| เขาใหญ่ |
|
หน้า 6 จาก 8
มาเล่าเพิ่มเติมกันเรื่องที่พักอีกหน่อย สำหรับใครที่ไม่ถนัดนอนเต็นท์ ที่อุทยานเขาใหญ่ก็มีที่พักเป็นหลังให้เลือก มีตรงไหนยังไงบ้างลองมาดูกัน กลุ่มแรกจะอยู่ริมน้ำลำตะคองใกล้ ๆ กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี่เอง เป็นบ้านพักกลุ่มที่ 1 เลขบ้านก็จะขึ้นต้นด้วย 1 อย่างเช่น 101 หน้าตาของบ้านก็เป็นอย่างที่เห็น ตัวบ้านจะปลูกเรียงกันไปอยู่บนตลิ่งริมน้ำ ตัวน้ำจะอยู่ต่ำลงไปด้านล่าง ไม่ได้อยู่ริมน้ำขนาดห้อยเท้าจากระเบียงออกไปแช่น้ำได้ แต่ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลน่าสบายดี มีอย่างนี้หลายหลัง แต่ละหลังมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พักกันได้ 8 คน ราคาคืนละ 2,400 บาท
ส่วนอีกหลัง ชื่อหลัง 107 จะไม่อยู่ริมน้ำ แต่เป็นหลังใหญ่ มีถึง 6 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พักกันได้ถึง 30 คน ราคาคืนละ 9,000 บาท
โซนถัดไป ต้องขับรถจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไปทางด้านที่จะไปน้ำตกเหวสุวัติ แต่ไปไม่ไกลแค่ราว 500 ม. เห็นมีป้อมของเจ้าหน้าที่ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไป
เสร็จแล้วก็วิ่งตรงเข้าไปตามทาง
เพิ่มเติมนิดว่า ถนนเส้นนี้ด้านหนึ่งจะมีไหล่ทางกว้าง ที่จัดให้เป็นเส้นทางจักรยานสำหรับมาขี่รถเล่นกันได้
ตรงเข้าไป จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวไปบ้านพักกลุ่มที่ 2 ส่วนถ้าเลี้ยวไปด้านที่ป้ายบอกว่าทางตัน เป็นทางตันสำหรับรถ แต่ไม่ตันสำหรับจักรยาน เพราะเป็นทางเข้าอีกด้านของถนนที่ตัดเข้าสนามกอล์ฟ ที่เล่าว่าน่าออกมาเดินเล่นถ้ามากางเต็นท์ที่ลานลำตะคอง ในนั้นสามารถเข้าไปขี่จักรยานหรือเดินดูนกได้
พอไปถึงที่ตั้งบ้านพัก ด้านซ้ายก็จะเป็นกลุ่มบ้านหมายเลข 201-203 หลังแรกที่เจอจะเป็นหลัง 203 หลังนี้มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคาคืนละ 2,400 บาท
ส่วนถัดเข้าไป หลัง 201-202 จะอยู่ติด ๆ กัน แต่สังเกตว่าระเบียงหน้าบ้านของสองหลังนี้จะไม่ค่อยส่วนตัวนัก เพระว่าหลัง 201 จะหันไปหาของหลัง 202 สองหลังนี้ เป็นบ้านแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาคืนละ 2,400บาท
หน้าตาหลัง 201
ลานสนามหญ้าด้านหน้าของบ้านกลุ่มนี้
ถ้าเลี้ยวมาทางขวาจะเป็นบ้านกลุ่ม 204-206 ตรงนี้เป็นหลัง 204 กับ 205 สังเกตว่าถึงจะเป็นบ้านสองหลัง แต่ระเบียงหน้าบ้านก็เชื่อมต่อกัน เหมาะสำหรับกลุ่มใหญ่ที่มาด้วยกัน
ส่วน 206 หน้าตาเหมือนกัน แต่แยกออกมาต่างหาก กลุ่มนี้เป็นบ้าน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 6 คน ราคาคืนละ 2,000 บาท
ระเบียงหน้าบ้านหลัง 206
แต่ละหลังจะมีศาลาอย่างนี้อยู่ข้าง ๆ
กลุ่มถัดมาเป็นบ้านพักกลุ่มที่ 3 ใช้เส้นทางเดียวกับบ้านพักกลุ่มที่ 2 คือจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก็มาเลี้ยวเข้ามาตรงป้อม แต่จะถึงก่อนบ้านพักกลุ่มที่ 2
วิ่งมาราว 800 ม. จากตรงป้อม พอเห็นป้ายค่ายพักเยาวชนสุรัสวดี ก็เลี้ยวเข้ามาเลย
เข้ามาแล้วถ้าเลี้ยวไปทางซ้ายก็จะเป็นค่ายเยาวชน ที่ตึกหลังกลางจะมีทั้งเรือนนอนและห้องสัมมนา
และมีเรือนนอนอีก 2 หลังแบบนี้ขนาบข้าง ทั้งหมดมีห้องพักรวมกัน 6 ห้อง เป็นห้องพักรวมและห้องน้ำรวม ในห้องจะเป็นเตียงสองชั้น แต่ละห้องพักกันได้ 36 คน ราคาคืนละ 3600 บาท
ถ้าเข้ามาแล้วเลี้ยวไปทางขวา จะมีที่พักแบบเป็นเรือนแถวอยู่ 2 หลัง หลังละ 10 ห้อง
หลังแรกคือ 301 ก็จะมีห้องไล่ไปตั้งแต่ 301/1 - 301/10 หลังที่สองคือ 302 ที่ไล่ไป 302/1 - 302/10 เหมือนกัน
เข้าไปดูข้างในกันบ้าง เปิดประตูเข้าไปก็จะเจอเตียงนอนแล้วก็มีห้องน้ำในตัว ห้องไม่ใหญ่อะไร พักกันได้ 2 คน ราคาคืนละ 800 บาท
ห้องน้ำตามบ้านพักทุกหลังจะมีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊ส ติดตั้งไว้อยู่
ด้านข้างเรือนพัก 302 จะมีห้องน้ำรวมอยู่ด้วย เพราะหน้าเทศกาลที่มีคนขึ้นมาพักแรมบนเขาใหญ่มาก จนลานกางเต็นท์ที่มีอยู่ 2 แห่งไม่พอรองรับ เจ้าหน้าที่จะแบ่งให้มากางเต็นท์กันที่ลานสนามหญ้าตรงนี้ด้วย
ก็เลยสำรวจห้องน้ำมาฝากเผื่อไว้ด้วย ห้องอาบน้ำเป็นแบบตักอาบ
ตรงนี้เป็นห้องส้วม สภาพก็สะอาดใช้ได้
ที่สำคัญด้านหลังห้องน้ำรวม จะมีทางเดินลงไปที่ลำตะคองได้
บรรยากาศดีมาก เจ้าหน้าที่บอกว่าลงไปเล่นน้ำได้
มองไปทางขวาบ้าง
บ้านพักกลุ่มที่ 4 อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาเขียว แล้วจะมีถนนวิ่งแยกเข้าไป
กลุ่มแรกจะเป็นบ้านพัก 401 - 404 จะเป็นลักษณะเดียวกันอย่างนี้ บ้านกลุ่มนี้บรรยากาศดีทีเดียว มีลานสนามหญ้ากว้าง แต่ละหลังอยู่ห่างกันพอสมควร เรียกว่าเป็นส่วนตัวดี บรรยากาศคล้าย ๆ กับมาพักอยู่ในสวนสาธารณะ แต่มองอีกทีต้นไม้น้อยไปนิด ว่าไปแล้วดูเหมือนอยู่ในสนามกอล์ฟมากกว่า ตอนเช้า ๆ สามารถมาวิ่งจ็อกกิ้งหรือให้เด็ก ๆ มาขี่จักรยานเล่นตามถนนรอบ ๆ ได้
มองจากด้านข้างบ้าง บ้านพักกลุ่มนี้ มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้ 4 คน ราคาคืนละ 3,000 บาท
ในบริเวณเดียวกันมีเป็นบ้านพักแฝดติดกัน มีสองหลังคือ 405 กับ 406 แต่ละหลังก็จะแยกเป็น 405/1 405/2 แล้วก็ 406/1 406/2
แต่ละด้าน ข้างในจะมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคาคืนละ 3500
อีกด้านจะเป็นเรือนแถวเรียกว่าบ้านพัก 407 มี 5 ห้องที่เป็นห้องพัก 2 คน ราคาคืนละ 800 บาท ส่วนอีก 4 ห้องเป็นห้องพัก 4 คน ราคาคืนละ 1,200 บาท
เที่ยวเขาใหญ่กันพอสมควรแล้ว ก่อนกลับบ้านกัน แถวปากช่องยังมีที่น่าสนใจให้แวะกันหลายแห่ง เดี๋ยวจะพาไปเที่ยว แวะชิมกันต่อ เล่าเพิ่มไว้ว่า ทางขึ้นลงด้านปากช่อง บางช่วงทางจะชันหน่อย ตอนขับรถลง มีเทคนิคนิดหน่อยว่าเวลาขับรถลงเขา อย่าใช้วิธีปล่อยรถให้ไหลลงมาแล้วคอยเหยียบเบรคเอาไว้อย่างเดียว เพราะเบรคจะทำงานหนักจนร้อนมาก ถึงกับน้ำมันเบรคเดือดเป็นฟองเหมือนที่เราต้มน้ำจนเดือด ทีนี้น้ำมันเบรคก็เลยไม่สามารถส่งแรงเบรคที่เราเหยียบให้ไปที่ตัวเบรคได้ เดี๋ยวจะเกิดอาการที่เรียกว่าเบรคแตกขึ้นมา เพราะงั้น เวลาขับรถลงเขา เขาจะสอนให้ใช้ Engine Brake กัน คือใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรค ใครไม่คุ้นเคยก็ง่าย ๆ เพียงแค่เลื่อนเกียร์จากตัว D ลงมาอีกสักขั้น รถแต่ละยี่ห้อชื่อเรียกอาจจะต่างกันไป อาจจะเป็น S เป็น D3 หรืออะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าเลื่อนจาก D ลงมาสักขั้น จะเห็นว่าตอนลงเขารถจะวิ่งช้าลง แล้วก็ไม่ต้องตกใจที่รอบเครื่องจะสูงขึ้นมา นี่ละเขาถึงเรียกว่าเป็น Engine Brake คือใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรค วิธีนี้ก็ทำให้เราไม่ต้องเหยียบเบรคมากนัก แต่ว่ายังเหยียบได้นะ ไม่ต้องถึงกับว่าพอลงเขาแล้วก็ไม่กล้าเหยียบเบรคกันไปเลย แล้วก็ค่อย ๆ ขับลงมา ที่จริงทางขึ้นลงเขาใหญ่ด้านนี้ไม่ได้ชันมากมายอะไร ถึงไม่เคยขับทางเขาก็ค่อย ๆ ขับลงมากันได้สบาย ๆ
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.