| ตะลุยแดนไดโนเสาร์ |
|
หน้า 2 จาก 6
ระหว่างทางก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 3 กม. จะมี พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ให้แวะชมอีกแห่ง ถ้ามาช่วงเช้า แนะนำให้แวะไปเดินดูหลุมขุดค้นกันก่อนที่แดดจะแรง แต่ถ้ามาช่วงบ่ายอาจจะแวะที่พิพิธภัณฑ์ก่อน พอแดดอ่อนแสงลงค่อยขึ้นไปดูหลุมขุดกันอีกที ที่นี่เปิดให้ชมกันทุกวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
บรรยากาศที่หน้าทางเข้า
ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม เพียงแต่แวะไปลงทะเบียนกันหน่อย
แล้วก็เดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์เข้าไปชมในตัวพิพิธภัณฑ์กัน
ส่วนแรกจะบอกเล่าเรื่องราวการก่อเกิดขึ้นของจักรวาล และโลก
ความรู้ด้านธรณีวิทยา บวกกับ ฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตที่ขุดพบ ทำให้เราเห็นภาพการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตก่อนที่จะเกิดมีมนุษย์คนแรกบนโลกใบนี้ แล้วก็ถูกสรุปย่อไว้บนแผนภูมินี้ ที่แสดงถึงช่วงเวลาในอดีตที่สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เกิดขึ้น มีเทคนิคว่าตอนไปอ่านต้องอ่านจากด้านขวาไปซ้าย
หินชนิดต่าง ๆ ที่จัดแสดงอยู่ พอเราศึกษาแล้วรู้ว่าหินแต่ละชนิดเกิดขึ้นในยุคไหน ก็ทำให้เราคาดคะเนอายุของฟอสซิลที่พบบนชั้นหินนั้น ๆ ได้
อันนี้จะบอกให้เรารู้ว่า ไดโนเสาร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ อาจจะคุ้น ๆ กับที่เล่าว่ามีแบบกินพืช แบบกินสัตว์ แต่ที่จริงนักวิทยาศาสตร์จะแบ่งตามลักษณะของกระดูกเชิงกราน ว่ามีลักษณะเป็นแบบสัตว์เลื้อยคลาน หรือแบบนก
ภาพถ่ายหลุมขุดค้นที่ภูเวียงนี่เอง อยากบอกว่าถึงจะเห็นภาพหลุมขุดค้นได้ง่าย ๆ จากเรื่องที่เล่ามาหรือแวะมาดูนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์นี้ แต่ถ้าพาเด็ก ๆ มาเที่ยวอย่าได้พลาดพาเขาไปเดินให้ถึงหลุมขุดของจริงเชียว การได้เดินเข้าไปสัมผัสกับหลุมขุดค้นจริง ๆ ที่พบฟอลซิสไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกในเมืองไทย จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและอาจเป็นประสบการณ์ประทับใจเขาไปอีกนาน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเหนื่อยเดินกับร้อนแดดหน่อย แต่การเพาะต้นกล้าดีก็ต้องลงแรงกันหน่อย ว่าไหม
ตรงนี้เป็นส่วนห้องทำงานของนักโบราณชีววิทยา ที่จะเอากระดูกไดโนเสาร์ที่พบมาทำความสะอาด ซ่อมแซมให้สมบูรณ์ เพื่อใช้ในการศึกษาต่อไป
ภาพพิมพ์รอยเท้าไดโนเสาร์ที่พบที่ภูเวียง
ตรงนี้เป็นกระดูกจำลองที่พบที่หลุมขุดค้นที่ 1 ที่พบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก คือ ภูเวียงโกซอรัส เอามาประกอบให้ดูว่าเป็นกระดูกส่วนไหนกันบ้าง
ถ้าได้เจอกันจัง ๆ ก็สูงท่วมหัวคนเราอย่างนี้
ส่วนอีกตัวที่เป็นประติมากรรม เป็นเจ้า สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ไดโนเสาร์กินเนื้อ ต้นตระกูลของทีเร็กซ์ ที่ขุดพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดนี้ได้ครั้งแรกที่หลุมขุดค้นที่ 9
ห้องถัดไปจะเป็นหุ่นจำลองไดโนเสาร์ที่จัดฉากสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในป่า ให้เด็ก ๆ ได้ไปตื่นเต้นถ่ายรูปกัน
แฮ่!! เดินระวัง ๆ กันด้วย อย่าออกนอกรั้วเดี๋ยวถูกไดโนเสาร์กัดเอาได้ (ฮา)
ไดโนเสาร์ไม่ได้มีแต่ตัวโต ๆ เท่านั้น ตัวเล็กเท่าไก่อย่างนี้ก็มีเหมือนกัน ที่ว่าพบชิ้นส่วนกระดูกปนอยู่ในหลุมขุดค้นที่ 1
หน้าตายังกับจระเข้อย่างนี้เป็น คือ สยามโมซอรัส สุธีธรนิ พวกนี้กินปลาเป็นอาหาร สังเกตจากชื่อก็พอเดาได้ว่าชื่อไทย ๆ อย่างนี้ ต้องพบครั้งแรกในเมืองไทยนี่เอง ส่วน สุธีธร ตั้งเพื่อเป็นเกียรติกับ ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ของเมืองไทย แห่งกรมทรัพยากรธรณี
ถ้าเด็ก ๆ มาเที่ยวชมแล้วเกิดอยากเป็นนักธรณีวิทยาขึ้นมา ลองแวะไปดูเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องหัดใช้ให้เป็นเอาไว้
ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปที่ร้านของที่ระลึก
ย่ามลายไดโนเสาร์ก็มี
พวงกุญแจสารพัดไดโนเสาร์ อย่าแปลกใจถ้าเด็ก ๆ จะสามารถเรียกชื่อที่จำยากของไดโนเสาร์พวกนี้ได้
ที่พิพิธภัณฑ์มีที่ทางของร้านอาหารอยู่ด้วย แต่อาจจะเพราะคนมาไม่มากนัก ร้านอาหารเลยไม่ได้เปิดให้บริการ มีแต่ร้านเครื่องดื่มกับขนมของว่าง
ร้านอาหารแนะนำในย่านนี้คงต้องเป็นแถวสามแยกบนถนนทางหลวงสาย 12 ที่จะเลี้ยวแยกเข้ามา อ.ภูเวียง เลี้ยวมาแล้วจะมีแผงขายไก่ย่างส้มตำเรียงรายอยู่หลายร้านทั้งสองฝั่งถนน อาจจะซื้อแล้วหิ้วมาอาศัยโต๊ะเก้าอี้ที่พิพิธภัณฑ์มีไว้นั่งเปิบกัน แต่ก่อนกลับก็อย่าลืมเก็บกวาดเศษอาหารลงถังให้เรียบร้อย เพราะกระดูกไก่คงไม่ทำให้คนที่นี่ตื่นเต้นดีใจได้เหมือนเจอกระดูกไดโนเสาร์แน่
สำหรับการเดินทางมาที่ อช.ภูเวียง และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ทั้งสองแห่งจะอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 80 กว่า กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. ตอนมาจากขอนแก่นให้ใช้ทางหลวงสาย 12 ที่วิ่งผ่านทางเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นกับสนามบินขอนแก่น มุ่งหน้าไปทาง อ.ชุมแพ
วิ่งมาประมาณ 46 กม. จะมีทางแยกขวาเข้าไป อ.ภูเวียง
เลี้ยวมาแล้วจะเป็นทางหลวงสาย 2038 เป็นทางลาดยางแบบ 2 ช่องจราจร
พอวิ่งผ่านย่านชุมชนที่ตัวอำเภอภูเวียง ก็ให้ตรงเลยต่อไปเรื่อยไม่ต้องเลี้ยวไหน
วิ่งมาเรื่อย ๆ พอมาเจอทางโค้งขวาหักศอกตรงนี้
เลยมาหน่อยข้างหน้าจะมีทางแยกซ้าย มีป้ายบอกทางไว้ชัดเจน
จากนั้นก็จะมีป้ายบอกทางเลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ก็วิ่งตามป้ายไป
แล้วก็จะมาถึงที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงก่อน เลยต่อไปอีกราว 3 กม.ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.