| ตลาดลาดชะโด |
|
หน้า 1 จาก 5
ห้องแถวไม้ สายน้ำ บานเฟี้ยม ของกินสารพัด ตลาดลาดชะโดมีให้ครบ แต่สิ่งที่ทำให้ลาดชะโดต่างไปจากตลาดโบราณแห่งอื่น ๆ คือตัวตลาดที่นี่เชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้างด้วยเครือข่ายทางเดินยกพื้นที่กว้างเพียงแค่พอให้คนเดินสวนกันได้เท่านั้น แน่นอนว่ารถเข้าไม่ถึง ที่หากเราได้ลองเดินเงียบ ๆ เข้าไปสัมผัส นั่นนับเป็นเรื่องน่าดึงดูดใจไม่แพ้บรรยากาศเก่าแก่ในตัวตลาดเองเสียอีก
พอได้ยินคำว่า "ตลาดลาดชะโด" หลายคนคงไม่คุ้นชื่อ ขอเล่าถึงพิกัดกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ตลาดจะอยู่ในเขต อำเภอผักไห่ ของอยุธยา ขับรถแบบสบาย ๆ จากกรุงเทพฯ ราวชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว ตัวอำเภอผักไห่ที่ว่า จะอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเมืองอยุธยา จากกรุงเทพฯ ถ้าวิ่งรถตามสายเอเชียขึ้นมาก็ไม่ต้องเลี้ยวเข้าตัวเมือง แต่เลยขึ้นเหนือไปอีกประมาณ 20 กม. จนเจอทางหลวงหมายเลข 329 ก็เลี้ยวเข้าไปอีกราว 30 กม. ก็จะถึงตัวตลาด ระหว่างทางจะมีป้ายบอกอย่างในรูปเป็นระยะ ๆ เรียกว่าถ้าขึ้นไปเที่ยวกันแถบย่าน อยุธยา อ่างทอง หรือแม้แต่สุพรรณบุรี ก็บวกโปรแกรมเที่ยวตลาดนี้กันได้ หรือจะตั้งใจไปเดินเที่ยวที่นี่อย่างเดียว ก็เรียกว่าไม่ไกลเกินไป
มาถึงแล้วก็มาจอดรถได้ที่ วัดลาดชะโด ตรงนั้นจะมีทางเดินเข้าตลาด อยู่ข้างกันกับโรงเรียนวัดลาดชะโด แล้วก็เป็นทางลาดที่คนนั่งวีลแชร์ก็มาเที่ยวตลาดนี้กันได้
เริ่มต้นก็มีที่น่าแวะเที่ยวชมกันแล้ว เพราะอาคารโรงเรียนที่สร้างด้วยไม้หลังนี้ จัดว่าเป็นอาคารไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ทางเข้าโรงเรียน ก็อยู่ข้างทางเดินเข้าตลาดตรงนี้เอง
เดินทางกันมา อาจจะอยากเข้าห้องน้ำห้องท่าก่อนไปเดินชมตลาด ที่โรงเรียนก็เปิดห้องน้ำให้บริการกันอยู่ เข้ามาปุ๊บก็เจอปั๊บ บริการกันฟรี ไม่คิดค่าบริการ แต่ใครอยากจะหยอดเงินบริจาคกัน ข้างหน้าจะมีตู้ตั้งไว้ให้ เงินนี้ไม่ได้เป็นค่าบริการอะไร แต่รวบรวมเอาไว้ใช้ปรับปรุงห้องน้ำให้คนมาทีหลังได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างต่อไปถ้าเงินพอ ก็จะเพิ่มส้วมชักโครกให้ผู้สูงอายุได้ใช้ห้องน้ำกันสะดวกขึ้น
ส่วนถ้าใครหิวแล้ว ที่โรงเรียนก็มีผัดไทยอร่อย ๆ เปิดขายกันอยู่ด้วย คนผัดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคุณครูของโรงเรียนที่หมุนเวียนมาช่วยกันเปิดร้าน แล้วจะได้เอาเงินกำไรตรงนี้ไปใช้เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของที่นี่ ที่ได้เงินงบประมาณมาพอเลี้ยงข้าวเด็กได้แค่ครึ่งเดียวของที่มีอยู่ตั้ง 700 คน เรียกว่าเป็นผัดไทยอิ่มสองต่อ คุณก็อิ่ม เด็กนักเรียนก็ได้อิ่มไปด้วย แถมยังได้บุญกันอีกทั้งคนผัด คนกิน น่าชวนกันมาอุดหนุนทีเดียว
จะนั่งหม่ำกันที่นี่ หรือจะซื้อใส่กล่องกลับบ้านก็ได้ ราคาเหมือน ๆ กันคือ 20 บาท แต่ถ้าจะนั่งหม่ำกันที่นี่ มีโต๊ะเก้าอี้จัดไว้ให้ ที่ดูท่าจะหยิบยืมมาจากห้องเรียนของเด็ก ๆ นั่งแล้วก็นึกถึงวันที่ยังตัวกะเปี๊ยกนั่งโต๊ะเก้าอี้แบบนี้เรียนหนังสือกัน
บนอาคารโรงเรียนเดินเที่ยวกันได้ ไหนดูซิจะเป็นอาคารยาวสักเท่าไหนกัน
เดินไม่ครบดี เลี้ยวมาด้านริมน้ำหน้าโรงเรียนดีกว่า มีแพอยู่ด้วย
มีให้อาหารปลากันได้ด้วย
น้องนักเรียนมาบริการขายอาหารปลากันอยู่บนแพ
ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน บรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำดูสงบสบายดีจัง
ใครชอบบรรยากาศตรงนี้เอาเสื่อติดรถมาด้วยเลย แวะซื้อของกินในตลาดแล้วมาปูเสื่อนั่งปิกนิกริมน้ำหน้าโรงเรียนก็ไม่เลวเหมือนกัน
ย้อนกลับมาที่โรงเรียนตรงใกล้ ๆ กับแพ มุขตรงนั้นมีห้องนิทรรรศการให้ขึ้นไปชมกันด้วย
ทางเข้า
จะเรียกว่าเป็นห้อง Hall of Fame ก็คงได้
บรรยากาศจัดให้ย้อนนึกถึงห้องพักครู ที่สมัยยังเด็กต้องเดินตัวลีบ ๆ เรียบร้อยเข้าไป
ไปดูตู้จัดแสดงกัน มีเรือจำลองอวดโฉมกันอยู่หลายต่อหลายแบบ หน้าตาไม่เคยเห็นแทบทั้งนั้น
คงเป็นเพราะชีวิตริมน้ำของคนไทยสมัยก่อนต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง แล้วก็เลยมีเรือสารพัดแบบที่ต่อขึ้นมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เดี๋ยวนี้หาดูของจริงได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ มีแต่เรือพลาสติกให้เห็นแทน เพราะงั้นก็น่าแวะมาหาความรู้กัน
ส่วนใครเดินชมอาคารโรงเรียนได้ไม่ทั่ว ก็แวะมาดูแบบจำลองที่นี่ได้ด้วย
อาคารหลังนี้สร้างเสร็จเปิดใช้งานกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 นับ ๆ ดูอายุก็ร่วม 50 ปีเข้าไปแล้ว ถ้ามองจากมุมสูง ผังอาคารจะเป็นรูปตัว E
อันนี้เป็นภาพเก่าแก่ของโรงเรียน เห็นบรรดาเด็กน้อยในรูปก็อดคิดไม่ได้ว่า ป่านนี้คงกลายเป็น คุณปู่ คุณย่า กันไปหมดแล้ว
ขอนั่งพักกินผัดไทยอร่อย ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยไปเที่ยวกันต่อ
|
