| เกาะเกร็ด |
|
หน้า 1 จาก 3
พอพูดถึงเกาะเกร็ด เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็รู้จักกัน แต่คำถามยอดฮิตสำหรับเกาะเกร็ดเลยก็คือ "ไปยังไง" ว่าแล้วทริปนี้ก็ขอแนะนำวิธีการเดินทางกันก่อนเลยแล้วกัน
เกาะเกร็ดเป็นเกาะที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เราต้องไปลงเรือข้ามฟากที่ท่าเรือใน วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด
สำหรับทางมาวัดสนามเหนือ ถ้าขับรถมา ใช้ทางด่วนก็สะดวกดี มุ่งหน้ามาทางแจ้งวัฒนะ แล้วใช้ทางออกที่มาทาง ปากเกร็ด ลงจากทางด่วนมาแล้ววิ่งตรงผ่านแยกปากเกร็ดมา (ไม่ต้องขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ) พอพ้นแยกมานิดเดียวจะเลี้ยวเข้าซอยที่มีป้ายชี้ทางไปเกาะเกร็ดก็ได้ วิ่งมาเรื่อย ๆ จะเจอวัดสนามเหนืออยู่ทางซ้ายมือ
หรือถ้าไม่เลี้ยวที่ซอยแรก จะเลยมาเข้าซอยที่มีห้างโลตัสอยู่ปากซอยพอดีก็ได้ (สังเกตว่าตรงปากซอยจะเป็นจุดกลับรถพอดี) วิ่งต่อจนสุดซอยพอต้องโค้งซ้ายวัดสนามเหนือก็อยู่ตรงนั้นพอดี
แต่แนะนำให้เลี้ยวตั้งแต่ซอยแรกเลย เพราะเลยเข้ามาจะผ่านตลาดที่รถจะค่อนข้างคับคั่ง
ที่วัดจะมีลานจอดรถอยู่ คิดค่าจอดคันละ 30 บาท
แต่ถ้าที่จอดเต็ม หรือคุณไม่อยากให้รถตากแดด เยื้องกับหน้าวัดจะมีที่จอดของเอกชนให้บริการอยู่ คิดค่าจอดคันละ 40 บาท
ส่วนใครจะมารถเมล์ก็ใช้รถสายที่พาคุณมาที่ ปากเกร็ด ได้ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร. 184) แต่ขอแนะนำไว้สักสายหนึ่งที่คิดว่าสะดวกสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับย่านนี้ ก็คือสาย 166 ที่มีต้นสายอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ถือเป็นชุมทางสำคัญแห่งหนึ่ง ถ้าจะมาขึ้นรถสายนี้ รถจะจอดป้ายอยู่ด้านที่จะวิ่งเข้าไปถนนพหลโยธิน
พอรถออกปุ๊บก็จะเลี้ยวขึ้นทางด่วนไปลงที่แจ้งวัฒนะ รถวิ่งสบาย ๆ เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็พาเรามาถึงปากเกร็ดแล้ว
พอเลยแยกปากเกร็ดไปสักหน่อย สังเกตป้ายรถเมล์ที่อยู่หน้า ธ.ออมสินก็ลงที่ป้ายนี้
เดินต่อขึ้นมาอีกสักหน่อยก็จะเจอกับปากซอยที่มีห้างโลตัสตั้งอยู่ เข้าซอยไปอีก 300 เมตรก็จะถึงวัดสนามเหนือ แต่ถ้านั่งรถเมล์เลยป้ายนี้ไปก็ไม่เป็นไร ลงป้ายถัดไปแล้วแล้วเดินย้อนมาหน่อยก็ได้ไม่ไกล ที่สำคัญรถเมล์ก็วิ่งไปสุดทางริมแม่น้ำข้างหน้า ที่ก็ต้องกลับรถวนออกมาอยู่ดี
ที่ปากซอยจะมีทั้งมอเตอร์ไซค์แล้วก็สามล้อถีบรอให้บริการอยู่ ไหน ๆ มาเที่ยวแล้วต้องลองเปลี่ยนบรรยากาศนั่งสามล้อถีบดูบ้างก็ไม่เลว เขาคิดค่าบริการ 10 บาท
ถึงวัดสนามเหนือแล้วก็เดินตรงไปที่ท่าเรือ โน้นไงเกาะเกร็ดอยู่ฟากตรงกันข้ามนี่เอง ลงเรือข้ามฟากไปกันเลย ค่าเรือคนละ 2 บาท แต่ยังไม่ต้องจ่ายที่ฝั่งนี้ ข้ามไปแล้วค่อยไปจ่ายที่ท่าเรือฝั่งเกาะเกร็ด
มาถึงเกาะเกร็ดแล้วขอโชว์ป้ายแสดงแผนผังของเกาะเกร็ดให้เห็นกันก่อน ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ จึงมีการขุดคลองลัดขึ้นเพื่อให้แม่น้ำเป็นเส้นตรงเดินเรือได้สะดวก ทำไปทำมาคลองลัดที่ตัดตรงน้ำก็ไหลกัดเซาะจนกลายเป็นแม่น้ำใหญ่ บริเวณนี้ก็เลยกลายสภาพเป็นเกาะที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาโอบล้อมเอาไว้ ต่อมาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มอญที่ถูกพม่าปกครองอยู่เกิดกระด้างกระเดื่องต่อสู้รบพุ่งกับพม่า แม้จะได้ชัยชนะในช่วงแรกแต่พอพม่าส่งอะแซนหวุ่นกี้ยกกองทัพมาปราบ พวกมอญก็แตกพ่ายหนีเข้ามาในไทย พระเจ้ากรุงธนบุรีก็โปรดฯ ให้มอญที่อพยพหนีเข้ามานั้นตั้งบ้านเรือนอยู่ในย่านเกาะเกร็ดนี้ รวมทั้งแถบปทุมธานีและพระประแดงมาจนทุกวันนี้
ด้วยเหตุที่เป็นชุมชนมอญ การมาเที่ยวเกาะเกร็ดก็เป็นโอกาสให้เราได้ซึบซับศิลปะวัฒนธรรมของคนมอญ ทั้งในรูปของวัดวาอาราม ขนบประเพณี ตลอดจนศิลปะวัตถุต่าง ๆ จนแม้บางวัดบนเกาะเกร็ดยังมีการสวดเป็นภาษามอญอยู่ แถมคนมอญยังเป็นพวกที่มีฝีมือในงานเครื่องปั้นดินเผามา คนชอบช็อปก็ยิ่งไม่ผิดหวังใหญ่
ก่อนจะไปเดินเที่ยวบนเกาะ ลองนั่งเรือเที่ยวรอบ ๆ เกาะเสียก่อนเป็นไง จะได้รู้รูปพรรณสัณฐานของเกาะเกร็ดให้ทั่วก่อนออกเดิน ที่ท่าเรือจะมีให้บริการ เรือนำเที่ยวรอบเกาะ คิดค่าบริการคนละ 40 บาท ถ้าเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีก็คนละ 20 บาท ใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่ง เรือที่ออกก็มีด้วยกันหลายรอบ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจะมีเรือออกทุกชั่วโมงจนเที่ยวสุดท้ายตอน 5 โมงเย็น ทุกวันเสาร์อาทิตย์แล้วก็วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตอนที่ไปเลือกเรือเที่ยวแรกตอน 10 โมงเช้า ดีเหมือนกันคนยังไม่ค่อยมาก ทำให้เรือว่างนั่งสบาย
ออกจากท่าเรือมาเล็กน้อยก็จะผ่าน เจดีย์มุเตา เจดีย์ทรงมอญที่ทรุดเอียงอยู่ริมแม่น้ำ ถ้าถือว่า พระปรางค์วัดอรุณ เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพแล้ว เจดีย์มุเตา นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดเลยทีเดียว ถัดไปเรือเริ่มเลี้ยวโค้งไปทางซ้าย ซึ่งก็คือแนวแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมที่ไหลอ้อมเกาะเกร็ดนั่นเอง
ช่วงสายอย่างนี้ถึงแดดจะเปรี้ยงแต่บรรยากาศในเรือที่ได้รับลมแม่น้ำโชยมาก็เย็นสบายดี ด้านซ้ายมือช่วงนี้จะเป็นบ้านเรือนริมน้ำของชุมชนบนเกาะเกร็ด เห็นแล้วหลับตาฝันเห็นตัวเองกางเก้าอี้ผ้าใบอยู่ที่ริมชานบ้านนอนอ่านหนังสือ
เรือมาจอดแวะที่ร้านขนมไทยชื่อ บ้านคุณแอ๋ว ซึ่งเท่ากับเรือเดินทางมาได้ครึ่งทางรอบเกาะแล้ว
ที่บ้านคุณแอ๋ว เป็นร้านขนมไทยและอาหารไทยที่ดูก็รู้ว่าต้องดังมาก สังเกตจากป้ายรายการทีวีเอย คอลัมน์ชวนชิมในหนังสือพิมพ์เอย ที่ติดอยู่ที่ร้านเรียกได้ว่าเพียบ
ตามเสาในร้านยังติดรูปคนดัง ๆ ที่เคยแวะมาเที่ยวที่ร้านเอาไว้เหมาะจะใช้ซ้อมเล่นเกมทศกัณฐ์มาก
ในร้านยังจัดสาธิตการทำขนมไทยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ก่อนจะออกไปเดินเลือกซื้อขนมไทยสีสวยน่าทาน
ส่วนใครที่หิวแล้วที่ร้านยังมีทั้งข้าวแช่ ขนมจีนและข้าวราดแกงไว้บริการ
ออกจากบ้านคุณแอ๋ว เรือพาเลี้ยวเข้าไปในคลองบางบัวทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า คลองขนมหวานเพราะชาวบ้านย่านนี้ทำขนมไทยขายส่งกันเป็นล่ำเป็นสัน เรียกว่าส่งขายข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว เรือจอดแวะที่ร้านขนมหวานอีกร้านหนึ่งให้ได้มีโอกาสเลือกซื้อขนมเป็นของฝากกันอีกรอบ
ที่นี่ไม่มีการสาธิตทำขนม มีแต่ทำกันเป็นอุตสาหกรรมกันให้เห็นเลยทางด้านหลังร้าน เฉพาะไข่เป็ดที่ตอกไว้สำหรับจะแยกไข่แดงออกมาก็หลายกะละมังแล้ว
ซื้อหากันได้เต็มที่ มีตระกร้าใบโตคอยอำนวยความสะดวก หลังจากนี้มาเก้าอี้ในเรือที่ว่าง ๆ เริ่มจะถูกจับจองด้วยถุงขนมเจ้าโน้นเจ้านี้เสียแล้ว
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.