Home

ย่านตัวเมืองลำปาง

 

 

มาต่อกันที่ วัดศรีชุม บนถนนศรีชุม

 

 


 

 

วัดนี้เป็นวัดศิลปะพม่าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากที่มีอยู่กัน 31 วัด

 

 


 

 

ลวดลายที่วิหารผสมผสานระหว่างศิลปะอย่างตะวันตกกับพม่า

 

 


 

 

ตรงซุ้มบันไดทางขึ้นวิหารที่มีซุ้มไม้ที่แกะเป็นลวดลายพรรณพฤกษาไว้อย่างละเอียดสวยงาม

ถ้าได้ไปดูใกล้ ๆ จะเห็นมีรูปเทวดาเล็ก ๆ ประดับอยู่ด้วย

 

 


 

 

วิหารนี้เป็นหลังที่สร้างใหม่แทนของเดิมที่เกิดไฟไหม้ไปในปี 2535  แต่วิหารที่สร้างใหม่นี่เขาก็สร้างตามรูปแบบของเดิม

ที่โชคดีคือลวดลายตรงซุ้มบันไดทางขึ้นนี้เป็นของเก่าที่รอดจากการถูกไฟไหม้

 

 


 

 

ด้านบนวิหารมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานบนบุษบกศิลปะแบบพม่าอย่างสวยงาม

 

 


 

 

แล้วยังมีภาพถ่ายประวัติของเมืองลำปางให้ได้มาดูกัน  ได้เห็นภาพในอดีตของลำปางหลายต่อหลายมุมเลย

 

 


 

 

รวมทั้งได้มาเห็นภาพของพ่อค้าไม้ชาวพม่าชื่อ อูโย-อูหม่องยีรน ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2436

บางคนอาจจะเข้าใจว่าวัดแบบพม่าอย่างนี้ มีมาตั้งแต่สมัยที่ล้านนาถูกพม่ายึดครองโดยพระเจ้าบุเรงนอง  แต่ที่จริงวัดแบบพม่าเพิ่งมาสร้างขึ้นกันขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนี้เองหรือ ราวสมัยรัชกาลที่ 5

จากการที่พ่อค้าชาวพม่าที่ติดตามอังกฤษเข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในสยามจนมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย  แล้วก็เลยมาสร้างวัดกันไว้ ทั้งเพื่อเป็นการทำบุญตามความเชื่อ ทั้งยังถือว่าเป็นการขอขมาลาโทษต่อรุกขเทวดาที่ไปล่วงเกินด้วยการตัดไม้มา

ด้วยเหตุนี้ล่ะถึงได้มีวัดหน้าตาแบบพม่าอยู่หลายต่อหลายวัดในลำปาง

 


 

 

มาต่อกันที่อุโบสถที่สร้างขึ้นปี พ.ศ.2444  ที่นี่เป็นอีกแห่งที่มีหลังคาทรงพญาธาตุ  ที่เป็นลักษณะการสร้างให้มีหลังคาซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น เพื่อบ่งบอกถึงสถานะที่สูงส่ง

ตามเชิงชายยังมีลวดลายของแผ่นโลหะฉลุลายที่ให้ความรู้สึกอ่อนพริ้ว

 

 


 

 

เป็นอุโบสถหลังงาม ที่สวยยิบตั้งแต่ข้างนอกเข้าไปแล้ว

ที่ตัวสาหร่ายรวงผึ้งที่เห็นอยู่ด้านหน้าสุด เป็นลายเครือเถาปิดทอง

 

 


 

 

ตรงนี้ก็น่าจะเป็น ปูรณฆตะ อีกเหมือนกัน

 

 


 

 

ลวดลายอ่อนช้อย รวมทั้งตกแต่งด้วยการประดับกระจกตามศิลปะพม่า

 

 


 

 

ลวดลายที่บานประตู

 

 


 

 

ซุ้มพระพุทธรูปก็งามนัก

 

 


 

 

พระพุทธรูปก็สร้างด้วยศิลปะอย่างพม่า เป็นปางเสกผลไม้

 

 


 

 

เจดีย์ด้านหลังอุโบสถ  เป็นศิลปะพม่าผสมรามัญ ที่ผู้รู้บอกว่าลวดลายปูนปั้นที่คอระฆังงดงามมาก  ภายในประดิษฐานพระบรมธาตุที่อัญเชิญมาจากพม่า

 

 


 

 

เบื่อเที่ยววัดกันแล้วหรือยัง

ยังมีอีกวัดที่อยากแนะนำ เรียกว่าเป็นหนึ่งในวัดลำปางที่ไปเยือนแล้วประทับใจมาก

วัดนี้ชื่อ วัดป่าซาง  ที่นี่อยากแนะนำให้จอดรถไว้ด้านนอกแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปกัน

 

 


 

 

ถ้าถามว่าที่นี่มีอะไรที่น่ามาชม  ก็ต้องพามาที่พระบรมธาตุเจดีย์องค์นี้  ที่มีรูปทรงแปลกตาจากการที่สร้างซุ้มไว้รอบทั้ง 8 ทิศ แต่ละซุ้มจะมีเจดีย์องค์เล็ก ๆ ประดับอยู่ด้านบน

 

 


 

 

แล้วภายในซุ้มก็มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่

 

 


 

 

อาคารอีกหลังที่สวยมากคือ วิหารหลังนี้  ที่ด้านล่างเป็นอาคารแบบโคโลเนียล ที่มีซุ้มโค้งรอบอาคาร  ส่วนด้านบนก็เป็นเรือนยอดแบบพม่า

 

 


 

 

ด้านหน้าทางเข้ามีลวดลายสวยงามประดับ

 

 


 

 

แต่ที่ประทับใจวัดนี้ เห็นจะเป็นเพราะบรรยากาศที่สะอาด สงบ และร่มรื่ม อย่างที่วัดควรจะเป็น

อย่างด้านหลังวิหารที่ติดกับตึกแถว  ก็มีการปลูกต้นไม้เป็นฉากเขียวครึ้ม

 

 


 

 

เข้ามาแล้วเหมือนอยู่ในสวนสวย ๆ ให้ความรู้สึกชื่นตาชื่นใจ

 

 


 

 

บริเวณสังฆาวาสก็สะอาดสะอ้าน

 

 


 

 

ขึ้นไปไหว้พระกันที่วิหารหลังนี้กัน

 

 


 

 

เป็นพระพุทธรูปในศิลปะพม่าอีกเหมือนกัน

 

 


 

 

อีกแห่งที่น่าจะได้แวะ คือที่อาคารทรงไทยหลังนี้ที่อยู่ด้านข้างของศาลหลักเมือง

 

 


 

 

ที่นี่ประดิษฐาน พระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ

เป็นพระพุทธรูปที่ในหลวงทรงสร้างขึ้น 4 องค์ แล้วพระราชทานไปประดิษฐานยังทิศทั้งสี่ในเมืองไทย  และหนึ่งในนั้นก็มาประดิษฐานอยู่ที่ลำปาง

 




ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน
จำนวนผู้เข้าชม: 3153

ความเห็น (0)

เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้

เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก

เขียนแสดงความเห็น

smaller | bigger
security image
กรุณาป้อนตัวอักษรที่เห็น

busy

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.