| ย่านตัวเมืองลำปาง |
|
หน้า 2 จาก 2
มาต่อกันที่ วัดศรีชุม บนถนนศรีชุม
วัดนี้เป็นวัดศิลปะพม่าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากที่มีอยู่กัน 31 วัด
ลวดลายที่วิหารผสมผสานระหว่างศิลปะอย่างตะวันตกกับพม่า
ตรงซุ้มบันไดทางขึ้นวิหารที่มีซุ้มไม้ที่แกะเป็นลวดลายพรรณพฤกษาไว้อย่างละเอียดสวยงาม ถ้าได้ไปดูใกล้ ๆ จะเห็นมีรูปเทวดาเล็ก ๆ ประดับอยู่ด้วย
วิหารนี้เป็นหลังที่สร้างใหม่แทนของเดิมที่เกิดไฟไหม้ไปในปี 2535 แต่วิหารที่สร้างใหม่นี่เขาก็สร้างตามรูปแบบของเดิม ที่โชคดีคือลวดลายตรงซุ้มบันไดทางขึ้นนี้เป็นของเก่าที่รอดจากการถูกไฟไหม้
ด้านบนวิหารมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานบนบุษบกศิลปะแบบพม่าอย่างสวยงาม
แล้วยังมีภาพถ่ายประวัติของเมืองลำปางให้ได้มาดูกัน ได้เห็นภาพในอดีตของลำปางหลายต่อหลายมุมเลย
รวมทั้งได้มาเห็นภาพของพ่อค้าไม้ชาวพม่าชื่อ อูโย-อูหม่องยีรน ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2436 บางคนอาจจะเข้าใจว่าวัดแบบพม่าอย่างนี้ มีมาตั้งแต่สมัยที่ล้านนาถูกพม่ายึดครองโดยพระเจ้าบุเรงนอง แต่ที่จริงวัดแบบพม่าเพิ่งมาสร้างขึ้นกันขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนี้เองหรือ ราวสมัยรัชกาลที่ 5 จากการที่พ่อค้าชาวพม่าที่ติดตามอังกฤษเข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในสยามจนมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย แล้วก็เลยมาสร้างวัดกันไว้ ทั้งเพื่อเป็นการทำบุญตามความเชื่อ ทั้งยังถือว่าเป็นการขอขมาลาโทษต่อรุกขเทวดาที่ไปล่วงเกินด้วยการตัดไม้มา ด้วยเหตุนี้ล่ะถึงได้มีวัดหน้าตาแบบพม่าอยู่หลายต่อหลายวัดในลำปาง
มาต่อกันที่อุโบสถที่สร้างขึ้นปี พ.ศ.2444 ที่นี่เป็นอีกแห่งที่มีหลังคาทรงพญาธาตุ ที่เป็นลักษณะการสร้างให้มีหลังคาซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น เพื่อบ่งบอกถึงสถานะที่สูงส่ง ตามเชิงชายยังมีลวดลายของแผ่นโลหะฉลุลายที่ให้ความรู้สึกอ่อนพริ้ว
เป็นอุโบสถหลังงาม ที่สวยยิบตั้งแต่ข้างนอกเข้าไปแล้ว ที่ตัวสาหร่ายรวงผึ้งที่เห็นอยู่ด้านหน้าสุด เป็นลายเครือเถาปิดทอง
ตรงนี้ก็น่าจะเป็น ปูรณฆตะ อีกเหมือนกัน
ลวดลายอ่อนช้อย รวมทั้งตกแต่งด้วยการประดับกระจกตามศิลปะพม่า
ลวดลายที่บานประตู
ซุ้มพระพุทธรูปก็งามนัก
พระพุทธรูปก็สร้างด้วยศิลปะอย่างพม่า เป็นปางเสกผลไม้
เจดีย์ด้านหลังอุโบสถ เป็นศิลปะพม่าผสมรามัญ ที่ผู้รู้บอกว่าลวดลายปูนปั้นที่คอระฆังงดงามมาก ภายในประดิษฐานพระบรมธาตุที่อัญเชิญมาจากพม่า
เบื่อเที่ยววัดกันแล้วหรือยัง ยังมีอีกวัดที่อยากแนะนำ เรียกว่าเป็นหนึ่งในวัดลำปางที่ไปเยือนแล้วประทับใจมาก วัดนี้ชื่อ วัดป่าซาง ที่นี่อยากแนะนำให้จอดรถไว้ด้านนอกแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปกัน
ถ้าถามว่าที่นี่มีอะไรที่น่ามาชม ก็ต้องพามาที่พระบรมธาตุเจดีย์องค์นี้ ที่มีรูปทรงแปลกตาจากการที่สร้างซุ้มไว้รอบทั้ง 8 ทิศ แต่ละซุ้มจะมีเจดีย์องค์เล็ก ๆ ประดับอยู่ด้านบน
แล้วภายในซุ้มก็มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
อาคารอีกหลังที่สวยมากคือ วิหารหลังนี้ ที่ด้านล่างเป็นอาคารแบบโคโลเนียล ที่มีซุ้มโค้งรอบอาคาร ส่วนด้านบนก็เป็นเรือนยอดแบบพม่า
ด้านหน้าทางเข้ามีลวดลายสวยงามประดับ
แต่ที่ประทับใจวัดนี้ เห็นจะเป็นเพราะบรรยากาศที่สะอาด สงบ และร่มรื่ม อย่างที่วัดควรจะเป็น อย่างด้านหลังวิหารที่ติดกับตึกแถว ก็มีการปลูกต้นไม้เป็นฉากเขียวครึ้ม
เข้ามาแล้วเหมือนอยู่ในสวนสวย ๆ ให้ความรู้สึกชื่นตาชื่นใจ
บริเวณสังฆาวาสก็สะอาดสะอ้าน
ขึ้นไปไหว้พระกันที่วิหารหลังนี้กัน
เป็นพระพุทธรูปในศิลปะพม่าอีกเหมือนกัน
อีกแห่งที่น่าจะได้แวะ คือที่อาคารทรงไทยหลังนี้ที่อยู่ด้านข้างของศาลหลักเมือง
ที่นี่ประดิษฐาน พระพุทธนิโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เป็นพระพุทธรูปที่ในหลวงทรงสร้างขึ้น 4 องค์ แล้วพระราชทานไปประดิษฐานยังทิศทั้งสี่ในเมืองไทย และหนึ่งในนั้นก็มาประดิษฐานอยู่ที่ลำปาง
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 3153 ความเห็น (0)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.