| เพชรบุรี |
|
หน้า 4 จาก 4
ไปเที่ยวกันต่อ ตอนนี้ไม่ว่าจะอร่อยอยู่ที่ร้านไหน ให้วิ่งรถย้อนทางเดิมมาตั้งหลักกันที่หน้าวัดมหาธาตุ ให้วัดอยู่ทางขวามือแล้วไม่ต้องเลี้ยวไหน ตรงต่อไปจนสุดถนน จะเป็นทางเข้าหน่วยทหารอย่างนี้ ก็ตรงเข้าไปข้างใน
แวะแลกบัตรกับทางทหารรักษาการณ์นิด
ที่นี่เราจะมาชม พระราชวังบ้านปืน หรือ ชื่อเป็นทางการคือ "พระรามราชนิเวศน์"
วังบ้านปืน สร้างขึ้นเพราะรัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่าที่เมืองเพชรบุรี เป็นที่ที่มีอากาศดี ไม่ชื้นจนเกินไป เหมาะจะพักรักษาพระองค์ที่มักจะประชวรในฤดูฝน เพราะฉะนั้นด้านหน้าจึงประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 5 เอาไว้
ครั้นจะไปประทับที่เขาวัง พอเป็นหน้าฝนทางขึ้นเขาก็ลื่นชัน สมัยนั้นยังไม่มีกระบะโฟร์วีล ต้องใช้ม้าบรรทุกข้าวของอะไรขึ้นไป ม้าก็พาลขึ้นไม่ไหว ลื่นปรื้ด ลื่นปรื้อ
ถ้าเทียบกับที่เขาวังที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เราจะเห็นว่ารูปแบบการสร้างวังเปลี่ยนไป คือมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการใช้สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอย่างเต็มรูปแบบ แนวคิดการสร้างวังบ้านปืน จะใช้ศิลปะโมเดิร์นสไตล์ (Modern Sytle)ที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรป ซึ่งกำลังเป็นยุคที่ชนชั้นกลางเติบโตขึ้น และปฏิเสธความนิยมศิลปะยุคคลาสสิกของสังคมศักดินาที่ชอบใช้หัวเสาและปูนปั้นแบบกรีกโรมัน แต่หันมาใช้ลายเส้นทางเรขาคณิต หรือใช้ลวดลายอ่อนช้อยของพรรณพฤกษา
ตัวพระราชวังสร้างโดยได้อิทธิพลจากพระราชวังฤดูร้อน ของพระเจ้าไกเซอร์ของเยอรมัน ซึ่งเป็นพระสหายของรัชกาลที่ 5 ตัวสถาปนิกเป็นวิศวกรชาวเยอรมัน ชื่อ คาร์ล ดอห์ริง แถมช่างใหญ่ที่คุมงาานก่อสร้างก็ยังเป็นช่างเยอรมัน เรียกว่างานนี้เอาต้นตำรับมาสร้างกันเลยทีเดียว สมัยนั้นเรานำเข้าผู้มีความรู้ชาวต่างประเทศเข้ามาช่วยกันทำให้ประเทศให้ทันสมัย อย่างวิศวกรเยอรมันคนนี้ก็ทำงานอยู่ที่กรมรถไฟหลวงนี่เอง แต่ขณะที่ก่อสร้างวังแห่งนี้กันอยู่ รัชกาลที่ 5 ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน วังมาสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 และทรงเป็นผู้ตั้งชื่อพระราชวังแห่งนี้
ข้างในวังสามารถเข้าไปชมด้านในกันได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แล้วต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาทติดต่อได้ซื้อบัตรได้ที่ซุ้มประชาสัมพันธ์ ข้างลานจอดรถกันก่อน วังบ้านปืนเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ถ้าเป็นวันหยุดก็ตามเวลาราชการคือ 8.30-16.30 แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาก็ปิดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง คือปิดตอน 16.00 น.
เที่ยวที่วังบ้านปืนกันแล้ว ถ้าจะกลับมาที่ถนนเพชรเกษมสำหรับจะเดินทางกันต่อ ก็ย้อนมาที่หน้าทางเข้าค่ายทหาร แล้วเลี้ยวซ้ายออกไป วิ่งเลียบกำแพงค่ายไปเรื่อยจนถึงสามแยกข้างหน้าก็ เลี้ยวซ้าย อีกที
แล้วก็ยังวิ่งเลียบกำแพงของค่ายทหารไปเรื่อยจนสุด จะมีแยกไฟแดงก็ให้ ตรงต่อไป
วิ่งมาหน่อยก็จะเจอถนนเพชรเกษมแล้ว ถ้าเลี้ยวซ้ายก็ไปชะอำ เลี้ยวขวาก็กลับเข้ากรุงเทพ ถ้าจะไปเที่ยวหัวหินกันต่อก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายชะอำมาก่อนได้เลย ส่วนที่เกริ่นไว้ว่าเมืองเพชรมีวังถึง 3 วัง แต่ทำไมเล่าแค่ 2 ต้องบอกว่าอีกแห่งคือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่เป็นวังของรัชกาลที่ 6 อยู่เลยชะอำไปอีก เหมาะจะแวะไปชมเวลาไปเที่ยวชะอำ-หัวหินกันเสียมากกว่า ยังไงตามไปชมใน ทริปหัวหิน ต่อได้เลย
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 37456 ความเห็น (16)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก ...
เคยไปมาแย้วบ่อยเหมือนกัน เพราะไม่ไกลเท่าไหร่ การเดินทางก็ง่าย ภาพสวยมาก ๆ รายละเอียดครบดีจัง :grin
อร่อยมากๆๆ
ร้านลอดช่องน้ำตาลข้นจ.เพชรบุรี อยู่ตรงข้าม ร.ร. อรุณประดิษฐ์ ไปกินมาแล้วอร่อยมากเลย ดาราไปกินกันตรึมเลย ขายมา 50 กว่าปีแล้ว เจ้าเก่า เจ้าแรก เจ้าเดียว แต่ที่พี่แนะนำตรงวัดกำแพงแลง ไปกินมาแล้วไม่อร่อยเลยสู้ร้านนี้ไม่ได้ แอบถามชาวบ้าน เค้าเล่าว่าร้านวัดกำแพงแลงลียนแบบร้านนี้แอบอ้างว่าเป็นพี่น้องกันด้วย(แย่เลย)
บ้านเพ็ดรี
จะไปกินข้าวกลางวันละก็
ออกจาก กทม สาย ๆ
ไปทางมหาชัย แม่กลอง
มีทางลัดไป บ้านแหลม
เข้าไปวัดวัดเขาตะเครา
ไหว้หลวงพ่อก่อน จากนั้น
ไปทางแหลมเหลว
มีร้านอาหารบนป่าโกงกาง
รสธรรมดา แต่บรรยากาศดี
ระวังลิงแสม มีเยอะมาก
อิ่มแล้วขับรถเที่ยวบางตะบูน
กลับถึง กทม เย็น ๆ ถ้ารถไม่ติด สบาย ๆ
;)
พลาดแล้ว...จะเสียใจ
ที่จริงแล้วตรงข้ามวัดมหาธาตุจะมีร้านทอดมันอยู่หนึ่งร้าน คนเพชรฯเค้าจะกินทอดมันกับขนมจีนและมีนำจิ้มหวานๆอร่อยมากกก...ถ้าใครผ่านไปไหว้พระที่วัดมหาธ่ตุอย่าลืมแวะไปชิมนะคะ ร้านเค้าอยู่ตรงข้ามวันมหาธาตุเลย ร้านก็จะมีหลายอย่างทอดมัน(ขนมจีน),ข้าวหมูแดง,ข้าวไก่อบ,ก๋วยเตี๋ยวหมู...ลองไปกันดูนะคะ
ใช่ๆๆ
ใช่ๆๆ เคยไปกินมาแล้ว อร่อยดีนะ ถูกดีด้วย ตอนแรกก็นึกว่าแปลกดีแต่พอชิมแล้วติดใจอ้ะ ลองไปชิมกันนะ
รักเมืองเพชร
ชอบเพชรฯ มากค่ะ ไปเที่ยวมา 4 รอบละ
ไปอยู่เที่ยวทั้งเมืองเลย
ไปเท่าไรก็ไม่เบื่อค่ะ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์จริงๆ ค่ะ
หวังว่าใครไปละหลงรักเหมือนกันนะคะ
ปลาดุกทะเลผัดฉ่า
ถ้าใครชอบรับประทานรสเผ็ดจัด ขอแนะนำปลาดุกทะเลผัดฉ่า ร้านพวงเพชร อยู่ฝั่งเดียวกับเขาวัง คือจากเขาวัง ให้ขับรถตรงมา (ทางที่จะกลับ กทม. หรือจะไปชะอำ) ผ่านร้านขายขนม ของฝาก ประมาณ 200 เมตร ร้านอยู่ในซอยด้านซ้าย (เชิงสะพานข้ามแยกที่จะไป กทม.)
หรือจาก กทม.มา ถ้าตรงเข้าเมืองเพชร ให้เลี้ยวยูเทิร์นขวาแรก ก่อนถึงเขาวัง แล้วชิดซ้ายเลียบถนนมาเรื่อยๆ จะมีป้ายร้านพวงเพชรหน้าปากซอย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยมา จะเห็นร้าน แต่ถ้าจะใช้ถนนเพชรเกษม ไปท่ายาง ชะอำ ไม่เข้าเมืองเพชร พอพ้นทางแยกเข้าเมือง จะมาตามโค้งถนน ด้านซ้ายมือจะมีป้ายโรงแรมไดมอนด์อะไรซักอย่าง (จำชื่อเต็มๆ ไม่ได้) ให้เลี้ยวเข้าถนทางเข้าโรงแรม พอเข้าถนนมาแล้ว ให้มาทางซ้าย จะเป็นตึกแถว ขับเลาะตึกแถวมาเรื่อยๆ จะเห็นร้านซึ่งเป็นตึกแถวหลายชั้นและหลายห้องติดกัน ลักษณะเหมือนภัตตาคาร แต่ด้านล่างเปิดโล่ง ปลาดุกทะเลผัดฉ่า
ลืมบอกราคาปลาดุกทะเลผัดฉ่า จานละ 150 บาท (ราคาเมื่อต้นปี 2551) ตอนนี้ไม่ทราบว่าเปลี่ยนแปลงราคาหรือไม่
เข้ามาดูเมืองเพรชบ รี
ขอ ขอบคุณ สำหรับ ข้อมูลนี้ นะ ครับ
ผมเป็นคนอุบลราชธานี
พอดีเมื่อวานผมได้ไปทำการเกณทหาร
แล้วผมได้ ท.บ 1 เพรช บุรี จะลงไปวันที่3
พฤษภาคม ผมก็ เลยมาศึกษา เรื่องราว
เกี่ยวกับ เมือง เพรชบุรี
ข้อมูลในเวป นี้ ก็ได้ทำให้ผมมีความรู้เรื่อง
ของ จังหวัดเพรชบุรี ไม่มากก็น้อย
ขอบคุณครับ วันที่3 จะลงไปเป็นคน เพรชบุรี แล้ว
เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.