| หมอชิต 2 |
|
หน้า 1 จาก 4 ที่สถานีหมอชิต 2 ถือว่าเป็นสถานีขนส่งหลักกันเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แต่รถที่ไปทางสายเหนือ สายอีสานเท่านั้น รถที่ไปภาคกลาง ภาคตะวันตก หรือแม้แต่รถที่ไปทางภาคตะวันออกอย่างทางระยอง จันทบุรี ก็มีออกจากที่หมอชิต 2 ด้วยเหมือนกัน
มาถึงที่ตัวสถานีหมอชิต ถ้าจะซื้อตั๋วรถไปอีสาน ช่องขายตั๋วจะแยกไปอยู่ต่างหากบนชั้น 3 ที่เหลือก็จะกระจายอยู่ที่ชั้นล่างกัน ที่เห็นในรูปเป็นด้านหน้าสถานีที่ชั้นล่าง มาถึงทีแรกอาจจะงงกันเล็กน้อย เพราะเรียงรายไปด้วยช่องขายตั๋วรถสายเหนือสารพัดเจ้าให้เลือกกัน
ถ้าจะหาซื้อตั๋วของรถ บขส.เอง หรือที่จะเรียกกันว่า รถ 99 กับ รถ 999 ให้เดินมาตรงกลาง ๆ จะเห็นป้ายไฟสีเหลืองส้มบอกว่าเป็นช่องขายตั๋วของ บริษัทขนส่ง อยู่ชัดเจน ที่ป้ายนอกจากรายชื่อที่หมายปลายทางที่รถวิ่งไปแล้ว ยังมีบอกอีกว่ามีรถทั้งแบบวีไอพี รถ ป. 1 รถ ป. 2 หมายถึงรถอะไรกันบ้าง รถโดยสารที่ใช้เดินทางกัน มีทั้งรถวีไอพี 24 ที่นั่ง รถวีไอพี 32 ที่นั่ง แล้วก็รถ ป. 1 กับ รถ ป. 2 ซึ่งก็หมายถึงรถปรับอากาศ ชั้น 1 กับรถปรับอากาศ ชั้น 2 แต่ชื่อทางการเดี๋ยวนี้เปลี่ยนใหม่ ใช้ ม.ขึ้นต้นแทน แต่ชื่อแบบไม่เป็นทางการหรือจะเรียกว่าชื่อเล่น ก็ยังใช้กันอยู่แบบเดิม เป็นยังไงบ้างเดี๋ยวจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง แต่ถ้าสรุปให้เข้าใจกันง่าย ๆ เทียบกับชั้นที่นั่งของเครื่องบินแล้ว รถวีไอพี 24 ที่นั่งก็เหมือนบินชั้น First Class รถวีไอพี 32 ที่นั่งก็ประมาณ ชั้น Business แต่ถ้าไปรถ ป. 1 ก็เหมือนบินชั้น Economy
มาว่ากันที่รถวีไอพี ก่อน รถวีไอพีจะมีจำนวนที่นั่งต่อคันไม่มาก ทำให้มีพื้นที่เหยียดแข้งเหยียดขาได้สบายกว่า ถ้าเป็นรถของ บขส.เอง จะมีเป็นรถที่เรียกว่า วีไอพี 24 ที่นั่ง แต่ละแถวจะมีที่นั่งแค่ 3 ตัว เรียงแบบ 1-2 จากที่รถทั่วไปจะมีเก้าอี้แถวละ 4 ตัว เรียงแบบ 2-2 ถ้าเดินทางคนเดียวสามารถเลือกฝั่งที่เป็นที่นั่งเดี่ยวนั่งคนเดียวสบาย ๆ
รถแบบนี้ถ้าเรียกภาษาทางการคือ รถ ม. 1 ก. หรือ รถมาตรฐานชั้น 1 ก. เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ ชนิดไม่เกิน 24 ที่นั่ง ตัวรถจะคาดสีม่วง
ส่วนรถของเจ้าอื่นที่ไม่ใช่ บขส. ส่วนใหญ่ถ้าเป็นรถวีไอพี จะเป็นรถวีไอพี 32 ที่นั่ง คือจัดที่นั่งแถวละ 4 ตัว เรียงแบบ 2-2 เหมือนรถทั่วไป แต่ที่นั่งจากรถ ป. 1 ปกติที่จะมีที่นั่ง 10 แถว แถวละ 4 ตัวรวมเป็น 40 ที่นั่ง แต่รถวีไอพีแบบนี้ก็จะลดเหลือ 32 ที่นั่ง หรือเหลือแถวที่นั่งแค่ 8 แถว เท่ากับว่าเพิ่มพื้นที่ระหว่างที่นั่งให้กว้างสบายขึ้น ภาษาทางการจะเรียกว่า รถ ม. 1 พ. หรือรถมาตรฐานชั้น 1 พ. เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ ชนิดไม่เกิน 32 ที่นั่ง สังเกตว่าตัวรถจะคาดสีเหลือง
ถ้าเป็นรถ ป. 1 ก็คือรถปรับอากาศทั่วไปที่เราจะเห็นกันส่วนใหญ่ เป็นรถที่คาดสีฟ้า แบบนี้จะเรียกว่า รถ ม. 1 ข หรือรถมาตรฐานชั้น 1 ข. โดยทั่วไปก็จะมีที่นั่งราว 40 ที่นั่ง
ส่วนหลัง ๆ ที่จะเห็นเป็นรถสองชั้นวิ่งกัน ถ้าไปซื้อตั๋วก็จะถูกเรียกทั่วไปว่าเป็นรถ ป. 1 คือราคาค่าโดยสารก็เท่ากับรถ ป. 1 ทั่วไป แต่ความที่มีสองชั้น บางบริษัทอย่างของชาญทัวร์ ก็เลยจัดที่นั่งแถวละ 3 ตัวได้ คือเรียงที่นั่งแบบ 1-2 เรียกว่าได้ที่นั่งเหมือนรถวีไอพี 24 ที่นั่ง เพียงแต่ช่องวางเท้าอาจจะไม่กว้างเท่ารถวีไอพี แต่ความที่จ่ายในราคารถ ป. 1 แต่ได้เก้าอี้กว้างสบาย ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว รถประเภทนี้ ชื่อทางการจะแยกต่างหากเป็นอีกกลุ่ม คือเรียกว่า รถ ม. 4 ข หรือรถมาตรฐานชั้น 4 ข. รถที่เล่ามาทั้งหมดนี้จะมีห้องน้ำบนรถ การบริการก็จะคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ถ้าไปจอดพักที่จุดพักรถ คูปองที่ใช้แลกอาหารของวีไอพีจะได้คูปองมูลค่าสูงกว่า กับหลายแห่งก็จะจัดโต๊ะนั่งทานข้าวแยกต่างหาก ประมาณว่าหรูหรากว่าเล็กน้อย นั่งในห้องแอร์อะไรแบบนี้
ถ้าเป็นรถ ป. 2 หรือ เรียกอย่างเป็นทางการว่ารถ ม. 2 หรือรถมาตรฐาน 2 จะสังเกตว่าเป็นรถปรับอากาศที่ใช้สีส้มคาดข้างรถ จะเป็นรถที่มีที่นั่งเยอะกว่าคือ 45 ที่นั่ง ที่มีที่นั่งเยอะกว่าก็แปลว่าระยะห่างระหว่างแถวเก้าอี้ก็จะลดลง จะนั่งอึดอัดกว่า แล้วก็ไม่มีห้องน้ำกับอาหารเครื่องดื่มบริการบนรถด้วย เรียกว่าบริการด้อยกว่า แต่ก็ชดเชยด้วยราคาค่ารถที่ถูกกว่าหน่อย แต่ถ้าจะเดินทางไกลไปเที่ยวกัน ก็ควรเลี่ยงรถประเภทนี้ เพราะจะจอดรับส่งคนรายทางไปเรื่อย จะเสียเวลามาก
เวลาไปซื้อตั๋วก็สังเกตดูได้ว่า ถ้าเป็นช่องขายตั๋วรถ ป. 2 จะใช้ตัวหนังสือที่ช่องขายเป็นสีส้ม เหมือนกับสีที่คาดตัวรถ
พอจะรู้จักรถแบบต่าง ๆ แล้ว ปัญหาต่อมาก็คือ แล้วจะซื้อตั๋วรถเจ้าไหนดี ที่จริงรถที่วิ่งให้บริการกันอยู่ ทุกคันจะมีตราของบริษัทขนส่งติดอยู่กลางรถทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นรถของบริษัท ขนส่ง เองทั้งหมด เทียบง่าย ๆ ก็เหมือน ขสมก. ที่มีรถร่วมมาวิ่งให้บริการอยู่ด้วย นี่ก็ทำนองเดียวกัน แล้วรถที่มาวิ่งร่วมนี้ในหลายเส้นทางก็มีรถวิ่งด้วยกันทั้งของบริษัทขนส่งเองกับบริษัทอื่น
กระซิบว่ารถของบริษัทขนส่งใช่ว่าจะได้รับความนิยมที่สุด แต่บริษัทรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็น นครชัยแอร์ ที่คนชื่นชมกับคุณภาพของตัวรถและการให้บริการของพนักงาน เรียกว่าเป็นทางเลือกอันดับแรกของใครหลายคน อย่างอันนี้เป็นรถแบบ 21 ที่นั่งที่นครชัยฯ เรียกว่า รถ First Class แต่ละที่นั่งจะมีจอ LCD ส่วนตัว สามารถเลือกดูหนัง ดูการ์ตูน เล่มเกมได้ เหมือนกับ in-flight entertainment บนเครื่องบินเลยทีเดียว รถแบบนี้ตอนนี้มีวิ่งอยู่ในสาย กรุงเทพ - ขอนแก่น เท่านั้น แต่แว่ว ๆ ว่าอีกไม่นานจะมีมาวิ่งในสาย กรุงเทพ - เชียงใหม่ บ้างแล้ว แต่ทั่วไปแล้วรถของนครชัยแอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นรถวีไอพี 32 ที่นั่ง จัดเก้าอี้แบบ 2-2 แต่หลายคนก็จะติงว่าเบาะของนครชัยแอร์จะแคบไปสักนิด ถ้าเป็นคนรูปร่างใหญ่จะนั่งไม่ค่อยสบาย
ช่องขายตั๋วสายเหนือของนครชัยแอร์ จะอยู่ที่ช่องเบอร์ 22A แต่เขามีบริการซื้อตั๋วทางโทรศัพท์ ที่สามารถให้ไปส่งตั๋วถึงที่ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาแต่ยอมเสียค่าบริการเพิ่มนิดหน่อย หรือจะจ่ายด้วยการโอนเงินผ่านธนาคาร แล้วค่อยไปรับตั๋วตอนไปขึ้นรถอีกทีก็ได้ ยังไงก็ลองเช็ครายละเอียด รวมทั้งตารางเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซค์ของนครชัยแอร์กันอีกที
ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถของนครชัยแอร์ แนะนำว่ามาขึ้นรถที่ท่ารถของบริษัทเขาเองก็ดี อยู่ใกล้ ๆ กับหมอชิตนี่เอง บอกแท็กซี่ได้เลยว่าไปท่ารถนครชัย เขาไปถูกกัน เพราะว่าที่นี่จะมีที่นั่งพักรอขึ้นรถในห้องปรับอากาศ พอถึงเวลาก็เดินขึ้นรถได้เลย ไม่ต้องทนนั่งดมควันรถ แล้วบรรยากาศก็ไม่วุ่นวายอย่างที่หมอชิต แล้วยังมีร้านกาแฟ ร้านนวดให้ใช้บริการระหว่างรอกันด้วย
กระเป๋าก็ไม่ต้องหิ้วไปขึ้นรถเอง จะมีเคาเตอร์เช็คอินสำหรับติดแท็กแล้วก็ออกใบรับกระเป๋ากันอย่างนี้
จะรอขึ้นที่หมอชิตก็ได้ เพราะรถออกจากที่ท่าของนครชัยแอร์แล้ว ก็จะวนมารับผู้โดยสารที่หมอชิตแล้วถึงออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง
ที่อยู่ช่องติดกันเป็นรถของ รุ่งประเสริฐทัวร์ ที่วิ่งสายเชียงใหม่ เป็นรถ ป. 1 ที่วางเก้าอี้แบบ 1-2 เหมือนรถวีไอพี 24 ที่นั่ง แต่ขายในราคา รถ ป. 1 เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชอบของดีราคาถูก เพียงแต่มีวิ่งวันละเที่ยว รอบตอน 2 ทุ่มเท่านั้น รถของทั้งสองเจ้านี้ คือนครชัยฯ กับ รุ่งประเสริฐ จะวิ่งรวดเดียวไม่มีจอดแวะพักให้ผู้โดยสารลงไปกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำระหว่างทาง แต่ะจะเสิร์ฟอาหารกล่องบนรถ ใครที่อยากนอนหลับยาวรวดเดียวไปเลย ไม่ต้องถูกเปิดไฟเปิดเพลงปลุกเอาระหว่างกลางทาง ก็เลือกใช้บริการกับสองเจ้านี้ได้
ส่วนรถของสยามเฟิร์สก็เป็นอีกเจ้าที่มีแฟนประจำนิยมชมชอบการบริการอยู่ไม่น้อย นอกจากเชียงใหม่แล้วยังมีไปอีกหลายที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะมีรถไปเชียงของสำหรับคนที่จะข้ามไปฝั่งลาวแล้วนั่งเรือไปหลวงพระบางกันต่อ
อีกเจ้าก็เป็นชาญทัวร์
ให้บริการด้วยรถ 2 ชั้น ที่ใช้เก้าอี้ตัวใหญ่ วางเก้าอี้แบบ 1-2 นั่งกันสบาย ๆ
ส่วนของสมบัติทัวร์ ถือว่าเป็นบริษัทเจ้าใหญ่อีกแห่ง จุดเด่นของสมบัติทัวร์ก็คือการมีจุดแวะพักเป็นของตัวเอง หลายคนชอบบรรยากาศจุดแวะพักที่จะสะอาดสะอ้านกว่า รวมทั้งอาหารที่จัดไว้ก็บริการแบบบุฟเฟท์ เรียกว่าไม่อิ่มเติมได้ ส่วนจะมีรถวิ่งไปไหนให้เลือกบ้าง ลองแวะไปดูที่ www.sombattour.com
ถ้าจะขึ้นเหนือไปเที่ยวสุโขทัย หรือ พิษณุโลก รถที่วิ่งไปสองจังหวัดนี้จะอยู่ช่องขายตั๋วด้านขวามืดสุด เป็นของวินทัวร์ กับ พิษณุโลกยานยนต์
ส่วนตั๋วรถสำหรับไปจังหวัดทางภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งภาคตะวันตก ต้องเดินเข้ามาซื้อจากด้านในตัวอาคาร
ผ่านประตูเข้ามาก่อน
ด้านที่อยู่ติดกับผนังด้านหน้าตัวสถานี จะเป็นช่องขายตั๋วรถไปทางภาคตะวันออกกัน ถ้าเป็นรถของบริษัท ขนส่งเอง จะมีรถไป ระยอง จันทบุรี แล้วก็ตราด แต่จะมีรถถี่น้อยกว่าถ้าไปขึ้นจากที่เอกมัย (แต่เป็นรถของเชิดชัยทัวร์) คือจะมีกันวันละแค่ 4-5 เที่ยวต่อวัน คร่าว ๆ ก็จะมีรถออกเช้า กลางวัน เย็น แล้วก็หัวค่ำ เฉพาะตราดที่ไม่มีเที่ยวเย็นแต่จะมีเป็นเที่ยวดึกตอน 4 ทุ่มแทน เหมาะจะนั่งไปถึงตราดเอาตอนเช้ามืดแล้วไปต่อเรือเฟอร์รี่เที่ยวเช้าสุดข้ามไปเกาะช้าง
ยังมีรถไปตราดของเจ้าอื่นให้บริการกันอยู่ด้วย
ช่องเบอร์ 48 จะเป็นรถไปพัทยาของบริษัทรถรุ่งเรือง เจ้านี้ให้บริการรถไปพัทยากันอยู่ทุกสถานีขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นที่หมอชิต เอกมัย หรือว่าที่สายใต้ ใครใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น
สายระยองของนครชัยแอร์ก็มี รถสายระยองนี้จะเก่าสักนิด แต่ก็ยังสะอาดสะอ้านใช้ได้ ส่วนข้าง ๆ กัน เห็นป้ายตัวหนังสือสีส้มอย่างนี้ แสดงว่าเป็นรถ ป. 2
สำหรับรถที่วิ่งไปจังหวัดในภาคกลางให้เดินเข้าไปด้านในผ่านแถวเก้าอี้ ฝั่งนั้นจะเป็นช่องขายตั๋วสำหรับรถสายนี้
ช่องขายของ บขส. จะอยู่ตรงกลาง ใครจะนั่งรถไปอรัญประเทศ สำหรับจะไปตลาดโรงเกลือ หรือจะข้ามไปฝั่งเขมรก็มาซื้อตั๋วตรงนี้ได้เลย
ส่วนตรงนี้เป็นรถ ป. 1 ไปอยุธยา ส่วนรถที่ไปจังหวัดในภาคกลางอื่นก็เดินหาดูกัน
บรรยากาศที่นั่งรอภายในตัวสถานีที่ชั้น 1 ข้างในจะติดแอร์เย็นสบาย มีทีวีให้นั่งดู
ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลอะไร ตรงกลางโถงที่นั่งจะมีซุ้มติดต่อสอบถามให้บริการอยู่
ไปต่อกันที่ชั้น 3 ที่เป็นชั้นขายตั๋วรถไปสายอีสาน ทางขึ้นมีทั้งบันไดแล้วก็ลิฟท์ให้เลือกใช้อยู่ทั้งด้านซ้ายกับด้านขวาของตัวอาคารสถานี แต่ถ้านั่งแท็กซี่มาจะมีทางลาดให้รถสามารถวิ่งขึ้นไปส่งที่ชั้นบนได้เลย
บรรยากาศที่นั่งพักรอที่ชั้น 3
ช่องขายตั๋วของบริษัท ขนส่ง จะอยู่ทางด้านที่ติดกับถนน
อันนี้ป้ายปลายทางของรถวีไอพี 24 ที่นั่ง แต่ก็ยังมีรถ ป. 1 อีกหลายสาย ยังไงลองดูตารางเดินรถได้ที่เว็บของบริษัท ขนส่ง ส่วนตอนที่ซื้อตั๋วสามารถซื้อจากช่องไหนก็ได้เพราะว่าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ถึงกันหมด แล้วของบริษัท ขนส่ง จะสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ด้วย
อีกฟากยังมีช่องขายตั๋วอีกเพียบ ถ้าเดินขึ้นมาบนชั้น 3 จะมีบรรยากาศแบบเดินไปไหนจะมีคนมาคอยถามว่าจะไปไหน กับมีคนมายืนเรียกผู้โดยสารอยู่ เรียกว่าแทบจะอุ้มเข้าไปซื้อตั๋วกันเลย คงเป็นเพราะมีรถให้บริการกันอยู่หลายเจ้าในเส้นทางเดียวกันก็เลยแข่งกันดุเดือดหน่อย แต่ส่วนใหญ่รถพวกนี้จะเป็นรถ ป. 2 ถ้าอยากนั่งสบาย ๆ ยังไงก็ถามย้ำกันให้มั่นใจก่อนซื้อว่าเป็นรถชนิดที่ต้องการหรือเปล่า
ตอนนี้พาไปรู้จักบางเจ้าว่าอยู่ตรงไหนกันบ้าง ของรุ่งประเสริฐทัวร์อยู่ที่ช่องขายเบอร์ 5 จะอยู่ทางด้ายซ้ายมือ ทางสายอีสานมีรถวีไอพี 24 ที่นั่งวิ่งกันด้วย สำหรับคนอยากนั่งสบาย ๆ แต่เจ้านี้มีรถน้อย อยากนั่งต้องรีบมาจองกันไว้ก่อน
ติดกันเป็นรถของแอร์เมืองเลย ใครจะไปเที่ยวภูกระดึงหรือเชียงคานมาที่ช่องขายนี้ได้เลย
สายอีสานของนครชัยแอร์อยู่ที่เบอร์ 17-18
ส่วน ชาญทัวร์ อยู่ที่ช่องขายเบอร์ 45
ส่วนรถไปโคราชจะมีกันอยู่หลายเจ้า เดินผ่านจะมีรายการเรียกลูกค้ากันน่าดูเหมือนกัน เลือกไม่ถูกจริง ๆ แล้วถ้าไม่รีบจะลองเดินลงไปดูรถที่ชานชาลาก่อนก็ได้ว่าเจ้าไหนรถสวยกว่ากัน
รถของบางบริษัทอย่างของ บริษัท ขนส่ง จะสามารถจองผ่านเว็บ ThaiTicketMajor ได้ แล้วก็มารับตั๋วได้ที่ช่องขายที่สถานีขนส่งทุกแห่ง ที่หมอชิตจะมีเคาเตอร์นี้อยู่ทั้งที่ชั้น 1 และ ชั้น 3 ส่วนใครจองผ่านเว็บ ThaiRoute ก็สามารถไปรับตั๋วได้จากช่องขายของแต่ละบริษัทที่เปิดรับจองผ่านเว็บนี้
ความที่รถตู้โดยสารกำลังได้รับความนิยมสำหรับเดินทางไปจังหวัดใกล้ ๆ ที่หมอชิต 2 นอกจากจะมีรถทัวร์คันโตให้บริการแล้ว เดี๋ยวนี้ก็เลยมีรถตู้ที่ได้รับสัมปทานเดินรถถูกต้องตามกฎหมายที่มีต้นสายอยู่ที่หมอชิต 2 กันด้วย
ถ้าเดินเข้าไปซื้อตั๋วรถที่เคาน์เตอร์ของบางสาย เขาก็เอารถตู้มาวิ่งให้บริการแทนทั้งหมดแล้วอย่างสาย ฉะเชิงเทรา ลพบุรี และ บ้านหมี่
ส่วนสายอ่างทอง กับ สุพรรณบุรี เขามาเปิดเคาน์เตอร์ใหม่ต่างหากอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ถ้ายืนอยู่หน้าอาคารไม่ต้องเข้าไปข้างในที่มีแอร์ แต่ให้เดินมาทางซ้ายเรื่อย ๆ ก็จะเจอเคาน์เตอร์
นอกจากตรงส่วนของผู้โดยสารขาออกที่มีรถตู้ให้บริการแล้ว ตรงลานจอดรถขาเข้าตรงที่รถทัวร์มาจอดส่งผู้โดยสารลง ยังมีคิวรถตู้ตรงนี้อีกหลายคิว
มีรถไปชลบุรี แหลมฉบัง ระยอง สัตหีบ บ้านโป่ง กาญจนบุรี รวมทั้ง หัวหิน-ปราณบุรี
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.