| ตลาดน้ำคลองลัดมะยม |
|
หน้า 2 จาก 3
ข้าง ๆ กับตัวตลาด มีบริเวณที่เรียกว่า "สวนเจียมตน"
ที่นี้เหมือนเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ให้คนเมืองอย่างเรา ๆ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศในสวนกัน รวมทั้งยังเป็นลานพักผ่อนของชุมชนด้วย
บริเวณย่านฝั่งธนฯ นี้ เมื่อก่อนก็ล้วนแต่เป็นที่นาที่สวน แต่พอมีการตัดถนนและเมืองค่อย ๆขยายรุกไล่ออกมา บรรดาสวนก็ล่มกันเป็นแถบ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรกันไป อย่างสวนเจียมตนตรงนี้ เจ้าของใจแข็งไม่ขายที่ไปก็เพราะอยากจะรักษาสวนให้คงอยู่เอาไว้ เห็นรั้วของหมู่บ้านมาประชิดที่สวนกันอย่างนี้ ไม่บอกก็คงรู้ว่าเราเกือบไม่มีสวนนี้ให้มาเที่ยวแล้วเชียว เพราะอย่างนั้นการมากินมาเที่ยวที่ตลาดอย่างนี้ ก็เป็นอีกหลาย ๆ แรงที่จะช่วยทำให้ชาวสวนในย่านนี้มีกำลังจะรักษาสวนรักษาวิถีชีวิตของตัวเอาไว้ต่อไป
ตรงปากทาง ป้ายสีเหลืองที่เห็นจะชี้บอกว่าไปได้ทั้งตรงเข้าไป หรือเลี้ยวขวา จะเดินไปทางไหนก่อนก็ได้ ทางก็จะวนมาเชื่อมกัน
ตรงปากทาง จะมีร้านเครื่องดื่มกับของว่างเล็ก ๆ มีชื่อเก๋ไก๋ว่า ร้านพอเพียง
พาเด็ก ๆ มาที่นี่ เขาก็จะได้มาเห็นอะไรที่นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าติดแอร์
มีก้อนดินเตรียมไว้
เอาไว้ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
ระหว่างทางมีร้านค้าเล็ก ๆ ในบรรยากาศกลางสวน
ของที่วางขายอยู่
ใกล้ ๆ กันจะมีเพิงขายของเล่น เป็นเพิงจริง ๆ เลย
เรือป๊อกแป๊กที่หลายคนเคยเล่น
ของเล่นย้อนยุคที่ทำให้ได้หวนนึกถึงตอนเป็นเด็ก
เลยเข้าไปด้านในอีกนิด จะมีศาลาใหญ่ คงจะไว้จัดกิจกรรมอะไรได้
อีกฝั่งก็จะมีชั้นหนังสือที่เหมือนเป็นห้องสมุดในชุมชนเล็ก ๆ อยากจะแวะมานั่งเล่นนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาแถวนี้ก็ตามสะดวกเลย
ตรงปากทางถ้าเลี้ยวมาทางขวา ตรงนั้นจะมีกิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก
คุณลุงเจ้าของร้านดูแลเด็ก ๆ อย่างดี
ถัดไปก็จะมีแผงขายของเล็ก ๆ
กับมีแคร่ไม้ให้นั่งเล่น
เดินเลยต่อเข้าไปก็จะอ้อมมาเจอกับตรงที่เป็นห้องสมุดได้
ส่วนข้างลานจอดรถหน้าตลาด จะมีร้านขายต้นไม้อยู่ด้วยกันหลายร้าน
ต้นกล้วยไม้ที่แขวนโชว์อยู่
มีทั้งไม้ใบไม้ดอก
มาเดินเลือกชมเลือกซื้อกันได้
ใครไม่สนต้นไม้ อีกฝั่งจะเป็นร้านขายพวกเซรามิค เทียนหอม มีของกระจุกกระจิกน่ารัก
ถ้าเข้ามาจากทางถนนกาญจนาภิเษก ตัวตลาดที่เล่ามาทั้งหมดจะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ แต่ทางฟากขวามือก็จะมีที่ให้แวะ มีอะไรน่าสนบ้างตามมาดูกันต่อ
ถ้าอยู่ทางฝั่งซ้ายตรงที่มีเรือพายขายของ ตรงนั้นจะเดินเลียบคลองลอดใต้สะพานมาก็ได้น่ะ แต่ท้องสะพานจะค่อนข้างเตี้ย ต้องเดินค้อมตัวมาหน่อย
ฝั่งนี้มี ... ใช่แล้ว ไอติมโบราณ
อยากมาชิมให้เดินผ่านลานจอดรถมาทางขวาด้านที่ติดกับริมคลอง
ตรงนี้มีร้านอาหารเล็ก ๆ ตั้งโต๊ะเก้าอี้กันเรียงรายริมคลองไป
มีก๋วยเตี๋ยวให้กินกัน ใครผ่านมาแถวนี้แล้วจะหาร้านนั่งกินข้าวสบาย ๆ ก็แวะมาได้ เพราะร้านเปิดทุกวัน แต่ตัวตลาดจะเปิดเฉพาะวันหยุด ทั้งเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์
และแน่นอนตรงนี้ มีไอติมอร่อย ๆ ชื่นใจไม่หวานเลี่ยนให้มาชิมกัน
มีให้เลือกหลายรส ที่ล้วนทำมาจากผลไม้ไทย ๆ อย่างขนุน มะพร้าว แตงโม
ถ้วยละ 10 บาท
ไอติมไม่ได้รับมาจากไหน นั่งทำกันอยู่ใกล้ ๆ ร้านนั่นล่ะ
แล้วถ้าใครอยากจะพายเรือเล่น ก็ต้องมาทางฟากนี้เหมือนกัน
ที่นี่มีบริการเรือพาย
ที่จะพาพายตามคลองไปชมนาบัวที่อยู่ใกล้ ๆ ค่าบริการก็คนละ 10 บาท
ส่วนเรือติดเครื่องนั่งกันได้ราว 6 คน ก็มีเลือกให้พาไปเที่ยวได้หลายเส้นทาง
หลัก ๆ ก็จะเป็นเส้นทางที่พาไปชมสวนผลไม้ สวนกล้วยไม้ในย่านนี้ ส่วนที่พิเศษหน่อยคือล่องเรือไปเที่ยวบ้านพิพิธภัณฑ์กัน ค่าเรือจะอยู่ราว 300-400 บาทแล้วแต่เส้นทาง
อีกแบบจะเป็นเรือหางยาวลำใหญ่ที่พาไปเที่ยวเกาะเกร็ดโน่นเลย อันนี้ดูค่าเรือแล้วเหมาะจะมากันหลาย ๆ คนหน่อย
ถ้าสนใจใช้บริการเรือนำเที่ยวกัน ก็มาติดต่อตรงนี้ มีป้าย "นั่งเรือท่องเที่ยว" ให้สังเกตุอยู่
นอกจากไอติมโบราณที่น่ามาชิมแล้ว ฝั่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เรือจำลอง เป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบ้านที่อาศัยใจรักสร้างขึ้นมาเป็นสำคัญ น่าแวะมาชมกันด้วย
ตัวพิพิธภัณฑ์ก็สร้างกันแบบง่าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง
ข้างในจัดแสดงทั้งเรือจริง และเรือจำลองชนิดต่าง ๆ แล้วก็เครื่องใช้ของผู้คนริมคลอง อย่างพวกอุปกรณ์ดักปลา
แต่ก่อนนั้นชีวิตของผู้คนจะใกล้ชิดกับสายน้ำ จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้คลองกันเป็นหลัก ไม่เว้นแม้แต่พระที่ออกบิณฑบาต
คนไทยเราก็เลยมีเรือรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันให้เหมาะกับการใช้งาน แต่ก็แบ่งออกออกได้เป็น 2 ชนิดหลัก ก็คือ เรือขุด และ เรือต่อ
มีเรือจำลองสารพัดแบบมาโชว์ตัวกันไว้
ผู้ที่สร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา ก็คือ ลุงสุรชัย รุณบุญรอด คุณลุงเติบโตมาในอู่ต่อเรือตั้งแต่เล็ก ก็เลยซึบซับเรื่องราวของเรือและการต่อเรือ มาแต่อ้อนแต่ออก จนตอนหลังก็มาสนใจการต่อเรือจำลองเป็นงานอดิเรก ค่อย ๆ เรียนรู้ ฝึกฝน เอาจริงเอาจัง ทำไปทำมางานอดิเรกก็ชักกลายเป็นงานอาชีพเต็มตัวไปเสีย
ที่นี่เราก็เลยได้มาชมผลงานจากการค้นคว้าศึกษา เรื่องราว รูปร่างของเรือชนิดต่าง ๆ รวมทั้งชมฝีมือการต่อเรือจำลองของคุณลุงกันด้วย
และที่คุณลุงสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา ก็เพื่อถ่ายทอดความรู้ ที่มา และรากเหง้าความเป็นไทย ให้กับลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปได้ซึบซับ
เพราะงั้นใครที่สนใจอยากจะหัดต่อเรือจำลองบ้าง หรืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรือชนิดต่าง ๆ ก็แวะมาคุยกับคุณลุงได้เหมือนกัน
หรือจะเพียงมาแวะจิบเครื่องดื่มนั่งคุยกันก็ได้
พาชมกันรอบ ๆ แล้ว หวังว่าสักวันคุณจะได้หาเวลาแวะมาสัมผัสกับตลาดแห่งนี้กันบ้าง กระซิบว่าแอบเหลือบางมุมให้มาสำรวจกันเองบ้าง อย่างเช่น การนั่งเกวียนเทียมควาย จะอยู่ตรงไหน เป็นยังไง ต้องแวะมาชมเองแล้ว
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.