Home เที่ยวที่ไหนดี ไปเช้าเย็นกลับ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

 

เอาล่ะขับรถไปดูฮิปโปกันต่อ ตัวนี้นี่ดูจะเป็นตัวโปรดของเด็ก ๆ ที่ยืนแช่น้ำอ้าปากรออยู่แล้ว

ตอนขับรถมาพอเห็นป้ายบ่อฮิปโปตรงนั้นจะจอดรถไม่ได้ ถ้าไม่คุ้นเคยก็จะงงหน่อย ว่าจะเอาไงดีอยากไปดูฮิปโปแต่ก็จอดรถไม่ได้  แนะนำว่าให้ขับเลยมาตรงแถว ๆ หมีขอ จะมีที่ทางให้จอดรถกันได้สะดวกแล้วก็มีทางเข้าไปบ่อฮิปโปอยู่ตรงนี้อีกทางด้วย

 


 

ตอนจอดรถเสร็จก็อย่าลืมเงยหน้าขึ้นไปมองหา หมีขอ ด้วย พวกนี้เป็นสัตว์หากินกลางคืน ตอนกลางวันก็เลยนอนอุตุอยู่บนต้นไม้

คำเตือน การนอนหลับคาอยู่บนกิ่งไม้ของหมีขอเป็นความสามารถพิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ

 


 

ฝั่งตรงข้ามกับบ่อฮิปโปจะเป็นสนามกว้างใหญ่ เป็นที่อยู่ของสัตว์แอฟริกา

มาถึงตรงนี้แล้วที่ไม่น่าพลาดก็คือ การป้อนอาหารให้ยีราฟ ที่ดูคล้ายจะเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เพราะผู้ใหญ่ที่พาเด็ก ๆ มา สมัยที่ตัวเองยังเล็กอยู่ก็น่าจะเคยผ่านการป้อนอาหารยีราฟที่เขาดินกันมาแล้วทั้งนั้น

 


 

เวลาป้อนยีราฟหรือแม้แต่นกกระจอกเทศ ก็ไม่ต้องกลัวถูกงับเอา เพราะเขาจะใช้วิธีแล่บลิ้นออกมาตวัดเอาอาหารไป

 


 

นกกระจอกเทศ ตัวนี้เป็นตัวผู้ เพราะมีขนสีดำแล้วก็ปากสีชมพูระเรื่อ ๆ ส่วนตัวเมียขนจะเป็นสีเทาส่วนปากก็จะไม่มีสีอะไร

เป็นธรรมชาติของสัตว์หลายชนิดเลยที่ตัวผู้กลับเป็นฝ่ายที่จะมีสีสันสวยงามให้ตัวเมียสะดุดตาสะดุดใจ

 


 

บริเวณรอบ ๆ ก็จะมีป้ายสื่อความหมายให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่แสดงอยู่ อย่างของยีราฟนี่ก็บอกเล่าให้เรารู้ว่าเป็นสัตว์ขยันกินมาก ๆ สามารถเล็มใบไม้ไปได้เรื่อย ๆ ทั้งวันทั้งคืน คืนหนึ่งจะนอนอย่างมากแค่ 20 นาที ที่สำคัญยืนหลับอีกต่างหาก

 


 

แต่คงเพราะคนไม่ค่อยชอบอ่านป้าย สวนสัตว์เขาก็เลยต้องเปลี่ยนเทคนิคการนำเสนอหน่อย เพราะป้ายที่เห็นนี่แทนที่จะให้ข้อมูลอะไรแต่กลับมีแต่คำถามว่า " ทำไม "

 


 

ใครอยากรู้ว่า " ทำไม " ก็เปิดเฉลยดูได้

 


 

อีกฟากหนึ่งจะเป็น แรดขาว

 


 

เกิดเป็นแรดก็ดีอย่างถึงจะสายตาไม่ค่อยดี แต่ธรรมชาติก็ให้หนังหนาขนาด 1 นิ้วมาให้ เรียกว่าเสือสิงโตนี่ไม่มีได้แอ้มชิมเนื้อแรด เพราะถ้าให้แรดที่หนักกันที 2-3 ตัน ต้องวิ่งหนีเสือสิงโตคงดูไม่จืด วิ่งกันทีอาจนึกว่าโลกจะถล่มเอาได้

 


 

ศาลามนุษย์หินฟลิ้นสโตน

แถว ๆ รอบ ๆ ที่แสดงสัตว์จากแอฟริกานี้จะมีศาลาที่นั่งพักกันหลายแห่ง  ถ้าเตรียมอาหารมาจากบ้านก็อาจจะมานั่งพักทานอาหารแบบปิคนิกกันได้แถว ๆ นี้

(เลยจากศาลาหินตรงนี้ไปหน่อยจะมีลานจอดรถที่อีกด้านจะมีศาลาริมน้ำให้ไปนั่งเล่นเย็นใจได้ด้วยน่ะ)

 


 

เลี้ยวอ้อมรอบส่วนที่แสดงสัตว์แอฟริกามาแล้ว ก่อนจะถึงทางลาดขึ้นเนินก็เลี้ยวซ้ายเข้ามา จะมีป้ายบอกว่าไปบ่อจระเข้อยู่   แต่บ่อจระเข้นี่ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่  เพราะมีฟาร์มจระเข้ให้ไปดูกันหลายที่ แต่ละที่มีจระเข้เยอะกว่าที่สวนสัตว์นี่อย่างเทียบไม่ได้

ที่น่ามาดูต้องเป็นคอกหมีมากกว่า  ในรูปคอกนี้จะเป็นหมีควาย สังเกตว่าที่หน้าอกจะเป็นรูปตัว V สีขาวเห็นได้ชัดเจนเลย  ลองมาดูกันว่าจะน่ารักแบบหมีแพนด้าได้ไหม  แต่ขอบอกว่าถ้าเจอหมีควายในป่าล่ะก็ตัวใครตัวมัน  ไม่เชื่อลองไปดูกรงเล็บของเขาดูซิ

 


 

ส่วนคอกข้าง ๆ จะเป็น หมีหมา ตัวจะเล็กกว่าหมีควายหน่อย แล้วหน้าอกก็จะเป็นรูปตัว U เห็นว่าตัวเล็กกว่าอย่างนี้เขาว่าขี้โมโหกว่าพี่หมีควายอีก

ส่วนถ้าเจอหน้าอกเป็นตัว S ก็คือ  ................................  ถูกต้องแล้วคร้าบ "ซุปเปอร์แมน" นั่นเอง

 


 

หลังคอกหมีก็มี บ่องูเหลือมกับงูหลาม อยากรู้ว่างูสองชนิดนี้ต่างกันยังไงก็แวะไปดูกันได้

 


 

ย้อนกลับมาทางเดิมออกมาจะผ่านกรงสิงโตกับกรงเสือ แล้วเลยมาอีกนิดจะมีลานให้จอดรถ  ถ้าจะแวะทานอาหารกันก็น่าจะแวะกันที่นี่เพราะใกล้ ๆ กันจะมีซุ้มขายอาหารอยู่

 


 

ถ้าจอดรถจะเดินย้อนมาดูสิงโตกับเสือ ที่อยู่คอกติด ๆ กันก็ได้

 


 

บรรยากาศคอกสิงโตที่อยู่ริมถนน จัดไว้โปร่งสบายไม่มีกรงขวางกั้นให้ดูอึดอัดตามสไตล์ของสวนสัตว์เปิด

 


 

ใกล้ ๆ กับที่จอดรถมีศาลานั่งพักที่วิวไม่เลวทีเดียว

 


 

มองลงไปจะเห็นที่ส่วนแสดงสัตว์แอฟริกาที่เป็นสนามกว้างใหญ่ด้านล่าง

 


 

ตัว ออริกค์ กำลังยืนหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้

 


 

ถ้าหิวกันแล้วตรงนี้จะมีซุ้มขายอาหารอยู่ เป็นอาหารง่าย ๆ อย่างข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว แล้วก็ไก่ย่างส้มตำ  กับจะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย

 


 

หรือจะขับรถตามป้ายทางออก  วิ่งย้อนกลับมาตรงใกล้ ๆ กับซุ้มขายบัตรผ่านประตู จะมีร้านอาหารตามสั่งนั่งทานกันได้สบาย ๆ แล้วค่อยขับรถย้อนกลับเข้ามาเที่ยวกันต่ออีกที

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.