| ตะลุยแดนไดโนเสาร์ |
|
หน้า 6 จาก 6
อีกทางเลือกหนึ่งคือ เลือกพักค้างกันที่ตัวเมืองขอนแก่น ถ้าต้องการโรงแรมหรูสุดต้องเลือก รร.พูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ตัวตึกโรงแรมนี่เหมือนเป็นแลนมาร์คมองเห็นได้แต่ไกล
อีกแห่งคือ รร.เจริญธานีปริ้นเซส ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dusit.com
โรงแรมดังอีกแห่งของขอนแก่น รร.โฆษะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kosahotel.com
โรงแรมทั้งสามแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันหมด ถ้าวิ่งรถมาจากทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ช่วงที่ถึงย่านเมืองขอนแก่นแล้ว ให้สังเกตห้างบิ๊กซีเอาไว้ แล้ววิ่งเลยบิ๊กซีมาก่อน คลิกเพื่อดู แผนที่ขอนแก่น
ที่แยกถัดมาให้เลี้ยวขวา แยกนี้เลี้ยวขวาได้สองช่องทาง
เลี้ยวขวามาจะมาเจอซุ้มประตูเมืองแบบนี้ ตรงนี้เป็นถนนสายสวยของเมืองขอนแก่น ชื่อถนน ศรีจันทร์ ถนนสายนี้คือ ทางหลวงหมายเลข 209 ถ้าวิ่งตรงไปเรื่อยก็จะไปทางกาฬสินธุ์ได้เลย หรือจากกาฬสินธุ์จะเข้ามาที่ตัวเมืองขอนแก่น วิ่งตามสาย 209 มาเรื่อยไม่ต้องเลี้ยวไหนก็จะเข้ามาถึงใจกลางเมืองขอนแก่นได้
ถัดมาจะเจอกับศาลหลักเมือง
ถ้าจะไปที่ รร.โซฟิเทลฯ พอเลยศาลหลักเมืองมาแล้วก็เลี้ยวขวาตรงนี้ แล้วไปเลี้ยวซ้ายอีกที
ถ้าจะมาที่ รร.โฆษะหรือ รร.เจริญธานีฯ ก็เล็งตึกธนาคารกรุงเทพหลังนี้เอาไว้ ทางเข้าทั้งสองโรงแรมจะอยู่ข้างตึกธนาคารตรงนี้ ของโฆษะจะถึงก่อน ส่วน รร.เจริญธานีก็วิ่งเลยธนาคารนิดเดียวก็เลี้ยวเข้าไปได้เลย
ก่อนถึงทางเข้าสองโรงแรมหลังนี้ จะผ่านตึกคอม เห็นชื่อแล้วคงนึกว่าเหมือนกับพันธ์ทิพย์ที่กรุงเทพ ที่ขายพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
แต่พวกอุปกรณ์คอมฯ จะอยู่ชั้นบน ชั้นล่าง ๆ จะมีร้านขายของรวมทั้งร้านอาหารแนวเดียวกับตามห้างในกรุงเทพ
ถ้าพักโรงแรมทั้งสามแห่งตรงนี้ จะมาที่ตึกคอมก็ไม่ต้องขับรถมาเพราะอยู่ใกล้เดินมานิดเดียวก็ถึงแล้ว
ส่วนถ้าอยากได้โรงแรมดี ๆ ที่ราคาประหยัดลงมาอีกหน่อย แนะนำ รร.บุษราคัม บนถนนพิมพสุต ราคาห้องพักคืนละ 900 บาทพร้อมอาหารเช้า เส้นทางมาที่โรงแรมให้วิ่งรถเลยตึกธนาคารกรุงเทพตรงนั้นมาก่อน เจอแยกไฟแดงแรกให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.หน้าเมือง เลี้ยวมาแล้วสังเกตว่าวิ่งผ่านสี่แยกเล็ก ๆ ที่แค่เหมือนถนนซอยตัดกันแล้วก็ไม่มีไฟแดงมาหนึ่งแยก พอถึงแยกที่สองให้เลี้ยวซ้าย
บรรยากาศในห้องพัก ใช้โทนสีสว่าง ดูสะอาดสะอ้าน โปร่งสบาย
อีกมุมหนึ่ง
ขอนแก่นยังมีโรงแรมให้เลือกพักกันอีกหลายแห่ง ขอเลือกแนะนำบางโรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถปรับอากาศ สำหรับคนที่อยากได้ที่พักที่อยู่ใกล้ ๆ กับท่ารถ เรียกว่าลงรถแล้วสามารถหิ้วกระเป๋าเดินไปที่โรงแรมได้เลย หรือหิ้วกระเป๋าจากโรงแรมกลับมาขึ้นรถได้สะดวก ให้ข้อมูลเรื่องสัมภาระไว้หน่อยว่า ถ้าจะกลับรถของนครชัยช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ ที่ต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมมาก่อนแล้ว สามารถเอากระเป๋าพร้อมตั๋วเดินทางไปฝากไว้ที่ศูนย์บริการลูกค้าที่อยู่ข้างห้องจำหน่ายตั๋วของนครชัยแอร์ ที่อยู่ในตัวสถานีรถปรับอากาศได้ ไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม แล้วจะเดินตัวเปล่าไปเที่ยวในเมืองขอนแก่นกันก่อนได้สะดวก
ตัวสถานีรถปรับอากาศจะอยู่หลังแนวตึกแถวบนถนนกลางเมือง ถ้าออกมาที่ถนนแล้วเลี้ยวไปทางขวาหน่อย ตรงมุมแยกฝั่งตรงข้ามจะเป็น รร.แก่นอินน์
ห้องพักคืนละ 660 บาทพร้อมอาหารเช้า โทร. 043-254-420/31
บนถนนกลางเมือง ถ้าเดินต่อไปทางขวามือราว 200 ม. ก็จะเจอ รร.โรมา ห้องพักคืนละ 4-500 บาท ไม่มีอาหารเช้า โทร. 043-236-276
ห้องพักราคา 500 บาทจะเป็นห้องที่ตกแต่งใหม่ ดูสดใส เพียงแต่ตามทางเดินกับตึกจอดรถจะยังดูอึมครึมไปสักนิด
อีกมุมในห้อง
ถ้าเลยผ่าน รร.โรมาขึ้นไปอีกนิดพอถึงแยกไฟแดงก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพิมพสุต (ราว 500 ม. จากสถานีรถปรับอากาศ) จะเป็น รร.ขอนแก่นโฮเต็ล ที่นี่เป็นเจ้าของเดียวกันกับที่ รร.โรมา ห้องพักคืนละ 750 บาท พร้อมอาหารเช้า www.khonkaen-hotel.com โทร.043-239-832
ถนนกลางเมืองช่วงที่เลี้ยวขวาออกจากขนส่งไปทาง รร.โรมา จะเป็นย่านร้านของฝากหลายร้าน
ร้านเฮงง่วนเฮียงอยู่ตรงมุมถนนตรงข้ามกับ รร.แก่นอินน์
ถัดมาเป็นร้านเจ๊รัช อยู่ติดกับ รร.โรมา
เลยไปอีกนิด ร้านแหนมลับแล
ส่วนช่วงค่ำย่านนี้ก็จะมีร้านอาหารมาเปิดกันหลายร้าน
อีกโรงแรมที่เอามาฝาก คือ รร.ขอนแก่นรื่นรมย์ ที่นี่ไม่ได้อยู่ย่านสถานีรถปรับอากาศ แต่อยู่แถว ๆ สถานีรถไฟขอนแก่น แล้วก็ไม่ไกลจากตลาดโต้รุ่ง ค่าห้องพักคืนละ 400 บาท โทร. 043-223-522
ตัวโรงแรมจะอยู่บนถนนรื่นรมย์ เป็นถนนเส้นที่ตรงออกจากหน้าสถานีรถไฟขอนแก่น ห่างจากสถานีรถไฟมาประมาณ 400 ม. ถ้าเลยผ่านหน้าโรงแรมไปอีกราว 400 ม. ก็จะมีตลาดโต้รุ่งอยู่ตรงนั้น
ภายในห้องพัก
ห้องพักกว้างขวาง สะอาดสะอ้านดี แล้วมีสัญญาณ wifi ให้ใช้กันฟรีด้วย
ถ้าพักที่ รร.ขอนแก่นรื่นรมย์ เช้าขี้เกียจขับรถออกไปไหน เดินเลี้ยวซ้ายออกมาก็จะมีร้านอาหารเช้ากันอยู่ รวมทั้งช่วงค่ำก็มีร้านรถเข็นอยู่หลายร้าน หรือจะเดินไปโต้รุ่งก็ไม่ไกล
ส่วนถ้าถามถึงร้านอาหารเช้าเจ้าดังประจำเมืองก็ต้อง ร้านเอมโอช เปิดร้านกันตั้งแต่ตีสี่ ตัวร้านอยู่บนถนนกลางเมือง ตรงข้ามกับ รร.โรมา ถ้ามาลงรถที่สถานีรถปรับอากาศตอนเช้า ก็เดินเลี้ยวขวามาแค่ราว 200 ม. ก็ได้ชิมกันแล้ว
เมนูหลักก็คือ ไข่กระทะ นอกนั้นยังมีเกาเหลา ก๋วยเตี๋ยวหมู กับ ข้าวต้มซี่โครงหมู ให้เลือกชิม
อีกร้านเป็นร้านต้มเลือดหมู
เห็นนั่งเรียงรายกันอย่างนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร้านนี้อร่อยแน่
ต้มเลือดหมูราคาเริ่มต้นที่ 40 บาท แต่ก็ได้ชามใหญ่ ๆ อิ่มแปล้อย่างนี้
ถ้าอยู่ที่สถานีปรับอากาศให้เลี้ยวซ้ายมาเกือบ 200 ม. เจอป้าย ถ.สถิตยุติธรรมก็เลี้ยวเข้ามาเลย เข้าซอยมาก็จะเห็นโต๊ะตั้งเรียงรายอยู่
ส่วนมื้อกลางวันอาจจะเลือกมาชิมอาหารอีสานอย่างไก่ย่างส้มตำกันที่ ร้านไก่ย่างระเบียบ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องไก่ย่างเขาสวนกวาง ร้านจะอยู่ตรงหัวมุม ถ.หลังศูนย์ราชการตัดกับ ถ.เทพารักษ์ ใกล้ ๆ กับทางรถไฟ
บรรยากาศในร้าน
ถ้ามาทานข้าวกันที่ร้านนี้ มีโอกาสก็ชวนให้แวะไปที่ พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น กันหน่อย อยู่บนถนนหลังศูนย์ราชการเหมือนกัน พิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมกันทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันนักขัตฤกษ์ (ช่วงนี้พิพิธภัณฑ์ปิดปรับปรุงชั่วคราว จะเปิดให้เข้าชมกันอีกที 17 มกราคม 2554)
ตรงนี้เป็นทับหลัง ที่ยกมาให้ชมกันชัด ๆ ถนัดตาไม่ต้องไปชะเง้อคอมอง เห็นมีช้างสามเศียรอย่างนี้ต้องเป็นช้างเอราวัณแน่นอน และถ้าเห็นช้างอย่างนี้เทพที่ทรงช้างเป็นพาหนะก็คือ พระอินทร์ หรือบางทีเราก็เรียกว่า องค์อัมรินทร์ ตราของกรุงเทพมหานครก็เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เพราะงั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าศูนย์วิทยุข่ายของ กทม. จะชื่อว่า ศูนย์อัมรินทร์
ของเด่นที่ต้องแวะมาชมคือ ใบเสมา จากเมืองโบราณฟ้าแดดสงยางชิ้นนี้ ที่ยังมีลวดลายที่งดงามและสมบูรณ์มาก ในภาพเป็นพุทธประวัติ ตอนพระพุทธเจ้าโปรดพระนางพิมพา ซึ่งพระนางพิมพาคือพระมเหสีของเจ้าชายสิทธัตถะ เราจะได้เห็นธรรมเนียมของการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดของผู้หญิงในสมัยก่อน คือการสยายผมออกเช็ดเท้าผู้ที่ตนแสดงความเคารพ
อีกแห่งที่เวลามาขอนแก่นมักไม่พลาดไปแวะกันคือ พระธาตุหนองแวง หรือที่เรียกอีกชื่อว่า พระมหาธาตุแก่นนคร ตัววัดจะอยู่บนถนนกลางเมือง ที่ถ้าวิ่งรถเข้าเมืองขอนแก่นมาบนถนนศรีจันทร์ ที่ผ่านหน้าโรงแรมโฆษะไป แยกแรกจะเป็นถนนหน้าเมือง แยกถัดไปก็คือถนนกลางเมือง ให้เลี้ยวขวาที่แยกนี้ แล้วตรงไปเรื่อยจะเจอวัดอยู่ทางซ้ายมือ
เข้าไปกราบพระบรมสารีริกธาตุได้บริเวณชั้นล่างของพระธาตุ
ส่วนชั้นบนก็สามารถเดินขึ้นไปได้ แต่ละชั้นก็จะมีของเก่าแก่ที่จัดเก็บอยู่ให้ชมกัน ถ้าเป็นช่วงวันหยุดก็จะมียุวมัคคุเทศก์ที่เป็นเด็กนักเรียนพาเดินชมกันด้วย ส่วนด้านบนสุด ประดิษฐาานพระบรมสารีริกธาตุให้ได้กราบไหว้กัน
แล้วก็เป็นจุดชมวิวเมืองขอนแก่น มองไปจะเห็นกลุ่มตึกโรงแรม ซ้ายมือสุดก็คือ รร.โซฟิเทล
ตัววัดจะอยู่ติดกับบึงแก่นนคร รอบ ๆ บึงแถบนี้มีร้านอาหารหลายร้านเหมาะจะมานั่งกินกันช่วงมื้อเย็น ตอนที่ขับรถเข้ามาให้อ้อมมาจอดที่ลานจอดรถด้านหลัง แล้วตรงนี้จะมีทางทะลุออกไปที่ถนนที่อยู่รอบบึงได้ ส่วนริมบึงฝั่งนี้ที่เห็นเป็นแหลมยื่นออกมาแล้วมีต้นไม้ขึ้นเยอะ ๆ จะมีลานกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กอยู่
มีทั้งห้องสมุดให้ไปหยิบหนังสือออกมานั่งอ่านกันที่ลาน รวมทั้งกิจกรรมพวกวาดรูประบายสี ถ้าพาเด็กมาดูไดโนเสาร์แล้วมีเวลาว่างช่วงเย็น ๆ ก็มานั่งเล่นพักผ่อนที่นี่กันได้
อีกที่น่าแวะที่อยู่ริมบึงแก่นนครตรงนี้ คือ โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น อยู่ริมบึงทางฟากเหนือ
ตรงนี้จะเป็นอัฒจรรย์ใหญ่สำหรับกิจกรรมของชาวเมืองขอนแก่น
ใต้ถุนของอัฒจรรย์จะเป็นที่ตั้งของ โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น โฮง ก็คือ โรง ส่วนมูนมัง เขาบอกว่าหมายถึง ทรัพย์สมบัติหรือมรดก เพราะงั้นที่นี่ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของขอนแก่นนี่เอง เปิดให้เข้าชมกันทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ กับ วันนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ค่าเข้าชม 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 90 บาท
ที่นี่จะแบ่งเป็น 5 โซน ไล่เรียงไปตั้งแต่ยุคสร้างบ้านสร้างเมือง ไปจนถึงขอนแก่นในยุคปัจจุบัน
อย่างตรงนี้เป็นผังเมืองโบราณที่อยู่ใกล้เคียงกับตัวเมืองขอนแก่น
มีการอพยพเคลื่อนย้ายอยู่หลายครั้งกว่าจะมาเป็นตัวขอนแก่นในปัจจุบัน
แล้วก็จะมีการจัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่หลายอย่างให้ได้ดูกัน
อย่างตรงนี้เป็นเรื่องหมอยาสมุนไพร หรือ ที่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า หมอฮากไม้
แต่ละเรื่องก็มีคำอธิบายบอกเล่าเอาไว้ให้ศึกษา
ถ้ามาเป็นหมู่คณะก็มีวิทยากรอาสาสมัครที่เป็นคนพื้นถิ่นมาช่วยให้ความรู้
แบบจำลองพระธาตุขามแก่น ที่เป็นที่มาของชื่อเมืองขอนแก่น อยู่ในเขต อ.น้ำพอง
ขอนแก่นเป็นแหล่งรวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่มาอาศัยอยู่ร่วมกัน
ที่นี่ก็เลยทำจำลองเป็นร้านรวงของคนแต่ละเชื้อชาติ
โซนสุดท้ายจะเป็นเรื่องราวของขอนแก่นในปัจจุบัน
รวมถึงคนขอนแก่นที่สร้างชื่อเสียงหลายต่อหลายคน มีเวลาก็หาโอกาสแวะมาเดินชมกัน ข้างในจัดแสดงไว้สวยงาม แล้วก็ติดแอร์เย็นสบาย
อย่างที่เล่าไว้ว่า แถวรอบ ๆ บึงแก่นนครมีร้านอาหารหลายต่อหลายร้าน ถ้าไปไหว้พระที่พระธาตุหนองแวง ตรงปากประตูออกจากลานจอดรถเลยจะมี ร้านป้าอ้วน 2
วนมาอีกฟาก ร้านนี้เป็น ร้านปลาป้าน้อย
อีกร้านหนึ่งใกล้ ๆ กันเป็น ร้านปลาป้าใหญ่ แต่ไม่ว่าจะเป็นป้าไหน ๆ ตัวร้านจะไม่ได้อยู่ติดริมบึง แต่จะอยู่บนถนนรอบ ๆ บึง ยังไงก็ลองขับรถวนเลือกกันดู
แต่ถ้าอยากได้ร้านติดริมน้ำบรรยากาศดี ๆ ก็มองป้าย ร้านบัวหลวง เอาไว้
ตัวร้านจะเป็นศาลาอยู่ริมน้ำ นั่งกันสบาย ๆ
ถ้าชอบแนว ตลาดโต้รุ่ง ต้องมาที่ถนนรื่นรมย์ จากถนนศรีจันทร์ที่ผ่านหน้า รร.โฆษะ พอเจอแยกไฟแดง จะเลี้ยวขวาที่แยกแรกคือถนนหน้าเมือง หรือแยกถัดไปคือถนนกลางเมืองก็ได้ ตรงมาพอถึงช่วงที่ตัดกับถนนรื่นรมย์ ตัวตลาดโต้รุ่งจะอยู่ตรงนั้น
อีกร้านดัง เป็นร้านโจ๊ก จั๊บ เส้น คือ มีขายโจ๊ก ก๋วยจั๊บ แล้วก็ต้มเส้น ร้านจะอยู่เยื้องกับทางเข้า รร.เจริญธานี ทางฝั่งถนนหน้าเมือง เปิดขายกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงตีสาม ไปถึงก็หาไม่ยาก เพราะจะมีคนยืนมุงรอซื้อกลับบ้านกันอย่างนี้ แต่บรรยากาศไม่วุ่นวายเพราะร้านจะใช้ระบบบัตรคิว แต่ถ้านั่งกินที่ร้านก็สั่งที่โต๊ะตามปกติ
โจ๊ก กับ ก๋วยจั๊บ คงคุ้นกันดี แต่ถ้าไม่คุ้นกับต้มเส้น หน้าตาจะเป็นอย่างนี้ เป็นวุ้นเส้นในซุปพะโล้ สั่งให้ใส่หมูยอเพิ่มได้
อันนี้เป็นสต็อกหม้อน้ำซุป ให้เห็นว่าขายดีขนาดไหน
ลิงก์ที่น่าสนใจ ท่องแดนไดโนเสาร์ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร สารคดีชั้นดีจากนิตยสารสารคดี ให้ความรู้เกี่ยวกับนิทรรศการที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรอย่างละเอียด ได้ความรู้ดีมาก ๆ
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 39089 ความเห็น (11)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ขอบ web นี้จัง
ผมได้ไปเที่ยวก็เพราะที่นี่แนะนำนะครับ
งั้นไปไม่ถูกแน่ ๆ อิอิอิ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ
ช่วยคุณเจ้าของเว็บตอบแบบสอบถามแล้วนะคะ แทนคำขอบคุณที่ช่วยเอาข้อมูลดี มาอัพเดทให้เราเสมอมาค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ชมเชยครับ
ไม่ทราบว่า การเขียนเนื้อหานี้ ทางเว็ปมีวิธีทำงานกันยังไงครับ แบบว่า ข้อมูลละเอียดมาก ผมติดตามไปเที่ยวอยู่เรื่อยๆ จากเว็บนี้ครับ ขอให้กำลังใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆ พาเราเที่ยวบ่อยๆ นะครับ
เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.