| ย่านเมืองเก่า |
|
หน้า 3 จาก 3
ไปเที่ยวกันต่อ เลี้ยวขวาออกจากวัดพระแก้วดอนเต้าแล้วตรงมาไม่ไกล จะมาสุดทางเป็นสามแยกตรงนี้ ให้เลี้ยวขวา
เลยมานิดเป็นกำแพงเมือง ที่สร้างขึ้นตามตามร่องรอยกำแพงของเวียงเขลางค์ ตรงนี้เรียกว่าประตูม้า
พ้นประตูมาก่อนจะถึงเกาะกลางถนน จะมีทางเข้า สุสานไตรลักษณ์ ที่ซึ่งหลวงพ่อเกษม เขมโก พระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวลำปางได้มาละสังขารที่นี่ เดี๋ยวเราจะย้อนมากราบท่านกัน แต่ตอนนี้ตรงต่อไปก่อน
มาอีกราว 1.5 กม. ก็จะมาถึงปากทางเข้าวัดเจดีย์ซาว ตรงนั้นเป็นจุดกลับรถพอดี
ก่อนถึงมีป้ายแหล่งท่องเที่ยวบอกไว้ เลี้ยวรถจากปากทางเข้าไปอีกราว 700 ม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ซาว
คำว่า "ซาว" เป็นภาษาเหนือที่หมายถึง 20 อย่างถ้าไปซื้อของแล้วแม่ค้าบอกว่า ซาวบาท ก็แปลว่า 20 บาท เพราะงั้นที่วัดนี้เขาก็ชวนให้มาชมหมู่เจดีย์ 20 องค์
เป็นเจดีย์ที่สร้างด้วยศิลปะพม่า
มีป้ายบอกเล่าที่มาของเจดีย์ซาวหลังเอาไว้
ว่ากันว่า ที่วัดนี้ได้เคยมีพระอรหันต์สองรูปมาพักและสั่งสอนธรรม พระยาเจ้าเมืองเกิดเลื่อมใสศรัทธา ก็เลยขอเส้นผมจากพระทั้งสองรูป รูปละ 10 เส้น แล้วสร้างเจดีย์ขึ้นมาบรรจุเส้นผมนี้ไว้ จนมีเจดีย์ซาวหลังขึ้นมา
ถ้าเดินต่อเข้าไปในวัด ทางขวามือด้านข้างพระอุโบสถ จะได้ไปไหว้พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งชื่อ พระเจ้าแสนแซ่ทองคำ
เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านขุดพบจากทุ่งนาเมื่อปี 2526
ที่สำคัญคือ เป็นพระพุทธรูปทองคำ น้ำหนักเกือบ 100 บาท ถ้านับเป็นมูลค่าของทองคำก็ต้องบอกว่าสูงมาก แต่ถ้านับความศรัทธาที่ผู้คนสมัยก่อนจะสามารถรวบรวมทองคำมาหล่อพระได้ขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าคุณค่าเกินกว่าจะนับได้
ย้อนกลับเข้าตัวเมืองมา ก็แวะมากราบหลวงพ่อเกษม เขมโก กัน
หลวงพ่อเกษมเป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ที่มีวัตรปฏิบัติงดงามเป็นที่เลื่อมใสนับถือของชาวลำปาง บริเวณนี้เป็นสุสานของเมืองลำปางและท่านก็ได้เคยมาพักภาวนาอยู่ที่นี่
เมื่อท่านละสังขารแล้ว ร่างท่านก็ยังมาประดิษฐานอยู่ด้านในศาลาหลังนี้
คำมาเยี่ยมศพของท่าน ก็คือ อนิจจา วะตะ สังขาราฯ ที่น้อมให้เราเห็นถึงความเป็นไตรลักษณ์ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ในทุกสรรพสิ่ง และที่นี่จึงได้ชื่อว่า สุสานไตรลักษณ์ เพื่อเตือนใจให้เราตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท เรียกว่า แม้หลวงพ่อเกษมจะละสังขารไปแล้ว แต่ร่างของท่านก็ยังคงแสดงธรรมให้แก่ผู้มาเยือนจนทุกวันนี้
เท่าที่ได้มาวน ๆ อยู่ในลำปาง ถ้าใครสนใจจะนั่งรถม้าเที่ยวเมืองลำปางกันเป็นเรื่องเป็นราว นั่งมาเที่ยวทางฝั่งเเมืองเก่านี้น่าสนใจมากทีเดียว เพราะจะได้ไม่หลงงงกับถนนหนทางที่ป้ายบอกทางไม่ค่อยมี หรือถ้ามีก็เป็นป้ายเล็ก ๆ แบบนี้ที่สังเกตได้ยากตอนขับรถ ที่สำคัญก็คือ ทางฝั่งเมืองเก่าจะเป็นย่านที่อยู่อาศัย รถราไม่แน่น อากาศสบาย เหมาะจะนั่งรถม้าค่อย ๆ เที่ยวไปมาก
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 2446 ความเห็น (0)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.