| 
Home

ย่านดอยอินทนนท์

Doi Intanonมาดอยอินทนนท์ นอกจากที่ครั้งหนึ่งจะได้ไปยืนบนจุดที่สูงที่สุดของเมืองไทยแล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ ที่จะพาเราเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ผืนป่าบนเขาสูง ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำที่ไหลลงไปหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต ระหว่างทางยังมีวิหารล้านนางาม ๆ ให้ชื่นชมกันที่วัดต้นเกว๋น ใครอยากได้ของแต่งบ้านต้องชอบใจกับงานแกะสลักไม้ที่ บ้านถวาย แล้วไปกรี๊ดกับพิพิธภัณฑ์งานแกะสลักไม้ฝีมือล้ำเลิศที่ บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง กันก่อนไปไหว้พระบรมธาตุกันที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง

 


ส่วนใครที่จะออกจากเชียงใหม่เพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์จะอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่

ทางไปก็ให้ใช้ ทล. 108 ที่ตั้งต้นจากหน้า เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า ใกล้ ๆ กับสนามบินออกมา แล้วก็วิ่งตรงตามทางมาเรื่อยไม่ต้องเลี้ยวไหน ผ่าน อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง จนก่อนถึงอำเภอจอมทองก็จะมีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอย

จากตัวเชียงใหม่จนมาถึงทางแยกขึ้นดอย ระยะทาง 57 กม. ถนนส่วนใหญ่จะเป็นถนน 4 เลน แต่ช่วงที่ถนนตัดผ่านตัวอำเภอต่าง ๆ ที่ว่ามา ถนนจะแคบเข้าเป็นถนน 2 เลน แล้วยังวิ่งผ่านย่านชุมชนอีกด้วย รถก็เลยทำความเร็วไม่ได้

เพราะงั้นดูแล้วทางแค่ 57 กม. แต่ว่าอาจจะใช้เวลามากกว่าที่คาดสักหน่อย

 


 

วิ่งรถมาเรื่อย พอถึงตรงหลัก กม. 57 พอดีก็จะเจอสามแยกตรงนี้ ก็เลี้ยวขวาเข้า ทล. 1009 ขึ้นดอยได้เลย

งานนี้จำเลขทางหลวงได้ไม่ยาก จะมาดอยอินทนนท์เมื่อไหร่ ก็วิ่งเส้น 108-1009 (ร้อยแปดพันเก้า)

แต่ก่อนจะเลี้ยวขึ้นดอยตรงนี้ เลยไปอีกแค่ 1 กม. มีวัดพระธาตุศรีจอมทอง ที่มีพระบรมธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด เป็นอีกแห่งที่น่าแวะไปเที่ยวชมกัน เดี๋ยวจะมีรายละเอียดวัดนี้อีกที ตอนที่เล่าว่าระหว่างทางมาดอยอินทนนท์มีที่ไหนน่าแวะกันบ้าง

ระหว่างนี้ก็ขึ้นดอยไปกันก่อน

 


 

ระยะทางจากปากทางที่เลี้ยวมา ตรงขึ้นไปถึงยอดดอยก็อีก 47 กม. ถ้าไม่แวะที่ไหนระหว่างทางก็จะใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 1 ชม.

ถนนสายนี้เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่ทางกองทัพอากาศจะขึ้นไปสร้างสถานีเรดาห์ไว้บนยอดดอย ที่เป็นจุดสูงที่สุดในประเทศไทย

 


 

เลี้ยวรถเข้ามานิดเดียวก็จะมีป้ายบอกระยะทางไปน้ำตก 2 แห่งให้เลือกแวะ

เห็นป้ายแล้วอาจแปลกใจว่าเอา น้ำตกแม่ยะ ขึ้นก่อน แต่ระยะทางที่บอกกลับไกลว่า น้ำตกแม่กลาง

ที่เป็นอย่างนี้เพราะ ถ้าจะไป น้ำตกแม่ยะ ก็จะมีทางแยกซ้ายอยู่ถัดจากป้ายนี้ไปเล็กน้อย แต่ว่าต้องวิ่งรถต่อเข้าไปอีกราว 15 กม.

 


 

ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายไป น้ำตกแม่ยะ กัน

 


 

วิ่งรถเข้ามา 1 กม. พอถึงแยกตัววายตรงนี้ ให้วิ่งไปทางขวา

 


 

แล้วก็วิ่งตามทางไปเรื่อยอีกประมาณ 14 กม. ช่วงแรกจะยังเป็นย่านบ้านเรือนชาวบ้าน ระวังว่าอย่าขับรถเร็วนัก

 


 

เลยไปแล้วก็จะเป็นทางบนเขามีโค้งอะไรกันบ้าง แต่ถนนดีขับไม่ยาก

 


 

ก่อนถึงตัวน้ำตกจะมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ จ่ายที่ด่านนี้แล้ว เวลาไปผ่านด่านอื่นของอุทยานฯ ก็แค่แสดงใบเสร็จไม่ต้องเสียซ้ำซ้อนอีก

 


 

อัตราค่าธรรมเนียม

 


 

วิ่งรถต่อขึ้นมาก็จะมาสุดทางที่ลานจอดรถ

 


 

ข้างลานจอดจะมีร้านอาหารง่าย ๆ อย่างพวกส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา

 


 

สามารถสั่งอาหารแล้วหิ้วเข้าไปปูเสื่อนั่งกินด้านในได้ ที่ร้านจะมีเสื่อมีจานให้ยืมฟรี

 


 

แล้วก็ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 ม. ทางเดินเรียบกว้างเดินสบาย

 


 

ถ้าพาผู้สูงอายุมาเที่ยวก็ไม่ต้องห่วง ระหว่างทางจะมีศาลาให้แวะนั่งพักได้

 


 

ก่อนถึงตัวน้ำตก จะเดินผ่านตัวลำธาร

 


 

แถวนี้จะมีลานหินที่จะปูเสื่อนั่งเล่นพักผ่อนกันได้

 


 

เด็ก ๆ ก็อาจจะหามุมเล่นน้ำกันได้ แต่ถ้าช่วงไหนน้ำเชี่ยวก็ต้องระวังกันนิด

 


 

ถ้าจะไปใกล้ ๆ ตัวน้ำตก ก็ต้องเดินเลยต่อขึ้นไป

 


 

แต่ทางด้านนี้จะไม่อนุญาตให้เอาอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไป

 


 

เดินลัดเลาะโขดหินเข้าไปอีกนิด สภาพแวดล้อมยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ค่อนข้างมาก

 


 

ถ้ามาช่วงหน้าน้ำ น้ำตกจะแผ่กว้างเต็มเชิงผา

ข้อมูลบอกว่าน้ำตกแม่ยะ มีทั้งหมด 32 ชั้นแล้วก็สูงถึง 280 ม. นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่แห่งหนึ่งของบ้านเรา

 


 

ถ้าวิ่งรถตาม ทล. 1009 เลยจากทางแยกเข้าน้ำตกแม่ยะขึ้นไป จะเป็นน้ำตกแม่กลาง

น้ำตกนี้จะอยู่แยกจากถนนที่ขึ้นดอยไปนิดเดียว วิ่งรถมาเจอป้ายนี้ถ้าจะขึ้นดอยต่อก็เลี้ยวตามทางไปทางขวา แต่ถ้าจะมาที่น้ำตกก็ตรงเข้ามาเลย

 


 

จอดรถที่ลานจอดแล้ว ต้องเดินตามถนนขึ้นเนินมาหน่อย

 


 

ถ้าเสียค่าธรรมเนียมที่น้ำตกแม่ยะมาแล้วว ก็เอาใบเสร็จมาแสดงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก

 


 

จากตรงด่านค่าธรรมเนียมก็เดินเข้าไปอีก 180 ม. ก็จะถึงน้ำตก

 


 

มีทางเดินเข้าไปชมตัวน้ำตกใกล้ ๆ

 


 

มุมชมน้ำตกตรงสุดทางเดิน

 


 

ตรงข้างลานจอดรถมีร้านอาหารให้บริการกันอยู่ มีทั้งแบบนั่งกับพื้น หรือมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง

 


 

เมนูอาหารก็จะเป็นพวก ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา อีกเหมือนกัน

 


 

แต่ถ้าเดินตามทางที่อยู่ระหว่างร้านอาหารนี้ลงไป

 


 

ทางจะลงไปที่ลำธารที่ไหลมาจากตัวน้ำตก

 


 

ข้ามไปอีกฝั่งก็ยังมีร้านอาหาร ปลูกร้านคร่อมตัวลำธารเอาไว้เลย

 


 

บรรยากาศจะใกล้ชิดธรรมชาติมีเสียงน้ำไหล เพียงแต่รู้สึกว่าเราจะรุกธรรมชาติกันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่าหนอ

 


 

ยังไงมาเที่ยวกันแล้วก็ช่วยกันรักษาความสะอาด

ถ้าเป็นไปได้เวลาไปเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติที่เป็นพื้นที่เปราะบาง โดยเฉพาะอุทยานฯ ที่มีคนมาเที่ยวกันเยอะอย่างที่นี่ด้วยแล้ว

มีเรื่องง่าย ๆ ที่เราจะช่วยกันดูแลธรรมชาติได้ ก็คือของที่เราจะทิ้งก็ให้เก็บไว้ก่อน แล้วค่อยไปทิ้งในตัวเมืองที่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

 


 

ทางเข้าน้ำตกแม่กลางอยู่ที่ กม. 7 เลยต่อขึ้นไปอีกหน่อยตรง กม. 8 จะมีด่านตรวจของอุทยานฯ ดอยอินทนนท์

ตรงนี้ใครไม่ได้แวะเที่ยวที่น้ำตกสองแห่งก่อนหน้า ก็ต้องมาจ่ายค่าธรรมเนียมกันที่นี่ แต่ถ้าจ่ายที่น้ำตกแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วก็แสดงใบเสร็จแล้วก็ผ่านเข้าไปได้เลย

 


 

ขึ้นมาจนถึงราว กม. 20 ทางขวามือจะมีทางแยกเข้า น้ำตกวชิรธาร

เป็นน้ำตกที่สวยน่าแวะ เดินเข้าไปชมก็ง่าย แล้วยังใกล้ชิดขนาดไปยืนรับละอองน้ำจากน้ำตกได้เชียว

เรียกว่าถ้ามีเวลาไม่มาก แวะเที่ยวได้ไม่กี่แห่ง ก็ไม่ควรพลาดที่นี่ไป

 


 

ทางที่เลี้ยวเข้าไปถนนจะไม่ค่อยดีนัก (เมื่อ ม.ค. 51) แต่ว่าเข้าไปไม่ไกลก็จะถึงตัวน้ำตกแล้ว

 


 

แผนผังของที่นี่

 


 

เดินจากลานจอดรถขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงตัวน้ำตกแล้ว

 


 

มีม้านั่งให้นั่งชมน้ำตกกันได้สบาย ๆ

 


 

หรืออยากจะใกล้ชิดให้มากยิ่งขึ้น ก็เดินตามทางเข้าไปอีกนิด

 


 

ทางเดินไม้ชุ่มฉ่ำด้วยละอองน้ำ

 


 

ถ้ามาที่นี่ช่วงเที่ยงที่แดดส่องลงมาที่น้ำตก ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายจะทำให้เกิดรุ้งสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 84 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.