เที่ยวแรมคืน
FacebookTwitterBlogger

เวียงสา นาน้อย

หลังเลาะเลี้ยวผ่านสารพัดโค้งในเส้นทางจากแพร่มาที่น่าน  อำเภอแรกที่ทำหน้าที่เป็นประตูสู่เมืองน่านก็คือ อ.เวียงสา แต่ก่อนจะผ่านเลยไป เวียงสา มีที่น่าแวะเที่ยวอย่าง วัดบุญยืน และ เฮือนรถถีบ ให้ได้มาเยือน  แล้วถ้าวิ่งลงใต้ต่อลงไปที่ อ.นาน้อย ที่นั่นยังมี  ดอยเสมอดาว และ ผาชู้ ในอุทยานแห่งชาติศรีน่านที่เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับคนที่อยากได้ชมทะเลหมอกสวยในยามเช้าจะพลาดไม่ได้

ทางไปที่ อช.ศรีน่าน ยังผ่าน เสาดินนาน้อย และ คอกเสือ ลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผีที่แพร่ให้แวะเที่ยวได้  แล้วไม่ไกลกันยังมี อช.ขุนสถาน อีกแห่งให้เลือกไปกางเต็นท์พักแรม

 


 

 

หลังจากผ่านทางเขาลงมา

 

 


 

 

จากเวียงสาไปที่ตัวเืมืองน่าน ยังต้องเดินทางต่ออีก 25 กม.

ก่อนจะเลยผ่านไปมาแวะเที่ยว วัดบุญยืน ที่เวียงสากันก่อน

ทางไปง่ายมาก ๆ ให้ขับตรงเข้า อ.เวียงสา มาตามป้าย  วิ่งมาอีกแค่ 1 กม. พอเจอแยกไฟแดงก็เลี้ยวซ้าย   ก็จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือแล้ว

 

 


 

 

เห็นหน้าตาอุโบสถที่ทำหลังคาลดหน้าหลังไม่เท่ากันอย่างนี้  เป็นรูปแบบของทางล้านนาเขาเลย

 

 


 

 

วัดบุญยืน เป็นวัดเก่าแก่คู่มากับเมืองเวียงสาที่เดิมเคยเรียกว่าเวียงป้อ  เพียงแต่วัดถูกย้ายมาสร้างใหม่ที่นี่เพราะที่เดิมคับแคบไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2329 โน้นแล้ว   ที่ตั้งเดิมของวัดตามประวัติก็เล่าว่าเคยอยู่ตรงที่เดี๋ยวนี้เป็นตลาดเทศบาล

 

 


 

 

ส่วนอุโบสถมาสร้างใหม่ให้แข็งแรงสวยงามอย่างที่เห็นตอนปี พ.ศ. 2340  สมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน หรือตรงกับสมัยรัชกาลที่ 2

 

 


 

 

หน้าอุโบสถมีลวดลายประดับกระจกและปูนปั้นที่สวยเลยล่ะ  ถ้านับอายุแล้วอุโบสถหลังนี้ก็สร้างมา 200 กว่าปีแล้ว

 

 


 

 

ก้าวเข้าอุโบสถมาปุ๊บก็รู้สึกแปลกตาทันที  พระประธานที่นี่เป็นพระพุทธรูปยืนที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนัก  เป็นพระปางที่เรียกว่า ปางเปิดโลก  ชื่อวัดบุญยืนก็ว่ากันว่ามาจากพระประธานที่เป็นพระยืนนี่ล่ะ

ที่สะดุดตาอีกอย่างก็คงเป็นเสาที่มีลวดลายปูนปั้นรูปเครือเถาและสัตว์ในป่าหิมพานต์ประดับไว้อย่างสวยงาม  เป็นรูปแบบศิลปะที่ได้อิทธิพลมาจากทางสุโขทัย

 

 


 

 

เสาสำคัญต้องเป็นเสาคู่หน้าที่ใกล้กับพระประธานที่สุด  เล็งดูจะเห็นเป็นรูปนกยูง  

นกยูงนี้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทน เจ้าผู้ครองนคร ที่นิยมใช้กันทางล้านนา  ที่เคยไปทางเชียงใหม่ก็เห็นมีอยู่หลายวัดเหมือนกัน อย่างวัดพระสิงห์ วัดพันเตา

 

 


 

 

มาวัดทางเมืองเหนือจะมีธรรมาสน์งาม ๆ แบบนี้  โดยเฉพาะในเมืองน่านเท่าที่เห็นมาเจอแต่ธรรมาสน์สวย ๆ ไปเสียทุกวัด  ไปวัดไหนก็อย่าลืมชมกันด้วย

 

 


 

 

ลวดลายนาคกระหวัดหางเกี่ยวกันที่สวยงาม

 

 


 

 

ล่างลงมามีลายที่เรียกว่า "ปูรณฆฏะ"  หรือ หม้อที่มีพรรณพฤกษ์แตกกิ่งก้าน ที่สื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์  ถือกันว่าเป็นลวดลายมงคลที่นิยมทำประดับกัน

ใครผ่านไปหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ลองสังเกตดูก็จะเห็นปูนปั้นรูปหม้อน้ำประดับอยู่  นั่นก็ทำไว้ในความหมายอย่างเดียวกันแต่เป็นสไตล์อย่างฝรั่ง

 

 


 

 

ที่ไม่ควรพลาดชมอีกอย่างก็คือ รูปทวารบาลไม้แกะสลัก ที่บานประตูทางเข้าอุโบสถ  อายุอานามเก่าแก่กว่า 200 ปี

จะเห็นฝีมือช่างที่บรรจงแกะลึกลงไปจนเกิดเป็นมิติขึ้นมา  จะเรียกว่าเป็น 3D ยุคโบราณอย่างหนึ่งก็น่าจะได้   สมัยนั้นคนเห็นเข้าก็คงตะลึงไม่แพ้ที่เราดูหนัง 3 D สมัยนี้ก็ได้นา

 

 


 

 

ฝั่งตรงข้ามกับวัดบุญยืน เป็นที่ตั้งของสำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสา  แต่เดิมเคยใช้เป็นที่ว่าการอำเภอสามาก่อน จะเห็นว่าเขายังรักษาตัวอาคารและป้ายชื่อเดิมเอาไว้ให้เห็น

ไหว้พระชมวัดเสร็จแล้ว ก็ชวนให้ข้ามถนนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเลยเชียว

 

 


 

 

ที่ชวนอย่างนั้นก็เพราะ  ตอนที่พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือเป็นครั้งแรก ตอนปี พ.ศ.2501 ระหว่างทางเสด็จจากแพร่ไปน่าน ก็ทรงแวะเยี่ยมราษฎรที่ อ.สา  แล้วก็เสด็จออกที่มุขบนที่ว่าการอำเภอให้ประชาชนได้เฝ้าฯ  อย่างที่เห็นในรูป

มาเยือนที่นี่แล้วก็เหมือนได้มาเห็นรอยพระบาทแรก ๆ ที่ทั้งสองพระองค์เสด็จออกเยี่ยมราษฎรตามต่างจังหวัด  แล้วได้ทรงเห็นชีวิตความเป็นอยู่ที่ขัดสนของผู้คนในชนบทห่างไกล  จนเป็นจุดตั้งต้นของโครงการพัฒนาต่าง ๆ มากมาย เพื่อช่วยให้พสกนิกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

 


 

 

ปลื้มอกปลื้มใจกันดีแล้ว  เลี้ยวขวาออกจากหน้าเทศบาลตำบลเวียงสา มุ่งหน้าลงใต้ไปทาง อ.นาน้อย

 

 


 

 

แต่ยังไม่ต้องไปไกลถึงตัวอำเภอนาน้อย  เพราะแค่ 500 ม. พอเห็นปั้มน้ำมันเชลล์ก็เลี้ยวเข้ามาในปั้ม 

หลังปั้มจะมี "เฮือนรถถีบ" ที่มีจักรยานโบราณจอดเรียงรายให้คนรักคนชอบจักรยานได้มาชื่นชมกัน

 

 


 

 

จักรยานโบราณนับร้อยคันที่จอดเรียงรายอยู่ที่นี่ เป็นของสะสมของ คุณสุพจน์ ไตรเต็งรัตน์  

เดิมครอบครัวของท่านย้ายจากเด่นชัยมาค้าขายอยู่ที่เวียงสา จนได้เป็นตัวแทนขายจักรยานนำเข้าจากยุโรปหลากยต่อหลายยี่ห้อ  ก่อนที่การค้าจักรยานจะซบเซาไปก็เลยหันมาขายจักรยานยนต์และเปิดปั้มน้ำมันแทน

แต่ที่เกิดมี เฮือนรถถีบ ขึ้นมา  ก็พอดีว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่ตอนปี พ.ศ.2549  ตอนที่ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่หลังน้ำลด คุณลุงสุพจน์ก็เลยไปเจอชิ้นส่วนจักรยานจำนวนมากเก็บอยู่  ทำให้คุณลุงระลึกถึงจักรยานที่เคยค้าขายจนสร้างฐานะลงหลักปักฐานได้

ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจเก็บรวบรวมจักรยานโบราณที่ผลิตจากยุโรปหลายรุ่น หลายยี่ห้อมาไว้ใน เฮือนรถถีบ เพื่อเป็นอนุสรณ์แล้วก็ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับอนุชนรุ่นต่อ ๆ ไป

 

 


 

 

เพราะงั้นที่นี่ก็เลยยินดีเปิดให้ชมกันได้ฟรี  เพียงแค่แวะไปบอกคุณลุงสุพจน์ที่สำนักงานของปั้ม ท่านก็จะปั่นจักรยานคันงามมาเปิดประตูให้

เรียกว่าที่นี่เป็นเฮือนจัดแสดงตามอัธยาศัย  ไม่ได้มีเวลาเปิดปิดตายตัว  แต่ปกติแล้วช่วงบ่าย ๆ ของทุกวันคุณลุงจะอยู่ไม่ได้ไปไหน  ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็มากันได้ตั้งแต่ช่วงสาย  แต่เว้นช่วงเที่ยงให้คุณลุงได้พักผ่อนสักหน่อย

หรือถ้าอยากนัดหมายมาก่อนก็โทรมาได้ที่ 054-781-359

 

 


 

 

จักรยานที่นี่ถึงจะโบราณเก่าแก่แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดี เรียกว่ายังคว้ามาขี่ได้ทุกคัน  ตอนที่ไปขอชมคุณลุงยังใจดีเอ่ยปากให้ลองขี่ดู

แต่แหมใครจะกล้า....เกิดทำรถล้มเป็นอะไรขึ้นมาจะหาอะไหล่ที่ไหนมาซ่อมคืนให้   ดีไม่ดีจะต้องขายรถเก๋งมาซ่อมรถถีบกันเลย

 

 


 

 

แค่มาได้ฟังคุณลุงเล่าถึงรถคันโน้นคันนี้ ว่ามีเอกลักษณ์จุดเด่นตรงไหนยังไงบ้างก็สนุกแล้ว

 

 


 

 

แต่ก่อนรถจักรยานที่สั่งมาขายจากตัวแทนในกรุงเทพฯ ไม่ได้ส่งมาเป็นคัน ๆ แต่มาเป็นชิ้น ๆ  ร้านขายต้องมาประกอบขึ้นมาเป็นคันเอง  ทักษะจากการประกอบรถในสมัยก่อนนี่เองที่ทำให้คุณลุงสามารถดูแลรถแต่ละคันให้อยู่ในสภาพดีได้ด้วยตัวเอง

 

 


 

 

แล้วถ้าใครมาเห็นแล้วเกิดชอบ อยากเอ่ยปากขอซื้อต่อ  คุณลุงก็ติดป้ายบอกกล่าวเอาไว้เรียบร้อย ถอดรหัสแล้วแปลได้ความว่า "ไม่ขาย"

 

 


 

 

ใครมาเที่ยวยู่ที่ตัวเมืองน่านแต่ไม่ได้ขับรถมาเอง  แล้วอยากออกมาเที่ยววัดบุญยืน กับ เฮือนรถถีบ บ้าง  ก็มากันได้เลย อ.เวียงสาอยู่ห่างจากตัวเมืองลงมาทางใต้แค่ 25 กม. เท่านั้น

ไปที่สถานีขนส่งน่านแล้วขึ้นรถสาย น่าน-เวียงสา แบบนี้ได้เลย   ช่วงเช้าเย็นมีรถออกทุก 15 นาที แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวันคนน้อย รถจะออกห่างหน่อยเป็นทุก 40 นาที

 

 


 

 

แล้วความที่เวียงสาเหมือนเป็นประตูของน่าน  รถโดยสารที่ออกจากน่านไปทางแพร่ก็ต้องผ่านที่เวียงสาด้วยทั้งนั้น เพราะงั้นนอกจากรถน่าน-เวียงสาแล้ว  ยังขึ้นรถสายอื่นอย่างน่าน-เด่นชัย ได้อีกด้วย

 

 


 

 

มาถึงสถานีขนส่งที่เวียงสาแล้ว ก็เดินต่อไปที่วัดบุญยืนได้ไม่ไกลเกิน  จากถนนหน้าสถานีให้เดินเลยต่อเข้าไปจนถึงแยกไฟแดง  ถ้าเลี้ยวซ้ายที่แยกก็จะเจอวัดบุญยืน  เลี้ยวขวาก็จะเป็นเฮือนรถถีบที่อยู่ในปั้มเชลล์

แต่ถ้าไม่อยากเดินก็จ้างรถสกายแล็ปให้ไปส่งได้

 

 


 

 

จากที่ อ.เวียงสา  ถ้าวิ่งรถลงใต้ต่อลงไปทาง อ.นาน้อย ยังมีที่เที่ยวเด็ดขึ้นชื่อของน่านอยู่อีกที่ ดอยเสมอดาวและผาชู้ ใน อช.ศรีน่าน  กับ เสาดินนาน้อยและคอกเสือ

 

 


 

 

โดยเฉพาะที่ดอยเสมอดาว ดูเหมือนจะเป็นไฮไลต์สำคัญที่คนมาเที่ยวน่านจะต้องมีอยู่ในโปรแกรมด้วยกันทั้งนั้น เพราะเป็นจุดที่มากางเต็นท์รอชมทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างเต็ม ๆ ตาแบบนี้

เพราะงั้นบางคนก็วางโปรแกรมแวะมาพักค้างรอชมทะเลหมอกที่นี่ก่อนจะขึ้นไปเที่ยวในตัวเมืองน่าน

 

 


 

 

จากตัว อ.เวียงสา วิ่งรถลงใต้ตาม ทล.1026  อีกราว 34 กม. ก็จะมาถึงตัว อ.นาน้อย

จากนั้นก็เลี้ยวซ้าย ใช้ ทล.1083 ไป เสาดิน และ ดอยเสมอดาว-ผาชู้   (ก่อนถึงแยกราว 400 ม. จะมีปั้ม ปตท. อยู่ทางขวามือ)  ถนนช่วงนี้จะเป็นถนน 2 เลน สภาพดีตลอดทาง

ส่วนถ้าวิ่งตรงมาจากตัวเมืองน่านไปที่ ดอยเสมอดาว-ผาชู้ ก็จะตกราว 80 กม.  ระยะทางดูไม่ไกล แต่ความที่ถนนทอดตัวคดโค้งในช่วงก่อนถึงตัว อ.นาน้อย รวมทั้งในเส้นทางที่ขึ้น อช.ศรีน่าน   แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง  และควรเผื่อเวลาสำหรับกางเต็นท์ก่อนฟ้าจะมืดอีกด้วย

 

 


 

 

สำหรับที่ อช.ศรีน่าน  มีจุดกางเต็นท์ให้เลือก 2 แห่งอยู่ที่ ดอยเสมอดาว กับ ผาชู้

วิวสวยสุดจะอยู่ที่ดอยเสมอดาว ซึ่งตรงนั้นไม่มีร้านค้าบริการและไม่มีบ้านพัก  ใครจะไปพักกางเต็นท์ที่นั่นต้องเตรียมเสบียงขึ้นไปเอง   แล้วถ้าอยากหาซื้อของสดขึ้นไปทำกินกันบนนั้น   อยากชวนให้แวะมากระจายรายได้ตามตลาดของชาวบ้าน แถมยังได้โอกาสลองซื้อกับข้าวกับปลาท้องถิ่นไปลองชิมกันด้วย

ตัวตลาดหาไม่ยาก  พอมาถึง อ.นาน้อยแล้ว แล้วยังไม่ต้องเลี้ยวซ้ายขึ้น อช.ศรีน่าน  ให้ขับตรงต่อมาก่อน

 

 


 

 

สังเกตธนาคาร ธกส. ทางขวามือเอาไว้  พอถึงหน้าธนาคารแล้ว ให้ "เลี้ยวซ้าย" เข้าซอยแรกที่เจอ  ก็จะมาเจอตลาดสดเทศบาลตำบลนาน้อย

แต่ตลาดที่นี่จะติดกันเฉพาะช่วงเช้าตั้งแต่ตี3 จนถึงราว 8 โมงเช้าเท่านั้น  เหมาะสำหรับคนที่จะขึ้นดอยตั้งแต่เช้า

 

 


 

 

ถ้าเป็นช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ให้วิ่งรถตรงต่อผ่าน ธกส. ขึ้นมาอีกราว 1 กม.  จนถึงวัดนาหลวง  ที่หน้าวัดจะมีตลาดเย็นอยู่อีกแห่งชื่อ ตลาดบ้านนาหลวง

 

 


 

 

ที่ตลาดมีของสดให้เลือกซื้อไปทำกินกันได้ครบครัน

 

 


 

 

รวมถึงอาหารสำเร็จ ที่เหมาะสำหรับคนอยากลองชิมอาหารเมืองเหนือรสชาติอย่างที่ชาวบ้านเขากินกันจริง ๆ ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับลิ้นคนกรุง ก็มาหาซื้อไปลองชิมกันได้

 

 


 

 

เสบียงพร้อมแล้ว  มุ่งหน้าขึ้นดอยกันเลย

 

 


 

 

ถนนทางขึ้น อช.ศรีน่าน เป็นถนนกว้างขับสบาย  ทางไม่คดเคี้ยวมาก เรียกว่าขับขึ้นดอยไปหลายอุทยานในจังหวัดน่าน  (แต่ก็ยังไม่ครบดี เพราะน่านมีอุทยานฯ ตั้ง 7 แห่ง)  เส้นนี้น่าจะเรียกได้ว่าขับง่ายที่สุดแล้ว  ใครไม่คุ้นกับถนนบนดอยก็เหมาะจะมาลองขับสะสมประสบการณ์กัน

 

 


 

 

วิ่งเข้าเขตอุทยานแห่งชาติมาแล้ว เลยต่อมาจะมาเจอกับทางเข้าดอยเสมอดาว

 

 


 

 

สังเกตว่าปากทางเข้าจะอยู่ติดกับ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  (ทางเข้าจะถึงก่อน)

 

 


 

 

ทางขึ้นดอยเสมอดาว  เป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 600 ม. 

เล่าไว้นิดว่า ถ้าเป็นช่วงเทศกาลที่มีคนมาเที่ยวกันมาก  อุทยานฯ จะปิดไม่ให้เอารถส่วนตัวขึ้นไป เพื่อที่จะได้เอาลานจอดรถด้านในสำหรับเป็นลานกางเต็นท์รองรับนักท่องเที่ยวที่มากันล้นหลาม   แล้วก็จะจัดรถบริการเวียนเข้าไปรับส่งให้แทน  ส่วนรถก็ต้องจอดทิ้งกันไว้แถว ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี้

เพราะงั้นใครมาช่วงเทศกาลก็แนะนำให้จัดข้าวของสัมภาระให้กระทัดรัดพกพาสะดวกเอาไว้ จะได้สะดวกในการขนย้าย เพราะรถส่วนตัวจะเข้าได้ไม่ถึงลานกางเต็นท์

 

 


 

 

ขับรถไต่ผ่านทางลูกรังมาจนถึงลานจอดรถที่ดอยเสมอดาวแล้ว  มองขึ้นไปจากลานจอดไปที่สันดอย

 

 


 

 

จากสันดอยมองย้อนกลับลงมาบ้าง

 

 


 

 

จะเห็นว่ามีลานกางเต็นท์ลดหลั่นกันลงไปเป็นขั้นบันได

 

 


 

 

ส่วนบนสันดอยก็เป็นจุดชมวิว

 

 


 

 

ด้านหนึ่งมองไปเห็นผาหัวสิงห์ที่เป็นชะง่อนหิน ที่สามารถขอเจ้าหน้าที่นำทางพาป่ายปีนขึ้นไปได้ด้วยสำหรับคนอยากลุย

 

 


 

 

ล่างลงไปเป็นแนวลำน้ำไหลผ่าน

 

 


 

 

ด้วยความชื้นของสายน้ำและผืนป่า  สันดอยก็เลยเป็นจุดชมวิวสวย

 

 


 

 

ที่จะเกิดทะเลหมอกในยามเช้า แล้วยังได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นในมุมเดียวกัน

กระซิบกันว่าใครไปค้างแรมกันช่วงคืนขึ้น 15 ค่ำ   พอเย็นพระอาทิตย์ตกปุ๊บ ก็ให้ขึ้นมารอชมพระจันทร์เต็มดวงค่อย ๆ ขึ้นมาทอแสงนวลสวยได้ที่นี่  อยากบอกว่าสวยขาดใจไปเลย

 

 


 

 

ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้พักค้างที่ดอยเสมอดาวเพราะมีจุดชมวิวที่เริ่ดมาก  แต่ถ้ามาเที่ยวช่วงเทศกาลที่ผู้คนแห่แหนกันมาล้นหลาม  หรือใครที่ต้องการความสะดวกในแง่ของร้านอาหารบริการหรือบ้านพัก  ก็คงต้องมานอนกันที่ผาชู้  ที่อยู่ตรงที่ทำการอุทยานศรีน่าน

จะไปที่ผาชู้ให้วิ่งรถผ่านหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมา แล้วจะมีทางแยกทางซ้ายลงมา  ระยะทางจากศูนย์บริการฯ มาถึงผาชู้หรือตัวที่ทำการฯ ที่อยู่ที่เดียวกันก็ราว 6 กม.

 

 


 

 

ผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียม

 

 


 

 

ที่ผาชู้เขามีสายธงชาติที่ยาวววววววที่สุด

 

 


 

 

เพราะว่าตัวเสาธงอยู่ข้างบนโน้น  แต่เดาว่าเขาคงไม่ได้เชิญธงขึ้นลงกันทุกเช้าเย็นเป็นแน่

 

 


 

 

มีลานกางเต็นท์จัดไว้ให้

 

 


 

 

วิวใช้ได้เลย  ถึงจะสู้ที่ดอยเสมอดาวไม่ได้ก็เถอะ

 

 


 

 

ลานกางเต็นท์ที่นี่ไม่อนุญาตให้ทำอาหารตรงบริเวณลาน  แต่เขาจะจัดที่ทางไว้ให้เป็นโต๊ะเกวียนสำหรับทำอาหารและนั่งกินข้าวกัน

 

 


 

 

มีเรือนสำหรับนั่งกินข้าวอีกหลัง

 

 


 

 

กินข้าวไปชมวิวไป

 

 


 

 

ที่สำคัญใครติดละครงอมแงม  มาเที่ยวป่าแล้วมานอนที่นี่ยังมีทีวีให้ตามละครได้ต่อเนื่อง

 

 


 

 

มีที่ล้างจานจัดไว้เป็นสัดส่วน

 

 


 

 

ที่ร้านค้ามีขนม เครื่องดื่มแช่เย็น ๆ แล้วก็พวกของใช้จำเป็นขาย  รวมทั้งมีครัวเปิดให้บริการอาหารอยู่ด้วย  ถ้าเป็นนอกเทศกาลจะเปิดกันถึงราว 6 โมงเย็น  แต่ช่วงไหนที่มีคนเยอะก็เปิดค่ำกว่านี้

อ้อ ห้องน้ำห้องท่าก็อยู่หลังร้านค้าตรงนี้ด้วย

 

 


 

 

บ้านพักจะอยู่ถัดเข้าไป

 

 


 

 

บ้านพัก

 

 


 

 

ที่บ้านพักอีกหลังหนึ่ง

 

 


 

 

แล้วถ้าที่ผาชู้เต็มก็ยังเต็มอีก ยังมีลานกางเต็นท์อีกแห่ง อยู่ก่อนถึงผาชู้นิดนึง

 

 


 

 

เป็นลานใต้ร่มไม้  ตรงนี้ไม่เห็นวิวอะไรแต่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวที่ผาชู้ได้

 

 


 

 

ห้องน้ำที่ลานนี้

 

 


 

 

ที่ อช.ศรีน่าน เขาทำป้ายเตือนอันโต ๆ เอาไว้หลายอัน  โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสียงรบกวนดูจะมีหลายป้าย  แต่ที่เจ้าหน้าที่ฝากย้ำมาก็คือ

ในอุทยานแห่งชาติทุกแห่งไม่ว่าที่ไหน "ห้ามจุดโคมลอยเด็ดขาด" 

เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาป่า กลัวจะเกิดไฟป่าจากโคมลอยมาก  ยิ่งหน้าหนาวที่อากาศแล้งลมแรงแล้วไฟลามได้เร็วมาก  ความสนุกเล็ก ๆไม่กี่นาทีของเรา อาจทำให้ป่าเสียหายหนักจนต้องใช้เวลานับร้อยปีกว่าจะฟื้นตัว  โดยเฉพาะป่าในแถบจังหวัดน่านถือว่าเป็นป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศที่จะช่วยเติมน้ำลงในเขื่อนที่อยู่ถัดลงไปอย่างเขื่อนสิริกิติ์

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.