| พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ |
|
หน้า 1 จาก 2
บอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ก็อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนี เพราะว่า "ของเก่า" ที่จัดแสดงกันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ก็คือ "ของเล่น" มากมายสารพัดแบบ ที่หลายชิ้นคุณอาจเคยมีเคยได้เล่นมาก่อน มาได้เจอะเจอของเล่นเก่าแบบนี้กันอีกครั้ง ทำเอาวันชื่นคืนสุขในอดีตกลับมาโลดแล่นในความทรงจำกันอีกหน แน่นอนว่าจะเป็นความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกยิ้มกว้างงง......ขึ้นมาได้ เล่าแค่นี้อยากไปกันแล้วใช่ไหม พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น อยู่ที่ตัวจังหวัดอยุธยา บนถนนอู่ทองที่เป็นถนนรอบเกาะเมือง เรียกว่าถึงใครไม่คุ้นถนนหนทางก็รับรองว่าหาเจอได้ไม่ยาก อยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียว แถมยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอย่างอื่นกันอีกเพียบ เพราะงั้นวันหยุดไหนที่ว่างก็อย่าลืมหาเวลามาเที่ยวที่นี่กัน ส่วนบรรยากาศเป็นยังไงบ้างก็ลองตามไปดูกัน
ชื่อเต็ม ๆ ของที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ ที่ตั้งตามชื่อ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของเล่นแห่งแรกของเมืองไทย ใครอยากมาเที่ยว เขาเปิดให้เข้าชมกันได้ทุกวัน (เว้นวันจันทร์วันเดียว) ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่มีคนมากันเรื่อย ๆ เขาก็จะยืดเวลาปิดออกไป เรียกว่าถึงจะเลย 4 โมงเย็นไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่งับประตูเหล็กข้างหน้า ก็เลี้ยวเข้ามาชมกันได้
พิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดให้ชมกันเมื่อตุลาคม 2551 นี่เอง แต่ของเล่นที่จะได้ไปดูกันเนี่ย อาจารย์ท่านค่อย ๆ เก็บสะสมเพิ่มเติมมาเรื่อยนานกว่า 20 ปีแล้ว ตัวอาคารจะเป็นอาคาร 2 ชั้นสีขาว ตัดด้วยสีฟ้าสดใส ออกแบบให้สูงโปร่ง เปิดช่องให้ลมพัดผ่านได้สะดวกผ่านบานหน้าต่างสูง
ข้างในก็เลยเย็นสบาย แบบที่ไม่ต้องเปลืองไฟติดแอร์ เรียกว่าเป็น Green Museum ได้เลยนะเนี่ย
ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาในบริเวณพิพิธภัณฑ์ก็ชักสนุกแล้ว เพราะมีลูกแก้วประดับไว้ตามทางเดินเต็มไปหมด
เข้ามาซื้อบัตรเข้าชมได้ด้านใน
ค่าบัตร ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ถูกมากเทียบกับเงินลงทุนที่ใช้สร้างที่นี่กว่า 10 ล้านบาท
ได้บัตรแล้ว เข้าไปข้างในกันต่อ
เข้ามาถึงก็จะเจอ ทีมม้าโยกมาตั้งแถวรอต้อนรับ
มีของเล่นสังกะสีอย่างนี้อีกหลายแบบ
ที่ชั้นล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโบราณวัตถุหลายแบบหลายประเภท
กับมีร้านขายของที่ระลึกสวย ๆ อย่างนี้อยู่
แต่เดี๋ยวค่อยย้อนมาดู มาปุ๊บก็ชวนให้ขึ้นข้างบนก่อนเลย ก็ของเล่นอยู่ข้างบนไง และขอบอกว่าเพียบบบบ
ขึ้นมาก็เจอกับเจ้าหนูอะตอมยืนเบ่งกล้าม
แต่ดูท่าจะสู้รุ่นใหญ่อย่างน้าซุปเปอร์แมนไม่ได้
เหล่ายอดมนุษย์อุลตร้าแมนก็มา
แต่ว่าก็ว่าเถอะ เดี๋ยวนี้ยอดมนุษย์ทั้งหลายท่าจะถูก "กล้องวงจรปิด" แย่งงานแถมยึดตำแหน่ง "ผู้พิทักษ์โลก" ไปซะแล้ว
ไปเล่นกันดีกว่า.... แถว ๆ นั้นเขาจะเอาของเล่นเป็นพวกเครื่องดนตรีง่าย ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เล่นกัน ผู้ใหญ่จะแอบเนียนไปเล่นด้วยก็ไม่มีใครว่าอะไร
แต่อย่ามัวเล่นเพลิน มีของเล่นรอให้ไปเกาะตู้ดูกันอีกเยอะ
พระเอกเด่นเลยคงเป็นพวกของเล่นสังกะสี ที่เดี๋ยวนี้กลับมาฮิต แล้วก็มีขายตามตลาดโบราณย้อนยุคที่เราชอบไปเที่ยวกัน
มาดูกันว่ารุ่นเก๋า ๆ เขามีอะไรเล่นกันบ้าง อย่างอันนี้เป็นรถแข่งหน้าตาป้อม ๆ
สาวแวนซ์ซิ่งมอเตอร์ไซค์ไม่ยักใส่หมวกกันน็อค
ระวังให้ดี!! เดี๋ยวตำรวจจับ
คันนี้เปิดหวอที คงดังลั่นถนนพิลึก
หุ่นยนต์สารพัดแบบยืนกันเรียงราย
ใครชอบเครื่องบินบ้าง
ปู้น ปู้น ฉึกฉัก ฉึกฉัก รถไฟมาแล้ว
ที่นี่เป็นคลังแสงด้วยเหรอ !!! ดูซิมีปืนอานุภาพร้ายแรง "ปืนอวกาศ"
เด็กผู้ชายคงไม่แคล้วชอบของเล่นพวกรถยนต์ โตขึ้นมาเลยชอบไปเดินงานมอเตอร์โชว์กันเป็นแถว เอ๊ะ หรือที่ไปเนี่ยไปเดินดูอย่างอื่น ???
ส่วนเด็กผู้หญิงจะชอบอะไรที่หวาน ๆ หน่อย ก็ต้องมาตรงนี้เลย
Hello Kitty ที่ยังยืดหยัดได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน และคงถึงอนาคตต่อ ๆ ไปอีกยาวนาน
นี่น่าจะเป็นตุ๊กตาในชุดแต่งตัวประจำถิ่น เป็นความรู้อย่างหนึ่งคนที่สะสมของเล่นอย่างนี้จะค่อย ๆ ได้ซึมซับ
บ้างก็สร้างฝัน......ว่าวันหนึ่งจะได้แต่งชุดอย่างนี้บ้าง
ตรงนี้เป็นของร่วมสมัยขึ้นมาหน่อย
สารภาพมาซะดี ๆ ใครเคยเอากรรไกรค่อย ๆ คีบเงินออกจากกระปุกออมสินบ้าง
หลายคนที่โตกันมาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะนมกระป๋องอย่างนี้ล่ะ
อันนี้น่าจะเป็นขวดใส่น้ำหอม ที่ถ้าไขลานใต้ขวด เราก็จะได้ดูคู่เต้นรำคลอด้วยเสียงเพลงกุ๊งกิ๊งจากหีบเสียงเล็ก ๆ ใต้ขวด ดูกันเพลินเลยทีเดียว
ที่ผนังยังมีภาพวาดสวย ๆ ให้ใช้เป็นฉากหลังสำหรับถ่ายรูปกัน ต้องเล่ากันหน่อยว่าภาพวาดอย่างนี้นี่ล่ะ ที่เป็นต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์ของเล่นดี ๆ ที่เรากำลังมาเที่ยวกันอยู่ ฟังแล้วอาจจะสงสัย เอ๊ะยังไงกัน ก็ด้วยเหตุเพราะ อ.เกริก ได้รับรางวัล Noma จากผลงานหนังสือภาพเด็ก ชื่อ "ชาวนาไทย" แล้วก็เลยต้องเดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นอาจารย์ได้มีโอกาสไปชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่งของญี่ปุ่น รวมทั้งพิพิธภัณฑ์คีตาฮารา (Kitahara Tin Toy Museum) เห็นชื่อภาษาอังกฤษก็คงรู้ว่านั่นเป็นพิพิธภัณฑ์ของเล่นสังกะสีนี่เอง แล้วก็เลยเป็นแรงบันดาลใจให้อาจารย์จริงจังกับงานสะสมของเล่นที่เคยทำอยู่ เพื่อหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าเมืองไทยเราจะมีพิพิธภัณฑ์ดี ๆ อย่างนั้นบ้าง 20 กว่าปีผ่านไป เราก็ได้มายืนอยู่ท่ามกลางความฝัน ที่ก่อรูปก่อร่างเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว
ลงไปชมชั้นล่างกันบ้าง
ชั้นนี้จะมีของเก่าแก่โบราณหลายอย่างเลย
หยอดแล้วหมุน แล้วมาลุ้นกันว่าจะได้อะไร
ภาพถ่ายโบราณ ที่จะได้เห็นแฟชั่นของเจ้านายผู้หญิง ที่หันมาไว้พระเกศายาว
เถาปิ่นโตกับสีสันลวดลายหวาน ๆ กับยุคที่ชีวิตไม่มีถุงพลาสติกและกล่องโฟมมาเกี่ยวข้อง
เด็ก ๆ มาเห็นอาจเรียกว่าคอมพิวเตอร์โบราณ แต่ที่จริงคือเครื่องพิมพ์ดีด ที่เดี๋ยวนี้แม้แต่รุ่นปัจจุบันก็ยังหาดูไม่ค่อยได้แล้ว
มาดูปกนิยายสมัยก่อนกัน
ตู้นี้มีพวกเครื่องเคลือบ
เคยได้ยินมาว่ายุคแรก ๆ ต้องส่งแบบไปทำที่เมืองจีน ลายเทพพนมแบบไทย ๆ ก็เลยหน้าตาคล้ายอาตี๋ไปซะ ใครแวะมาเที่ยวก็ช่วยกันตรวจพิสูจน์หน่อยว่า ใบนี้ เทพพนม เมด อิน ไชน่า รึเปล่า??
ข้าวของที่ทำจากงาช้าง
ตราประทับประจำตัว ที่ทำด้วยงาช้าง
เครื่องแก้วสีสวย ที่สมัยก่อนคงเป็นเครื่องใช้ไฮโซมาก ๆ
และภาพวาดสีสันสดใส ฝีมือ อ.เกริก
ที่ถ้าถูกใจกันล่ะก็ แวะไปที่ห้องขายของที่ระลึกได้
มีทั้งสมุดบันทึก หนังสือภาพ ถุงผ้า ลวดลายน่ารัก ๆ
การ์ดสวย ๆ ราคาแค่ 5 บาทเท่านั้น
แก้วเครื่องดื่มอย่างนี้ก็มี
บรรยากาศในร้านแต่งไว้น่าเดินทีเดียว
พิพิธภัณฑ์ของเล่น จะไม่มีของเล่นขายเป็นของที่ระลึกได้ยังไง
มีลูกแก้วอย่างนี้
และแน่นอนว่าต้องมีของเล่นสังกะสี
มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่นี่น่าจะเผื่อเวลาไว้มากหน่อย เพราะมีของให้ค่อย ๆ ดูค่อย ๆ ชมเยอะมาก ยิ่งใครชอบของพวกนี้ อยู่ที่นี่กันได้ครึ่งค่อนวันเลยทีเดียว แต่ถ้าเดินดูแล้วชักเมื่อย จะนั่งแปะลงกับพื้นก็ไม่มีใครว่า หรือจะมานั่งเล่นพักขาด้านนอกก็มีเก้าอี้จัดกันไว้ให้
ม้าโยกข้างในพิพิธภัณฑ์จะห้ามเล่น เพราะว่าเก่ามากแล้ว
แต่ถ้าใครสนใจ ข้างนอกก็มีม้าสวย ๆ ให้ขี่ถ่ายรูปเล่นแทน
เดินจนเหนื่อยชักหิว ไม่ต้องวุ่นวายหาที่กินที่ไหน อาคารด้านหน้าจะมีส่วนของร้านอาหารสะอาดสะอ้านน่านั่ง
แถมราคาก็สบายกระเป๋า
แล้วอย่าลืมเก็บขวดน้ำดื่มของที่นี่กลับไปเป็นที่ระลึกด้วย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.