| ตะลุยแดนไดโนเสาร์ |
|
หน้า 4 จาก 6
พาเที่ยวชมในพิพิธภัณฑ์พอผ่าน ๆ ให้เห็นภาพว่ามีอะไรบ้าง ถ้าจะมาชมเองอยากให้เผื่อเวลาค่อย ๆ เดินชมกันอย่างไม่รีบร้อนอย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมง จะได้เก็บเกี่ยวความรู้กันได้เต็มอิ่ม แล้วถ้าอยากขับรถมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธรกัน ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ถ้านึกไม่ออกว่ากาฬสินธุ์อยู่ตรงไหน ต้องบอกว่าอยู่ติดกับขอนแก่นนี่เอง ถ้าวิ่งรถจากตัวขอนแก่นออกไปก็อีกราว 110 กม. ใช้เวลาเดินทางราวชั่วโมงครึ่ง ถ้าขับรถมาจากกรุงเทพ ใช้ถนนมิตรภาพหรือทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านโคราชขึ้นมา ก่อนจะถึงตัวเมืองขอนแก่นจะมีทางเลี่ยงเมืองสำหรับวิ่งไปกาฬสินธุ์ได้
ให้วิ่งลอดใต้สะพานมาก่อน แล้วก็เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย
ทางจะพามาวนขึ้นสะพานที่เพิ่งลอดข้ามมา
พอเจอสะพานอันถัดไป ตอนลงสะพานต้องชิดซ้ายแล้ววิ่งตามป้ายกาฬสินธุ์ไป
ถนนสายนี้เป็นทางหลวงหมายเลข 209 เป็น 4 ช่องจราจร ถนนดีขับสบาย รถไม่เยอะ
จากนั้นก็ตรงไปอย่างเดียว มีอยู่แยกหนึ่งที่อาจจะงง ๆ ว่าไม่มีป้ายบอกว่าไปกาฬสินธุ์ทางไหน ให้เล็งป้าย อ.ยางตลาดวิ่งตรงผ่านแยกมาเลย
แล้วมาเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าทางหลวงหมายเลข 213
พอใกล้ๆ จะถึงตัวเมืองกาฬสินธุ์สังเกตว่าจะมีซุ้มของเทศบาลอย่างที่เห็น ถัดไปจะมีให้เลือกวิ่งทั้งเส้นเข้าเมืองกับเส้นเลี่ยงเมือง
ให้วิ่งเส้นเลี่ยงเมืองมา ป้ายจะชี้ว่าไปสกลนคร
เลยมาไม่ไกลจะมีแยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายเข้ากาฬสินธุ์ตามป้าย (ทางหลวงหมายเลข 214)
เข้ามานิดเดียวจะเจอวงเวียน ให้ขับอ้อมวงเวียนแล้วเข้าช่องที่อยู่ข้างกับซุ้ม (ไม่ลอดซุ้ม) แล้วก็วิ่งตรงยาวไปเลย
ตรงผ่านทุกแยกไปเรื่อย
พอเจอสะพานลอยข้ามถนน
ถัดมาจะเป็นสามแยกที่ด้านขวามือเป็น ธ.ออมสิน
ตรงผ่านแยกนั้นไปก่อน แล้วเลยมานิดเดียว จะมีป้ายชี้บอกทางไปพิพิธภัณฑ์สิรินธร
ก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบุญกว้าง ปากทางจะเป็นร้านขายมอเตอร์ไซค์ชื่อ แสงตาวัน
แยกถัดมาจะมีป้ายชี้ไปพิพิธภัณฑ์ให้ตรงไป แต่ทางจะไม่ได้ตรงทีเดียวให้วิ่งเฉียง ๆ ไปทางขวา
แล้วจะเห็นป้ายบอกว่าพิพิธภัณฑ์อยู่ห่างออกไปอีก 30 กม.
ถนนสายนี้เป็นทางหลวงสาย 227 เป็นถนนสองเลน มุ่งหน้าไป อ.สหัสขันธ์
วิ่งตามถนนสายนี้มาประมาณ 4 กม. อย่าลืมสังเกตว่าต้องแยกซ้ายไป อ.สหัสขันธ์อีกที
ตรงนี้ถ้าไม่ทันสังเกตป้ายเอาไว้ โอกาสขับตรงเลยไปมีมาก เตือนกันไว้ว่าอย่าลืมเลี้ยวตรงนี้ด้วย
ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 2 กม. ช่วงที่ใกล้ถึงเท่าที่ดูไม่มีป้ายบอกว่าถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว ถ้าขับรถมา พอเห็นจากหลัก กม. ว่าใกล้ถึง อ.สหัสขันธ์แล้ว ก็เล็งทางขวามือเอาไว้
แล้วก็วิ่งลอดซุ้มประตูวัดสักกะวันเข้ามาเลย
ทางจะโค้งขวามาหน่อย
พอถึงหน้าทางเข้าวัด ไม่ต้องเข้าไปที่ตัววัด ให้เลี้ยวขวาวิ่งเลียบไปอีกราว 500 ม. ก็จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ทางซ้ายมือ มีลานจอดรถตรงนี้ด้วย
จอดรถแล้วก็เดินตามป้ายไปเลย ทางเข้าจะต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของตัวอาคารก่อน
ส่วนถ้าจะแวะเที่ยวชมวิวกันในย่านนี้ แนะนำว่าวิ่งเลยจากทางเข้าวัดสักกะวันขึ้นไปราว 2 กม. จนสุดทางต้องเลือกเลี้ยวซ้ายขวาตรงนี้ ให้เลี้ยวมาทางซ้ายราว 1 กม.
ขวามือพอเห็นป้ายนี้ก็เลี้ยวตามทางขึ้นเขามา
ทางจะค่อนข้างแคบ ผิวทางชำรุดหน่อย ขับระวังกันสักนิด
จะชวนให้ขึ้นมากราบพระกันบนนี้ พระพุทธรูปเป็นพระปูนปั้น พุทธลักษณะงดงาม เห็นแล้วชื่นตาชื่นใจ
แล้วจะได้มาชมวิวมุมสูงของภูกุ่มข้าวที่เป็นแหล่งขุดพบซากกระดูกไดโนเสาร์ แล้วก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สิรินธร
ที่เที่ยวในย่านนี้อีกแห่งคือ เขื่อนลำปาว ตอนที่ขับรถออกจากตัวเมืองกาฬสินธุ์มุ่งหน้า อ.สหัสขันธ์ มาราว 18 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือไปเขื่อนลำปาว
ทางจะเป็นถนนราดยางสภาพพอใช้ได้ แต่ไหล่ทางจะแคบแล้วก็ไม่ค่อยเรียบ ทำให้จักรยานกับมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านต้องมาวิ่งบนผิวทางหลัก เวลาขับก็ระมัดระวังหน่อย
วิ่งรถเข้ามาประมาณ 5 กม. จะมีทางเข้า สวนสะออน ทางขวามือ
ข้างในจะมีสวนสัตว์เล็ก ๆ
บรรยากาศจะเหงา ๆ หน่อย แต่ถ้าพาเด็กมาเที่ยวอาจจะแวะมาชมสัตว์กันได้
ด้านหนึ่งของสวนสะออนจะติดกับชายน้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาว มีศาลาให้นั่งเล่น
ถ้าไม่แวะที่สวนสะออน วิ่งรถเลยต่อเข้าไปด้านในพอผ่านสันเขื่อนที่อยู่ทางขวามือ แล้วข้ามสะพานไปสักหน่อย
ตรงที่ทางมาเชื่อมกับถนนที่วิ่งขึ้นสันเขื่อน ด้านขวาตรงนั้นจะมีทางเข้า หาดดอกเกด
วิ่งรถเข้ามาด้านในจะเห็นซุ้มขายอาหารเรียงรายกันอยู่
ที่นี่จะเป็นร้านอาหารพวกปลาเผา ไก่ย่าง ส้มตำ สังเกตว่าจะไม่มีที่นั่งกินกันที่ร้าน
จอดรถแล้วต้องเดินตามทางเดินเข้าไปอีกหน่อย
แล้วจะมีลานกว้างริมอ่างเก็บน้ำลำปาว ให้ปูเสื่อนั่งรับลมกินข้าวกินปลากัน
ที่นี่เป็นแหล่งตากอากาศของชาวบ้านย่านนี้ อารมณ์ได้ไปเที่ยวชายทะเล
จะมานั่งหามุมร่ม ๆ ปูเสื่อสั่งอาหารมาทานกันก็ได้ เสื่อบริการฟรี ถ้าสั่งอาหารกับเจ้าไหน เขาจะตามเอาเสื่อมาปูให้
ถ้าอยากได้ร้านอาหารบรรยากาศริมน้ำสบาย ๆ ก่อนจะข้ามสะพานที่วิ่งมาทางหาดดอกเกด สังเกตเห็นป้าย ลำปาวรีสอร์ท ก็เลี้ยวตามป้ายมา
ที่นี่จะมีร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศสไตล์อีสานหน่อยคือไม่ต้องมีโต๊ะเก้าอี้ ปูเสื่อล้อมวงกันได้เลย มีทั้งแบบศาลาด้านบน กับที่เป็นแพในน้ำ เมนูก็เป็นพวก ลาบ ส้มตำ ปลานึ่ง ปลาเผา ต้มยำ หรือจะเป็นพวกทอด ๆ
แบบนี้ก็น่าสบายดี กินอิ่ม ๆ เสร็จแล้วอาจจะเอนหลังงีบสักพักยังได้
ทางลงไปที่ซุ้ม
ถ้าไม่ถนัดนั่งกับพื้นก็มีชุดม้าหินอยู่ชุดนึงให้นั่งกัน
ที่นี่มีบริการบ้านพักด้วย หลังใหญ่ 2 ห้องนอนคืนละ 600 บาท
หลังเล็ก 300 บาท
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.