| ย่านดอยอินทนนท์ |
|
หน้า 1 จาก 6
ส่วนใครที่จะออกจากเชียงใหม่เพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์จะอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ ทางไปก็ให้ใช้ ทล. 108 ที่ตั้งต้นจากหน้า เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า ใกล้ ๆ กับสนามบินออกมา แล้วก็วิ่งตรงตามทางมาเรื่อยไม่ต้องเลี้ยวไหน ผ่าน อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง จนก่อนถึงอำเภอจอมทองก็จะมีทางเลี้ยวขวาขึ้นดอย จากตัวเชียงใหม่จนมาถึงทางแยกขึ้นดอย ระยะทาง 57 กม. ถนนส่วนใหญ่จะเป็นถนน 4 เลน แต่ช่วงที่ถนนตัดผ่านตัวอำเภอต่าง ๆ ที่ว่ามา ถนนจะแคบเข้าเป็นถนน 2 เลน แล้วยังวิ่งผ่านย่านชุมชนอีกด้วย รถก็เลยทำความเร็วไม่ได้ เพราะงั้นดูแล้วทางแค่ 57 กม. แต่ว่าอาจจะใช้เวลามากกว่าที่คาดสักหน่อย
วิ่งรถมาเรื่อย พอถึงตรงหลัก กม. 57 พอดีก็จะเจอสามแยกตรงนี้ ก็เลี้ยวขวาเข้า ทล. 1009 ขึ้นดอยได้เลย งานนี้จำเลขทางหลวงได้ไม่ยาก จะมาดอยอินทนนท์เมื่อไหร่ ก็วิ่งเส้น 108-1009 (ร้อยแปดพันเก้า) แต่ก่อนจะเลี้ยวขึ้นดอยตรงนี้ เลยไปอีกแค่ 1 กม. มีวัดพระธาตุศรีจอมทอง ที่มีพระบรมธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด เป็นอีกแห่งที่น่าแวะไปเที่ยวชมกัน เดี๋ยวจะมีรายละเอียดวัดนี้อีกที ตอนที่เล่าว่าระหว่างทางมาดอยอินทนนท์มีที่ไหนน่าแวะกันบ้าง ระหว่างนี้ก็ขึ้นดอยไปกันก่อน
ระยะทางจากปากทางที่เลี้ยวมา ตรงขึ้นไปถึงยอดดอยก็อีก 47 กม. ถ้าไม่แวะที่ไหนระหว่างทางก็จะใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 1 ชม. ถนนสายนี้เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่ทางกองทัพอากาศจะขึ้นไปสร้างสถานีเรดาห์ไว้บนยอดดอย ที่เป็นจุดสูงที่สุดในประเทศไทย
เลี้ยวรถเข้ามานิดเดียวก็จะมีป้ายบอกระยะทางไปน้ำตก 2 แห่งให้เลือกแวะ เห็นป้ายแล้วอาจแปลกใจว่าเอา น้ำตกแม่ยะ ขึ้นก่อน แต่ระยะทางที่บอกกลับไกลว่า น้ำตกแม่กลาง ที่เป็นอย่างนี้เพราะ ถ้าจะไป น้ำตกแม่ยะ ก็จะมีทางแยกซ้ายอยู่ถัดจากป้ายนี้ไปเล็กน้อย แต่ว่าต้องวิ่งรถต่อเข้าไปอีกราว 15 กม.
ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายไป น้ำตกแม่ยะ กัน
วิ่งรถเข้ามา 1 กม. พอถึงแยกตัววายตรงนี้ ให้วิ่งไปทางขวา
แล้วก็วิ่งตามทางไปเรื่อยอีกประมาณ 14 กม. ช่วงแรกจะยังเป็นย่านบ้านเรือนชาวบ้าน ระวังว่าอย่าขับรถเร็วนัก
เลยไปแล้วก็จะเป็นทางบนเขามีโค้งอะไรกันบ้าง แต่ถนนดีขับไม่ยาก
ก่อนถึงตัวน้ำตกจะมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ จ่ายที่ด่านนี้แล้ว เวลาไปผ่านด่านอื่นของอุทยานฯ ก็แค่แสดงใบเสร็จไม่ต้องเสียซ้ำซ้อนอีก
อัตราค่าธรรมเนียม
วิ่งรถต่อขึ้นมาก็จะมาสุดทางที่ลานจอดรถ
ข้างลานจอดจะมีร้านอาหารง่าย ๆ อย่างพวกส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา
สามารถสั่งอาหารแล้วหิ้วเข้าไปปูเสื่อนั่งกินด้านในได้ ที่ร้านจะมีเสื่อมีจานให้ยืมฟรี
แล้วก็ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 ม. ทางเดินเรียบกว้างเดินสบาย
ถ้าพาผู้สูงอายุมาเที่ยวก็ไม่ต้องห่วง ระหว่างทางจะมีศาลาให้แวะนั่งพักได้
ก่อนถึงตัวน้ำตก จะเดินผ่านตัวลำธาร
แถวนี้จะมีลานหินที่จะปูเสื่อนั่งเล่นพักผ่อนกันได้
เด็ก ๆ ก็อาจจะหามุมเล่นน้ำกันได้ แต่ถ้าช่วงไหนน้ำเชี่ยวก็ต้องระวังกันนิด
ถ้าจะไปใกล้ ๆ ตัวน้ำตก ก็ต้องเดินเลยต่อขึ้นไป
แต่ทางด้านนี้จะไม่อนุญาตให้เอาอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไป
เดินลัดเลาะโขดหินเข้าไปอีกนิด สภาพแวดล้อมยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ค่อนข้างมาก
ถ้ามาช่วงหน้าน้ำ น้ำตกจะแผ่กว้างเต็มเชิงผา ข้อมูลบอกว่าน้ำตกแม่ยะ มีทั้งหมด 32 ชั้นแล้วก็สูงถึง 280 ม. นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่แห่งหนึ่งของบ้านเรา
ถ้าวิ่งรถตาม ทล. 1009 เลยจากทางแยกเข้าน้ำตกแม่ยะขึ้นไป จะเป็นน้ำตกแม่กลาง น้ำตกนี้จะอยู่แยกจากถนนที่ขึ้นดอยไปนิดเดียว วิ่งรถมาเจอป้ายนี้ถ้าจะขึ้นดอยต่อก็เลี้ยวตามทางไปทางขวา แต่ถ้าจะมาที่น้ำตกก็ตรงเข้ามาเลย
จอดรถที่ลานจอดแล้ว ต้องเดินตามถนนขึ้นเนินมาหน่อย
ถ้าเสียค่าธรรมเนียมที่น้ำตกแม่ยะมาแล้วว ก็เอาใบเสร็จมาแสดงจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก
จากตรงด่านค่าธรรมเนียมก็เดินเข้าไปอีก 180 ม. ก็จะถึงน้ำตก
มีทางเดินเข้าไปชมตัวน้ำตกใกล้ ๆ
มุมชมน้ำตกตรงสุดทางเดิน
ตรงข้างลานจอดรถมีร้านอาหารให้บริการกันอยู่ มีทั้งแบบนั่งกับพื้น หรือมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง
เมนูอาหารก็จะเป็นพวก ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา อีกเหมือนกัน
แต่ถ้าเดินตามทางที่อยู่ระหว่างร้านอาหารนี้ลงไป
ทางจะลงไปที่ลำธารที่ไหลมาจากตัวน้ำตก
ข้ามไปอีกฝั่งก็ยังมีร้านอาหาร ปลูกร้านคร่อมตัวลำธารเอาไว้เลย
บรรยากาศจะใกล้ชิดธรรมชาติมีเสียงน้ำไหล เพียงแต่รู้สึกว่าเราจะรุกธรรมชาติกันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่าหนอ
ยังไงมาเที่ยวกันแล้วก็ช่วยกันรักษาความสะอาด ถ้าเป็นไปได้เวลาไปเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติที่เป็นพื้นที่เปราะบาง โดยเฉพาะอุทยานฯ ที่มีคนมาเที่ยวกันเยอะอย่างที่นี่ด้วยแล้ว มีเรื่องง่าย ๆ ที่เราจะช่วยกันดูแลธรรมชาติได้ ก็คือของที่เราจะทิ้งก็ให้เก็บไว้ก่อน แล้วค่อยไปทิ้งในตัวเมืองที่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
ทางเข้าน้ำตกแม่กลางอยู่ที่ กม. 7 เลยต่อขึ้นไปอีกหน่อยตรง กม. 8 จะมีด่านตรวจของอุทยานฯ ดอยอินทนนท์ ตรงนี้ใครไม่ได้แวะเที่ยวที่น้ำตกสองแห่งก่อนหน้า ก็ต้องมาจ่ายค่าธรรมเนียมกันที่นี่ แต่ถ้าจ่ายที่น้ำตกแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วก็แสดงใบเสร็จแล้วก็ผ่านเข้าไปได้เลย
ขึ้นมาจนถึงราว กม. 20 ทางขวามือจะมีทางแยกเข้า น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกที่สวยน่าแวะ เดินเข้าไปชมก็ง่าย แล้วยังใกล้ชิดขนาดไปยืนรับละอองน้ำจากน้ำตกได้เชียว เรียกว่าถ้ามีเวลาไม่มาก แวะเที่ยวได้ไม่กี่แห่ง ก็ไม่ควรพลาดที่นี่ไป
ทางที่เลี้ยวเข้าไปถนนจะไม่ค่อยดีนัก (เมื่อ ม.ค. 51) แต่ว่าเข้าไปไม่ไกลก็จะถึงตัวน้ำตกแล้ว
แผนผังของที่นี่
เดินจากลานจอดรถขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงตัวน้ำตกแล้ว
มีม้านั่งให้นั่งชมน้ำตกกันได้สบาย ๆ
หรืออยากจะใกล้ชิดให้มากยิ่งขึ้น ก็เดินตามทางเข้าไปอีกนิด
ทางเดินไม้ชุ่มฉ่ำด้วยละอองน้ำ
ถ้ามาที่นี่ช่วงเที่ยงที่แดดส่องลงมาที่น้ำตก ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายจะทำให้เกิดรุ้งสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.