| เขาใหญ่ |
|
หน้า 4 จาก 8
ไปดูเรื่องที่พักกางเต็นท์กันต่อ จากตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็วิ่งรถไปทางที่จะไปน้ำตกเหวสุวัตเลย
ทางจะวิ่งมาเจอกับสามแยกตรงนี้ ก็ให้โค้งไปทางซ้าย จะมีป้ายบอกว่าไป "น้ำตกเหวสุวัต" เอาไว้ ส่วนถ้าเลี้ยวขวาก็จะเป็นทางวิ่งลงทางฝั่งปราจีนบุรี ทางนี้จะแวะเที่ยว "เขาเขียว" กับ "น้ำตกเหวนรก" ได้ อย่างที่เล่าไปก่อนหน้า
วิ่งตามป้ายไปน้ำตกเหวสุวัตมาแล้ว ไม่ไกลก็จะมาเจอทางเข้า ลานกางเต็นท์ลำตะคอง ทางซ้ายมือเป็นที่แรก
พอเลี้ยวเข้ามา สองข้างทางจะเป็นลานสนามหญ้า
ถัดเข้ามาจะเป็นอาคารร้านอาหาร
มีอาหารตามสั่งไว้คอยให้บริการ รวมทั้งเครื่องดื่มแล้วก็ขนมขบเคี้ยว
บรรยากาศบนอาคาร
ถ้าเป็นช่วงวันหยุดร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30 น. ไปจนถึง 21.00 น. ส่วนวันธรรมดาก็จะเปิดสาย ปิดเร็วขึ้น คือตั้งแต่ 7.00-19.30 น.
เยื้อง ๆ กันเป็นที่ทำการ มาเสียค่าธรรมเนียมกางเต็นท์คนละ 30 บาทต่อคืน ได้ที่นี่
รวมทั้งถ้าใครต้องการเช่าอุปกรณ์แค้มปิ้งก็ติดต่อได้ที่นี่เหมือนกัน ส่วนรายละเอียดว่าอะไรเท่าไหร่ เดี๋ยวจะไปเล่ารวมกับที่ผากล้วยไม้อีกที
เลยจากที่ทำการเข้าไป ขวามือก็จะมีลานสนามหญ้าที่อยู่ติดกับลำน้ำลำตะคอง
บางคนชอบสงบก็มาจับจองทำเลริมน้ำกันไว้ก่อน
ทางด้านซ้ายมือถัดจากบึงน้ำไป จะมีลานจอดรถ แล้วก็มีลานกางเต็นท์บนเนินขึ้นไป
ถ้าวิ่งลึกเข้าไปจะมีลานให้จอดรถ กับเนินสนามหญ้าใกล้กับอาคารห้องน้ำ
ตำแหน่งเดียวกัน มองย้อนไปทางลานจอดรถอันก่อนหน้า
ตะกี้เป็นภาพบรรยากาศหลังจากผู้คนกลับกันไปแล้ว ถ้ามาช่วงวันหยุด ผู้คนก็จะคึกคักประมาณนี้คือ เลี้ยวรถเข้าไปก็จะเห็นรถจอดกันตามข้างทาง
ที่จริงคือห้ามจอดรถตามแนวถนนตรงนี้ แต่ต้องบอกว่าลานจอดรถมีน้อย คงห้ามไม่ให้จอดไม่ได้แน่
{ เพราะงั้นอาจมีปัญหานิด เวลามีรถเข้าและออกพร้อม ๆ กัน ก็จะไปจะเอ๋กันเพราะถนนแคบ ก็ค่อย ๆ ถ้อยทีถ้อยอาศัยถอยให้กันสักหน่อย ทุกคนก็จะได้มีความสุขกับการมาพักผ่อน
บรรยากาศเต็นท์ที่ลานด้านขวาติดลำน้ำ
ตรงนี้ที่ขับลึกเข้ามาที่จะมีเนินสนามให้กางเต็นท์ได้
มองย้อนไปที่ลานจอดรถ
ถ้ามาช่วงคนเยอะ ยังไงลองขับรถเข้ามาด้านในสุดจะมีลานดินอยู่ ตรงนั้นยังจอดรถได้อีก แล้วก็มีอาคารห้องน้ำ จะมากางเต็นท์อยู่แถวนี้ก็ได้
ลานกางเต็นท์ที่ลำตะคอง เป็นลานใหม่ที่เปิดเพิ่มหลังจากที่มีคนมาใช้บริการกันมากจนลานที่ผากล้วยไม้ไม่พอที่จะรองรับ ก็เลยมีอาคารห้องน้ำแนวทันสมัยกว่าห้องน้ำตามอุทยานแห่งชาติทั่วไปอย่างนี้
เพียงแต่ก็ใช้กันมาหลายปีแล้ว ก็อาจชำรุดทรุดโทรมไปบ้าง
ที่ห้องส้วมจะมีอยู่หนึ่งห้องที่เป็นส้วมชักโครกอย่างนี้
ฝั่งนี้เป็นห้องอาบน้ำ
ที่จริงลานกางเต็นท์จะแบ่งเป็นโซนเอาไว้ โซน 1 สำหรับคนที่ไม่ทำอาหาร ไม่ดื่มสุรา โซน 2 สำหรับคนที่ทำอาหาร ไม่ดื่มสุรา ส่วนโซน 3 สำหรับคนที่ทำอาหารด้วย ดื่มสุราด้วย ที่จริงเป็นแนวคิดที่ดี ที่แยกคนที่กินเหล้าครื้นเครงไปนอนด้วยกัน เสียงจะได้ไม่กวนคนที่อยากนอนพักแต่หัวค่ำมากนัก หรือคนที่ไม่ทำอาหารจะได้ไม่ต้องมาถูกรมควันไปด้วย แต่เท่าที่เห็นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้นัก แล้วก็ไม่ได้เคร่งครัดเท่าไหร่ ก็เล่าให้ฟังเป็นข้อมูลกันไว้
อีกเรื่องคือเจ้าหน้าที่จะปิดไม่ให้รถเข้าออกบริเวณลานกางเต็นท์ตั้งแต่ 22.30 น. ไปจนถึง 6.00 น.
สำหรับใครที่มาพักกางเต็นท์ตรงนี้ ชวนว่าอย่าพลาดมาชมนกแก๊กบินกลับรังกัน ให้เดินออกมาตรงปากทางเข้าลานกางเต็นท์แล้วเลี้ยวซ้ายไปตรงสะพานข้ามลำตะคอง เลยจากตรงที่เห็นป้อมข้างหน้านั้น ช่วงเย็น ๆ ราว 16.30-17.00 จะมีนกแก๊กที่เป็นนกขนาดใหญ่ เป็นพวกเดียวกับนกเงือกที่เราอาจคุ้น ๆ กันดี จะบินผ่านแถว ๆ นี้ทีหนึ่งหลายสิบตัวเลยทีเดียว นี่เป็นลักษณะของนกชนิดนี้ที่นอกฤดูผสมพันธุ์ก็จะรวมฝูงกันออกหากิน และกลับมาเกาะกิ่งไม้นอนพักด้วยกัน (ไม่แน่ใจว่านกจะบินผ่านตรงนี้ทุกวันหรือไม่ แต่ได้มีโอกาสเห็นนกผ่านตรงนี้ในเวลาใกล้เคียงกัน 2 วันติดต่อกัน ถ้ามีโอกาสก็น่ามาลองเฝ้าดู)
แล้วตรงป้อมที่เห็น จะมีทางที่ปิดไม่ให้รถเข้าเอาไว้ ถนนตรงนี้เป็นถนนเข้าสนามกอล์ฟของเขาใหญ่ ที่ตอนนี้ถูกปิดไปหลายปีแล้ว
บรรยากาศเหมาะจะมาเดินเล่นช่วงเช้า ช่วงเย็น โดยเฉพาะคนที่มากางเต็นท์นอนอยู่ที่ลำตะคองนี้
ใครเอาจักรยานมาก็อาจจะเอามาขี่เล่นก็ได้ เพราะไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน จะมีก็แต่มอเตอร์ไซค์ของเจ้าหน้าที่ผ่านมาบ้าง
หรือใครชอบดูนก ก็มีนกให้ดูหลายชนิดตามสองข้างทางนี้
ถ้าเดินไปเงียบ ๆ แล้วสังเกตดี ๆ ก็อาจจะได้เจอเก้งกวางด้วยเหมือนกัน เพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนที่รถส่องสัตว์จะพาวิ่งเข้ามาส่องสัตว์ในช่วงกลางคืน ว่าแต่ใครมีรถแต่งเครื่องที่เสียงดัง ๆ หรือช็อปเปอร์เสียงกระหึ่ม เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเอาคันอื่นขึ้นมาเขาใหญ่ได้ก็ดี เดินอยู่ในนี้ห่างถนนพอควรยังได้ยังเสียงดังก้องป่ามาเลย
สุดทางอีกด้านหนึ่งจะมีป้ายเล่าเรื่องราวของสนามกอล์ฟแห่งเขาใหญ่เอาไว้
ไปต่อกันที่ผากล้วยไม้
ที่นี่จะมีลานกางเต็นท์อยู่บนทั้งสองฝั่งถนนเส้นที่วิ่งไปน้ำตกเหวสุวัต วิ่งรถมาจะเห็นทางเข้าลานจอดรถทางขวามือ
ถ้าเลี้ยวเข้าไปแล้ว ด้านขวามือของลานจอดรถจะเป็นลานกางเต็นท์ มีทางเดินตัดตรงเข้าไปสองเส้น
เส้นแรกเดินเข้าไปราว 100 ม. จะเจอกับร้านอาหาร ร้านอาหารตรงนี้เป็นอาหารตามสั่ง สนนราคาก็เท่า ๆ กันกับร้านอื่น ๆ ในอุทยานฯ
ถ้าเป็นวันหยุดก็เปิดกันตั้งแต่ 6.30-21.00 น. แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา ก็จะเปิดสายแล้วก็ปิดเร็วขึ้นคือ 7.00-19.30 น.
มองย้อนออกไปจากหน้าร้านในวันธรรมดาที่ว่างโล่ง
ทางเดินตัดเข้าไปลานกางเต็นท์เส้นที่สอง จะผ่านด้านหน้าของห้องน้ำ ตรงนี้เป็นห้องอาบน้ำและห้องส้วมสำหรับผู้หญิง
ถัดไปเป็นห้องส้วมชาย
และห้องอาบน้ำชาย เลยจากนี้ไปทางด้านร้านอาหารก็ยังมีห้องน้ำห้องส้วมอยู่อีก
สำหรับผู้สูงอายุที่นั่งยองไม่สะดวก จะมีห้องส้วมอยู่หนึ่งห้องที่เป็นแบบนั่งราบอยู่ด้วย
ส่วนด้านซ้ายมือของลานจอดจะเป็นที่ทำการ ติดต่อชำระค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ได้ที่นี่ ผู้ใหญ่คนละ 30 บาทต่อคืน เด็กหรือนักเรียนคนละ 10 บาท พิเศษสำหรับผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป ฟรี ถ้าใครนอนหลายคืน ให้ชำระค่าธรรมเนียมคืนต่อคืน แล้วช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จะเดินไปตรวจบัตรตามเต็นท์อีกที สำหรับใครต้องการเช่าเต็นท์หรือเครื่องนอนก็มาติดต่อตรงนี้ได้เหมือนกัน ตั้งแต่ 8.00-21.00 น. เต็นท์สองคน คืนละ 150 บาท เต็นท์สี่คน คืนละ 300 บาท ส่วนเตาถ่านมีให้เช่า คืนละ 20 บาท ค่าถ่านถุงละ 10 บาท
แต่ถ้าเป็นเต็นท์กึ่งถาวรแบบนี้ที่ดูแล้วน่าจะนอนกันได้ 5-6 คน คืนละ 600 บาท มีให้บริการอยู่ทั้งที่ผากล้วยไม้และลำตะคอง
ด้านหลังที่ทำการจะเป็น ร้านค้า
มีของใช้จำเป็นพวกสบู่ ยาสีฟัน ไฟแช็ก เทียนไข รวมทั้งขนมของขบเคี้ยว ที่สำคัญมีไข่ไก่ด้วย ใครกลัวเอาไข่มาแล้วจะแตกระหว่างทางแวะมาซื้อที่นี่ก็ได้
อันนี้คงเป็นกับแกล้ม แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดไม่มีขายในอุทยานแห่งชาติ
มีแต่เครื่องดื่มแช่เย็นอย่างนี้ ที่ราคาสูงกว่าตามร้านทั่วไปนิดหน่อย อย่างน้ำดื่มขวดเล็ก 10 บาท ขวดใหญ่ก็ 15 บาท
เลยจากลานจอดแรกไปแล้ว ถัดจากตัวที่ทำการไปนิด ถ้าวิ่งรถมาก็จะอยู่ทางขวามือเหมือนกัน จะมีอีกลานจอดที่ใหญ่กว่าลานแรก แต่ถ้ามาช่วงวันหยุดก็จอดกันเต็มไปอย่างนี้เหมือนกัน
รวมทั้งจอดอยู่บนไหล่ทางสองข้างถนน แต่ดีที่ถนนกว้างก็เลยไม่กีดขวางกัน เพียงแต่ถ้าเอารถออกไปไหน กลับมาอาจจะต้องจอดตามข้างทางที่ไกลออกไปหน่อย
อีกฝั่งของถนน ที่อยู่ตรงข้ามกับที่ทำการและลานจอดรถทั้งสองแห่ง จะมีลานกางเต็นท์ยาวขนานกับถนนไปอยู่อีกลาน
ห้องน้ำห้องส้วมจะมีทางเดินเข้าไป ตรงขอบลานด้านใน
มีแยกเป็นห้องอาบน้ำหลังหนึ่ง อีกหลังเป็นห้องส้วม ของผู้ชายกับของผู้หญิงจะอยู่คนละปีก
ห้องอาบน้ำเป็นฝักบัว
มีอ่างน้ำอยู่ด้านหน้า
ลานกางเต็นท์จะยาวมาตามแนวถนน แล้วก็มีห้องน้ำห้องส้วมอีกชุดหนึ่งด้วย
เจ้านี้เข้าใจหาทำเล มีที่แขวนเปลไว้นอนเล่นด้วย
ถ้าใครมีโอกาสมาวันธรรมดาก็ไม่เลว พอคนน้อยบรรยากาศค่อนข้างเงียบ เช้ามาไม่ต้องไปไหนไกล ตั้งกล้องดูนกกันกลางลานกางเต็นท์ได้เลย
เด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกันได้สบาย
ที่นี่เจ้าหน้าที่จะปิดถนนตอน 3 ทุ่ม แล้วก็จะเปิดให้รถวิ่งได้ตอน 6 โมงเช้าเหมือนกัน ส่วนกฎกติกามารยาทอย่างอื่นก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่า ระวังการแบ่งปันความสุขให้กับเต็นท์ข้างเคียงมากเกินพอดี พอดึกแล้วก็ลดเสียงเฮฮาลงมา อย่าลืมว่าในป่าที่เงียบ ไม่มีเสียงรถเสียงทีวีให้ต้องตะโกนแข่ง เสียงได้ยินไปไกลเกินกว่าที่คุณคิดนัก
แล้วก็มีป้ายแบ่งโซนเหมือนกับที่ลานตรงลำตะคอง แต่ก็เช่นกันคือไม่เห็นเจ้าหน้าที่เคร่งครัดอะไร แต่ก็ดีเหมือนกันที่ไม่เข้มงวดเพราะโซนที่ไม่ประกอบอาหาร กลับอยู่คนละฝั่งกับร้านอาหารเสียนี่ แทนที่จะให้คนไม่ทำกับข้าวไปนอนใกล้ ๆ ร้านอาหาร จะได้ไม่ต้องเดินไปกินข้าวกันไกล
ถ้ามาพักที่ผากล้วยไม้ ช่วงเช้าช่วงเย็น อยากชวนให้ออกมาเดินออกกำลังรับอากาศดี ๆ กันด้วยเหมือนกัน
สำหรับคนดูนก ก็อาจแขวนกล้องสองตาแบกสโคปออกมาเดินดูนกกันได้ตามแนวถนนแถวนี้ได้ ว่ากันว่าบนเขาใหญ่พบนกมากถึง 340 ชนิด โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่มีนกอพยพลงมาจากทางตอนเหนือ จะยิ่งมีโอกาสได้พบนกมากยิ่งขึ้น แต่ถึงจะดูนกไม่เป็นก็ไม่เป็นไร มาอยู่บนเขาใหญ่จะได้ยินเสียงนกแปลก ๆ ที่ไม่คุ้นหูร้องอยู่เสมอ ถ้าไปเที่ยวลองตั้งใจฟังกันดู
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.