Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน ตะลุยแดนไดโนเสาร์

ตะลุยแดนไดโนเสาร์

 

พาเที่ยวชมในพิพิธภัณฑ์พอผ่าน ๆ ให้เห็นภาพว่ามีอะไรบ้าง ถ้าจะมาชมเองอยากให้เผื่อเวลาค่อย ๆ เดินชมกันอย่างไม่รีบร้อนอย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมง จะได้เก็บเกี่ยวความรู้กันได้เต็มอิ่ม

แล้วถ้าอยากขับรถมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรกัน ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ถ้านึกไม่ออกว่ากาฬสินธุ์อยู่ตรงไหน ต้องบอกว่าอยู่ติดกับขอนแก่นนี่เอง ถ้าวิ่งรถจากตัวขอนแก่นออกไปก็อีกราว 110 กม. ใช้เวลาเดินทางราวชั่วโมงครึ่ง

ถ้าขับรถมาจากกรุงเทพ ใช้ถนนมิตรภาพหรือทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านโคราชขึ้นมา ก่อนจะถึงตัวเมืองขอนแก่นจะมีทางเลี่ยงเมืองสำหรับวิ่งไปกาฬสินธุ์ได้

 

 


 

 

ให้วิ่งลอดใต้สะพานมาก่อน แล้วก็เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย

 

 


 

 

ทางจะพามาวนขึ้นสะพานที่เพิ่งลอดข้ามมา

 

 


 

 

พอเจอสะพานอันถัดไป ตอนลงสะพานต้องชิดซ้ายแล้ววิ่งตามป้ายกาฬสินธุ์ไป

 

 


 

 

ถนนสายนี้เป็นทางหลวงหมายเลข 209 เป็น 4 ช่องจราจร ถนนดีขับสบาย รถไม่เยอะ

 

 


 

 

จากนั้นก็ตรงไปอย่างเดียว มีอยู่แยกหนึ่งที่อาจจะงง ๆ ว่าไม่มีป้ายบอกว่าไปกาฬสินธุ์ทางไหน ให้เล็งป้าย อ.ยางตลาดวิ่งตรงผ่านแยกมาเลย

 

 


 

 

แล้วมาเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าทางหลวงหมายเลข 213

 

 


 

 

พอใกล้ๆ จะถึงตัวเมืองกาฬสินธุ์สังเกตว่าจะมีซุ้มของเทศบาลอย่างที่เห็น ถัดไปจะมีให้เลือกวิ่งทั้งเส้นเข้าเมืองกับเส้นเลี่ยงเมือง

 

 


 

 

ให้วิ่งเส้นเลี่ยงเมืองมา ป้ายจะชี้ว่าไปสกลนคร

 

 


 

 

เลยมาไม่ไกลจะมีแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายเข้ากาฬสินธุ์ตามป้าย (ทางหลวงหมายเลข 214)

 

 


 

 

เข้ามานิดเดียวจะเจอวงเวียน ให้ขับอ้อมวงเวียนแล้วเข้าช่องที่อยู่ข้างกับซุ้ม (ไม่ลอดซุ้ม) แล้วก็วิ่งตรงยาวไปเลย

 

 


 

 

ตรงผ่านทุกแยกไปเรื่อย

 

 


 

 

พอเจอสะพานลอยข้ามถนน

 

 


 

 

ถัดมาจะเป็นสามแยกที่ด้านขวามือเป็น ธ.ออมสิน

 

 


 

 

ตรงผ่านแยกนั้นไปก่อน แล้วเลยมานิดเดียว จะมีป้ายชี้บอกทางไปพิพิธภัณฑ์สิรินธร

 

 


 

 

ก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบุญกว้าง ปากทางจะเป็นร้านขายมอเตอร์ไซค์ชื่อ แสงตาวัน

 

 


 

 

แยกถัดมาจะมีป้ายชี้ไปพิพิธภัณฑ์ให้ตรงไป แต่ทางจะไม่ได้ตรงทีเดียวให้วิ่งเฉียง ๆ ไปทางขวา

 

 


 

 

แล้วจะเห็นป้ายบอกว่าพิพิธภัณฑ์อยู่ห่างออกไปอีก 30 กม.

 

 


 

 

ถนนสายนี้เป็นทางหลวงสาย 227 เป็นถนนสองเลน มุ่งหน้าไป อ.สหัสขันธ์

 

 


 

 

วิ่งตามถนนสายนี้มาประมาณ 4 กม. อย่าลืมสังเกตว่าต้องแยกซ้ายไป อ.สหัสขันธ์อีกที

 

 


 

 

ตรงนี้ถ้าไม่ทันสังเกตป้ายเอาไว้ โอกาสขับตรงเลยไปมีมาก เตือนกันไว้ว่าอย่าลืมเลี้ยวตรงนี้ด้วย

 

 


 

 

ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 2 กม.

ช่วงที่ใกล้ถึงเท่าที่ดูไม่มีป้ายบอกว่าถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว ถ้าขับรถมา พอเห็นจากหลัก กม. ว่าใกล้ถึง อ.สหัสขันธ์แล้ว ก็เล็งทางขวามือเอาไว้

 

 


 

 

แล้วก็วิ่งลอดซุ้มประตูวัดสักกะวันเข้ามาเลย

 

 


 

 

ทางจะโค้งขวามาหน่อย

 

 


 

 

พอถึงหน้าทางเข้าวัด ไม่ต้องเข้าไปที่ตัววัด ให้เลี้ยวขวาวิ่งเลียบไปอีกราว 500 ม. ก็จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ทางซ้ายมือ มีลานจอดรถตรงนี้ด้วย

 

 


 

 

จอดรถแล้วก็เดินตามป้ายไปเลย ทางเข้าจะต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของตัวอาคารก่อน

 

 


 

 

ส่วนถ้าจะแวะเที่ยวชมวิวกันในย่านนี้ แนะนำว่าวิ่งเลยจากทางเข้าวัดสักกะวันขึ้นไปราว 2 กม. จนสุดทางต้องเลือกเลี้ยวซ้ายขวาตรงนี้ ให้เลี้ยวมาทางซ้ายราว 1 กม.

 

 


 

 

ขวามือพอเห็นป้ายนี้ก็เลี้ยวตามทางขึ้นเขามา

 

 


 

 

ทางจะค่อนข้างแคบ ผิวทางชำรุดหน่อย ขับระวังกันสักนิด

 

 


 

 

จะชวนให้ขึ้นมากราบพระกันบนนี้

พระพุทธรูปเป็นพระปูนปั้น พุทธลักษณะงดงาม เห็นแล้วชื่นตาชื่นใจ

 

 


 

 

แล้วจะได้มาชมวิวมุมสูงของภูกุ่มข้าวที่เป็นแหล่งขุดพบซากกระดูกไดโนเสาร์ แล้วก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สิรินธร

 

 


 

 

ที่เที่ยวในย่านนี้อีกแห่งคือ เขื่อนลำปาว ตอนที่ขับรถออกจากตัวเมืองกาฬสินธุ์มุ่งหน้า อ.สหัสขันธ์ มาราว 18 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือไปเขื่อนลำปาว

 

 


 

 

ทางจะเป็นถนนราดยางสภาพพอใช้ได้ แต่ไหล่ทางจะแคบแล้วก็ไม่ค่อยเรียบ ทำให้จักรยานกับมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านต้องมาวิ่งบนผิวทางหลัก เวลาขับก็ระมัดระวังหน่อย

 

 


 

 

วิ่งรถเข้ามาประมาณ 5 กม. จะมีทางเข้า สวนสะออน ทางขวามือ

 

 


 

 

ข้างในจะมีสวนสัตว์เล็ก ๆ

 

 


 

 

บรรยากาศจะเหงา ๆ หน่อย แต่ถ้าพาเด็กมาเที่ยวอาจจะแวะมาชมสัตว์กันได้

 

 


 

 

ด้านหนึ่งของสวนสะออนจะติดกับชายน้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาว มีศาลาให้นั่งเล่น

 

 


 

 

ถ้าไม่แวะที่สวนสะออน วิ่งรถเลยต่อเข้าไปด้านในพอผ่านสันเขื่อนที่อยู่ทางขวามือ แล้วข้ามสะพานไปสักหน่อย

 

 


 

 

ตรงที่ทางมาเชื่อมกับถนนที่วิ่งขึ้นสันเขื่อน ด้านขวาตรงนั้นจะมีทางเข้า หาดดอกเกด

 

 


 

 

วิ่งรถเข้ามาด้านในจะเห็นซุ้มขายอาหารเรียงรายกันอยู่

 

 


 

 

ที่นี่จะเป็นร้านอาหารพวกปลาเผา ไก่ย่าง ส้มตำ สังเกตว่าจะไม่มีที่นั่งกินกันที่ร้าน

 

 


 

 

จอดรถแล้วต้องเดินตามทางเดินเข้าไปอีกหน่อย

 

 


 

 

แล้วจะมีลานกว้างริมอ่างเก็บน้ำลำปาว ให้ปูเสื่อนั่งรับลมกินข้าวกินปลากัน

 

 


 

 

ที่นี่เป็นแหล่งตากอากาศของชาวบ้านย่านนี้ อารมณ์ได้ไปเที่ยวชายทะเล

 

 


 

 

จะมานั่งหามุมร่ม ๆ ปูเสื่อสั่งอาหารมาทานกันก็ได้ เสื่อบริการฟรี ถ้าสั่งอาหารกับเจ้าไหน เขาจะตามเอาเสื่อมาปูให้

 

 


 

 

ถ้าอยากได้ร้านอาหารบรรยากาศริมน้ำสบาย ๆ ก่อนจะข้ามสะพานที่วิ่งมาทางหาดดอกเกด สังเกตเห็นป้าย ลำปาวรีสอร์ท ก็เลี้ยวตามป้ายมา

 

 


 

 

ที่นี่จะมีร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศสไตล์อีสานหน่อยคือไม่ต้องมีโต๊ะเก้าอี้ ปูเสื่อล้อมวงกันได้เลย มีทั้งแบบศาลาด้านบน กับที่เป็นแพในน้ำ

เมนูก็เป็นพวก ลาบ ส้มตำ ปลานึ่ง ปลาเผา ต้มยำ หรือจะเป็นพวกทอด ๆ

 

 


 

 

แบบนี้ก็น่าสบายดี กินอิ่ม ๆ เสร็จแล้วอาจจะเอนหลังงีบสักพักยังได้

 

 


 

 

ทางลงไปที่ซุ้ม

 

 


 

 

ถ้าไม่ถนัดนั่งกับพื้นก็มีชุดม้าหินอยู่ชุดนึงให้นั่งกัน

 

 


 

 

ที่นี่มีบริการบ้านพักด้วย หลังใหญ่ 2 ห้องนอนคืนละ 600 บาท

 

 


 

 

หลังเล็ก 300 บาท

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.