| เย็นย่ำค่ำมืด |
|
หน้า 1 จาก 2
ตกค่ำแล้วอยากจะขยับออกไปหาบรรยากาศสว่างไสว คึกคัก ก็ชวนให้มาเดินกันที่ย่านไนท์บาซาร์
จะมีแผงขายของมาเปิดกันยาวเหยียดทั้งสองฝั่งถนนช้างคลาน ตั้งแต่ต้นถนนที่แยกจากถนนท่าแพ ไปจนถึงช่วงที่ตัดกับถนนลอยเคราะห์
ทั้งสองฝั่งถนนนอกจากแผงขายบนทางเท้า ยังมีส่วนที่สร้างเป็นอาคารอย่างเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ หรือกาแลไนท์บาซาร์ ให้เลี้ยวเข้าไปเดินกันด้วย
ถ้าอยู่ในอาคารก็จะโปร่งเดินสบายกว่าข้างทางขึ้นอีกหน่อย ก็ค่อย ๆ เดินชิมกันไป
ถนนตรงช่วงไนท์บาซาร์นี่จะห้ามจอดรถทั้งสองฝั่ง
แล้วก็มีจราจรแวะมาเยี่ยมอย่างนี้ถ้าจะแอบ ๆ จอดกัน
ถ้าจะขับรถมาย่านนี้ เห็นที่ กาแลไนท์บาซาร์ จะมีลานจอดรถอยู่ด้านหลังด้วย อาจจะเอารถมาจอดกันไว้ที่นี่ได้ จุดสังเกต คือ กาแลจะอยู่ตรงที่มีทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟจราจรพอดี ค่าจอดรถก็ไม่แพง ชั่วโมงละ 10 บาท แล้วก็สามารถ stamp จอดฟรี 2 ชั่วโมงได้ถ้าไปใช้บริการ Food Court ของเขา
Food Court ที่นี่บรรยากาศเรียกว่าใช้ได้ น่านั่งทีเดียว แล้วพอช่วงค่ำหน่อยส่วนที่อยู่กลางแจ้งจะมีวงมาเล่นสดให้ฟังคลอไปอีกด้วย
พอค่ำสักหน่อย เห็นมีฝรั่งมาใช้บริการกันคึกคักอยู่เหมือนกัน
เดินตามถนนลงใต้มาเรื่อย จะมีอีกตลาดอยู่ติด ๆ กันคือ ตลาดอนุสาร ตลาดนี้มีที่จอดรถให้บริการอยู่ด้วยเหมือนกัน ถ้าขับรถมาก็เลี้ยวเข้ามาได้เลย
ส่วนบรรยากาศจะเป็นลานโล่งกว้าง ๆ ที่มีร้านมาตั้งแผงขายกัน
บรรยากาศก็จะโปร่งสบายน่าเดินดีเหมือนกัน
รอบ ๆ ตัวตลาดจะมีร้านอาหารให้เลือกกันเยอะ
ร้านแนวอาหารจานเดียวก็มี แล้วก็มีลูกค้านั่งกันคึกคักทีเดียว
แต่ถ้ามีเด็ก ๆ มาเที่ยวกันด้วย ช่วงค่ำจะออกไปเที่ยวกันที่ ไนท์ซาฟารี เด็ก ๆ ก็คงจะได้สนุกสนานตื่นเต้นกันใหญ่ เว็บไซค์ www.chiangmainightsafari.com
มาถึงแล้วก็มาซื้อบัตรกัน ช่องขวาสำหรับบุคคลทั่วไปอย่างเรา ๆ ส่วนช่องซ้ายจัดไว้สำหรับที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์ ผู้ใหญ่ 250 บาท ส่วนเด็ก (สูง 100-140 ซม.) 125 บาท เด็กเล็กสูงไม่ถึง 100 ซม. ชมฟรี (จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้)
ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เดินต่อเข้ามาด้านในกัน
ถ้าเดินตรงผ่านโถงเข้ามาแล้ว ตรงเข้ามาจะทะลุออกมาที่ลานกว้าง
ลานตรงนี้จะอยู่ริมบึงน้ำใหญ่ ที่พอตกค่ำจะมีการแสดงน้ำพุดนตรีให้นั่งชมกันตรงนี้ด้วย
หันกลับมาที่ตัวอาคาร ถ้าจะนั่งรถเข้าไปชมสัตว์ จะมีสถานีบริการอยู่ทั้งสองฝั่งของปีกอาคาร รถบริการแต่ละฝั่งก็จะพาเข้าไปชมสัตว์คนละส่วนกัน ฝั่งหนึ่งจะเป็นส่วนที่เรียกว่า Predator Prowl อีกฝั่งจะเรียกว่า Savanna Safari ชื่อของเขาฟังแล้วอาจจะงงจำยาก เอาเป็นว่าพอไปชมทางฝั่งขวาเสร็จแล้ว ก็เดินย้ายข้ามฟากไปขึ้นรถนำชมที่อีกฝั่งหนึ่งต่อ เพราะงั้นพอซื้อบัตรมาแล้วต้องเก็บบัตรไว้ให้ดี เพราะจะต้องใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่เวลาเข้าไปใช้บริการรถนำชมแต่ละฝั่ง แต่ฝั่งละแค่หนเดียวเท่านั้น เบิ้ลไม่ได้
ตรงนี้เป็นทางออกไปขึ้นรถนำชม หลังจากซื้อบัตรผ่านประตูเข้ามาแล้ว ตรงที่ตรวจบัตรหน้าทางเข้า เจ้าหน้าที่ตรงนั้นจะแนะนำว่าจะมีรถออกทางฝั่งไหนก่อน หรือจะมีรถออกเที่ยวต่อไปตอนกี่โมง ก่อนเวลาสัก 10 นาทีก็มาเตรียมตัวรอไปขึ้นรถกันได้ตรงนี้ แต่ก่อนจะออกไปขึ้นรถ แนะนำว่าควรจะเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่พาไปเที่ยว ห้องน้ำจะอยู่ข้าง ๆ ทางออกไปขึ้นรถตรงนี้แล้ว
ได้เวลาแล้วออกไปขึ้นรถกันดีกว่า
รถนำชมจะออกให้บริการกันทุก 15 นาที เที่ยวสุดท้ายคือ 22.30 น. ส่วนเที่ยวแรกเข้าใจว่าจะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล คือ หน้าหนาวที่มืดเร็ว ก็จะเริ่มให้บริการกันเร็วขึ้น คือราว 18.30 น. เท่าที่เห็นจะไม่ได้มีเป็นตารางเวลาของรถที่จะออกติดประกาศเอาไว้ เข้าใจว่าจะปรับให้ยืดหยุ่นตามจำนวนของผู้เข้าชมแต่ละช่วง ที่นี่ก็เลยจะใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่มาคอยยืนประชาสัมพันธ์ กับมีประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง แต่ก็ไม่ต้องห่วงว่ามากันดึกหน่อย พอคนน้อยจะไม่มีรถนำชมออก เพราะเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าถึงมีผู้ชมแค่สองคน รถก็ยังออกให้บริการ
ระหว่างทางจะมีแวะจอดให้ชมสัตว์ที่จัดแสดง แล้วก็มีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ข้อมูลทั้งของสวนสัตว์ แล้วก็สัตว์ชนิดที่มาโชว์ตัวอยู่ เรียกว่าเพลิดเพลินไปตลอดรอบชมที่ใช้เวลาฝั่งละราว 25 นาที
ระหว่างทางไปขึ้นรถนำชมอีกฝั่งหนึ่ง ถ้าจังหวะพอดีก็จะได้แวะชมการแสดงน้ำพุดนตรีคั่นรายการกันก่อน
น้ำพุดนตรีจะมีกัน 3 รอบ คือ 19.00 20.00 และ 21.10 น.
นอกจากน้ำพุดนตรีแล้ว รอบบึงน้ำที่ว่ายังเป็นทางเดินสำหรับชมสัตว์ ที่เรียกว่า Jaguar Trail ระยะทาง 1,200 ม. เราสามารถเดินชมสัตว์ได้เหมือนกับสวนสัตว์ทั่วไป ถ้าหันหน้าเข้าหาบึง จุดเริ่มต้นเส้นทางจะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ด้านในจะมีห้องน้ำให้บริการอยู่ด้วย
ทางเดินชมสัตว์ Jaguar Trail นี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางวัน ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์จะเปิดตั้งแต่ 10.00 น. ส่วนวันธรรมดาก็ขยับมาเป็นช่วงบ่ายคือ 13.00 น. แล้วถ้าจะเข้ามาชมเฉพาะส่วนนี้ สามารถซื้อบัตรเฉพาะได้ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 25 บาท (คือจะขึ้นรถนำชมไม่ได้นั่นเอง)
ถ้าให้ดีมาที่นี่กันตั้งแต่เย็นฟ้ายังไม่มืด จะได้เดินชมสัตว์ใน Jaguar Trail ได้ถนัดชัดเจนกว่าตอนค่ำ ส่วนมื้อเย็นก็อาจจะมาฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารที่นี่ก็ได้ มีอาหารจานเดียวง่าย ๆ ให้บริการอยู่ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 30 บาท แล้วถ้าเด็ก ๆ อยากกินเป็นแซนวิช หรือ สปาเก็ตตี้ ก็มีให้เลือกด้วย ร้านอาหารตอนนี้จะมีอยู่ร้านเดียว ถ้าพาเด็กไป อาจจะไปก่อนเวลาที่เด็กจะหิวสักนิด เผื่อจะต้องรออาหารที่สั่ง
โต๊ะนั่งตรงระเบียงกลางแจ้ง บรรยากาศน่านั่งทีเดียวโดยเฉพาะช่วงเย็น ๆ
ตรงทางออกจะมีร้านขายของที่ระลึก
มีกันอยู่สองร้าน
การเดินทางมาเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ก็ใช้เส้นทางเดียวกันกับมางานพืชสวนโลก เพราะว่าไนท์ซาฟารีก็จะอยู่ติดกัน
ถ้าขับรถมาเอง เลือกใช้ได้สองเส้นทางคือ วิ่งตามถนนสาย 108 จากแยกสนามบินมุ่งหน้าไปทาง อ.หางดง แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ หรือจะใช้ถนนเลียบคลองชลประทาน (ทล. 121 ) แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ก็ได้เหมือนกัน จะวิ่งเส้นนี้ถ้าอยู่ที่ตัวเมืองก็มาตั้งต้นทางฝั่งประตูสวนดอก (ประตูเมืองทางทิศตะวันตก) วิ่งตามถนนสุเทพออกไป พอถึงกาดต้นพยอมก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 121 ทั้งสองเส้นจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ส่วนถ้าจะมาด้วยรถเมล์สาย 11 ต้องบอกว่ามาได้แต่กลับไม่ได้ คือ รถเมล์สายนี้จะวิ่งมาสุดสายที่ไนท์ซาฟารี เรียกว่าลงรถปุ๊บก็ซื้อบัตรเข้าชมได้เลย แต่รถเที่ยวสุดท้ายจะมาถึงประมาณหนึ่งทุ่ม ยังไม่ทันได้เที่ยวเลยรถก็หมดแล้ว ถ้าไม่มีรถมา อาจจะนั่งรถเมล์ตอนขามา (ที่เส้นทางออกจะอ้อมอยู่นิด ๆ ) แล้วโทรเรียกแท็กซี่มารับตอนขากลับ ค่าบริการแท็กซี่เข้ามาส่งในตัวเมืองราว 250 บาท
ส่วนถ้าขับรถมาเอง พอมาถึงแล้วจะมีลานจอดรถทางซ้ายมือ ลานจอดกว้างขวางสว่างไสวดี
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.