Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน ปาย ฉบับ เที่ยว/กิน/ไป

ปาย ฉบับ เที่ยว/กิน/ไป
ปาย เมืองแห่งสายน้ำ ทุ่งนา และทิวเขา เมืองที่หลายคนหลงรักจนอพยพย้ายถิ่นไปเป็นชาวปาย และอีกหลายคนฝันว่าจะมีโอกาสได้แวะมาชื่นชม แม้บางคนจะรีรอเพราะเสียงร่ำลือว่าปายเปลี่ยนไป จากร้านค้า ที่พัก ที่ผุดขึ้นรับนักท่องเที่ยวจนทำให้หน้าตาของปายต่างไปจากเดิม แต่กระนั้นเสน่ห์แห่งเมืองกลางหุบเขานี้ยังคงหอมหวลชวนให้ได้มาสัมผัส

ฉะนั้นหากมีบางเวลาที่ใจต้องการที่ผ่อนพัก สายลมสายน้ำและผู้คนในเมืองกลางหุบเขาที่มีแสงสีแห่งเมืองฉายเจืออยู่นี้ อาจเป็นแห่งหนที่คนเมืองเช่นคุณได้ปลดวางภาระหนักอึ้ง หันมารื่นรมย์กับธรรมชาติและความงดงามเรียบง่าย ที่ท้ายสุดคุณเองก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

 


 

จะว่าไปแล้วตัวปายเอง ถือได้ว่าไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงกับต้องตั้งใจมาดูมาเห็น แต่บรรยากาศของปายเองต่างหาก ที่ดึงดูดใจให้ผู้คนจากแดนไกลให้แวะมาเยือนกัน จนมีคนโพสต์เล่าเรื่องอวดรูปไว้ตามเว็บบอร์ดและบล็อกมากมาย

 


 

ส่วนที่เที่ยวที่ถ้ามาปายกันแล้ว อยากจะออกไปหาที่แวะเที่ยวกันก็จะมีด้วยกันสามเส้นทางหลัก

เส้นแรกคือ ด้านที่วิ่งผ่าน รพ.ปาย ออกไป ก็จะไปชมวัดน้ำฮู หมู่บ้านสันติชล หรือจะเลยไปจนถึงน้ำตกหมอแปงก็ได้

ออกนอกเมืองไปไม่ไกลเพียงประมาณ 3 กม.ก็ถึง วัดน้ำฮู แล้ว

 


 

ที่วัดนี้เชื่อกันว่ามีเหตุมหัศจรรย์ที่เศียรของพระประธานของที่วัดซึ่งเปิดออกได้และภายในกลวง จะมีน้ำขังอยู่เสมอก็เลยเป็นที่มาของชื่อวัดน้ำฮู ที่หมายถึงน้ำในรูนี้ด้วย

 


 

วัดทางเมืองเหนือก็จะมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกตาออกไป ที่น่าได้ลองไปชื่นชมกัน

 


 

ระหว่างทางไปวัด ก็มีโอกาสได้ชมท้องไร่ท้องนาอย่างที่คนเมืองอาจไม่ค่อยได้เห็น

 


 


หรือชมชีวิตบ้านเรือนความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น

 



ถ้าไปถึงวัดน้ำฮูกันแล้ว เลยขึ้นไปอีกไม่ถึง 1 กิโลเมตรก็จะถึง หมู่บ้านสันติชล เป็นหมู่บ้านชาวเขาเชื้อสายจีน

 



ที่นี่ต้องแวะมาชิมอาหารจีนกัน อย่างตรงนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวยูนนาน

 



กางเมนูมามีให้เลือกชิมหลายจาน แต่จานที่ขึ้นชื่อก็คือ ขาหมูยูนาน ที่ไม่ควรพลาดชิมกัน

 


 

ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ จะมาลองตื่นเต้นกับชิงช้าสวรรค์ของชาวบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ร้านก่อนก็ได้

 


 

พออิ่มเสร็จค่อยมาเดินช้อป ซื้อข้าวของพวกใบชาและชุดเครื่องชาสวย ๆ กันในร้านที่สร้างขึ้นมาจากดิน

 


 

ชานี่ลองชิมกันก่อนซื้อได้ด้วย

 


 

ที่นี่ยังมีบริการขี่ม้าพาเดินชมบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านด้วย

 


 

หรือถ้าขี่รถเลยขึ้นไปจากตรงที่เป็นร้านอาหาร ก็จะเป็นบ้านช่องของชาวบ้านแถวนี้ ที่จะเห็นลักษณะได้ว่าเป็นบ้านของคนเชื้อสายจีน

 



ถ้าจะมาเที่ยวเส้นนี้ ให้มาตั้งต้นตรงแยกที่มีร้านน้องเบียร์อยู่หัวมุม

 


 

แล้ววิ่งตรงผ่านโรงพยาบาลปายขึ้นไป ทางจะตรงไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเลี้ยวที่ไหนอีก

 


 

ทางจะออกนอกเมือง เป็นทางลาดขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าปั่นจักรยานมาอาจจะเหนื่อยกันหน่อย แต่เหนื่อยนักก็จอดพักริมข้างทางชมวิวกันได้ ส่วนขากลับรับรองสนุก เพราะไม่ต้องถีบแล้ว ปล่อยให้รถไหลลงมาได้ตลอดทาง

 


 

มีจุดที่ต้องระวังกันนิดว่า วิ่งไปเพลิน ๆ จะมีถนนมาตัดผ่าน เป็นถนนใหญ่ที่เป็นเส้นบายพาสสำหรับคนจะวิ่งไปแม่ฮ่องสอนแล้วไม่ต้องผ่านตัว อ.ปาย

ตอนที่ไปยังไม่เห็นมีป้ายจราจรมาปักไว้ให้สังเกต ยังไงก็ระมัดระวังมองซ้ายมองขวากัน แล้วค่อยตรงข้ามแยกนี้ไป

 


 

ที่เที่ยวย่านที่สอง จะต้องวิ่งข้ามสะพานข้ามน้ำปายออกไปทางด้านวัดพระธาตุแม่เย็น

 


 

ตัววัดพระธาตุแม่เย็นจะอยู่ห่างเมืองออกมาราว 2 กม. แล้วก็อยู่บนเขา ที่ต้องค่อย ๆ เดินขึ้นไปเพราะช่วงสุดท้ายก่อนถึงตัววัด ตรงนี้จะชันหน่อย

 



ทางเข้าวัดจะแยกเข้ามาจากถนน ทางจะลาดขึ้นมาไม่ชันมากผ่านบ้านเรือนชาวบ้าน จนมาถึงทางเดินขึ้นวัด ช่วงแรกจะเป็นอย่างที่เห็นคือเป็นขั้นเตี้ยๆ เดินสบาย

แต่เห็นเดินขึ้นทางชันอย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจไป ใครมีรถมาสามารถขับขึ้นไปจอดบนลานจอดรถด้านบนได้ แต่ใครจะเลือกเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุก็คงได้กุศลไม่น้อยในความพากเพียร

 


 

ขึ้นมาถึงแล้ว มาสงบจิตสงบใจไหว้พระกันก่อน

 



บากบั่นขึ้นมาที่วัดแม่เย็นแล้ว มีของรางวัลเป็นวิวเมืองปายในมุมสูง

 


 

แล้วก็เหมาะจะมากันในช่วงเย็น เพราะบนนี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามของเมืองปาย

 


 

ลงจากพระธาตุมาแล้ว ตรงเชิงบันไดทางขึ้นมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ชื่อ "ร้าน เล็ก เล็ก" (อีกด้วย)

ตรงนี้มีที่นั่งกลางแจ้งให้เอกเขนกจิบเครื่องดื่มไป เขียนโปสการ์ดส่งความคิดถึงถึงเพื่อน ๆ ไปได้ด้วย จะได้ไม่ต้องไปเบียดกันที่ร้านดังในตัวเมือง

 


 

เลยต่อจากวัดแม่เย็นขึ้นไป จะเป็นทางไป โป่งน้ำร้อนท่าปาย

 


 

ที่นั่นจะมีบ่อน้ำพุร้อนไหลออกมาจากใต้ดิน

 


 

พื้นที่ตรงนี้อยู่ในบริเวณของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ห่างจากตัวเมืองมาราว 8 กม. เพราะงั้นจะเข้ามาชมก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเหมือนการเข้าอุทยานแห่งชาติกันด้วย

ค่าธรรมเนียมของอุทยานแต่ละแห่งจะไม่เท่ากัน สำหรับของที่นี่ค่าเข้าผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็ก 20บาท แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติผู้ใหญ่คนละ 200 บาท เด็กคนละ 100 บาท

 


 

เดินจากลานจอดรถขึ้นไปประมาณ 300 ม. ก็จะเจอกับตัวบ่อน้ำร้อนที่มีน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดิน แต่น้ำตรงนี้ถึงไม่ห้ามก็ไม่ควรแช่ เพราะร้อนถึง 80 องศาเซลเซียสทีเดียว เรียกว่าเกือบสุก

 



น้ำจะไหลลงมาตามลำห้วยที่จะเย็นลงมาพออุ่นให้แช่ได้สบาย ใครชอบใจมุมไหนก็ลงแช่กันได้เลย

 


 

เห็นน้ำร้อน ๆ กันอย่างนี้ หลายคนคงนึกถึงไข่ต้ม ขอบอกว่าเขาห้ามต้มไข่จ้า

 


 

ถ้าอยากจะต้มกันจริง ๆ เขาจัดที่เอาไว้ให้ต่างหากตรงหลังด่านเก็บค่าธรรมเนียม

 


 

ถ้าอยากจะได้ที่แช่น้ำร้อนที่ส่วนตัวขึ้นอีกนิด ระหว่างทางมาที่โป่งน้ำร้อน เห็นป้ายทางเข้าที่พักที่ชื่อ ปาย ฮอตสปริง สปา รีสอร์ท ก็เลี้ยวเข้ามาได้เลย

 


 

ที่ ปาย ฮอตสปริง จะมีบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งให้แช่กัน ถ้าเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้พักที่นี่ เขาคิดหัวละ50 บาท

 


 

ในซอยแยกเดียวกัน ยังมี อโรมา ปาย สปา ที่มีสระกลางแจ้งให้แช่ คิดหัวละ 50 บาทเหมือนกัน แต่ถ้าใครไม่มีกางเกงขาสั้น ผ้าขนหนูมา จะให้จัดให้ด้วยก็คิดเป็นหัวละ 100 บาท

 


 

มาเที่ยวปายช่วงหน้าหนาว ได้มาแช่น้ำอุ่น ๆ อย่างนี้ก็สบายตัวไม่เลวเลย แล้วที่สระก็จะเป็นสระน้ำล้นมีน้ำไหลเติมเข้ามาให้อุ่นสบายอยู่ตลอด

 


 

มีห้องน้ำห้องส้วมสำหรับอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าอยู่ที่ข้างสระ

 


 

แล้วถ้าอยากพักผ่อนทำสปาเพิ่มอีกด้วย ที่นี่ก็มีให้บริการอยู่ มีหลายระดับราคาให้เลือกตั้งแต่ เฉพาะขัดหน้านวดหน้าแช่น้ำแร่ที่ 850 บาท หรืออย่างกลาง ๆ ก็มีนวดตัว ขัดผิว หรือ พอกโคลน แช่น้ำแร่ ใช้เวลากัน 2 ชม. ในราคา 1,550 บาท ถ้ายังไม่จุใจเขายังมีคอร์ส 3 ชั่วโมงครึ่งกับราคา 2,650 บาท ไว้ให้เลือกด้วย

 


 

แต่ละห้องจะมี 3 เตียง ถ้ามาด้วยกันก็เข้าพร้อมกันได้ แต่ถ้ามาเดี่ยวเขาก็จะให้ครองเป็นส่วนตัวไปคนเดียวทั้งห้อง

 


 

ในแต่ละห้องนอกจากห้องน้ำห้องท่าแล้ว ยังมีบ่อน้ำร้อนส่วนตัวให้แช่อีกด้วย

 


 

บรรยากาศด้านนอกก็เป็นสวนเขียว ๆ มีเปิดเพลงเบา ๆ ขับกล่อม น่าสบายเลยทีเดียว

สนใจจะโทรไปสอบถามหรือนัดจองเวลากันได้ที่ โทร. 087-187-0791 หรือ 053-065-745

 


 

ระหว่างทางไปโป่งน้ำร้อนจะมีปางช้างอยู่หลายแห่ง สามารถไปใช้บริการขี่ข้างชมวิวกันได้ มีให้เลือกทั้งวิวริมน้ำหรือวิวภูเขา ค่าบริการคนละ 300 บาทต่อชั่วโมง

 


 

หรือจะซื้อกล้วยจากตลาดในเมืองติดมือมา แล้วแวะเอามาป้อนเป็นอาหารช้างกันก็ได้

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.