Home เที่ยวที่ไหนดี สูดอากาศชานเมือง ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

 

ข้าง ๆ กับตัวตลาด มีบริเวณที่เรียกว่า "สวนเจียมตน"

 


 

 

ที่นี้เหมือนเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ให้คนเมืองอย่างเรา ๆ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศในสวนกัน รวมทั้งยังเป็นลานพักผ่อนของชุมชนด้วย

 


 

 

บริเวณย่านฝั่งธนฯ นี้ เมื่อก่อนก็ล้วนแต่เป็นที่นาที่สวน แต่พอมีการตัดถนนและเมืองค่อย ๆขยายรุกไล่ออกมา บรรดาสวนก็ล่มกันเป็นแถบ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรกันไป

อย่างสวนเจียมตนตรงนี้ เจ้าของใจแข็งไม่ขายที่ไปก็เพราะอยากจะรักษาสวนให้คงอยู่เอาไว้ เห็นรั้วของหมู่บ้านมาประชิดที่สวนกันอย่างนี้ ไม่บอกก็คงรู้ว่าเราเกือบไม่มีสวนนี้ให้มาเที่ยวแล้วเชียว

เพราะอย่างนั้นการมากินมาเที่ยวที่ตลาดอย่างนี้ ก็เป็นอีกหลาย ๆ แรงที่จะช่วยทำให้ชาวสวนในย่านนี้มีกำลังจะรักษาสวนรักษาวิถีชีวิตของตัวเอาไว้ต่อไป

 


 

 

ตรงปากทาง ป้ายสีเหลืองที่เห็นจะชี้บอกว่าไปได้ทั้งตรงเข้าไป หรือเลี้ยวขวา

จะเดินไปทางไหนก่อนก็ได้ ทางก็จะวนมาเชื่อมกัน

 


 

 

ตรงปากทาง จะมีร้านเครื่องดื่มกับของว่างเล็ก ๆ มีชื่อเก๋ไก๋ว่า ร้านพอเพียง

 


 

 

พาเด็ก ๆ มาที่นี่ เขาก็จะได้มาเห็นอะไรที่นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าติดแอร์

 


 

 

มีก้อนดินเตรียมไว้

 


 

 

เอาไว้ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น

 


 

 

ระหว่างทางมีร้านค้าเล็ก ๆ ในบรรยากาศกลางสวน

 


 

 

ของที่วางขายอยู่

 


 

 

ใกล้ ๆ กันจะมีเพิงขายของเล่น เป็นเพิงจริง ๆ เลย

 


 

 

เรือป๊อกแป๊กที่หลายคนเคยเล่น

 


 

 

ของเล่นย้อนยุคที่ทำให้ได้หวนนึกถึงตอนเป็นเด็ก

 


 

 

เลยเข้าไปด้านในอีกนิด จะมีศาลาใหญ่ คงจะไว้จัดกิจกรรมอะไรได้

 


 

 

อีกฝั่งก็จะมีชั้นหนังสือที่เหมือนเป็นห้องสมุดในชุมชนเล็ก ๆ

อยากจะแวะมานั่งเล่นนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาแถวนี้ก็ตามสะดวกเลย

 


 

 

ตรงปากทางถ้าเลี้ยวมาทางขวา ตรงนั้นจะมีกิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก

 


 

 

คุณลุงเจ้าของร้านดูแลเด็ก ๆ อย่างดี

 


 

 

ถัดไปก็จะมีแผงขายของเล็ก ๆ

 


 

 

กับมีแคร่ไม้ให้นั่งเล่น

 


 

 

เดินเลยต่อเข้าไปก็จะอ้อมมาเจอกับตรงที่เป็นห้องสมุดได้

 


 

 

 

ส่วนข้างลานจอดรถหน้าตลาด จะมีร้านขายต้นไม้อยู่ด้วยกันหลายร้าน

 


 

 

ต้นกล้วยไม้ที่แขวนโชว์อยู่

 


 

 

มีทั้งไม้ใบไม้ดอก

 


 

 

มาเดินเลือกชมเลือกซื้อกันได้

 


 

 

ใครไม่สนต้นไม้ อีกฝั่งจะเป็นร้านขายพวกเซรามิค เทียนหอม มีของกระจุกกระจิกน่ารัก

 


 

 

ถ้าเข้ามาจากทางถนนกาญจนาภิเษก ตัวตลาดที่เล่ามาทั้งหมดจะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ แต่ทางฟากขวามือก็จะมีที่ให้แวะ มีอะไรน่าสนบ้างตามมาดูกันต่อ

 


 

 

ถ้าอยู่ทางฝั่งซ้ายตรงที่มีเรือพายขายของ ตรงนั้นจะเดินเลียบคลองลอดใต้สะพานมาก็ได้น่ะ แต่ท้องสะพานจะค่อนข้างเตี้ย ต้องเดินค้อมตัวมาหน่อย

 


 

 

ฝั่งนี้มี ... ใช่แล้ว ไอติมโบราณ

 


 

 

อยากมาชิมให้เดินผ่านลานจอดรถมาทางขวาด้านที่ติดกับริมคลอง

 


 

 

ตรงนี้มีร้านอาหารเล็ก ๆ ตั้งโต๊ะเก้าอี้กันเรียงรายริมคลองไป

 


 

 

มีก๋วยเตี๋ยวให้กินกัน

ใครผ่านมาแถวนี้แล้วจะหาร้านนั่งกินข้าวสบาย ๆ ก็แวะมาได้ เพราะร้านเปิดทุกวัน แต่ตัวตลาดจะเปิดเฉพาะวันหยุด ทั้งเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์

 


 

 

และแน่นอนตรงนี้ มีไอติมอร่อย ๆ ชื่นใจไม่หวานเลี่ยนให้มาชิมกัน

 


 

 

มีให้เลือกหลายรส ที่ล้วนทำมาจากผลไม้ไทย ๆ อย่างขนุน มะพร้าว แตงโม

 


 

 

ถ้วยละ 10 บาท

 


 

 

ไอติมไม่ได้รับมาจากไหน นั่งทำกันอยู่ใกล้ ๆ ร้านนั่นล่ะ

 


 

 

แล้วถ้าใครอยากจะพายเรือเล่น ก็ต้องมาทางฟากนี้เหมือนกัน

 


 

 

ที่นี่มีบริการเรือพาย

 


 

 

ที่จะพาพายตามคลองไปชมนาบัวที่อยู่ใกล้ ๆ ค่าบริการก็คนละ 10 บาท

 


 

 

ส่วนเรือติดเครื่องนั่งกันได้ราว 6 คน ก็มีเลือกให้พาไปเที่ยวได้หลายเส้นทาง

 


 

 

หลัก ๆ ก็จะเป็นเส้นทางที่พาไปชมสวนผลไม้ สวนกล้วยไม้ในย่านนี้ ส่วนที่พิเศษหน่อยคือล่องเรือไปเที่ยวบ้านพิพิธภัณฑ์กัน

ค่าเรือจะอยู่ราว 300-400 บาทแล้วแต่เส้นทาง

 


 

 

อีกแบบจะเป็นเรือหางยาวลำใหญ่ที่พาไปเที่ยวเกาะเกร็ดโน่นเลย อันนี้ดูค่าเรือแล้วเหมาะจะมากันหลาย ๆ คนหน่อย

 


 

 

ถ้าสนใจใช้บริการเรือนำเที่ยวกัน ก็มาติดต่อตรงนี้ มีป้าย "นั่งเรือท่องเที่ยว" ให้สังเกตุอยู่

 


 

 

นอกจากไอติมโบราณที่น่ามาชิมแล้ว ฝั่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เรือจำลอง เป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบ้านที่อาศัยใจรักสร้างขึ้นมาเป็นสำคัญ น่าแวะมาชมกันด้วย

 


 

 

ตัวพิพิธภัณฑ์ก็สร้างกันแบบง่าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง

 


 

 

 

ข้างในจัดแสดงทั้งเรือจริง และเรือจำลองชนิดต่าง ๆ แล้วก็เครื่องใช้ของผู้คนริมคลอง อย่างพวกอุปกรณ์ดักปลา

 


 

 

แต่ก่อนนั้นชีวิตของผู้คนจะใกล้ชิดกับสายน้ำ จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้คลองกันเป็นหลัก ไม่เว้นแม้แต่พระที่ออกบิณฑบาต

 


 

 

คนไทยเราก็เลยมีเรือรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กันให้เหมาะกับการใช้งาน

แต่ก็แบ่งออกออกได้เป็น 2 ชนิดหลัก ก็คือ เรือขุด และ เรือต่อ

 


 

 

มีเรือจำลองสารพัดแบบมาโชว์ตัวกันไว้

 


 

 

ผู้ที่สร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา ก็คือ ลุงสุรชัย รุณบุญรอด

คุณลุงเติบโตมาในอู่ต่อเรือตั้งแต่เล็ก ก็เลยซึบซับเรื่องราวของเรือและการต่อเรือ มาแต่อ้อนแต่ออก

จนตอนหลังก็มาสนใจการต่อเรือจำลองเป็นงานอดิเรก ค่อย ๆ เรียนรู้ ฝึกฝน เอาจริงเอาจัง ทำไปทำมางานอดิเรกก็ชักกลายเป็นงานอาชีพเต็มตัวไปเสีย

 


 

 

ที่นี่เราก็เลยได้มาชมผลงานจากการค้นคว้าศึกษา เรื่องราว รูปร่างของเรือชนิดต่าง ๆ

รวมทั้งชมฝีมือการต่อเรือจำลองของคุณลุงกันด้วย

 


 

 

และที่คุณลุงสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา ก็เพื่อถ่ายทอดความรู้ ที่มา และรากเหง้าความเป็นไทย ให้กับลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปได้ซึบซับ

 


 

 

เพราะงั้นใครที่สนใจอยากจะหัดต่อเรือจำลองบ้าง หรืออยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรือชนิดต่าง ๆ ก็แวะมาคุยกับคุณลุงได้เหมือนกัน

 


 

 

หรือจะเพียงมาแวะจิบเครื่องดื่มนั่งคุยกันก็ได้

 


 

 

พาชมกันรอบ ๆ แล้ว หวังว่าสักวันคุณจะได้หาเวลาแวะมาสัมผัสกับตลาดแห่งนี้กันบ้าง

กระซิบว่าแอบเหลือบางมุมให้มาสำรวจกันเองบ้าง อย่างเช่น การนั่งเกวียนเทียมควาย จะอยู่ตรงไหน เป็นยังไง ต้องแวะมาชมเองแล้ว

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.