| ตะลุยแดนไดโนเสาร์ |
|
หน้า 1 จาก 6 ตัวพิพิธภัณฑ์สิรินธรตั้งอยู่ที่กาฬสินธุ์ หลายคนที่สนใจจะมาเที่ยวชมฟังแล้วอาจรู้สึกว่าอยู่ไกลจัง แต่ที่มาตั้งที่นี่ก็มีความหมาย เพราะตรงนี้เป็นหลุมขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญอยู่ในบริเวณวัดสักกะวัน ที่พบชิ้นส่วนกระดูกมากถึงเกือบ 700 ชิ้น ส่วนที่ขอนแก่นจังหวัดที่อยู่ติดกัน ยังน่าสนใจอีกที่เป็นแหล่งขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นแห่งแรกในเมืองไทย ทริปนี้ก็เลยจะชวนให้อุ้มลูกจูงหลานกระเตงกันไปลุยแดนไดโนเสาร์ในถิ่นอีสานกัน แวะไปที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่นกันก่อน ไปดูหลุมขุดค้นหลุมแรกที่ทำให้เรารู้ว่าพื้นที่แถบอีสานนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของไดโนเสาร์มาก่อน แล้วค่อยไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ที่จัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ด้วยสื่อและรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัย น่าตื่นตาตื่นใจ แน่นอนว่าเตรียมข้อมูลของสถานที่ การเดินทาง ที่พัก แหล่งกินกันไว้ให้พร้อม เหลือเพียงคุณจะหาวันว่างและออกเดินทางกัน
ก่อนหน้านี้เราอาจไม่เคยรู้ว่า ดินแดนแถบอีสานแทบทั้งหมด เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของไดโนเสาร์มาก่อน จนกระทั่งเมื่อปี 2519 นักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ออกไปสำรวจแหล่งแร่ยูเรเนียมที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น แล้วก็ได้ไปพบกับฟอลซิลไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ในภาพจะแสดงถึงแนวการขุดเจาะหลุมเพื่อสำรวจแร่ในอดีต
ที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นก็คือ ฟอลซิลไดโนเสาร์ที่พบยังเป็นชนิดที่ไม่เคยพบที่ไหนในโลกมาก่อนอีกด้วย จนได้รับการตั้งชื่อว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ตามสถานที่ค้นพบ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพฯ ฟอสซิลที่พบมีอายุประมาณ 130 ล้านปี เป็นไดโนเสาร์ชนิดกินพืชเป็นอาหาร หรือที่เรียกว่า ซอโรพอด
เจ้าซอโรพอดที่ว่าก็หน้าตาออกแนวช้างผสมยีราฟประมาณนี้
หลังจากนั้นก็มีการขุดพบฟอลซิลไดโนเสาร์ได้อีกหลายแห่งในเขตภาคอีสาน ส่วนที่ภูเวียงเองก็มีอีกหลายหลุมขุด แต่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมกันได้มีอยู่ 4 หลุม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง ที่จะพามาเที่ยวชมกัน
มาถึงที่อุทยานแห่งชาติกันแล้ว ก็แวะเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานกันก่อน
อัตราค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท ส่วนเด็กคนละ 20 บาท ถ้าเป็นชาวต่างชาติ ค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
เลยเข้ามาก็จะเจอกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
แวะเข้ามาขอข้อมูลหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ที่จะเข้าไปดูก่อนได้ที่นี่ มีเจ้าหน้าที่อัธยาศัยดีคอยต้อนรับและให้ข้อมูลกันอยู่
แต่ละหลุมขุดค้นจะต้องจอดรถแล้วเดินเท้าต่อเข้าไป ขับรถเลยต่อขึ้นไปอีกราว 600 ม. จะถึงหน้าที่ทำการอุทยานฯ มีลานจอดรถอยู่ทางขวามือ ตรงนี้เป็นจุดเริ่มเดินเท้าไปที่หลุมขุดค้นที่ใกล้ที่สุดคือ หลุมขุดค้นที่ 3
จากลานจอดรถ ข้ามมาฝั่งตรงข้ามจะมีร้านค้าเล็ก ๆ อยู่
จุดเริ่มต้นเส้นทางจะอยู่ข้าง ๆ กับร้านค้า
เดินไปอีกไม่ไกล ราว 300 ม.
ถึงแล้วอาคารหลุมขุดค้นที่ 3
ซากฟอสซิลที่นี่ ยังไม่ทราบชนิดที่แน่ชัด
แต่ลักษณะของกระดูกคอที่พบ ทำให้ทราบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืช หรือ ซอโรพอด
ภาพบรรยากาศหลุมขุดสมัยแรก ๆ ก่อนที่จะมาสร้างเป็นอาคารถาวรอย่างเห็น
ข้าง ๆ กับหลุมขุดตรงนี้ จะมีทางเดินเท้าไปหลุดขุดแห่งอื่น ๆ ได้ด้วย เหมาะกับคนที่ชอบเดินเท้าเที่ยวป่าไปด้วย แต่ทางอุทยานแนะนำว่าควรเดินตั้งต้นจากหลุมขุดที่ 9 แล้วค่อยวนกลับลงมาที่หลุมที่ 3 ตรงนี้อีกที
เดินย้อนกลับมานั่งพักกันที่ร้านค้าก่อน
มีเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้เลือก ใครจะตุนซื้อติดรถไว้หน่อยก็ได้ เพราะหลุมขุดแห่งต่อไปจะไม่มีร้านค้าอย่างนี้แล้ว
ขับรถย้อนออกมาที่หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จะมีป้ายชี้ทางไปหลุมขุดที่ 1,2 แล้วก็ 9
ทางไปจะเป็นเส้นเดียวกับที่ไปลานกางเต็นท์ เป็นถนนลูกรังเรียบรถเก๋งวิ่งได้สบาย
วิ่งรถมาจะเจอทางแยกไปหลุมขุดค้นที่ 2 กับหลุมขุดค้นที่ 1 หลุมขุดอันหลังนี่เป็นหลุมไฮไลต์ควรเก็บไว้ดูปิดท้ายรายการไม่งั้นเดี๋ยวแห่งอื่นจะจืดไป เพราะงั้นแนะนำว่าให้เลยไปที่หลุมขุดค้นที่ 9 ถัดเข้าไปก่อน
ส่วนใครที่จะเลือกเดินเท้าไปชมทั้ง 4 หลุมขุดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม ให้เลยเข้าไปเริ่มเดินจากหลุมขุดที่ 9 อีกเหมือนกัน จอดรถกันแล้วก็เดินตามป้ายนี้เข้าไปเลย
ทางจะต้องเดินขึ้นเนินไป เส้นทางชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง
ใกล้จะถึงแล้ว
ตัวหลุมขุดจะเป็นอาคารกรุกระจกไว้โดยรอบ
ฟอสซิลที่พบเป็นส่วนของกระดูกสะโพกและท่อนหาง ของไดโนเสาร์ชนิดกินเนื้อ ที่พบที่นี่เป็นครั้งแรกของโลก ก็เลยได้รับการตั้งชื่อว่า สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส
ที่สำคัญคือเจ้าของฟอสซิลตัวนี้ จากการศึกษาก็เชื่อว่าจะเป็นต้นตระกูลของเจ้าทีเร็กซ์ หรือ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากหนังเรื่องจูราสสิกพาร์ค แต่ว่าเจ้าตัวนี้จะมีขนาดเล็กกว่ากันราวครึ่งหนึ่ง ดูแล้วเจ้าพวกกินเนื้อก็จะหน้าตาดุร้ายหน่อย ไม่ดูใจดีเหมือนพวกซอโรพอด (หุ่นจำลองที่เห็น จะยืนโชว์ตัวกันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง)
ถ้าใครชอบเดินเทรลหรือเส้นทางในป่า สามารถให้รถมาส่งลงที่ทางเข้าหลุมขุดค้นที่ 9 นี้ จากที่นี่จะมีทางเดินเท้าแวะไปชมหลุมขุดค้นแห่งอื่น ๆ คือหลุมที่ 2 หลุมที่ 1 แล้วก็ไปสุดทางที่หลุมที่ 3 ส่วนรถสามารถย้อนไปจอดรอรับอยู่ที่หน้าที่ทำการอุทยานฯ ที่มีร้านค้าอย่างที่แนะนำไปก่อนหน้า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินเที่ยวที่ทางอุทยานแนะนำไว้ เพราะเดินชมได้ครบและช่วงที่ชันคือช่วงลงมาที่หลุมขุดค้นที่ 3 ก็จะเป็นทางลง ทำให้ไม่เหนื่อยเกินไป ลงมาถึงก็มีร้านน้ำให้นั่งพักดื่มน้ำดื่มท่าอยู่พอดีอีกด้วย ระยะทางเดินก็ประมาณ 2.55 กม. ส่วนถ้าไม่นิยมเดินมาก ก็ขับรถย้อนกลับมาแวะไปชมหลุมขุดค้นที่ 2 กับหลุมขุดค้นที่ 1 ที่เลยผ่านมาต่อ
ทางช่วงนี้จะมีบางช่วงเป็นทางชันสักนิด เพราะงั้นถนนก็อาจจะไม่ราบเรียบไปบ้าง แต่รถเก๋งก็ยังวิ่งผ่านกันมาได้สบาย ๆ
จอดรถแล้ว ก็ไปที่หลุมขุดอันต่อไปกัน
หลุมนี้ต้องออกแรงเดินขึ้นบันได 80 ขั้นกันหน่อย
แต่ระหว่างทางเดินก็มีป้ายให้ความรู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไดโนเสาร์ให้อ่านกันเพลิน ๆ
ที่หลุมขุดค้นที่ 2 ตรงนี้ สมเด็จพระเทพฯ และสมเด็จพระพี่นางฯ ได้เคยเสด็จมาทอดพระเนตรฟอลซิสไดโนเสาร์ที่นี่ด้วย
ที่นี่จะพบเป็นกระดูกส่วนคอของไดโนเสาร์ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่
ถ้าที่หลุมนี้ดูแล้วเกิดความรู้สึกว่าไม่อลังการเท่าไหร่ ให้รีบเดินต่อขึ้นไปหลุมขุดค้นที่ 1 ที่อยู่ถัดขึ้นไป
ที่หลุมขุดค้นที่ 1 นี้จะเห็นว่ามีฟอลซิสไดโนเสาร์อยู่หลายชิ้น แล้วที่สำคัญที่สุดคือ ฟอลซิสไดโนเสาร์ถูกขุดพบที่นี่เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ชิ้นส่วนกระดูกที่พบที่นี่มีกระจัดกระจายอยู่หลายชิ้น เป็นของไดโนเสาร์ภูเวียง แล้วยังมีไดโนเสาร์กินเนื้ออีกชนิดที่ตัวขนาดเดียวกับไก่ ที่ชื่อว่า เทอโรพอด
ตรงนี้แสดงภาพถ่ายของฟอลซิสที่พบทีแรก กับบอกให้รู้ว่าชิ้นส่วนกระดูกที่พบเป็นส่วนไหนของไดโนเสาร์กันบ้าง
เดินมาเหนื่อย ๆ ถ้าอยากหาที่นั่งพัก เลยขึ้นไปจะมีศาลาให้นั่งพักผ่อน
แต่ถ้าอยากได้วิวสวย ๆ เดินเลยต่อไปอีกนิดจะมีศาลาอีกหลัง อยู่บนยอดสูงสุดที่เป็นจุดชมวิว
มุมหนึ่งบนศาลาชมวิว ลมเย็นสบายทีเดียว ใครมีขนมน้ำท่าขึ้นมากินกัน ก็อย่าลืมเก็บขยะกลับไปทิ้งในตัวเมืองกันด้วย จะได้เป็นอีกแรงที่ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมในป่าที่เหลืออยู่แสนน้อยแล้ว
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.