| วัดประจำรัชกาล |
|
หน้า 4 จาก 4
เดินเที่ยวกันมาคงทั้งเหนื่อยทั้งหิว ถึงเวลาที่จะไปลุยหาของอร่อย ๆ กินกันแล้ว ถ้าเดินมาถึงแถบย่านวัดราชบพิธอย่างนี้ เห็นทีจะต้องชวนไปหาของกินกันที่แพร่งภูธรกันต่อ ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดราชบพิธฯ นี่เอง ถ้ารู้จักย่าน "หลังกระทรวง" ที่เป็นแหล่งขายเครื่องสนามและเครื่องดนตรี ตัวแพร่งภูธรก็จะอยู่หลังตึกแถวย่านหลังกระทรวงนี่เอง ที่แนะนำย่านนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นเพราะใกล้เท่านั้น แต่บรรยากาศห้องแถวที่สวยงามของที่นี่มีเสน่ห์น่าประทับใจมาก และที่สำคัญมีร้านอร่อย ๆ ให้เลือกชิมกันหลายร้านอีกด้วย ส่วนใครหิวตั้งแต่อยู่ที่วัดอรุณฯ จะเรียกตุ๊กตุ๊กมาก่อนเลยก็ได้ แล้วค่อยย้อนกลับไปเที่ยววัดราชบพิธฯ กับวัดราชประดิษฐ์ฯ อีกทีก็ได้เหมือนกัน
เอาเป็นว่าสมมติว่าคุณเดินชมวัดราชบพิตรมาจนถึงพลับพลาเปลื้องเครื่อง ก็ให้เดินเลี้ยวผ่านหลังกระทรวงมหาดไทย ผ่านแยกสี่กั๊กเสาชิงช้ามาอีกสักหน่อย ก็จะเจอ ร้านโภชน์สภาคาร หรือ ร้านกุ๊กสมเด็จ แค่ฟังชื่อก็น่าแวะแล้วแถมยังมีตราเชลล์ชวนชิมรับประกันคุณภาพอีกด้วย
ถัดมาอีกหน่อย คงไม่ต้องแนะนำกันสำหรับข้าวเหนียวมูลเจ้าดังสนั่นเมือง ก.พานิช
พอเลี้ยวเข้ามาในซอยเยื้องกับร้าน ก.พานิช ยังมีร้านน่าทานอีกหลายร้านในนี้ ร้านแรกที่เจอเลย คือร้านโชติวิจิตร เป็นร้านอาหารกับข้าวมีให้เลือกเยอะแยะ หรือจะทานง่าย ๆ เป็นอาหารจานเดียวก็มี ร้านนี้เดิมเป็นร้านขายยาดองเหล้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปกติเวลากินยาดองเขาก็มักนิยมหาของเปรี้ยว ๆ มากินคู่ เพื่อแก้รสเผื่อนของเหล้าดอง หลัง ๆ ทำไปทำมาก็เลยเปิดเป็นร้านอาหารคู่ไปด้วยเลย เดี๋ยวนี้ยังเห็นโต๊ะขายยาดองตั้งอยู่หน้าร้านเลย
เลยจากร้านโชติวิจิตรมา ด้านขวามือมีร้านน่าแวะอีกสองร้านคือ ร้านนายกิมทอง ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อชื่อดัง ร้านเก่าแก่แค่ไหนให้ไปดูป้ายเชลล์ชวนชิมได้ เป็นป้ายยุคดั้งเดิมแรกสุดของเชลล์ชวนชิมเลยทีเดียว
ถ้าไม่ทานเนื้อ ก็มาฝากท้องกันที่ร้านบะหมี่ที่อยู่ข้าง ๆ กันถัดมาไม่กี่ห้องก็ได้
จากร้านบะหมี่เดินตัดลานโล่งมาอีกฟาก คุณก็จะเจอกับร้านไอศกรีมอยู่ตรงหัวมุม ชื่อ ร้านนัฐพร เมนูที่ดังคงเป็นไอศกรีมกระทิกับนมสด แต่เขาก็มีรสอื่น ๆ ให้เลือกด้วย โดยเฉพาะรสมะพร้าว ที่เหมือนเอาน้ำมะพร้าวมาปั่นเป็นเกล็ดหวานเย็นชื่นใจ เหมาะกับกินให้หายเหนื่อยหายร้อน ติดใจจะซื้อกลับบ้านก็ได้
หรือจะเลยมาชิมข้าวหมูแดงกันที่ ร้านอุดมโภชนา ร้านนี้เขาว่าเปิดมา 60 ปีเข้าให้แล้ว แล้วคุยไว้ว่ายังรักษารสชาติดั้งเดิมเอาไว้ด้วย น่าแวะมาชิมเหมือนกัน
เดินเลยมาทางที่จะไปทะลุออกถนนอัษฎางค์ มีร้านมันสมองหมูสองร้านตั้งประชันอยู่ ร้านแรกชื่น ร้านไทยทำ
ส่วนอีกร้านอยู่เยื้องกันอีกฝั่ง ใครที่อยากจะลองชิมของแปลก ๆ ก็น่าลอง แต่ต้องระวังคอเลสเตอรอลกันหน่อย
ถ้าขับรถมาสามารถเอามาจอดไว้ได้ที่ ถนนเชตุพน ซึ่งเป็นถนนคั่นเขตพุทธาวาสและเขตสังฆาวาสของวัดโพธิ์ ค่าจอดรถชั่วโมงละ 20 บาท แล้วก็แนะนำให้จอดทิ้งไว้ที่นี่เลย เพราะวัดต่อ ๆ ไปที่จะไปล้วนแต่หาที่จอดรถได้ยากยิ่ง แม้แต่ที่วัดโพธิ์เองก็แนะนำให้มาเช้าหน่อย เพราะพอสายรถก็เต็มอีกเหมือนกัน
วิธีที่อยากแนะนำมาก ๆ คือมาด้วย เรือด่วนเจ้าพระยา ค่อย ๆ ล่องตามแม่น้ำรับลมเย็น แถมไม่ต้องหงุดหงิดอารมณ์เสียกับรถติดหรือคนขับรถไม่มีมารยาทให้เสียบรรยากาศวันพักผ่อน
ส่วนการมาลงเรือด่วน สำหรับใครที่ไม่ได้อยู่ใกล้แม่น้ำ วิธีที่สะดวกทางหนึ่งคือใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสมาที่สถานีสะพานตากสิน แล้วใช้ทางออกหมายเลข 2 ลงมาที่ท่าสาทร (อยู่ติดกันเลย ไม่ต้องกลัวเดินไกล) ใช้เรือด่วนเจ้าพระยามุ่งหน้ามาที่ท่าเตียนได้เลย (ลำที่หันหัวเรือไปทางขวามือ)
เวลาลงเรือก็ให้เลือกเรือด่วนชนิดธรรมดาที่ไม่มีธงปักอยู่ ถึงจะจอดรับส่งคนที่ท่าเตียน ส่วนเรือด่วนแบบด่วนพิเศษที่ติดธง (สีส้มหรือสีเหลือง) จะจอดรับส่งแค่บางท่า แล้วก็ไม่ได้จอดที่ท่าเตียนด้วย อีกทีเลยถ้าอยากนั่งเรือเอาแบบสบาย ๆ จ่ายแพงหน่อยก็ไม่ว่ากัน ให้ใช้เรือท่องเที่ยว (ติดธงสีฟ้า) เป็นเรือลำใหญ่กว้างขวางนั่งสบายแล้วก็แวะจอดรับส่งที่ท่าเตียนด้วย ค่าเรือจะแพงกว่า คือคนละ 18 บาท แต่จะมีไกด์บรรยายในเรือให้อีกด้วย สำหรับค่าโดยสารไปจ่ายในเรือก็ได้ หรือถ้าจะซื้อที่ท่าก่อน อย่าลืมเน้นว่าจะไปเรือด่วนธรรมดาที่แวะจอดท่าเตียน หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการเรือด่วนได้ เว็ปเรือด่วนเจ้าพระยา
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 39013 ความเห็น (6)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.