Home

ย่านดอยสุเทพ

 

ถ้ามาเที่ยวย่านดอยสุเทพแล้ว ต้องแวะไปเยี่ยม ช่วง ช่วง กับ หลินฮุย สองแพนด้าขวัญใจเด็ก ๆ กันสักหน่อย เพราะว่าสวนสัตว์เชียงใหม่ก็อยู่เชิงทางขึ้นดอยสุเทพนี่เอง

จะขึ้นไปเที่ยวบนดอยก่อนค่อยแวะลงมา หรือจะแวะสวนสัตว์ก่อนก็ตามสะดวก สวนสัตว์เปิดให้บริการกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น

เว็บไซค์สวนสัตว์เชียงใหม่ http://www.chiangmaizoo.com/

 


 

เดี๋วยนี้สวนสัตว์จะไม่อนุญาตให้ขับรถเข้าไปด้านในสวนสัตว์แล้ว เข้ามาถึงก็ต้องเลี้ยวเข้าตึกจอดรถที่อยู่ด้านหน้าก่อนเลย

 


 

ค่าจอดรถยนต์ คันละ 50 บาท ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์มา คันละ 10 บาท ที่นี่มีราคาสำหรับจักรยานด้วย คันละ 1 บาท

 


 

จอดรถแล้วก็เดินย้อนมาตรงทางเข้าลานจอดรถ จะมีห้องขายบัตรเข้าชมกันอยู่

จะแบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องแรกที่อยู่ขวามือสุด จะขายบัตรเข้าชมสวนสัตว์ (ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท) (เด็ก - สูงไม่เกิน 135 ซม.)

ห้องถัดมาทางซ้าย จะขายบัตรเข้าชมส่วนแสดงแพนด้าที่ต้องเสียค่าเข้าชมต่างหาก (ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท) ของแพนด้าถ้ายังไม่ซื้อตรงนี้ จะไปซื้อตรงหน้าทางเข้าชมที่อยู่ด้านในอีกทีก็ได้

 


 

ส่วนห้องซ้ายมือสุด หรือถ้าเดินมาถึงก็จะอยู่ด้านในลึกที่สุด จะเป็นขายบัตรรวม สำหรับเข้าสวนสัตว์กับเข้าชมส่วนแสดงสัตว์น้ำ หรือ Aquarium ที่เพิ่งเปิดใหม่

สำหรับผู้ใหญ่ ค่าเข้าสวนสัตว์ 50 บาท บวกกับค่าเข้าชม Aquarium 250 บาท รวมเป็น 300 บาท แต่ถ้าซื้อตั๋วรวมจะลดให้ 10 บาท เหลือ 290 บาท

สำหรักเด็ก ค่าเข้าชมสวนสัตว์ 10 บาท บวกค่าเข้าชม Aquarium 180 บาท รวมเป็น 190 บาท อันนี้ไม่มีลด

ถ้าตั้งใจจะมาชม Aquarium อยู่แล้ว ก็ซื้อบัตรรวมตรงนี้ไปได้เลย จะได้ไม่ต้องวุ่นไปซื้อบัตรตรงหน้าทางเข้าอีก

 


 

นอกจากแพนด้า กับ Aquarium ที่นี่ยังมีสัตว์อื่น ๆ ให้ชมกันอีกมาก เพียงแต่ว่าตัวสวนสัตว์ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นเขา แล้วก็พื้นที่กว้างขวางมาก

 


 

เพราะงั้นแนะนำให้ใช้บริการของรถบริการของสวนสัตว์ดีกว่า

เดินจากประตูทางเข้ามานิดเดียว จะมีรถจอดรอให้บริการอยู่ รถนี้จะเสียค่าบริการด้วย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท แต่บัตรโดยสารยังไม่ต้องซื้อตรงนี้ จะมีจุดให้ซื้ออยู่ข้างหน้า มาถึงก็ขึ้นไปนั่งก่อนได้เลย

ส่วนคันสีน้ำเงินที่จอดอยู่ข้าง ๆ เป็นรถบริการรับส่งระหว่าง ประตูทางเข้ากับส่วนแสดงสัตว์น้ำ (Aquarium) อย่างเดียว อันนี้บริการฟรี ถ้าตั้งใจไปดูที่ Aquarium ก็โดดขึ้นรถไปได้เลย รถจะวิ่งไปจอดให้หน้าทางเข้า Aquarium พอดีเป๊ะ

 


 

อีกทางเลือกคือการใช้รถโมโนเรล ที่คล้าย ๆ นั่งรถไฟฟ้า

 


 

สถานีรถโมโนเรล ต้องเดินเลี้ยวซ้ายไต่เนินขึ้นไปก่อน

 


 

แล้วจะเจอป้ายชี้บอกทางให้เลี้ยวไปทางขวา

 


 

เดินต่อไปอีกนิด จะเห็นสถานีรถโมโนเรลอยู่ข้างหน้า

 


 

ค่าบริการ ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 50 บาท

 


 

สถานีขึ้นลงจะมีทั้งหมด 4 สถานี เราสามารถใช้โดยสารไปสถานีถัดไป แวะลงไปเที่ยวแล้วก็กลับมาขึ้นรถเพื่อไปสถานีถัดไป แต่บัตรจะใช้ได้แค่รอบเดียวเท่านั้น

สถานีแรกก็คือ สถานีที่ขึ้นตรงใกล้ทางเข้า สถานีที่ 2 จะมีลานแสดงความสามารถสัตว์ที่น่าแวะ สถานีที่ 3 ก็จะมีส่วนแสดงแมวน้ำ ยังไงทั้งสองส่วนก็ลองเช็ครอบแสดงก่อน สถานีที่ 4 จะเดินไปชม แพนด้า กับเลยไปชมที่ Aquarium ได้ แต่ต้องเดินต่อกันหน่อย เพราะตัวสถานีไม่ได้อยู่ตรงทางเข้าพอดี

 


 

รอสักนิดรถจะวิ่งมาทุก 15 นาที

 


 

ข้างในจะติดแอร์เย็นสบาย แล้วก็มีระบบเสียงที่เจ้าหน้าที่ควบคุมรถจะบรรยายสัตว์ที่อยู่ในเส้นทางแต่ละช่วงด้วย

 


 

วิวบนรถโมโนเรลมองลงมา

 


 

มาช่วงก็จะได้เห็นตัวเมืองเชียงใหม่จากมุมสูงด้วย

 


 

สถานีรถโมโนเรล จะต้องขึ้นลงบันไดกันหน่อย

 


 

แนะนำว่าถ้าตั้งใจมาดูแพนด้า กับ Aquarium กันเป็นหลัก ก็ขึ้นรถบริการสีน้ำเงินอย่างนี้ มาลงกันที่หน้าทางเข้าส่วน Aquarium กันเลย

พอชมเสร็จแล้วสามารถเดินย้อนไปดูแพนด้าได้เพราะอยู่ไม่ไกลกัน ชมแพนด้าแล้วก็นั่งรถบริการเที่ยวรอบสวนสัตว์สักรอบ แล้วรถก็จะไปส่งลงที่หน้าทางเข้าสวนสัตว์

 


 

ไปเที่ยว Aqurium กันก่อน

ถ้าใครไม่ได้ซื้อบัตรเข้าชมมาก่อนก็ไม่เป็นไร ตรงทางเข้าจะมีช่องขายบัตรอยู่ด้วย

 


 

{

เริ่มต้นกันด้วยความรู้ทางด้านธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้อง

 


 

แล้วก็จะเป็นตู้จัดแสดง

 


 

ในห้องจัดแสดงช่วงแรก

 


 

มีปลาแบบนี้ด้วยล่ะ ทีแรกนึกว่าของปลอม ดูอีกทีอ้าวกระดุกกระดิกได้ด้วย เขามีชื่อว่า ปลากั้ง

 


 

แท็งก์ใหญ่ที่จัดสภาพแวดล้อมให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

 


 

มุมข้างแท็งก์บ้าง

 


 

ตู้แสดงอีกแบบ

 


 

แล้วก็มาถึงแท็งก์ยักษ์ ที่มีอุโมงค์ทางเดินชมที่ยาวที่สุดในโลก คือ ยาวทั้งหมด 133 เมตร แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงละ 66.5 เมตร

 


 

ช่วงแรกจะเป็นส่วนสำหรับชมปลาน้ำจืด

 


 

ช่วงถัดมาจะเป็นปลาทะเล

 


 

พื้นด้ายซ้ายจะเป็นทางเลื่อน ที่ไปยืนเฉย ๆ ทางก็จะพาเราค่อย ๆ เลื่อนผ่านอุโมงค์ไปช้า ๆ อยากหยุดดูตรงไหนก็ก้าวออกมายืนที่พื้นทางด้านขวาได้

 


 

ชมกันครบหมดแล้ว ทางเดินจะผ่านร้านเครื่องดื่มแล้วก็ขายของที่ระลึกกันต่อ

 


 

หมวกปลาหมึกน่ารักสำหรับเด็ก ๆ

 


 

แก้วกาแฟที่ระลึก

 


 

ด้านนอกข้าง ๆ กับตัวอาคาร ยังมีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มไว้ให้นั่งพักขาหาอะไรกินกันก่อนจะไปเที่ยวต่อ

 


 

ถ้าตั้งใจมาดู Aquarium อย่างเดียว ก็มาขึ้นรถบริการที่จะวิ่งมาส่งที่หน้าประตูทางเข้าสวนสัตว์ใด้ฟรี

 


 

แต่ถ้าจะมาดูแพนด้าด้วย ก็เดินย้อนไปทางเดียวกับที่รถวิ่งมา

 


 

ส่วนของแพนด้านี้ต้องเสียค่าเข้าชมต่างหาก ถ้ายังไม่ได้ซื้อมาจากด้านหน้าก็มาซื้อตรงทางเข้าได้ ราคาก็เหมือน ๆ กัน

เข้ามาแล้วอย่าลืมว่า ต้องรักษาความเงียบ และห้ามใช้ไฟแฟลชในการถ่ายรูป เพราะแพนด้าเป็นสัตว์ที่รักความสงบและรักสันโดษ เสียงดังจะทำให้แพนด้าเกิดความเครียดได้ เดี๋ยวจะพาลไม่สบายเอา

ส่วนแสงแฟลชก็จะเป็นอันตรายต่อสายตาหมีน้อยแพนด้าของเรา เพราะมีคนเข้ามาชมมากมายในแต่ละวัน คนละแชะสองแชะ ตาแพนด้าถึงกับบอดได้เหมือนกัน

 


 

ด้านหน้าจะมีรั้วกั้นเป็นสองชั้นอย่างนี้

 


 

นั่นไงน้องหมีออกมานั่งแทะไม้ไผ่โชว์ตัวแล้ว

 


 

ใกล้เข้าไปอีกนิด

 


 

ชิดเข้าไปอีกหน่อย

 


 

ส่วนจัดแสดงแพนด้าจะสร้างไว้ให้แพนด้าอยู่อย่างสบาย ข้างในติดแอร์เย็นฉ่ำ เพราะแพนด้าเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น

 


 

มีเก้าอี้ให้มานั่งโชว์ตัวด้วย

 


 

ปกติแล้วแพนด้าสองตัวนี้จะถูกเลี้ยงไว้แยกกัน เพราะเป็นลักษณะธรรมชาติของแพนด้าที่เป็นสัตว์รักสันโดษ

แต่ตอนที่ไปชมทางสวนสัตว์กำลังพยายามให้ ช่วงช่วง กับ หลินฮุ่ย ได้จู๋จี๋รู้จักมักคุ้นกันไว้ เผื่อโชคดีเราจะได้มีแพนด้าตัวน้อยที่เกิดในเมืองไทยบ้าง  ก็เลยเปิดช่องให้ทั้งสองได้ข้ามไปมาหาสู่กันได้

แต่สุดท้ายก็ต้องพึ่งมือหมอ และเราก็ได้หลินปิงมาให้ตกหลุมรักกันทั่วหน้า

 


 

ว่าแต่พ่อช่วงช่วงนี่ก็ไม่รู้จักจีบสาวเสียเลย อยู่ ๆ ก็ไปแย่งไผ่จากมือสาวหลินฮุ่ยมากินซะงั้น สาวที่ไหนเขาจะรักละเนี่ย ฮึ พ่อช่วงช่วง

 


 

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย ว่าแต่อย่าลืมปิดแฟลชกันก่อน

 


 

ถ้าใครกะจะมาชมโฉมแพนด้าก่อน ซื้อบัตรผ่านประตูเข้ามาในสวนสัตว์แล้วก็นั่งรถบริการอย่างนี้เข้ามาได้เลย ขึ้นจากตรงหน้าทางเข้ายังไม่ต้องเสียเงินซื้อบัตรอะไร

 


 

รถจะวิ่งมาจอดที่จุดจอดตรงนี้เพื่อให้คนที่จะใช้บริการซื้อบัตรกันอีกที (ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท) จุดจอดจะอยู่ใกล้ ๆ กับส่วนจัดแสดงแพนด้า แล้วถ้าเดินเลยขึ้นไปหน่อยก็จะเป็นส่วนของ Aquarium ที่เดินต่อจากตรงแพนด้าขึ้นไปชมก็ได้

 


 

มาทีแรกอาจจะลงรถเพื่อไปชมแพนด้าหรืออะไรก่อน ชมเสร็จแล้วก็ค่อยย้อนกลับมาซื้อบัตรรถบริการ สำหรับนั่งชมรอบ ๆ สวนสัตว์กันต่อ

 


 

ระหว่างทางสามารถแวะชมการแสดงของสัตว์อื่นได้ด้วย จะมีลานแสดงความสามารถสัตว์ อย่างพวกนกแก้วมาร์คอร์แห่งหนึ่ง กับ การแสดงแมวน้ำอีกแห่งหนึ่ง

ยังไงไปถึงแล้วก็ลองเช็คเวลาที่ป้ายตรงหน้าทางเข้าสวนสัตว์ดู จะได้จัดเวลาเที่ยวให้พอดีกับรอบการแสดง

 


 

ขึ้นมาบนรถกัน

 


 

รถจะวิ่งวนพาชมรอบ ๆ สวนสัตว์ ส่วนคนขับก็จะมีบรรยายสั้น ๆ ถึงสัตว์ที่จัดแสดงอยู่ด้วย

 


 

แล้วก็จะมีจุดจอดรับส่งเป็นระยะ ให้เราแวะลงไปเที่ยวชมสัตว์อื่น ๆ หรือ ชมการแสดงสัตว์อย่างที่บอกไป ชมเสร็จแล้วก็สามารถรอรถคันต่อมา ขึ้นไปยังจุดต่อไปได้ตลอดไม่ต้องเสียตังค์กันอีกแล้วเพียงแต่เก็บบัตรเอาไว้ให้ดี

 


 

ถ้ามีเวลาหรือว่าพาเด็ก ๆ มาเที่ยว ก็อาจถือโอกาสแวะชมส่วนอื่น ๆ ของสวนสัตว์เชียงใหม่กันต่อ

แต่ถ้าจะกลับกันเลยก็นั่งรถบริการไปจนสุดสาย รถก็จะมาจอดส่งตรงหน้าทางเข้าสวนสัตว์

 


 

สำหรับใครไม่ได้เอารถมาก็ไม่ต้องห่วง จะมีรถแดงมาจอดรถให้บริการอยู่ที่ด้านหน้าสวนสัตว์สำหรับรับกลับเข้าเมือง ค่าบริการคนละ 20 บาท

 


 

ที่จริงหน้าสวนสัตว์ มีรถเมล์สาย 6 วิ่งผ่านด้วย แต่เส้นทางรถเมล์สายนี้จะวน ๆ อยู่แถบถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์ที่อยู่ห่างจากย่านคูเมืองพอสมควร ก็เลยอาศัยอะไรไม่ค่อยได้

นอกจากว่าจะพักอยู่ในเส้นทางที่รถเมล์ผ่านจริง ๆ

 


 

สำหรับร้านอาหารในเส้นทาง

ถ้าใครจะออกมาเที่ยวย่านดอยสุเทพหรือสวนสัตว์เชียงใหม่อย่างนี้ในตอนเช้าตรู่ กะจะหาร้านอาหารที่อยู่ในเส้นทางแวะทานกันไปด้วยเลย ก็ขอแนะนำ ร้านโบ๊ตเบเกอรี่

ร้านนี้จะอยู่บนถนนห้วยแก้ว ถนนสายเดียวกับที่จะวิ่งขึ้นดอยสุเทพได้ ถ้าขับรถมาเองก็ให้วิ่งรถตามถนนห้วยแก้วมา พอเจอแยกที่ตัดกับถนนสาย 121 หรือถนนวงแหวนรอบที่ 3 ก็ให้วิ่งผ่านแยกมา แล้วสังเกตตรงจุดกลับรถ ร้านโบ๊ตเบเกอรี่ จะอยู่ทางซ้ายมือ

ถ้าวิ่งไปเจอทางเข้า ม.เชียงใหม่ ก็แสดงว่าเลยไปแล้ว

 


 

หน้าร้านจะห้ามจอดรถ ให้ขับรถผ่านหน้าร้าน แล้วเลี้ยวซ้ายที่หัวมุมหน้าร้าน ตรงนี้จะเป็นปากทางเข้าหมู่บ้าน จะมีที่จอดรถอยู่

 


 

บรรยากาศภายในร้าน ก็สะอาดสะอ้าน บรรยากาศดี มีอาหารให้เลือกหลากหลาย เรียกว่าถ้ามากันหลายคน ชอบอาหารไม่เหมือนกันเลย มาร้านนี้จะช่วยตัดปัญหาได้เพราะมีให้เลือกสารพัด จะเป็นข้าว ก๋วยเตี๋ยว จนถึงสเต็ก เบอร์เกอร์ หรือจะเป็นชุดอาหารเช้า พวกขนมปัง ไข่ดาว ก็มี

เห็นร้านดูดีอย่างนี้ แต่ราคาอาหารไม่แพงเลย ถ้าเป็นอาหารจานเดียวก็ตกจานละ 30 กว่าบาทเท่านั้น

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 7 โมงเช้า ไปจนถึง 2 ทุ่ม

 


 

จานขึ้นชื่อของที่นี่ ก็เป็น ข้าวหมูทอด จานนี้

 


 

อีกร้านหนึ่งจะเป็น ครัวศิลปาชีพ

ร้านนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงสวนสัตว์เชียงใหม่เล็กน้อย

 


 

เลี้ยวเข้ามาแล้ว จะมีลานจอดรถทางขวามือ

 


 

ตัวร้านจะอยู่ในบริเวณเดียวกับอาคารศูนย์ศิลปาชีพ ที่จำหน่ายสินค้าศิลปาชีพ รวมทั้งสินค้าจากโครงการตามพระราชดำริด้วย

 


 

ตัวอาคารจะแบ่งเป็น 3 หลัง หลังหนึ่งจะเป็นส่วนของร้านอาหารครัวศิลปาชีพ

 


 

อาหารจานแนะนำ ก็จะเป็นอาหารเมืองเหนือนี่เอง

ร้านเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า และสั่งอาหารได้ถึงทุ่มครึ่ง

 


 

กินกันเสร็จแล้ว ยังไปเดินชมเลือกซื้อสินค้ากันต่อได้


 

 



ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน
จำนวนผู้เข้าชม: 11338

ความเห็น (2)

เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้

เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก
good job
0
very good preview krab..thank you krab
goog , 25 May 2011 04:40
ชอบๆๆๆๆ
0
ยอดเยี่ยมครับ ดูเพลิน ภาพสวย รายละเอียดเยอะดี
ไม่ได้กลับไปเที่ยวนาน เปลี่ยนไปเยอะทีเดียว ขอบคุณมากครับ

[โอ้ะ โอ้ะ อย่าดูเพลินต้องออกไปเที่ยวเองด้วยเน้อ - ThaiWeekender]
ลูกช้าง ' 29 , 19 March 2012 12:23

เขียนแสดงความเห็น

smaller | bigger
security image
กรุณาป้อนตัวอักษรที่เห็น

busy

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.