| 
Home เที่ยวที่ไหนดี ไปเช้าเย็นกลับ ตลาดเก้าห้อง

ตลาดเก้าห้อง
เดี๋ยวนี้คนเมืองกำลังฮิตไปเที่ยวตลาดเก่าแก่กัน อาจเพราะโหยหาวันชื่นคืนสุขเมื่อครั้งอดีต ที่แม้จะเป็นห้วงยามที่ชีวิตไม่ได้สะดวกสบายเท่าทุกวันนี้ แต่กลับรู้สึกอิ่มใจกว่ากันนัก แต่อีกใจก็อาจนึกเบื่อ ที่ต้องไปแย่งเบียดเสียดผู้คนที่ไปแออัดกันตามตลาดดัง ๆ ทริปนี้เลยลองชวนให้เปลี่ยนมาเดินตลาดโบราณที่เงียบแต่ไม่เหงากันที่ ตลาดเก้าห้อง สุพรรณบุรี

 

ที่นี่เป็นอีกตลาดเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี ที่ อ.บางปลาม้า ที่เคยคึกคักอินเทรนสุด ๆ เมื่อร่วมร้อยปีก่อนหน้าโน้น แล้วก็ค่อย ๆ ซบเซาไปเมื่อมีการตัดถนนหนทางทำให้การเดินทางทางน้ำลดบทบาทความสำคัญลงไปจนแทบไม่เหลือในปัจจุบัน

 


 

ตัวตลาดเดี๋ยวนี้ก็เลยเหลือร้านค้าเปิดค้าขายกันไม่มาก

 


 

ร้านรวงส่วนใหญ่ก็ปิดเงียบกันไป

 


 

ที่ยังเปิดอยู่ ส่วนใหญ่เจ้าของร้านก็เป็นผู้เฒ่าผู้แก่

 


 

ตรงนี้เป็นโรงพิมพ์เก่าแก่

 


 

ใครที่ชอบถ่ายรูปไม่น่าพลาดตลาดแห่งนี้ไป เพราะบรรยากาศเรือนแถวไม้เก่าแก่เคร่งขรึมกับแสงเงาสวย ๆ มีอยู่หลายต่อหลายมุมรอให้มาฝึกฝีมือบันทึกภาพกลับไปชื่นชมกัน

 


 

อย่างตรงนี้เป็นช่องทางเดิน

 


 

แต่เดิมทางชุมชนที่รวมตัวกันเป็น คณะกรรมการพัฒนาตลาดเก้าห้อง ก็ช่วยจัดงาน"วันอาทิตย์อิ่มอร่อยที่เก้าห้อง" ชักชวนให้ผู้คนได้แวะมาเยี่ยมเยือนตลาดเก่าแก่แห่งนี้ให้กลับหวนมามีชีวิตชีวากันอีกครั้ง

เดี๋ยวนี้ตลาดชักฮิตคนชักรู้จักกันมากขึ้นก็เลยมีตลาดกันทั้งวันเสาร์-อาทิตย์แล้ว

หรือสำหรับใครที่จะมาเที่ยว สุพรรณบุรี อยู่แล้ว ไม่ว่าจะมาไหว้พระตามวัดวาในตัวเมือง หรือจะเลยไปถึง บึงฉวาก ตลาดสามชุก ถ้าตรงกับวันอาทิตย์ ก็อาจจะบวกตลาดเก้าห้องไว้ในโปรแกรมช่วงเช้าได้อีกแห่ง เพราะยังไงมาสุพรรณอย่างนี้ ต้องผ่าน อ.บางปลาม้าก่อนอยู่แล้ว แล้วก็เลี้ยวแยกเข้าไปแค่ราว 4 กม.เท่านั้นก็ถึงตลาดเก้าห้องแล้ว

 


 

ก่อนหน้านี้ทางชุมชนเขาก็เปิด พิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้อง ขึ้นมา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เรียบง่ายไม่เลิศหรูอะไร เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศโดยรอบ เป็นเรือนแถวไม้ห้องหนึ่งที่เดิมเคยเป็นร้านขายยาเก่าที่ปิดตัวไปเพราะลูกหลานย้ายไปทำงานในเมืองกันหมด

 


 

ที่นี่เก็บรวบรวมข้าวของเก่าแก่ที่ชาวบ้านในชุมชนนำมามอบไว้ให้หลายต่อหลายอย่าง

 


 

ตาชั่งเก่าแก่

 


 

วิทยุโบราณที่ใช้หลอดสูญญากาศ เปิดใช้กันทีหลังเครื่องสว่างโร่ขึ้นมาเลย

 


 

ยุคที่ไม่มีมือถือ ไม่มีอินเตอร์เน็ต นี่คือเครื่องมือสื่อสารที่ดีที่สุด "ไปรษณีย์"

 


 

ส่วนภาพวาดบนผนัง ก็เป็นภาพบรรยากาศของตลาดเก้าห้อง ที่นักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์ สุพรรณบุรี ได้เคยมาถ่ายทอดเป็นผลงานเอาไว้อวดกันตรงนี้

 


 

หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ในหน้า Horizon ก็เคยลงสกู๊ปถึงตลาดเก้าห้องแห่งนี้เอาไว้

 


 

ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์อย่าลืมคว้าแผ่นพับประวัติของตลาด ส่วนอีกอันจะเป็นแผนผังและสถานที่น่าแวะชมของที่นี่

 


 

ที่จริงของเก่าแก่ ของเก็บสะสม ไม่ได้มีอยู่แต่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ตามบ้านตามร้านของชาวบ้านก็ยังมีอีกมาก หลายร้านที่ยังเปิดอยู่ ตามตู้โชว์ก็จะมีของเก่าแก่โชว์กันไว้ ก็เข้าไปดูกันได้

อย่างร้านนี้ก็อยู่ที่ตู้โชว์หลังร้านโน้น

 


 

บางทีแค่แก้วน้ำธรรมดาที่เคยเห็นใช้กันตามร้านสมัยก่อน ก็ช่วยให้ระลึกถึงความหลังกันได้ชัด

เล่าเพิ่มว่าถ้าเดินมาเจอร้านนี้ (อยู่เลยพิพิธภัณฑ์เข้ามาหน่อย) หน้าร้านจะมีแผงขนมไทยเจ๊เซียม เจ้านี้รสชาติดีทีเดียว ได้มีโอกาสชิมขนมหม้อแกงแล้วติดใจ เนื้อขนมจะไม่เหมือนหม้อแกงเมืองเพชร แต่เข้าใจว่าจะใส่ถั่วบดหยาบ ๆ ลงไปด้วย ทำให้มีเนื้อมีหนังแล้วก็หอมมันอร่อย อีกอย่างที่ได้ชิมคือขนมถ้วยฟูก็หอมกลมกล่อมกำลังดี

เสียดายที่ตอนซื้อไม่ได้ถ่ายรูป อีกหนที่กลับไปก็ขายเกือบหมดเหลือแค่ไม่กี่อย่าง ก็เลยต้องมาเล่าแบบไม่มีภาพประกอบกันอย่างนี้ล่ะ

 



เล่าเรื่องของเก่าต่อหน่อย อย่างตรงนี้ก็อยู่ในตู้โชว์ที่ร้านราดหน้า เจ๊จุก ที่เจ้าของร้านก็เชื้อเชิญให้เข้าไปชมได้ตามสบาย

 


 

นาฬิกาโบราณจากอีกร้าน

 


 

บางทีไม่ได้โชว์ไว้ แต่ถ้าได้แวะเข้าไปพูดคุยขอความรู้จากคุณลุงคุณป้ากันแล้ว

 


 

ก็มีของเก็บสะสมออกมาอวด มาโชว์กัน

 


 

อย่างตรงนี้คุณลุงอุตส่าห์ไปไขตู้ หยิบเงินพดด้วงสมัยรัชกาลที่ 4 ออกมาให้ได้สัมผัส เพราะไปบ่นให้คุณลุงฟังว่าอยากเห็น

เคยเรียนหนังสือมาว่า สมัยก่อนคนเขาใช้โลหะเงินเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน จนคำว่า "เงิน" ที่เดิมหมายถึงโลหะเงิน ก็มีความหมายเป็นเงินตราไปด้วย อย่างเงินพดด้วงเนี่ยทำด้วยเงินจริง ๆ คุณลุงเล่าว่าสมัยก่อนคนจะเอาไปหลอมทำเป็นเข็มขัดก็มี

 


 

นี่ล่ะถึงได้บอกว่าตลาดอาจจะดูเงียบ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ร้านค้าก็มีไม่มาก แต่ถ้าเพียงหยุดแวะพูดคุยทักทายแทนที่จะเพียงเดินผ่านเลยไป ก็จะได้ไมตรีจากชาวตลาดให้ไม่ต้องเหงายามเดินเที่ยวเลย

รวมถึงเก้าอี้หน้าร้านกระหรี่ปั้บ ก็ได้ไปอาศัยนั่งปักหลักฟังประวัติความเป็นมาของตลาดเก้าห้องมา

 


 

ถ้าใครแวะมาเที่ยวก็มาถามข้อมูลกัน แล้วจะได้ชิมกระหรี่ปั๊บรสชาติดีตรงนี้ไปด้วยเลย

 


 

ขนมเทียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็อร่อย แถมพี่เขาก็ใจดีกลัวว่าจะเดินเที่ยวตลาดไม่ทั่ว เพราะที่ตลาดเก้าห้องนี่ มีทั้งตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง ก็อุตส่าห์พาเดินไปส่งให้รู้ทางไว้ก่อน จะเรียกว่าตรงนี้เป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประจำตลาด ก็คงได้

 


 

เกริ่นไปหน่อยแล้วว่า ที่นี่มีตลาดบน ตลาดกลาง ตลาดล่าง เป็นสามตลาดของสามเจ้าของที่สร้างอยู่ติดกัน

ที่เราเดินเข้ามาทีแรกที่มีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วยจะเป็นฝั่งตลาดล่าง ไฮไลต์ของตรงนี้ก็คือ หอดูโจร ที่สร้างเป็นหอสูง 4 ชั้น

 


 

ไม่ได้สร้างไว้ดูเฉย ๆ แต่ยังทำรูเล็ก ๆ อย่างนี้ไว้รอบหอ ให้ทายว่าเอาไว้ทำอะไร

 


 

เฉลยว่า เขาเอาไว้สอดปืนออกมายิงโจร

ถ้าอยากเห็นของจริงก็ต้องปีนบันไดอย่างนี้ขึ้นไป แล้วก็ไปชมวิวตลาดจากมุมสูงข้างบนกันได้

 


 

ที่ต้องสร้างหอดูโจรอย่างนี้ขึ้นมา เพราะเจ้าของตลาด คือ เถ้าแก่ฮง หรือชื่อไทยว่า นายบุญรอด แกเป็นคนจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ มีอาชีพทั้งงานก่อสร้างพวกเจดีย์ตามวัดที่มีฝีมือ แล้วยังเก่งเรื่องค้าขายจนร่ำรวยอีกด้วย

 


 

ทีแรกแกก็ปลูกเรือนแพอยู่หน้า บ้านเก้าห้องของขุนกำแหงฤทธิ์

ที่เห็นในรูปก็คือ บ้านเก้าห้อง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวตลาด แล้วก็เป็นที่มาของชื่อตลาดนี้ด้วย

คำว่า เก้าห้อง จะหมายถึงขนาดของตัวบ้าน ไม่ใช่ว่าข้างในบ้านกั้นเป็นเก้าห้อง แต่คือแต่ละช่วงเสาจะเรียกเป็น 1 ห้อง ยิ่งมากห้องก็แสดงว่าบ้านหลังยิ่งใหญ่ แสดงถึงฐานะของเจ้าของบ้าน

 


 

แต่อาจเพราะชื่อเสียงความร่ำรวยทำให้แกถูกโจรบุกปล้น จนถึงกับฆ่าเมียแกตาย ตอนหลังแกก็ริเริ่มที่จะย้ายตลาดมาอยู่บนบกด้วยการสร้างเรือนแถวไม้ขึ้นมา

 


 

แล้วก็สร้างหอดูโจรขึ้นมาป้องกันโจรผู้ร้ายที่จะเข้าปล้นด้วย ซึ่งก็ได้ผลเสียด้วย ไม่เคยมีโจรมาบุกปล้นอีกเลย

 


 

ถ้าสนใจอยากรู้ประวัติให้ละเอียดก็มาอ่านที่บอร์ด ตรงตัวตลาดที่อยู่เชิงหอดูโจรก็ได้

 


 

ตัวตลาดก็มีของมาวางขายกันหลายอย่าง

 


 

ตรงนี้เป็นขนมเปี้ยะตั้งเซ่งกี่

 


 

เจ้านี้มีหลายอย่าง ทั้งหมูหยอง กุนเชียง แคบหมู หมี่กรอบ ไปจนถึงข้าวคลุกกะปิ

 


 

หรือจะรับก๋วยจั๋บสักชามก่อน

 


 

ของคุณยายมีห่อหมกปลากับห่อหมกไก่ อร่อยดีเหมือนกัน

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 80 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.