Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน ตะลุยแดนไดโนเสาร์

ตะลุยแดนไดโนเสาร์

 

ระหว่างทางก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 3 กม. จะมี พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ให้แวะชมอีกแห่ง

ถ้ามาช่วงเช้า แนะนำให้แวะไปเดินดูหลุมขุดค้นกันก่อนที่แดดจะแรง แต่ถ้ามาช่วงบ่ายอาจจะแวะที่พิพิธภัณฑ์ก่อน พอแดดอ่อนแสงลงค่อยขึ้นไปดูหลุมขุดกันอีกที

ที่นี่เปิดให้ชมกันทุกวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

 

 


 

 

บรรยากาศที่หน้าทางเข้า

 

 


 

 

ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม เพียงแต่แวะไปลงทะเบียนกันหน่อย

 

 


 

 

แล้วก็เดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์เข้าไปชมในตัวพิพิธภัณฑ์กัน

 

 


 

 

ส่วนแรกจะบอกเล่าเรื่องราวการก่อเกิดขึ้นของจักรวาล และโลก

 

 


 

 

ความรู้ด้านธรณีวิทยา บวกกับ ฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตที่ขุดพบ ทำให้เราเห็นภาพการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตก่อนที่จะเกิดมีมนุษย์คนแรกบนโลกใบนี้  แล้วก็ถูกสรุปย่อไว้บนแผนภูมินี้ ที่แสดงถึงช่วงเวลาในอดีตที่สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ เกิดขึ้น

มีเทคนิคว่าตอนไปอ่านต้องอ่านจากด้านขวาไปซ้าย

 

 


 

 

หินชนิดต่าง ๆ ที่จัดแสดงอยู่

พอเราศึกษาแล้วรู้ว่าหินแต่ละชนิดเกิดขึ้นในยุคไหน ก็ทำให้เราคาดคะเนอายุของฟอสซิลที่พบบนชั้นหินนั้น ๆ ได้

 

 


 

 

อันนี้จะบอกให้เรารู้ว่า ไดโนเสาร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่

อาจจะคุ้น ๆ กับที่เล่าว่ามีแบบกินพืช แบบกินสัตว์ แต่ที่จริงนักวิทยาศาสตร์จะแบ่งตามลักษณะของกระดูกเชิงกราน ว่ามีลักษณะเป็นแบบสัตว์เลื้อยคลาน หรือแบบนก

 

 


 

 

ภาพถ่ายหลุมขุดค้นที่ภูเวียงนี่เอง

อยากบอกว่าถึงจะเห็นภาพหลุมขุดค้นได้ง่าย ๆ จากเรื่องที่เล่ามาหรือแวะมาดูนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์นี้ แต่ถ้าพาเด็ก ๆ มาเที่ยวอย่าได้พลาดพาเขาไปเดินให้ถึงหลุมขุดของจริงเชียว

การได้เดินเข้าไปสัมผัสกับหลุมขุดค้นจริง ๆ ที่พบฟอลซิสไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกในเมืองไทย จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและอาจเป็นประสบการณ์ประทับใจเขาไปอีกนาน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเหนื่อยเดินกับร้อนแดดหน่อย แต่การเพาะต้นกล้าดีก็ต้องลงแรงกันหน่อย ว่าไหม

 

 


 

 

ตรงนี้เป็นส่วนห้องทำงานของนักโบราณชีววิทยา ที่จะเอากระดูกไดโนเสาร์ที่พบมาทำความสะอาด ซ่อมแซมให้สมบูรณ์ เพื่อใช้ในการศึกษาต่อไป

 

 


 

 

ภาพพิมพ์รอยเท้าไดโนเสาร์ที่พบที่ภูเวียง

 

 


 

 

ตรงนี้เป็นกระดูกจำลองที่พบที่หลุมขุดค้นที่ 1 ที่พบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก คือ ภูเวียงโกซอรัส เอามาประกอบให้ดูว่าเป็นกระดูกส่วนไหนกันบ้าง

 

 


 

 

ถ้าได้เจอกันจัง ๆ ก็สูงท่วมหัวคนเราอย่างนี้

 

 


 

 

ส่วนอีกตัวที่เป็นประติมากรรม เป็นเจ้า สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ไดโนเสาร์กินเนื้อ ต้นตระกูลของทีเร็กซ์ ที่ขุดพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดนี้ได้ครั้งแรกที่หลุมขุดค้นที่ 9

 

 


 

 

ห้องถัดไปจะเป็นหุ่นจำลองไดโนเสาร์ที่จัดฉากสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในป่า ให้เด็ก ๆ ได้ไปตื่นเต้นถ่ายรูปกัน

 

 


 

 

แฮ่!!

เดินระวัง ๆ กันด้วย อย่าออกนอกรั้วเดี๋ยวถูกไดโนเสาร์กัดเอาได้ (ฮา)

 

 


 

 

ไดโนเสาร์ไม่ได้มีแต่ตัวโต ๆ เท่านั้น ตัวเล็กเท่าไก่อย่างนี้ก็มีเหมือนกัน

ที่ว่าพบชิ้นส่วนกระดูกปนอยู่ในหลุมขุดค้นที่ 1

 

 


 

 

หน้าตายังกับจระเข้อย่างนี้เป็น คือ สยามโมซอรัส สุธีธรนิ พวกนี้กินปลาเป็นอาหาร

สังเกตจากชื่อก็พอเดาได้ว่าชื่อไทย ๆ อย่างนี้ ต้องพบครั้งแรกในเมืองไทยนี่เอง ส่วน สุธีธร ตั้งเพื่อเป็นเกียรติกับ ดร.วราวุธ สุธีธร ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ของเมืองไทย แห่งกรมทรัพยากรธรณี

 

 


 

 

ถ้าเด็ก ๆ มาเที่ยวชมแล้วเกิดอยากเป็นนักธรณีวิทยาขึ้นมา ลองแวะไปดูเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องหัดใช้ให้เป็นเอาไว้

 

 


 

 

ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปที่ร้านของที่ระลึก

 

 


 

 

ย่ามลายไดโนเสาร์ก็มี

 

 


 

 

พวงกุญแจสารพัดไดโนเสาร์

อย่าแปลกใจถ้าเด็ก ๆ จะสามารถเรียกชื่อที่จำยากของไดโนเสาร์พวกนี้ได้

 

 


 

 

ที่พิพิธภัณฑ์มีที่ทางของร้านอาหารอยู่ด้วย แต่อาจจะเพราะคนมาไม่มากนัก ร้านอาหารเลยไม่ได้เปิดให้บริการ มีแต่ร้านเครื่องดื่มกับขนมของว่าง

 

 


 

 

ร้านอาหารแนะนำในย่านนี้คงต้องเป็นแถวสามแยกบนถนนทางหลวงสาย 12 ที่จะเลี้ยวแยกเข้ามา อ.ภูเวียง เลี้ยวมาแล้วจะมีแผงขายไก่ย่างส้มตำเรียงรายอยู่หลายร้านทั้งสองฝั่งถนน อาจจะซื้อแล้วหิ้วมาอาศัยโต๊ะเก้าอี้ที่พิพิธภัณฑ์มีไว้นั่งเปิบกัน

แต่ก่อนกลับก็อย่าลืมเก็บกวาดเศษอาหารลงถังให้เรียบร้อย เพราะกระดูกไก่คงไม่ทำให้คนที่นี่ตื่นเต้นดีใจได้เหมือนเจอกระดูกไดโนเสาร์แน่

 

 


 

 

สำหรับการเดินทางมาที่ อช.ภูเวียง และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

ทั้งสองแห่งจะอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 80 กว่า กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.

ตอนมาจากขอนแก่นให้ใช้ทางหลวงสาย 12 ที่วิ่งผ่านทางเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นกับสนามบินขอนแก่น มุ่งหน้าไปทาง อ.ชุมแพ

 

 


 

 

วิ่งมาประมาณ 46 กม. จะมีทางแยกขวาเข้าไป อ.ภูเวียง

 

 


 

 

เลี้ยวมาแล้วจะเป็นทางหลวงสาย 2038 เป็นทางลาดยางแบบ 2 ช่องจราจร

 

 


 

 

พอวิ่งผ่านย่านชุมชนที่ตัวอำเภอภูเวียง ก็ให้ตรงเลยต่อไปเรื่อยไม่ต้องเลี้ยวไหน

 

 


 

 

วิ่งมาเรื่อย ๆ พอมาเจอทางโค้งขวาหักศอกตรงนี้

 

 


 

 

เลยมาหน่อยข้างหน้าจะมีทางแยกซ้าย มีป้ายบอกทางไว้ชัดเจน

 

 


 

 

จากนั้นก็จะมีป้ายบอกทางเลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ก็วิ่งตามป้ายไป

 

 


 

 

แล้วก็จะมาถึงที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงก่อน เลยต่อไปอีกราว 3 กม.ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.