ่มครึ่ง แต่ถ้าเข้ามาชมหลัง 6 โมงเย็น เขาคิดราคาขึ้นเป็นคนละ 40 บาท ส่วนเด็ก 20 บาท

ที่สวนด้นล่างมีแสดงน้ำพุดนตรีกันด้วย ถ้ามาเที่ยวกันวันหยุดจะมีให้ชม 2 รอบ คือช่วง 12.00-14.00 น. กับตอนเย็นช่วง 17.00-19.00 น. อีกรอบหนึ่ง

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.