Home

ย่านดอยอินทนนท์

 

มาเล่ากันต่อบ้างว่า ระหว่างที่ออกจากเชียงใหม่จะมาขึ้นดอยอินทนนท์นี่ มีอะไรน่าสนใจให้แวะเที่ยวระหว่างกันบ้าง

ที่น่าสนใจที่อยากแนะนำก็คือ วัดต้นเกว๋น หมู่บ้านถวาย บ้านร้อยอันพันอย่าง แล้วก็ วัดพระธาตุศรีจอมทอง

ที่แรกจะชวนไปดู วัดต้นเกว๋น วัดเก่าแก่ที่มีวิหารแบบล้านนาดั้งเดิมที่สวยคลาสสิก ที่นักวิชาการยกย่องว่างามที่สุด แล้วยังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์จากสมาคมสถาปนิกสยามมาแล้วด้วย

เลยขึ้นไปจะมีหมู่บ้านไม้แกะสลัก ชื่อบ้านถวาย ที่นั่นมีงานแกะสลักไม้สวย ๆ ให้เลือกซื้อไปตกแต่งบ้านให้สวยเก๋กัน หรือจะแวะไปชมงานไม้แกะสลักกันที่ 100 อัน 1000 อย่าง ที่นั่นคล้าย ๆ กับจะเป็นพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี่โชว์ผลงาน แต่ใครชอบใจชิ้นไหน เขาก็ขายกันด้วย

ท้ายสุดตรงอำเภอจอมทอง ก็น่าจะได้แวะไปไหว้พระบรมธาตุที่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ก่อนที่จะขึ้นดอยไปต่อ

 


 

อย่างที่เล่าว่าจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ใช้ ทล. 108 ออกมา

ถนนสายนี้เป็นเส้นทางเดียวกับที่ไป เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

 


 

ผ่านสามแยกที่ตัดกับ ถนนราชพฤกษ์ ที่เข้าไปที่ไนท์ซาฟารีแล้ว เลยไปนิดเดียวจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไป อ.สะเมิง ถ้าไปจะไปที่ วัดต้นเกว๋น ก็เลี้ยวขวาที่แยกนี้ เข้า ทล. 1269

 


 

ตรงต่อมาจะมาเจอแยกที่ตัดกับ ทล. 121 เห็นป้ายตรงไป อ.สะเมิง ก็ตรงผ่านแยกนี้ไป

ทางเข้าวัดต้นเกว๋นจะอยู่เลยจากแยกนี้ไปนิดเดียวทางซ้ายมือ

 


 

เห็นมี ทล. 121 มาตัดผ่านอย่างนี้ ใครสะดวกจะใช้ ทล. 121 มาก็ได้เหมือนกัน

ถ้าอยู่ที่ตัวเมือง จากประตูสวนดอก (ประตูเมืองด้านทิศตะวันตก) ใช้ถนนสุเทพวิ่งมาจนเจอกาดต้นพยอม เลยจากตัวตลาดก็จะเจอแยกที่ตัดกับ ทล. 121 ให้เลี้ยวซ้ายที่แยกนั้น แล้วก็วิ่งตรงตามทางลงใต้มาเรื่อย

ถนนสายนี้จะเรียกอีกชื่อว่า ถนนเลียบคลองชลประทาน

ความที่เป็นถนนเลียบคลอง ทางก็เลยจะโค้งไปโค้งมาตามแนวคลอง ที่จริงถนนสายนี้จะโล่งกว่าทางสาย 108 เพราะไม่ค่อยมีร้านค้าบ้านเรือนข้างทาง แต่เพราะความที่เดี๋ยวโค้งเดี๋ยวโค้ง ก็เลยวิ่งกันได้ไม่เร็วเท่าไหร่

 


 

ถ้ามาทาง ทล. 121 หรือที่เรียกว่า ถนนเลียบคลองชลประทาน ก็เหมือนกันคือ พอผ่านแยกที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ ที่จะเข้าไปที่ไนท์ซาฟารีได้แล้ว แยกถัดมาก็เตรียมตัวเลี้ยวขวาเลย

 


 

เลี้ยวมาแล้ว จะเห็นป้ายบอกทางไปรีสอร์ทที่พักหลายแห่ง ทางสายนี้จะเป็นทางไป อ.สะเมิง แล้วสามารถวิ่งวนไปออกที่ อ.แม่ริมได้ด้วย

เป็นอีกเส้นทางที่สวยงาม แล้วก็เลยเป็นย่านที่พักสวย ๆ หลายต่อหลายแห่ง อย่างเช่น ฟ่อนคำวิลเลจ วีรันดาเชียงใหม่ หรือ บ้านเทวมนตรา

เป็นย่านที่พักที่น่าสนใจ เพราะเดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากที่เที่ยวอย่างดอยสุเทพ ไนท์ซาฟารี หรือ บ้านถวาย จะเข้าไปที่ตัวเมืองก็ไม่ไกลอีกด้วย

 


 

เลยจากนั้นมานิดเดียว ตรงที่ถนนเริ่มจะแคบเข้าเป็นถนน 2 เลน จะเห็นป้ายบอกทางไป วัดต้นเกว๋น ก็เลี้ยวตามป้ายเข้ามาเลย

 


 

เลี้ยวเข้ามาแล้วตรงตามทางมา แล้วจะเจอกำแพงวัดทางซ้าย ก็เลี้ยวซ้ายเลียบกำแพงมาทางด้านหน้าประตูวัด

แล้วก็จะเจอป้ายชื่อวัดอินทราวาส ชื่อวัดอย่างเป็นทางการของวัดต้นเกว๋น ที่ตั้งตามชื่อของอดีตเจ้าอาวาสที่สร้างวัดนี้

 


 

ส่วนรถไม่ต้องเลี้ยวเข้ามา เพราะที่นี่จะไม่มีลานจอดรถข้างในวัด ให้จอดไว้ที่ลานหญ้านอกกำแพงเลย

 


 

เดินเข้ามา ถ้ามองไปทางขวาก็จะเห็น ต้นเกว๋น หรือ ต้นตะขบ ที่เป็นที่มาของชื่อวัดนี้ เพราะแต่ก่อนแถบนี้มีต้นเกว๋นขึ้นกันอยู่เยอะ

 


 

ด้านหน้าวัดจะเป็นลานทราย อย่างที่วัดทางล้านนาที่เห็นหลายแห่งยังคงรักษาเอาไว้

นี่ก็เลยมีประเพณีขนทรายเข้าวัดกันในช่วงสงกรานต์ของทุกปี เพื่อทดแทนเม็ดทรายที่ติดเท้าออกไปตอนมาทำบุญที่วัดกันตลอดปีที่ผ่านไป

 


 

ของน่าชมก็อยู่ด้านหน้าเลย ก็คือ มณฑปจตุรมุข ทรวงทรงแบบพื้นเมืองล้านนาที่พบอยู่แห่งเดียวที่วัดนี้

มณฑปนี้สร้างขึ้นมาใช้สำหรับเป็นที่พักพระบรมสารีริกธาตุ ระหว่างที่จะเชิญจากวัดพระธาตุศรีจอมทอง เข้าไปที่เมืองเชียงใหม่

 


 

ของแปลกตาอีกอย่าง คือกลางสันหลังคาจะมีทำเป็น ซุ้มเล็ก ๆ ขึ้นไป ที่เรียกว่า ปราสาทเฟื้อง

เวลาไปเที่ยววัดทางฝั่งลาว เราก็จะเห็นการสร้างลักษณะนี้เหมือนกัน แต่ที่นั่นจะเรียกว่า ช่อฟ้า

 


 

ไปดูที่ตัววิหารกันบ้าง

วิหารที่นี่ เป็นวิหารแบบล้านนา ที่มีทรวงทรงอ่อนหวานแบบหญิงสาว ที่เรียกว่า ฮ้างแม่

 


 

ยกย่องกันว่าวิหารวัดต้นเกว๋น เป็นวิหารแบบฮ้างแม่ ที่งดงามที่สุด และถึงจะผ่านการบูรณะซ่อมแซมมา แต่ก็ยังรักษารูปแบบศิลปะดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี

 


 

เป็นงานสลักไม้และงานปูนปั้นฝีมือเยี่ยม

 


 

ดูกันใกล้ๆ

 


 

ที่คันทวย สลักเป็นรูปตัวกินนรกำลังฟ้อนรำ

 


 

วัดต้นเกว๋นเคยได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ในฐานะ อาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม เมื่อปี 2532

 


 

ถอดเกิบขึ้นไปชมบนวิหารกัน

 


 

ด้านในวิหาร ถ้าเดินเข้ามาช่วงแรกช่างจะทำเป็นช่องลมเอาไว้

 


 

แล้วก็สลักลวดลายของช่องลมที่ว่าไว้อย่างงาม

 


 

ลายคำที่เสาวิหาร

ของล้านนาจะนิยมพื้นสีแดง แล้วปิดทองให้เป็นลวดลาย

 


 

มากราบพระกัน

 


 

ผนังด้านหลังองค์พระประธาน จะมีพระพิมพ์ติดไว้จำนวนมาก สื่อความหมายถึงอดีตพระพุทธเจ้าที่เคยอุบัติขึ้นจำนวนมากมาย อย่างที่เราได้เห็นที่วัดปราสาทในตัวเมืองมาแล้ว

 


 

ไปที่บ้านถวาย ที่เป็นย่านขายหัตถกรรมแกะสลักไม้กันต่อ

ถ้ามาที่วัดต้นเกว๋น ก็วิ่งรถย้อนกลับมาที่ ทล. 108 (เลี้ยวขวาออกจากวัด เข้า ทล. 1269 วิ่งตรงมาเลี้ยวขวาเข้า ทล. 108 มุ่งหน้า อ.หางดง )

แต่ถ้าไม่ได้แวะที่วัดต้นเกว๋น ก็ใช้ ทล. 108 ตรงมาเรื่อย ผ่านแยกที่เลี้ยวไป อ.สะเมิง เลยขึ้นมาไม่ไกลก็จะถึงตัวอำเภอหางดง

ตรงย่านตัวอำเภอ ถนนช่วงนี้จะหดเหลือ 2 เลน พอเจอแยกไฟแดงก็เลี้ยวซ้าย ตามป้ายบอกทางไป บ้านถวาย

 


 

ระยะทางไปบ้านถวาย ก็อีก 3.5 กม.

ระหว่างทางจะมีร้านค้าเกี่ยวกับไม้ ๆ ทั้งหลายเปิดเรียงรายกันไปตลอด

สำหรับใครที่อยู่ที่ตัวเมืองเชียงใหม่ถ้าจะออกมาที่บ้านถวาย นับจากตรงหน้า เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า มาถึงบ้านถวายก็ราว 14 กม. เท่านั้น เรียกว่าเป็นอีกที่เที่ยวใกล้ตัวเมืองได้สำหรับคนมีรถขับออกมากัน

แล้วถ้าจะเลยไปเที่ยวสวนราชพฤกษ์ หรือไนท์ซาฟารีต่อก็เรียกว่าอยู่โซนเดียวกัน

 


 

ขับผ่านมาก็อย่าบึ่งไปเร็วนัก เผื่อจะมีของที่หมายตาอยู่ จะได้โฉบเข้าไปดู

 


 

วิ่งมาแล้วจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา ก็จะเข้ามาย่านที่มีร้านค้าตั้งอยู่ริมคลองชลประทาน

ในรูปจะไม่เห็นตัวคลอง คลองจะเป็นคูอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยถนนทั้งสองฝั่ง แล้วก็เรียงรายไปด้วยร้านค้าอย่างนี้

จอดรถได้ริมทางฝั่งขวาที่ติดคลอง หรือเลยเข้าไปนิดจะมีลานจอดอยู่ที่วัดอีกส่วนหนึ่งด้วย

 


 

แล้วก็มาเดินชมร้านรวงกันต่อ

 


 

ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องงานแกะสลัก

แรกเริ่มเดิมทีงานแกะสลักจะทำกันอยู่ในตัวเมืองย่านวัวลาย แต่มีคนที่หมู่บ้านถวายไปเรียนงาน แล้วก็เอากลับมาเผยแพร่ที่บ้าน แล้วก็เลยกลายเป็นหมู่บ้านแกะสลักที่มีชื่อเสียงไป

 


 

คนที่กำลังอยากหาของตกแต่งบ้าน มาเดินน่าจะไม่ผิดหวัง

 


 

เพราะเท่าที่เดินดู จะเห็นว่าแต่ละร้านก็จะมีสินค้าในแบบของตัวเอง ไม่ได้ซ้ำกันกลาดเกลื่อน

 


 

มีทั้งของแต่ง ของโชว์

 


 

ไปจนถึงของที่เอาไปใช้งานในบ้านได้จริง ๆ

 


 

หรือถึงจะไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร ได้มาเดินดูก็สนุกเพลินดีเหมือนกัน

 


 

กับลวดลายไอเดียของสินค้าแต่ละแบบ

 


 

ใครที่ติดใจรูปทรงลวดลายของวิหารล้านนา มีศาลพระภูมิแบบล้านนาอย่างนี้ด้วย

 


 

โต๊ะเก้าอี้สำหรับคุณหนู

 


 

ตรงนี้สำหรับคนรักแมว

 


 

ที่เป็นชิ้นใหญ่ อวดฝีมือช่างกันอย่างนี้ก็มี

 


 

ยังมีให้ค่อย ๆ เดินดูกันอีกมาก ทั้งร้านที่อยู่ริมถนน แล้วก็อยู่ในซอยย่อยออกไป

 


 

ถ้าเดินเหนื่อย ตรงซอย 11 มีร้านกาแฟให้นั่งพักจิบกาแฟก่อน

 


 

หายเหนื่อยแล้วจะได้ไปเดินกันต่อ

 


 

จากบ้านถวาย ถ้าวิ่งรถเลยไปตาม ทล. 108 เลยผ่านตัวอำเภอหางดงขึ้นไปอีกนิด ช่วงระหว่าง กม. 19-20 เราก็จะมาถึง บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง

 


 

ที่นี่จะเป็นแกลเลอรี่กึ่งพิพิธภัณฑ์ให้เรามาชมกัน

ถ้าถามว่ามีอะไรให้ชม ก็ต้องบอกว่ามีงานแกะสลักไม้ที่ต้องบอกว่างามอย่างวิจิตรให้ได้เห็นกันเป็นบุญตา

เรียกว่าถ้าใครชอบงานแกะสลักไม้งาม ๆ ก็ควรเผื่อเวลาสำหรับแวะชมที่นี่เอาไว้ให้มากพอสมควรเลยทีเดียว

 


 

ที่จอดรถต้องวิ่งผ่านด้านหน้าไปแล้วจะเป็นทางเข้าลานจอด

 


 

แล้วก็เดินย้อนมาทางตรงทางเข้าด้านหน้า

 


 

ที่นี่เปิดให้เข้าชมกันทุกวันตั้งแต่ 9.00 - 17.00 น.

 


 

มาถึงแล้วก็ถอดรองเท้าเก็บขึ้นชั้นกันไว้

 


 

ด้านในจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ บริเวณชั้นล่าง จะเป็นทั้งของที่จัดแสดงแล้วก็มีงานแกะสลักไม้ที่เอาไว้ า จำหน่ายด้วย

ส่วนนี้จะเสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท

ส่วนที่อยู่บนชั้น 2 - 4 เป็นของชิ้นงานที่เก็บไว้เพื่ออนุรักษ์ต้องเสียค่าเข้าชมต่างหาก ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 20 บาท

ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ เว็บ manager.co.th

 


 

ด้านในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ยกเว้นที่ห้องจัดแสดงตรงนี้

 


 

ก็เลยเก็บภาพบางส่วนพอเป็นตัวอย่างคร่าว ๆ มาฝากกัน

 


 

แต่ขอบอกว่าน่ามาชมมาก ๆ

 


 

ก่อนที่จะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมกันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เคยเสด็จมาทอดพระเนตรเป็นการส่วนพระองค์ ยังทรงมีรับสั่งว่า "สวยไปหมดทุกชิ้น นึกไม่ถึงว่าชาวบ้านจะทำได้สวยขนาดนี้"

 

 



 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.