| ไหว้หลวงพ่อโสธร ท่องเมืองแปดริ้ว |
|
หน้า 2 จาก 4
ไปที่ วัดโสธรกัน ต่อ ตอนออกจากตลาดคลองสวน เลี้ยวซ้ายมาเข้าถนนสายเดิมวิ่งต่อมาอีกประมาณ 10 กม. ก็จะสุดถนน ให้เลี้ยวซ้ายเข้ามาที่ถนนสาย 314 วิ่งมาอีกราว 4 กม. ก็จะมีทางแยกไฟแดง มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปที่วัดโสธร ก็เลี้ยวเข้ามาเลย บรรยากาศสองข้างทางจะเป็นตึกแถวอย่างที่เห็นในรูป แต่ถ้าไม่แวะที่ตลาดคลองสวนก่อน ใช้มอเตอร์เวย์มาถึงราว กม. 46 จะมีทางแยกซ้ายเข้ามาที่ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314) วิ่งตรงมาเรื่อย ๆ ประมาณ 13 กม. ก็จะเจอแยกไฟแดงที่มีป้ายชี้ให้เลี้ยวขวาไปวัดโสธร ก็เลี้ยวตามป้ายเข้ามา
มาถึงแล้วก็มาจอดรถกันก่อน สังเกตว่าจะมีป้ายชี้ทางเข้าลานจอดอยู่ทางขวามือก็เลี้ยวเข้ามาได้เลย
ตรงนี้จะเป็นลานจอดกลางแจ้ง
ด้านหน้าที่ติดกับริมถนนจะเป็นแหล่งขายสินค้า
ของเด่นของที่นี่คงเป็น ขนมจาก ขนาดว่าร้านขายหมูสวรรค์ยังต้องเปลี่ยนมาขายบ้างเลย
ร้านนี้เป็นกุ้งหวาน สีสวยอร่ามกลางตลาดเลย
ร้านอาหารตามสั่งก็มีให้เลือกกันหลายร้าน
เลยมาจากลานจอดแรก ยังมีตึกสำหรับจอดรถของทางวัดอีกแห่งหนึ่ง ใครไม่อยากให้รถตากแดดร้อนก็มาใช้บริการกันที่นี่ได้ฟรีเหมือนกัน แต่ที่ตึกจะไม่มีลิฟท์ให้บริการ ถ้ามีผู้สูงอายุมาด้วยน่าส่งให้ลงที่ด้านหน้าก่อน
ออกจากลานจอดก็ข้ามถนนมา ด้านขวาที่เป็นหลังคาเตี้ยจะเป็นพระอุโบสถชั่วคราว ประดิษฐานพระพุทธโสธรองค์จำลอง ให้เราได้เข้าไปกราบและปิดทองกันได้
ตรงหน้าทางเข้าจะมีบริการดอกไม้ธูปเทียนของทางวัดจัดไว้ให้ ชุดละ 20 บาท ตอนจ่ายเงินก็ให้หยอดลงตู้ได้เลย
ทางวัดจะจัดที่ทางให้จุดธูปเทียนบูชา อยู่ด้านนอกอุโบสถชั่วคราว
ถ้ามากันช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ก็ต้องทำใจกันนิดว่าผู้คนจะล้นหลามประมาณนี้ หรือไม่ก็มาให้เช้าสักนิด ที่นี่จะเปิดกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า
ถ้าใส่รองเท้ามีราคามา จะมาฝากเจ้าหน้าที่เขาดูแลให้ก่อนเข้าไปในพระอุโบสถก็ได้
ผู้คนที่มีจิตศรัทธาพากันหลั่งไหลมานมัสการและปิดทององค์หลวงพ่อโสธรกัน
เล่าประวัติกันหน่อย พระพุทธโสธร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อโสธร มีประวัติเล่ากันมาว่า มีพระพุทธรูปสามองค์ลอยน้ำมาจากทางเหนือ มาผุดขึ้นที่แม่น้ำปางปะกงในลักษณะที่ลอยทวนน้ำ ชาวบ้านพยามจะเอาเชือกคล้องเพื่ออัญเชิญขึ้นฝั่งแต่ก็ไม่สำเร็จและพระพุทธรูปก็จมน้ำหายไป ชาวบ้านเลยเรียกบริเวณนั้นว่า สามพระทวน ที่เดี๋ยวนี้เพี้ยนไปเป็น สัมปทวน ต่อมาพระพุทธรูปองค์หนึ่งก็ไปปรากฏที่แม่น้ำแม่กลอง ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดบ้านแหลม เรียกว่า "หลวงพ่อวัดบ้านแหลม" อีกองค์ไปพบลอยอยู่ที่คลองบางพลี สมุทรปราการ ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดบางพลี และองค์ที่สามก็คือ พระพุทธโสธร นี่เองที่มาลอยอยู่ที่หน้าวัดและชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัด นอกจากนี้ยังเล่ากันว่า พระพุทธโสธรองค์เดิมนั้นมีขนาดเพียงศอกเศษ เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริดปางสมาธิ มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะถูกคนมาลักเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัว จึงได้พอกปูนหุ้มองค์เดิมเอาไว้ พุทธลักษณะจึงเป็นอย่างที่เห็น คือเป็นพระปูนปั้นลงรักปิดทอง ศิลปะแบบล้านช้าง
ก้าวเข้ามาในพระอุโบสถ จะพบว่าดังเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงสั่นกระบอกเสี่ยงเซียมซี ที่แทบไม่ได้ว่างวางนิ่งเลย พอคนหนึ่งวางอีกคนก็เข้ามาหยิบ เลยได้เห็นเลยว่าความทุกข์ร้อนในใจคนนี่มีมากมายเสียเหลือเกิน
บ้างก็คงมาบนบานหลวงพ่อ ที่พอได้สมประสงค์ก็จะกลับมาแก้บน ซึ่งบางคนก็เลือกที่จะใช้บริการของละครรำที่อยู่ในวัด
ส่วนอัตราราคาค่าบริการก็มีติดไว้ชัดเจน
บ้างก็คงมานั่งสมาธิถวายเป็นพุทธบูชา ถือได้ว่าเป็นการ ปฏิบัติบูชา ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่าเลิศกว่า อามิสบูชา
มาที่พระอุโบสถหลังใหม่กันต่อ หลวงพ่อโสธรองค์จริง ตอนนี้ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถหลังนี้ แล้วก็มีข้อห้ามหน่อยเรื่องเครื่องแต่งกายต้องสุภาพเรียบร้อย ประเภทใครแต่งสายเดี่ยวนุ่งสั้นมาจะต้องใส่เสื้อคลุมที่ทางวัดจัดไว้ให้เรียบร้อยก่อนเข้าไปภายใน แล้วก็ห้ามถ่ายรูป ก็เลยไม่มีภาพด้านในมาฝากกัน
พระอุโบสถหลังนี้เป็นอาคารไทยประยุกต์ ทรงปราสาทจัตุรมุข ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ท่านได้เสด็จฯ มาทรงวางศิลาฤกษ์ในปี 2530
ยอดสุดเป็นฉัตรทองคำแท้ 5 ชั้น น้ำหนักรวม 77 กิโลกรัม
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.