| เชียงคาน |
|
หน้า 2 จาก 3
ว่าแต่ไปเที่ยวเมืองไหน แนะนำว่าอย่าพลาดไปเดินเที่ยวตลาดเช้ากัน
นอกจากจะไปหาของกินให้อิ่มท้องแล้ว ยังได้เห็นว่าคนท้องถิ่นเขากินอะไรกันยังไง
ปลาสด ๆ
ส่วนตรงนี้เป็นปลาร้า ส่วนประกอบสำคัญของอาหารอีสาน
สภากาแฟก่อตัวขึ้นได้แถว ๆ นี้ให้พบปะเจอหน้าเจอตาคุยกัน ต่างกับร้านกาแฟในเมืองกรุงที่ต่างคนต่างมีโน้ตบุคให้จ้องคนละตัว
อิ่มท้องกันดีแล้ว ต้องชวนปั่นจักรยานไปเที่ยวแก่งคุดคู้กันต่อ
ตามที่พักหลายแห่งเขาจะมีจักรยานไว้ให้ใช้ หรือจะหาเช่าเอาก็ได้ราคาวันละ 50 บาท
จากตัวเมืองเชียงคาน ต้องปั่นตามถนนศรีเชียงคาน (ทล.211) ไป พอเจอป้ายตรงนี้ก็เลี้ยวตามป้ายไป เล่ากันไว้หน่อยว่า เส้นทางที่มาจะเป็นถนนทางหลวงที่มีรถแล่นผ่านไปมาบ้าง ไม่ถึงกับมีรถเยอะแต่ก็ระมัดระวังกันสักนิด ระยะทางก็ราว 5 กม. ปั่นจักรยานไปกลับได้สบาย ๆ ที่จริงปั่นรถบนทางหลวงสายเล็ก ๆ อย่างนี้ช่วยให้เข้าใจหัวอกคนอื่นดี ฝรั่งเขาเรียกว่า "put yourself into someone's shoes" หลังจากนี้เวลาขับรถไปไหนจะรู้สึกเลยว่า อย่าไปบีบแตรไล่รถจักรยานข้างทาง
เลี้ยวซ้ายมาปุ๊บจะเจอวัดท่าแขก แวะไหว้พระพักให้คลายร้อนกันสักนิดก่อน ตัวอุโบสถของวัดกำลังสร้างใหม่ด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ให้สอดคล้องกับประวัติความเป็นมาของคนเชียงคานที่อพยพโยกย้ายมาจากฝั่งลาวเมื่อในอดีต
ขี่รถต่อตามทางมาจนมาจนเจอลานจอดรถ ก็ให้ตรงผ่านลานจอดเข้ามาจนสุดแล้วเลี้ยวไปทางขวา
ถึงแล้ว "แก่งคุดคู้" แก่งหินที่ขวางลำน้ำโขง เวลาเดืนเรือผ่านมาจะต้องแล่นอ้อมหลบตัวแก่ง แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำหลากอาจจะมองไม่เห็นตัวแก่งก็ได้
เห็นมีคนเดินไปลงเรือกัน
ที่นี่มีบริการเรือนำชมสองฝั่งน้ำโขง
ค่าเรือลำละ 400 บาท ล่องเรือพาชมกันราวครึ่งชั่วโมง
ชมวิวกันแล้ว ตรงนั้นจะมีร้านอาหารของกลุ่มแม่บ้าน
เมนูก็จะเป็นพวกอาหารอีสาน อย่างส้มตำจานนี้
แต่จานขึ้นชื่อต้องเป็นกุ้งเต้น แต่ถ้าใจไม่ถึงพอ กุ้งฝอยทอดก็อร่อยแล้วล่ะ
ตัวร้านอาหารปกติจะอยู่บนตลิ่ง แต่พอช่วงแล้งน้ำโขงเริ่มลด เขาจะลงไปปลูกเพิงอาหารกันที่ริมหาดติดโขงเลย มอง ๆ มาอาจจะรู้สึกว่าแดดแรงน่าจะร้อน แต่พอลงมาข้างล่างจริง ๆ ลมเย็นสบายมาก ๆ แบบว่าอิ่มแล้วอาจงีบต่อไปด้วยได้เลย
ตรงแก่งคุดคู้เลยมีที่พักชื่อ เชียงคานฮิลล์รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทกว้างขวาง มีห้องพัก 50 ห้อง
กับมีสนามสวย ๆ ติดริมโขงให้พักผ่อนชมวิว สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.chiangkhanhill.com
ก่อนถึงแก่งคุดคู้ สองข้างทางจะมีร้านขายมะพร้าวแก้ว
เป็นของทำกันใหม่สดที่นี่ ไม่เชื่อบุกเข้าไปดูกันข้างหลังร้านได้
ล้างและสไลด์มะพร้าวได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ต้องเอามาผัดกับน้ำตาลอีกเป็นชั่วโมง
ก่อนจะมาเป็นมะพร้าวแก้ว ของชึ้นชื่อของย่านนี้
ถ้าคิดว่าไม่สนุกกับการปั่นจักรยานไปถึงแก่งคุดคู้ ครั้งจะเหมารถพาไปส่งก็ดูไม่เข้าบรรยากาศ ลองแวะไปที่ร้านไอเดียดีดี ที่นั่นเขามีบริการพาล่องเรือไปเที่ยวที่แก่งคุดคู้กัน เพียงแต่อาจจะต้องหาเพื่อนรวม ๆ กันไปหลาย ๆ คนหน่อยให้คุ้มค่าเรือ เพราะเป็นเรือเหมาไปลำละ 1,500 บาท เรือนั่งกันได้ 10 คนสบาย ๆ มีน้ำดื่มและของว่างบริการบนเรือให้ด้วย
หรือไม่งั้นก็จะมีรถเหมาพาเที่ยวแก่งคุดคู้ รวมทั้งขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ภูทอก สนใจก็ลองสอบถามตามที่พักที่ไปพักให้ช่วยแนะนำให้ก็ได้
จากถนนชายโขง วิ่งผ่านซอย 19 และวัดท่าคก เลยออกไป
ตรงนั้นจะเป็นย่านของหน่วยราชการ แล้วก็จะมีด่านพรมแดนอยู่ด้วย
ลงเรือจากที่ด่านข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวได้ ค่าเรือคนละ 50 บาท
แต่ช้าก่อน อยู่ ๆ จะลงเรือข้ามไปลาวเลยไม่ได้ ก่อนอื่นต้องไปทำหนังสือผ่านแดนกันก่อน เอกสารที่ต้องใช้ก็มีแค่ สำเนาบัตรประชาชน กับ รูปถ่าย 1.5 นิ้ว 2 รูป ที่เหลือก็จะเป็นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตั้งแต่ ค่าหนังสือผ่านแดน 30 บาท ค่าธรรมเนียมที่ด่าน ตม. 20 บาท ข้ามไปแล้วมีค่าเหยียบแผ่นดินของทางลาวเขาอีก 50 บาท เสร็จแล้วจะไปเที่ยวไหนต่อก็ไปเหมารถเที่ยวอีกราว 2-300 บาท ถ้าไม่มีรูปถ่ายติดมาก็ต้องเสียค่าถ่ายรูปสำหรับทำหนังสือผ่านแดนกันอีกด้วย
จะทำหนังสือผ่านแดนก็ไปติดต่อได้ที่อาคารหลังนี้ อยู่เลยจากด่าน ตม. ไปนิดนึง
กลับมาเดินเล่นในเมืองบ้าง
พอมีนักท่องเที่ยวนิยมมากัน ร้านรวงสวยเก๋สำหรับนักท่องเที่ยวก็เปิดกันมากขึ้น
บางร้านอาจจะไม่ได้อยู่ริมถนนชายโขง ก็มีป้ายชี้บอกทางกันไว้ (ที่บ้านดอกฝ้าย เขาีมีที่พักอยู่ด้านบนด้วย สนใจติดต่อได้ที่ โทร.042-821-172 086-207-3731)
ช่วงเย็นค่ำ บรรยากาศยิ่งน่าออกมาเดินเล่น
มาเดินชมร้านรวงสว่างไสวสวยเก๋
เชียงคานดูจะคู่กับจักรยาน เสื้อยืดหลายแบบที่เห็นต้องมีรูปจักรยานไว้ด้วย
บางร้านก็เอาใจลูกค้าด้วยการทำม้านั่งที่เหมาะเป็นมุมถ่ายรูปไว้ให้ในร้านเลย
หรือแบบนั่งพักจิบเครื่องดื่มก็มี
บางร้านไม่ได้อาร์ตมาก แต่ก็อยากชวนให้แวะกัน
ช่วยกันอุดหนุนร้านรวงของชาวบ้าน เท่ากับช่วยกันรักษาบรรยากาศเมืองเชียงคานไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปนัก
ส่วนใครจะถามหาร้าน 7-11 ต้องบอกว่าที่เชียงคานยังไม่มี ถึงจะมีีก็อยากชวนให้มาอุดหนุนร้านแบบนี้กันอยู่ดี เพราะถ้าชาวบ้านขายของได้ ก็ไม่ต้องให้ใครมาเช่า จนหน้าตาเชียงคานต้องดูแปลกไป
แต่ที่ต้องมีแน่ ๆ ที่เชียงคานก็คือ ร้านขายผ้านวม เพราะที่นี่โด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิตและขายผ้าห่มนวมฝ้ายมาแต่ตั้งแต่อดีต
เดี๋ยวนี้ก็ยังมีร้านขายกันอยู่หลายร้านให้เลือกซื้อ
แต่ถ้าอยากดูวิธีการทำผ้าห่มนวม ลองแวะมาที่ร้านนิยมไทย (ถ.ชายโขง ระหว่างซอย 13 กับ 14) จังหวะเหมาะ ๆ อาจจะได้ชมวิธีทำเพราะว่าเขานั่งทำกันอยู่หน้าร้านเลย วิธีทำก็เริ่มด้วยการ ใช้ไม้แก่งส่งด้ายขึงบนกงไม้ เวลาขึงต้องขึงทั้งทะแยงซ้าย ขวา รวมทั้งแนวนอนและแนวตั้งด้วย เรียกว่าแค่นั่งดูก็ชวนตาลายมากแล้วกว่าพี่เขาจะขึงเสร็จ
เสร็จแล้วก็เอาฝ้ายอย่างดีมาชั่งให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ พี่เขาเล่าว่า บางช่วงไม่มีฝ้ายคุณภาพดีที่ต้องการ ก็เว้นไม่ได้ทำไปบ้างเหมือนกัน
เอาฝ้ายมาคลี่ให้กระจายสม่ำเสมอกัน ผ้านวมจะได้หนาสวยเท่า ๆ กันทั้งผืน
จากนั้นเอากงมาวางทาบลงไปบนฝ้ายที่ปูไว้ แล้วใช้ไม้หมุนแผ่นกลม กดแล้วก็หมุนไปรอบ ๆ ทั้งผืน ใยฝ้ายจะฟูขึ้นมาจับกับตาข่ายด้ายที่ขึงไว้บนกง
พลิกมาเก็บขอบให้เรียบร้อย แล้วไปขึงด้ายบนกงอีกครั้ง
ก่อนจะเอามาทาบลงบนผืนฝ้าย แล้วใช้ไม้หมุนกดและหมุนให้ทั่วอีกครั้ง
เสร็จแล้วก็เอามาผ้าสาลูที่ลักษณะเหมือนผ้ามุ้งมาหุ้มแล้วเย็บรอบ ก่อนจะสวมลงบนปลอกผ้าห่มสีสวย ๆ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
ดูขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่กว่าจะได้ผ้านวมขึ้นมาสักผืนต้องใช้เวลาร่วม ๆ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ภายใต้การควบคุมคุณภาพของคุณยายบุญมี ที่ทำผ้านวมอย่างนี้มาตั้งแต่สาว ๆ ใครอยากได้ผ้านวมจากร้านนิยมไทย แนะนำว่าไปถึงแล้วก็แวะไปถามไถ่จับจองกันไว้ก่อนเลย เพราะเท่าที่เห็นดูท่าร้านจะทำไม่ทันกับความต้องการ
เล่าเรื่องถนนหนทางกันบ้าง ในตัวอำเภอเชียงคานจะมีถนนสายหลัก ๆ อยู่ 2 สาย สายที่อยู่ริมโขงที่มีบ้านไม้เก่าแก่อยู่เรียงราย เป็น "ถนนชายโขง"
อีกเส้นที่อยู่ขนานกัน เป็นถนนทางหลวงที่ชื่อ "ถนนศรีเชียงคาน" หรือทางหลวงหมายเลข 211
ถนนสองสายนี้มีซอยเชื่อมถึงกันเป็นระยะ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ความที่ถนนชายโขงเป็นถนนสายแคบ ๆ แต่มีนักท่องเที่ยวมากันมากจนชักแออัด ตำรวจเขาก็เลยจัดการจราจรให้เดินรถทางเดียวกัน
ที่จริงถ้าใครจะขับรถมาเที่ยวเชียงคาน แล้วใช้วิธีขับรถเที่ยวผ่านไปตามถนนสองสายที่ว่า
รับประกันได้เลยว่าความประทับใจจะหล่นวูบ พร้อมกับรำพึงไปด้วยว่า "เชียงคานไม่เห็นมีอะไรเลย" ก็บ้านไม้เก่าแก่อย่างนี้ใช่ว่าจะมีที่เชียงคานเสียที่ไหน
ที่สำคัญการใช้รถเข้ามาเที่ยวแล้วจอดแวะ ถนนหนทางหลายช่วงจะค่อนข้างแคบ จอดทีก็เหลือที่ให้รถวิ่งนิดเดียว
แถมยังจะบังหน้าร้านสวย ๆ ไปเสียมิด ลองจินตนาการว่าถ้าหน้าร้านเรียงรายไปด้วยรถจอดเป็นแถว บรรยากาศน่าเดินเล่นคงไม่เหลือ
ถึงจะเลือกไปจอดรถตามซอยเชื่อมที่ก็แคบไม่แพ้กัน
แล้วเหมือนรถที่มาจอดก็ดูจะเป็นปัญหากับเจ้าของบ้านเขาอยู่เหมือนกัน
นี่ไงอย่างที่เล่าว่า รูปจักรยานไปอยู่บนเสื้อยืดในสารพัดร้าน
เหมือนจะบอกว่ามาเชียงคานแล้วควรเลือกขี่จักรยานเที่ยวเอาดีกว่า ที่จริงเมืองไม่ใหญ่อะไร เดินเที่ยวเอาก็ยังได้สบายมาก
ที่สำคัญเสน่ห์ของเมืองนี้ที่หลายคนแสนประทับใจ ก็มาจากมิตรไมตรีจากชาวบ้านคุณย่าคุณยายที่พบเจอ
ถ้าเพียงนั่งรถผ่าน เราคงไม่ได้หยุดพูดคุยทักทาย
ภาพในความทรงจำของเชียงคานอาจเป็นเพียงร้านขายของที่ระลึกสวย ๆ ไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวบ้าน
อะแฮ่ม... เกริ่นกันมาตั้งยาวเพื่อจะบอกว่า เชียงคานเล็กนิดเดียว ไม่ได้มีที่เที่ยวให้ต้องตะลอนไปมาสักเท่าไหร่ แต่เหมาะจะมาใช้ชีวิตอ้อยอิ่งช้า ๆ ไม่เร่งรีบ เพราะงั้นจะขับรถมาให้เมื่อยทำไม จัดเสื้อผ้าใส่เป้แล้วโดดขึ้นรถทัวร์มาได้เลย เชียงคานมีรถที่วิ่งตรงจากกรุงเทพฯ มาสุดสายที่นี่ แสนจะสะดวกสบาย รถของ บขส. เองก็มีให้เลือกทั้งรถ VIP 24 ที่นั่ง ที่มีที่นั่งเดี่ยวเหมาะสำหรับคนเดินทางคนเดียว หรือ รถ ป.2 คันใหม่สภาพดี (ที่เรียกว่า รถ 99) เพียงแต่รถแบบนี้ไม่มีห้องน้ำบนรถ
ตั๋วรถสายที่ไปเชียงคานซื้อกันได้ที่ช่องขายตั๋วรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชั้น 3 ของสถานีหมอชิต 2 หรือจะซื้อจากช่องขายตั๋วของ บขส. ที่ไหนก็ได้เพราะเขาออนไลน์กันหมดแล้ว รวมทั้งผ่านเวป www.transport.co.th ได้อีกทาง รถ VIP จะออกจากกรุงเทพตอน 22.00 น. ส่วนรถ ป.2 จะออกตอน 20.00 น.
หรือจะเลือกรถของ บ.แอร์เมืองเลย (โทร. 02-936-0142) ก็มีรถ ป.1 วิ่งไปเชียงคาน ออกจากหมอชิต 19.30 น.
อีกทางเลือกจะเป็นรถ ป.2 ของ บ.ภูกระดึงทัวร์ (โทร.02-936-0511) รถออกตอน 19.00 น.
ลงจากรถที่เชียงคานกันแล้ว ที่พักส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะที่เดินไปถึงได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินก็จะมีรถสกายแลปมาจอดรอให้บริการอยู่
ท่ารถของ บขส. (โทร. 084-742-6831) จะอยู่ใกล้กับตลาด เดินเลยต่อขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว ส่วนรถเที่ยวกลับ ถ้าเป็นรถ VIP จะออกตอน 18.30 น. ส่วนรถ ป.2 จะออกตอน 18.40 น.
ส่วนท่ารถของ บ.แอร์เมืองเลย (โทร. 042-821-317 089-842-1524) จะอยู่ในปั้มน้ำมันบน ทล.201 ถ้าจะเดินมาที่ตลาดก็ไม่ไกลอีกเหมือนกัน เดินเลี้ยวขวาออกจากปั้ม เจอซอยก็เลี้ยวขวาเข้าซอยมา เดินมาหน่อยตรงแยกที่ซอยตัดกันเป็นสี่แยก เลี้ยวซ้ายตรงนั้นก็ถึงตลาดแล้ว ระยะทางเดินน่าจะไม่เกิน 300 ม.
รถเที่ยวกลับของ บ.แอร์เมืองเลย จะมีเที่ยวเช้าตอน 8.00 น.อีกเที่ยวด้วย นอกจากเที่ยวเย็นตอน 18.30 น. อย่างเจ้าอื่น
เดินเข้าไปซื้อตั๋วได้ที่ด้านในปั้ม เขาจะตั้งโต๊ะอยู่หน้าออฟฟิศของปั้ม
ส่วนท่ารถของ บ.ภูกระดึงทัวร์ (โทร. 042-821-305) จะอยู่เลยถัดขึ้นมาบน ทล.201 ขากลับจะมีรถเที่ยว 18.30 น.
ถ้าใครยังไม่เคยนั่งรถทัวร์ไปต่างจังหวัดไกล ๆ รถเขาจะมีจอดแวะพักระหว่างทางให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำห้องท่า และรับประทานอาหาร ตั๋วรถเขาจะมีคูปองอาหารให้มาด้วย แต่ถ้าใครไม่ทานอาหารก็เอาไปใช้แลกเครื่องดื่มแทนได้ มูลค่าคูปองเท่ากับเท่าไหร่เขาจะมีป้ายบอกไว้ให้ จะซื้อของเกินมูลค่าคูปองก็เพิ่มเงินเติมไปได้ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการรถทัวร์ เล่ากันไว้แล้วใน หมอชิต 2
รถทัวร์ส่วนใหญ่จะมาถึงเชียงคานกันตั้งแต่ยังเช้ามืดราวตี 5 ยกเว้นรถ VIP ของ บขส. ที่จะมาถึงราว 7 โมงเช้า มาถึงแล้วอาจจะแวะไปหามื้อเช้าง่าย ๆ กินกันที่ตลาดก่อนก็ได้ ตัวตลาดจะสว่างไสวคึกคักกันตั้งแต่ตี 2 ตี 3 แล้ว โดยเฉพาะใครที่ไม่ถนัดใช้ห้องน้ำบนรถทัวร์ ตรงมุมตลาดก็มีห้องน้ำห้องท่ารอให้บริการกันอยู่ด้วย
ใครที่กะไม่ถูกว่าจะเอาเงินไปเท่าไหร่ดี เงินจะพอใช้ไหม ไม่ต้องห่วง ที่เชียงคานมีธนาคารอยู่ 2 ธนาคารคือ ธ.ออมสิน กับ ธกส. ทั้งคู่มีตู้เอทีเอ็มให้บริการอยู่ใกล้ ๆ กับท่ารถของ แอร์เมืองเลย กับ ภูกระดึงทัวร์ แต่ตู้ที่ดูจะสะดวกจะไปใช้มากกว่า เป็นตู้ของ ธ.กสิกรไทยที่อยู่ตรงตลาดเลย แต่กสิกรไทยเขามีแต่ตู้เอทีเอ็มมาตั้งอย่างเดียวยังไม่มีสาขามาอยู่ที่เชียงคาน
ขากลับจากที่พักจะมาขึ้นรถทัวร์ ถ้าเกิดซื้อของฝากจนชักพะรุงพะรังไม่อยากเดิน ก็วานให้ที่พักเขาเรียกรถสกายแลปมารับก็ได้ เรียกว่าถึงไม่มีรถมาก็ไม่ลำบากอะไรสำหรับการมาเที่ยวเชียงคาน
ฝากกันไว้นิดว่าตรงทางเดินเลียบโขง เขาตั้งใจให้เป็นที่เดินเล่นพักผ่อน ไม่อนุญาตให้แม้แต่รถจักรยานเข้ามาใช้ทางกัน เพียงแค่ปรับ...โลกก็เปลี่ยน เคารพกติกาการอยู่ร่วมกันแม้ในเรื่องเล็ก ๆ ก็เท่ากับเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมบ้านเราที่กำลังร้อนรุ่มเย็นลงได้ไม่มากก็น้อยล่ะ
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.