| ย่านดอยอินทนนท์ |
|
หน้า 6 จาก 6
ถ้าวิ่งรถตาม ทล. 108 เลยต่อขึ้นมา จนถึงหลัก กม. 57 พอดิบพอดี ก็จะมีทางแยกเลี้ยวขึ้นดอยอินทนนท์ แต่ก่อนจะขึ้นดอยอินทนนท์ ขอบอกว่าไม่ควรพลาดแวะมากราบพระบรมสารีริกธาตุกันด้วยที่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ที่อยู่เลยจากทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ไปแค่ 1.5 กม. เท่านั้นเอง
วัดพระธาตุศรีจอมทองนี้เป็นวัดเก่าแก่ ว่ากันว่ามีมานานถึง 500 ปีแล้ว แล้วยังมีพระบรมธาตุที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย
ที่นี่ยังถือว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด ก็เลยมีสัญลักษณ์เป็นรูปหนูอย่างนี้
ตอนมาที่วัด ถ้าวิ่งรถเลยจากทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ไปแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะหาวัดไม่เจอ พอผ่านย่านบ้านเรือนชุมชนมาสักหน่อยก็จะเจอวัดอยูทางซ้ายมือ
ด้านหน้าจะมีลานจอดรถกว้างขวางอยู่นอกกำแพงวัด
จอดรถแล้วก็เดินเข้าประตูมา
ทางเหนือจะเรียกซุ้มประตูว่า "ซุ้มโขง"
เข้ามาก็จะเห็นองค์พระธาตุ รูปแบบทรวงทรงจะเป็นแบบล้านนาแท้ ๆ เห็นได้ชัดว่าแปลกตาไปจากเจดีย์ในกรุงเทพ คือจะมีฐานสูงมาก แล้วยังมีฐานวงกลมซ้อนกันขึ้นไปอีก 3 ชั้น ขณะที่ตัวองค์เจดีย์จริงๆ เล็กนิดเดียว ใกล้ ๆ กันยังมีหัวเสาเป็นรูปสิงห์ เป็นลักษณะคล้ายคลึงกับที่เรียกกันว่า "เสาพระเจ้าอโศก" ที่เป็นเสาที่พระเจ้าอโศกมหาราชที่มีศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างมาก และโปรดให้ส่งธรรมทูตออกไปเผยแพร่ศาสนายังทิศต่าง ๆ ได้เคยโปรดให้สร้างไว้ตามพุทธสถานที่สำคัญ
ทางที่เข้ามาจะเป็นด้านท้ายของพระธาตุ ที่ติดกันอีกด้านจะมีวิหารที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอีกองค์หนึ่ง
ทางเข้าพระวิหารจะอยู่อีกด้าน เพราะเป็นธรรมเนียมกันว่าทางเข้ามักจะสร้างให้อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก อีกอย่างทางคมนาคมสมัยก่อนจะใช้ทางน้ำกัน หน้าวัดโบราณก็มักจะสร้างหันไปทางด้านริมน้ำ แต่พอเปลี่ยนมาใช้ถนน จากที่เคยเป็นหลังวัดบางแห่งก็เลยกลายเป็นหน้าวัดไป
ลวดลายประดับที่เรียกกันรวม ๆ ว่า เครื่องลำยอง
ส่วนที่อยู่บนยอดสุดจะเรียกว่า "ช่อฟ้า" อย่างที่เห็นเป็นฉากหลังอยู่ ส่วนด้านหน้าที่เป็นรูปหัวพญานาค ส่วนนี้จะเรียกว่า "หางหงส์"
ที่หน้าทางเข้าพระวิหาร
มียักษ์ตาโปน แยกเขี้ยวเฝ้าอยู่ที่ทางขึ้น
เข้าไปกราบพระบรมสารีริกธาตุข้างในกัน
พระบรมสารีริกธาตุถูกประดิษฐานอยู่ใน ที่เรียกกันว่า "มณฑปปราสาท" หรือเรียกกันสั้น ๆ อีกอย่างว่า "กู่"
ปกติแล้วพระบรมธาตุของทางเหนือ จะถูกฝังไว้ใต้ดินแล้วสร้างเจดีย์ครอบทับไว้ แล้วก็เลยมีธรรมเนียมไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปในเจดีย์ เจดีย์ที่วัดนี้ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีตำนานว่ามีพระบรมธาตุองค์หนึ่งในหลายองค์ ได้เสด็จออกมาจากเจดีย์เพื่อให้เทวดาและผู้คนได้สักการะบูชา พระเมืองแก้วที่เป็นกษัตริย์ล้านนาในตอนนั้น ก็ได้สร้างโกศทองคำสำหรับบรรจุมาถวาย แล้วก็สร้างมณฑปปราสาทที่เห็นนี้ไว้เป็นที่ประดิษฐาน
พระบรมธาตุองค์นี้ก็เลยสามารถอัญเชิญออกมาให้สรงน้ำกันได้ในวันสำคัญ แล้วยังเคยอัญเชิญไปสรงน้ำที่ในตัวเชียงใหม่อีกหลายครั้ง ระหว่างทางก่อนถึงเชียงใหม่ ก็เลยมีการอัญเชิญไปพักขบวนที่วัดต้นเกว๋น วัดนี้เป็นอีกวัดที่ควรค่าจะได้แวะชมกันระหว่างทางที่มาเที่ยวดอยอินทนนท์กัน เพราะเป็นวัดในศิลปะล้านนาที่งามนัก อย่างที่แนะนำไปก่อนแล้ว
รอบ ๆ ก็มีศิลปะวัตถุให้ชมกัน
เพราะคนล้านนามีประเพณีถวายของบูชาพระบรมธาตุ อย่างฉัตรที่ถือเป็นของสูงที่เจ้านายจะนำมาถวาย
พามาชมลวดลายตรงนี้กันนิด ลายทำนองนี้คือ หม้อน้ำ แล้วมีดอกไม้ตวัดเลื้อยแผ่ออกมาอย่างนี้ เรียกกันว่า "ปูรณะฆฏะ" ทื่สื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เพราะ ปูรณะ จะหมายถึง ความสมบูรณ์ ส่วน ฆฏะ ก็แปลว่า หม้อ เรียกว่าเป็นลวดลายมงคล ที่ถ้าไปเที่ยวที่อื่น ๆ ลองสังเกตดูก็อาจจะเห็นกันทั่วไปในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ส่วนที่เห็นตรงนี้เป็นรูปแบบของทางล้านนา ที่มีชื่อเรียกว่า ลายหม้อดอก
ลงไปข้างวิหาร มีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปชมกันด้วย
เวลาเปิดปิด
ด้านในของพิพิธภัณฑ์
ชิ้นงาม ๆ ที่ไม่ควรพลาด ก็อย่างเช่นราวเทียน ที่เรียกว่า สัตตภัณฑ์ ตรงนี้ สัตตภัณฑ์ คนล้านนาสร้างขึ้นมาเพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาพระบรมธาตุ สำหรับไว้ใช้เป็นที่จุดเทียนบูชาอยู่ในโบสถ์หรือวิหาร ชิ้นนี้สร้างด้วยลวดลายกระหวัดกันของตัวนาค
เครื่องบูชาอีกอย่างตามธรรมเนียมคนล้านนาก็คือ พระแท่นบรรทมของกษัตริย์ ที่เทียบได้เท่ากับการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นพุทธบูชา
บนหัวเตียงจะเห็นคติของจักรวาลวิทยา ที่เชื่อว่าเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล สังเกตดูจะเห็นมีพระอาทิตย์กับพระจันทร์โคจรอยู่รอบเขาพระสุเมรุ อยากรู้ว่าดวงไหนเป็นดวงจันทร์ ก็ลองไปมองหาลวดลายกระต่ายบนนั้นกันดูเอง
เอกลักษณ์ของศิลปะล้านนาอีกอย่าง ก็คือพระพุทธรูปที่จะมีพุทธลักษณะที่ทำให้รู้ได้ว่าเป็นรูปแบบของล้านนา ไล่จากด้านบนสุด จะเห็นว่าพระเกตจะไม่ได้ทำเป็นปลายเรียวแหลม แต่จะเป็นทรงกลมหรือทรงดอกบัวตูม ขมวดพระเกศาจะมีขนาดใหญ่ พระพักตร์กับพระวรกายก็จะมีรูปทรงที่อวบอ้วน ชายสังฆาฏิจะสั้น มีปลายเป็นรูปเขี้ยวตะขาบ แล้วท่านั่งก็นิยมทำเป็นท่าขัดสมาธิเพชร หงายพระบาทขึ้นทั้งสองข้าง ประดิษฐานบนฐานลายดอกบัว
ล้านนาจะอยู่ติดกับพม่า ก็จะมีศิลปะพม่ามาแพร่หลายอยู่ด้วย อย่างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่เห็นก็เป็นศิลปะพม่า
มากราบพระบรมธาตุที่วัดนี้แล้ว อยากชวนไปหาข้าวซอยเจ้าอร่อยของที่นี่กินกันก่อนขึ้นดอย ให้วิ่งรถเลยจากวัดขึ้นไปอีกหน่อย สังเกตทางขวามือจะมีทางแยกเข้าที่ทำการของเทศกาลตำบลจอมทอง ถ้าผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอจอมทอง ก็แสดงว่าเลยไปแล้ว
ปากทางตรงนั้น มีร้านข้าวซอยเจ้าอร่อยอยู่
ร้านนี้ชื่อ ข้าวซอยแก้วน้อย
ข้างในร้าน สะอาดสะอ้าน กว้างขวางมีโต๊ะเยอะเลย
มาแล้วข้าวซอย ถ้าไม่ถนัดข้าวซอย กีมีอาหารจานเดียวให้เลือกอีกสารพัด ทั้งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยจั๊บ
ใครไม่มีรถแล้วจะมาที่ อ.จอมทอง เพื่อมาไหว้พระบรมธาตุหรือจะขึ้นไปเที่ยวบนดอยอินทนนท์กัน จะมาจอมทอง มีรถให้เลือกมา 2 แบบ คือ รถบัสโดยสารอย่างนี้ ออกจากสถานีขนส่งช้างเผือก (ไม่ใช่สถานีอาเขตที่รถทัวร์ กรุงเทพ - เชียงใหม่จอด) เป็นรถสาย เชียงใหม่ - ฮอด - ดอยเต่า ที่จะวิ่งผ่านตัว อ.จอมทอง ด้วย
อีกแบบเป็นรถสองแถว สายเชียงใหม่ - จอมทอง ออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกที่เชียงใหม่เหมือนกัน มาสุดสายที่หน้าวัดพอดี ทั้งรถบัสกับรถสองแถว พอออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกแล้วจะแวะมาจอดรอรับคนที่ประตูเชียงใหม่ด้วย แต่จอดคนละฝั่งกัน รถบัสจะจอดฝั่งกาดฝั่งคูเมืองด้านใน (ตรงข้ามปั้ม ปตท.) ส่วนสองแถวจะไปจอดฝั่งนอกคูเมืองใกล้ถนนวัวลาย
ถ้าจะขึ้นขากลับ รถก็จะจอดรออยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระธาตุศรีจอมทอง
สำหรับคนที่จะหารถสองแถวขึ้นไปเที่ยวดอยอินทนนท์กันต่อ ลานจอดรถกว้าง ๆ หน้าวัด จะมีรถสองแถวจอดรออยู่ รถพวกนี้เป็นรถสำหรับเหมาขึ้นไปเที่ยว
สังเกตว่าเป็นรถสาย จอมทอง - ดอยอินทนนท์ ค่ารถเหมาพาเที่ยว วันละ 1,200 บาท แต่ถ้าจะพักค้างคืนแล้วให้รถไปรับวันรุ่งขึ้นก็คิดเป็น 1,800 บาท ราคานี้ถามไว้ตั้งแต่ตอนน้ำมันยังแพงอยู่ ค่ารถก็อาจจะปรับไปจากนี้บ้างตามราคาขึ้นลงของน้ำมัน ยังไงไปถึงก็ลองสอบถามต่อรองดู
บนรถสองแถว นั่งกันได้ราว 10 คน รถสองแถวของเชียงใหม่ จะไม่ได้เปิดข้างโล่งให้ลมพัดโกรก แต่มีบานกระจกที่เปิดปิดได้ ถ้าอากาศหนาวก็สามารถเลื่อนกระจกปิดกันลมได้
แต่ถ้าไม่อยากเหมารถขึ้นไป ให้เดินตัดลานจอดรถมาอีกฟากที่เป็นตัวตลาด
ตรงนี้จะเป็นท่าจอดรถสองแถว สำหรับวิ่งขึ้นดอยอินทนนท์เหมือนกัน เป็นสายรถที่ชาวบ้าน (ชาวเขา) ใช้เดินทางกัน แต่รถจะไม่ได้ขึ้นไปจนถึงยอดดอย แต่จะสุดสายแค่ที่ทำการอุทยานฯ ตรง กม. 31 ค่ารถคนละ 40 บาท
เลือกไปรถแบบนี้ต้องรอเวลารถออกหน่อย เพราะต้องรอให้คนเต็มคันก่อน
ที่ลานจอดรถหน้าวัด ยังเป็นท่ารถ บขส. สายกรุงเทพ - จอมทอง มีทั้งรถ ป. 1 และ ป. 2 อย่างละคัน รถจะออกจากจอมทองเข้ากรุงเทพฯ ตอนราว 6 โมงเย็น ใครออกมาเที่ยวดอยอินทนนท์ อาจจะเลือกไม่กลับเข้าไปที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ใช้รถสายนี้กลับกรุงเทพเลย หรือนั่งรถจากกรุงเทพมาที่นี่ เที่ยวดอยอินทนนท์แล้วค่อยต่อรถเข้าตัวเชียงใหม่อีกทีก็ได้
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 11950 ความเห็น (11)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก รถสีเหลือง
รถสีเหลืองเคยขึ้นมาแล้วครับไม่รู้ว่าคนขับจะรีบไปไหนถึงยอดดอยให้เวลาเที่ยว15นาทีแค่ไปรอคิวเข้าห้องน้ำยังไม่พอเลยขาลงก็ขับเร็วมันจะรีบไปตายที่ไหนวะบริการแย่มากน้ำตกวชิรธารก็ไม่ยอมแวะให้
...
เป็นคำแนะนำที่....เห็นภาพจิงๆคับ...
ผมว่าเกิดประโยชน์กับคนที่กำลังจะไปอย่างผม..และอีกหลายๆคนมากที่เดียวคับ สุดยอดคับ ช่วยแนะนำให้หน่อยค ้า
ขับออกจากเชียงรายเช้าวันที่ 6 นอนแถว มช.2วัน คืนวันที่ 6-7 วันกลับ กลับวันที่ 8 เช้าจะกลับทางเส้นลำปางคร้า
โปรแกรมที่อยากไปคร้า 1 งานดอกไม้ 2.ดอยสุเทพ 4.สวนสัตว์ไนท์ซาฟารี 5.ดอยอินทนนท์ [จะให้แนะนำว่ายังไงเอ่ย - ThaiWeekender] ...
ขอชื่นชมคนเขียน review นี้นะคะ ให้รายละเอียดดีมาก บรรยายได้เห็นภาพ แอบประท้ับใจคนเขียนที่เดินทางไปทุกที่ทุกมุมจิงๆ เขียน review ออกมาบ่อยๆนะคะ เพื่อประโยชน์คนอยากเที่ยวไกลๆค่ะ ขอบคุณมากๆๆคีา
[ยิ้มแก้มปริ :-) มีแรงฮึดเขียนรีวิวต่อไปขึ้นมาทันที - ThaiWeekender] สุดยอดครับ
เก็บรายละเอียดได้ดีมากๆเลยครับ ชอบมากครับรีวิวแบบนี้ กำลังหาข้อมูลจะไปกัน 4-5 ธันวาคมนี่แหละครับ ขอบคุณเจ้าของรีวิวนี้ด้วยครับ
เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.