Home

ย่านเมืองเก่า

 

 

ไปเที่ยวกันต่อ

เลี้ยวขวาออกจากวัดพระแก้วดอนเต้าแล้วตรงมาไม่ไกล  จะมาสุดทางเป็นสามแยกตรงนี้  ให้เลี้ยวขวา

 

 


 

 

เลยมานิดเป็นกำแพงเมือง ที่สร้างขึ้นตามตามร่องรอยกำแพงของเวียงเขลางค์  ตรงนี้เรียกว่าประตูม้า

 

 


 

 

พ้นประตูมาก่อนจะถึงเกาะกลางถนน  จะมีทางเข้า สุสานไตรลักษณ์ ที่ซึ่งหลวงพ่อเกษม เขมโก  พระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวลำปางได้มาละสังขารที่นี่

เดี๋ยวเราจะย้อนมากราบท่านกัน  แต่ตอนนี้ตรงต่อไปก่อน

 

 


 

 

มาอีกราว 1.5 กม.  ก็จะมาถึงปากทางเข้าวัดเจดีย์ซาว   ตรงนั้นเป็นจุดกลับรถพอดี

 

 


 

 

ก่อนถึงมีป้ายแหล่งท่องเที่ยวบอกไว้

เลี้ยวรถจากปากทางเข้าไปอีกราว 700 ม.  ก็จะถึงวัดเจดีย์ซาว

 

 


 

 

คำว่า "ซาว" เป็นภาษาเหนือที่หมายถึง 20 อย่างถ้าไปซื้อของแล้วแม่ค้าบอกว่า ซาวบาท ก็แปลว่า 20 บาท

เพราะงั้นที่วัดนี้เขาก็ชวนให้มาชมหมู่เจดีย์ 20 องค์

 

 


 

 

เป็นเจดีย์ที่สร้างด้วยศิลปะพม่า

 

 


 

 

มีป้ายบอกเล่าที่มาของเจดีย์ซาวหลังเอาไว้

 

 


 

 

ว่ากันว่า ที่วัดนี้ได้เคยมีพระอรหันต์สองรูปมาพักและสั่งสอนธรรม  พระยาเจ้าเมืองเกิดเลื่อมใสศรัทธา ก็เลยขอเส้นผมจากพระทั้งสองรูป รูปละ 10 เส้น แล้วสร้างเจดีย์ขึ้นมาบรรจุเส้นผมนี้ไว้ จนมีเจดีย์ซาวหลังขึ้นมา

 

 


 

 

ถ้าเดินต่อเข้าไปในวัด  ทางขวามือด้านข้างพระอุโบสถ  จะได้ไปไหว้พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งชื่อ พระเจ้าแสนแซ่ทองคำ

 

 


 

 

เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านขุดพบจากทุ่งนาเมื่อปี 2526

 

 


 

 

ที่สำคัญคือ เป็นพระพุทธรูปทองคำ น้ำหนักเกือบ 100 บาท

ถ้านับเป็นมูลค่าของทองคำก็ต้องบอกว่าสูงมาก  แต่ถ้านับความศรัทธาที่ผู้คนสมัยก่อนจะสามารถรวบรวมทองคำมาหล่อพระได้ขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าคุณค่าเกินกว่าจะนับได้

 

 


 

 

ย้อนกลับเข้าตัวเมืองมา  ก็แวะมากราบหลวงพ่อเกษม เขมโก กัน

 

 


 

 

หลวงพ่อเกษมเป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ที่มีวัตรปฏิบัติงดงามเป็นที่เลื่อมใสนับถือของชาวลำปาง  บริเวณนี้เป็นสุสานของเมืองลำปางและท่านก็ได้เคยมาพักภาวนาอยู่ที่นี่

 

 


 

 

เมื่อท่านละสังขารแล้ว ร่างท่านก็ยังมาประดิษฐานอยู่ด้านในศาลาหลังนี้

 

 


 

 

คำมาเยี่ยมศพของท่าน  ก็คือ อนิจจา วะตะ สังขาราฯ  ที่น้อมให้เราเห็นถึงความเป็นไตรลักษณ์ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ในทุกสรรพสิ่ง  และที่นี่จึงได้ชื่อว่า สุสานไตรลักษณ์  เพื่อเตือนใจให้เราตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท

เรียกว่า แม้หลวงพ่อเกษมจะละสังขารไปแล้ว  แต่ร่างของท่านก็ยังคงแสดงธรรมให้แก่ผู้มาเยือนจนทุกวันนี้

 

 


 

 

เท่าที่ได้มาวน ๆ อยู่ในลำปาง  ถ้าใครสนใจจะนั่งรถม้าเที่ยวเมืองลำปางกันเป็นเรื่องเป็นราว  นั่งมาเที่ยวทางฝั่งเเมืองเก่านี้น่าสนใจมากทีเดียว  เพราะจะได้ไม่หลงงงกับถนนหนทางที่ป้ายบอกทางไม่ค่อยมี  หรือถ้ามีก็เป็นป้ายเล็ก ๆ แบบนี้ที่สังเกตได้ยากตอนขับรถ

ที่สำคัญก็คือ ทางฝั่งเมืองเก่าจะเป็นย่านที่อยู่อาศัย รถราไม่แน่น  อากาศสบาย  เหมาะจะนั่งรถม้าค่อย ๆ เที่ยวไปมาก

 

 



ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน
จำนวนผู้เข้าชม: 2446

ความเห็น (0)

เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้

เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก

เขียนแสดงความเห็น

smaller | bigger
security image
กรุณาป้อนตัวอักษรที่เห็น

busy

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.