| หัวหิน |
|
หน้า 7 จาก 8
มาหัวหินกันทั้งที อีกแห่งที่น่าจะได้มีโอกาสแวะกันก็คือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังของรัชกาลที่ 6 ที่อยู่ระหว่างหาดชะอำกับหัวหิน ห่างจากหัวหินแค่ราว 20 กม. ที่จริงวังแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี แต่เหมาะจะมาแวะเที่ยวชมกันตอนเลยลงมาที่หัวหินที่อยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กันมากกว่า เพราะขับรถเพลิน ๆ จากเมืองหัวหินมาไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว วังจะอยู่ในค่ายพระรามหก เป็นค่ายฝึกของตำรวจตระเวนชายแดน ตรงหลัก กม.ที่ 216 สามารถแลกบัตรที่ป้อมด้านหน้าเข้ามาชมกันได้ในเวลาราชการของทุกวัน ยกเว้นวันพุธ
วังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 จะเห็นว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมในรัชกาลนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เคยเน้นใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกเต็มรูป อย่างที่พระที่นั่งอนันตสมาคม หรือที่พระราชวังบ้านปืนที่เมืองเพชรบุรี มาในสมัยนี้จะเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับยุโรป หรือที่เรียกว่าเป็นแบบไทยประยุกต์
และเน้นให้มีความโปร่งสบาย สมกับเป็นวังที่ใช้ประทับในช่วงฤดูร้อน ที่ตามประวัติเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงร่างแบบขั้นต้นด้วยพระองค์เอง
ตัวอาคารจะสูงโปร่ง มีช่องระบายความร้อนระหว่างฝ้ากับหลังคา นอกเหนือจากบานหน้าต่างที่ก็ใช้เป็นบานกระทุ้งตีเกล็ด เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะพวก แต่ยังคงความแข็งแรงเพราะใช้เสาคานที่เป็นคอนกรีต เพื่อสร้างน้ำหนักกดทับไม่ให้อาคารไหวเอนยามต้องแรงลมริมทะเล
อาคารแต่ละหลังจะมีทางเดินยกพื้นอย่างนี้เชื่อมถึงกันหมด ที่สำคัญพื้นทางเดินถูกสร้างให้อยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด เป็นเทคนิคการสร้างที่ทันสมัยในสมัยนั้น
รวมทั้งยังวางเสาในระบบเมตริก คือมีระยะห่างระหว่างแต่ละต้นเท่ากันทั้งหมด
ด้านบนสามารถเข้าชมและถ่ายรูปกันได้ ยกเว้นห้องที่เป็นห้องที่ประทับส่วนพระองค์ที่ชมจากนอกห้องได้อย่างเดียว ทางขึ้นเจ้าหน้าที่กำหนดให้มีที่เดียว รวมทั้งต้องถอดรองเท้าใส่ถุงพลาสติกที่จัดไว้ให้ แต่ใครอยากช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสมทบทุนช่วยบูรณะพระราชวังแห่งนี้ จะอุดหนุนถุงผ้ากันก็ได้ ใบละ 20 บาท ใช้เสร็จแล้วก็เก็บกลับไปใช้ต่อที่บ้านได้เลย
พระที่นั่งแรกที่เข้ามาชมได้ คือ หมู่พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ถ้าแยกชื่อออกก็จะได้เป็น สโมสร + เสวก (ข้าราชบริพาร) + อำมาตย์ (ข้าราชการ) เพราะงั้นความหมายของชื่อนี้ก็ตรงตัวเลยว่า คือที่ประชุมของเหล่าข้าราชบริพารและข้าราชการนั่นเอง
หมู่พระที่นั่งนี้ใช้สำหรับเป็นท้องพระโรงสำหรับว่าราชการของรัชกาลที่ 6 รวมทั้งยังใช้เป็นโรงละครอีกด้วย เพราะรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดการละครมาก ไม่ใช่เพียงโปรดทอดพระเนตร แต่ทรงเล่นเองเลย
ถ้าได้แวะชมพระบรมฉายาลักษณ์ที่จัดแสดงอยู่ทางเข้า (ข้างที่ขายบัตรเข้าชม) จะเห็นภาพที่พระองค์ทรงแต่งองค์สำหรับแสดงละคร โดยแสดงเป็น "นายมั่นปืนยาว" สามัญชนคนธรรมดา ในละครเรื่องพระร่วงที่เคยจัดแสดงขึ้นที่นี่ด้วย
เสาทุกต้นของที่นี่จะมีรางสำหรับหล่อน้ำ เพื่อป้องกันมดขึ้นไปด้านบนด้วย แสดงให้เห็นถึงพระกรุณาที่รัชกาลที่ 6 ที่ไม่โปรดให้ฆ่าสัตว์แม้ต่อสัตว์เล็กเพียงมด
นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชโองการฯ สั่งให้ บริเวณโดยรอบพระราชนิเวศน์แห่งนี้เป็นเขตอภัยทาน ไม่ให้ใครฆ่าสัตว์แม้จะนำมาเป็นอาหาร สำเนาพระบรมราชโองการนี้ยังมีจัดแสดงอยู่ที่นี่ด้วย
เล่ากันว่าพระกระยาหารเช้าและกลางวัน รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเสวยด้วยธรรมเนียมแบบไทย ๆ คือประทับนั่งกับพื้นและเปิบด้วยพระหัตถ์
ส่วนถ้าเป็นพระกระยาหารค่ำ จะทรงโปรดเสวยด้วยธรรมเนียมตะวันตก
ถ้ามาชมกันเองจะยังได้ชมห้องที่ประทับ ทั้งห้องบรรทม ห้องสรงแล้วก็ห้องทรงพระอักษร ห้องเหล่านี้ห้ามถ่ายภาพ เพราะอย่างนั้นต้องมาดูด้วยตาตัวเองกัน
บางส่วนจะมีนิทรรศการภาพถ่ายของหัวหินในสมัยก่อน รวมทั้งแฟชั่นการแต่งกายในยุคนั้น
รวมทั้งยังมีผ้านุ่งหลากสีของชาววังทั้งหลาย ที่สมัยก่อนนั้นนิยมใช้สีตามวันมาให้ดูกันด้วย
ด้านติดทะเลจะมีศาลงลงสรงอยู่ 2 หลังด้วยกัน หลังแรกที่เจอจะเป็นศาลาลงสรงของฝ่ายหน้า หรือคือฝ่ายชาย ส่วนหลังด้านในจะเป็นศาลาลงสรงของฝ่ายใน หรือฝ่ายหญิง
มองไปลิบ ๆ จะเห็นคอนโดตากอากาศที่หาดชะอำ
ถ้ายังไม่รีบไปไหน จะเดินไปชมบ้านของเจ้าพระยารามราฆพ ก็ไม่เลว
บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ รัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่เจ้าพระยารามราฆพ ซึ่งโดยตำแหน่งเป็นสมุหราชองครักษ์ และมหาดเล็กหัวหน้าห้องพระบรรทม
แต่ยิ่งกว่านั้นคือยังเป็นพระสหายสนิทของรัชกาลที่ 6 อีกด้วย เพราะท่านเป็นบุตรของแม่นมในรัชกาลที่ 6
บรรยากาศรับลมเย็นสบายในห้องนอน
พระราชวังที่นี่แม้จะสร้างด้วยไม้ มีอายุอานามกว่าแปดสิบกว่าปีแล้ว แต่ได้รับการบูรณะให้กลับคืนมาสวยงาม แถมยังได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี ที่น่าแวะมาชื่นชมกันมาก
ค่าเข้าชมที่นี่ ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็กคนละ 15 บาท เปิดให้ชมกันตั้งแต่ 8.30-16.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ
ถ้ามาเที่ยวที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวันแล้วชักหิว มีร้านอาหารแนะนำอีกแห่งคือ ร้านสังเวียนซีฟู้ด ให้ขับรถเลยขึ้นไปทางชะอำอีกราว 4 กม.เศษ สังเกตปั้ม ปตท. ทางขวามือเอาไว้ ตรงนั้นจะมีที่ให้กลับรถพอดี เลี้ยวขวาเข้าซอยข้างกับปั้มมาได้เลย หน้าปากซอยจะมีป้ายร้านบอกทางไว้
ร้านจะอยู่กันตรงชายทะเลเลย จะนั่งด้านบนก็ได้
หรือจะนั่งใกล้ชิดติดหาดก็ตามสบาย แต่เขาเตือนกันว่าอาหารที่นี่จานใหญ่ เวลาสั่งอย่าสั่งเพลินเดี๋ยวจะกินไม่หมดเอาได้
แต่ถ้าจะเลยมาหาอะไรทานกันแถวหาดชะอำ แนะนำให้มาที่สุดหาดที่ถ้าหันหน้าเข้าหาหาดแล้วเลี้ยวซ้ายไปจนสุด แบบว่าวิ่งเข้าไปบนถนนดินกันเลย ตอนมาให้เลี้ยวขวาออกจากหน้าค่ายพระรามหก ที่พระราชนิเวศน์ฯ ตั้งอยู่ แล้ววิ่งจนมาเจอสี่แยกชะอำ (แยกไฟแดงแรก) เลี้ยวขวาตามป้ายไปที่หาดชะอำ พอถึงหาดแล้วก็ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งเลียบหาดไปเรื่อย จากหน้าค่ายพระรามหกมาที่นี่ก็ประมาณ 14 กม.
ด้านในจะเป็นท่าเทียบเรือด้วย มีเรือประมงจอดกันเพียบ
เพราะงั้นก็เลยมีของทะเลสด ๆ ให้ทั้งซื้อกลับ หรือให้ที่ร้านทำให้แล้วนั่งทานกันตรงนั้น
ร้านที่นี่จะเยอะมากดูละลานตาเลยทีเดียว แต่ถ้ามาเห็นป้ายสามร้านนี้ก็แสดงว่าสุดทางกันแล้ว แล้วก็จะเป็นร้านที่ได้วิวริมน้ำ ร้านชายเลจะเป็นวิวทะเล ส่วนอีกสองร้านจะอยู่ติดกับลำคลองที่เรือประมงมาจอดเทียบ
แต่ละร้านก็จะมีของสดวางให้เลือกสั่งกันอย่างนี้
ยั่วน้ำลายคนชอบกินปูสักนิด
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.