| 
Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน เชียงคาน

เชียงคาน

 

 

ว่าแต่ไปเที่ยวเมืองไหน แนะนำว่าอย่าพลาดไปเดินเที่ยวตลาดเช้ากัน

 

 


 

 

นอกจากจะไปหาของกินให้อิ่มท้องแล้ว ยังได้เห็นว่าคนท้องถิ่นเขากินอะไรกันยังไง

 

 


 

 

ปลาสด ๆ

 

 


 

 

ส่วนตรงนี้เป็นปลาร้า  ส่วนประกอบสำคัญของอาหารอีสาน

 

 


 

 

สภากาแฟก่อตัวขึ้นได้แถว ๆ นี้ให้พบปะเจอหน้าเจอตาคุยกัน ต่างกับร้านกาแฟในเมืองกรุงที่ต่างคนต่างมีโน้ตบุคให้จ้องคนละตัว

 

 


 

 

อิ่มท้องกันดีแล้ว  ต้องชวนปั่นจักรยานไปเที่ยวแก่งคุดคู้กันต่อ

 

 


 

 

ตามที่พักหลายแห่งเขาจะมีจักรยานไว้ให้ใช้ หรือจะหาเช่าเอาก็ได้ราคาวันละ 50 บาท

 

 


 

 

จากตัวเมืองเชียงคาน  ต้องปั่นตามถนนศรีเชียงคาน (ทล.211) ไป พอเจอป้ายตรงนี้ก็เลี้ยวตามป้ายไป

เล่ากันไว้หน่อยว่า เส้นทางที่มาจะเป็นถนนทางหลวงที่มีรถแล่นผ่านไปมาบ้าง ไม่ถึงกับมีรถเยอะแต่ก็ระมัดระวังกันสักนิด ระยะทางก็ราว 5 กม. ปั่นจักรยานไปกลับได้สบาย ๆ

ที่จริงปั่นรถบนทางหลวงสายเล็ก ๆ อย่างนี้ช่วยให้เข้าใจหัวอกคนอื่นดี  ฝรั่งเขาเรียกว่า "put yourself into someone's  shoes"  หลังจากนี้เวลาขับรถไปไหนจะรู้สึกเลยว่า อย่าไปบีบแตรไล่รถจักรยานข้างทาง

 

 


 

 

เลี้ยวซ้ายมาปุ๊บจะเจอวัดท่าแขก  แวะไหว้พระพักให้คลายร้อนกันสักนิดก่อน

ตัวอุโบสถของวัดกำลังสร้างใหม่ด้วยศิลปะแบบล้านช้าง  ให้สอดคล้องกับประวัติความเป็นมาของคนเชียงคานที่อพยพโยกย้ายมาจากฝั่งลาวเมื่อในอดีต

 

 


 

 

ขี่รถต่อตามทางมาจนมาจนเจอลานจอดรถ  ก็ให้ตรงผ่านลานจอดเข้ามาจนสุดแล้วเลี้ยวไปทางขวา

 

 


 

 

ถึงแล้ว "แก่งคุดคู้"

แก่งหินที่ขวางลำน้ำโขง เวลาเดืนเรือผ่านมาจะต้องแล่นอ้อมหลบตัวแก่ง  แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำหลากอาจจะมองไม่เห็นตัวแก่งก็ได้

 

 


 

 

เห็นมีคนเดินไปลงเรือกัน

 

 


 

 

ที่นี่มีบริการเรือนำชมสองฝั่งน้ำโขง

 

 


 

 

ค่าเรือลำละ 400 บาท  ล่องเรือพาชมกันราวครึ่งชั่วโมง

 

 


 

 

ชมวิวกันแล้ว  ตรงนั้นจะมีร้านอาหารของกลุ่มแม่บ้าน

 

 


 

 

เมนูก็จะเป็นพวกอาหารอีสาน  อย่างส้มตำจานนี้

 

 


 

 

แต่จานขึ้นชื่อต้องเป็นกุ้งเต้น แต่ถ้าใจไม่ถึงพอ กุ้งฝอยทอดก็อร่อยแล้วล่ะ

 

 


 

 

ตัวร้านอาหารปกติจะอยู่บนตลิ่ง  แต่พอช่วงแล้งน้ำโขงเริ่มลด เขาจะลงไปปลูกเพิงอาหารกันที่ริมหาดติดโขงเลย

มอง ๆ มาอาจจะรู้สึกว่าแดดแรงน่าจะร้อน  แต่พอลงมาข้างล่างจริง ๆ ลมเย็นสบายมาก ๆ  แบบว่าอิ่มแล้วอาจงีบต่อไปด้วยได้เลย

 

 


 

 

ตรงแก่งคุดคู้เลยมีที่พักชื่อ เชียงคานฮิลล์รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทกว้างขวาง มีห้องพัก 50 ห้อง

 

 


 

 

กับมีสนามสวย ๆ ติดริมโขงให้พักผ่อนชมวิว

สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.chiangkhanhill.com

 

 


 

 

ก่อนถึงแก่งคุดคู้  สองข้างทางจะมีร้านขายมะพร้าวแก้ว

 

 


 

 

เป็นของทำกันใหม่สดที่นี่  ไม่เชื่อบุกเข้าไปดูกันข้างหลังร้านได้

 

 


 

 

ล้างและสไลด์มะพร้าวได้ขนาดที่ต้องการแล้ว  ต้องเอามาผัดกับน้ำตาลอีกเป็นชั่วโมง

 

 


 

 

ก่อนจะมาเป็นมะพร้าวแก้ว  ของชึ้นชื่อของย่านนี้

 

 


 

 

ถ้าคิดว่าไม่สนุกกับการปั่นจักรยานไปถึงแก่งคุดคู้  ครั้งจะเหมารถพาไปส่งก็ดูไม่เข้าบรรยากาศ  ลองแวะไปที่ร้านไอเดียดีดี  ที่นั่นเขามีบริการพาล่องเรือไปเที่ยวที่แก่งคุดคู้กัน

เพียงแต่อาจจะต้องหาเพื่อนรวม ๆ กันไปหลาย ๆ คนหน่อยให้คุ้มค่าเรือ  เพราะเป็นเรือเหมาไปลำละ 1,500 บาท เรือนั่งกันได้ 10 คนสบาย ๆ  มีน้ำดื่มและของว่างบริการบนเรือให้ด้วย

 

 


 

 

หรือไม่งั้นก็จะมีรถเหมาพาเที่ยวแก่งคุดคู้ รวมทั้งขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ภูทอก  สนใจก็ลองสอบถามตามที่พักที่ไปพักให้ช่วยแนะนำให้ก็ได้

 

 


 

 

จากถนนชายโขง วิ่งผ่านซอย 19 และวัดท่าคก เลยออกไป

 

 


 

 

ตรงนั้นจะเป็นย่านของหน่วยราชการ แล้วก็จะมีด่านพรมแดนอยู่ด้วย

 

 


 

 

ลงเรือจากที่ด่านข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวได้ ค่าเรือคนละ 50 บาท

 

 


 

 

แต่ช้าก่อน อยู่ ๆ จะลงเรือข้ามไปลาวเลยไม่ได้  ก่อนอื่นต้องไปทำหนังสือผ่านแดนกันก่อน เอกสารที่ต้องใช้ก็มีแค่ สำเนาบัตรประชาชน กับ รูปถ่าย 1.5 นิ้ว 2 รูป

ที่เหลือก็จะเป็นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ  ตั้งแต่ ค่าหนังสือผ่านแดน 30 บาท  ค่าธรรมเนียมที่ด่าน ตม. 20 บาท   ข้ามไปแล้วมีค่าเหยียบแผ่นดินของทางลาวเขาอีก 50 บาท  เสร็จแล้วจะไปเที่ยวไหนต่อก็ไปเหมารถเที่ยวอีกราว 2-300 บาท  ถ้าไม่มีรูปถ่ายติดมาก็ต้องเสียค่าถ่ายรูปสำหรับทำหนังสือผ่านแดนกันอีกด้วย

 

 


 

 

จะทำหนังสือผ่านแดนก็ไปติดต่อได้ที่อาคารหลังนี้  อยู่เลยจากด่าน ตม. ไปนิดนึง

 

 


 

 

กลับมาเดินเล่นในเมืองบ้าง

 

 


 

 

พอมีนักท่องเที่ยวนิยมมากัน  ร้านรวงสวยเก๋สำหรับนักท่องเที่ยวก็เปิดกันมากขึ้น

 

 


 

 

บางร้านอาจจะไม่ได้อยู่ริมถนนชายโขง ก็มีป้ายชี้บอกทางกันไว้

(ที่บ้านดอกฝ้าย เขาีมีที่พักอยู่ด้านบนด้วย สนใจติดต่อได้ที่ โทร.042-821-172  086-207-3731)

 

 


 

 

ช่วงเย็นค่ำ บรรยากาศยิ่งน่าออกมาเดินเล่น

 

 


 

 

มาเดินชมร้านรวงสว่างไสวสวยเก๋

 

 


 

 

เชียงคานดูจะคู่กับจักรยาน  เสื้อยืดหลายแบบที่เห็นต้องมีรูปจักรยานไว้ด้วย

 

 


 

 

บางร้านก็เอาใจลูกค้าด้วยการทำม้านั่งที่เหมาะเป็นมุมถ่ายรูปไว้ให้ในร้านเลย

 

 


 

 

หรือแบบนั่งพักจิบเครื่องดื่มก็มี

 

 


 

 

บางร้านไม่ได้อาร์ตมาก แต่ก็อยากชวนให้แวะกัน

 

 


 

 

ช่วยกันอุดหนุนร้านรวงของชาวบ้าน เท่ากับช่วยกันรักษาบรรยากาศเมืองเชียงคานไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปนัก

 

 


 

 

ส่วนใครจะถามหาร้าน 7-11  ต้องบอกว่าที่เชียงคานยังไม่มี  ถึงจะมีีก็อยากชวนให้มาอุดหนุนร้านแบบนี้กันอยู่ดี  เพราะถ้าชาวบ้านขายของได้ ก็ไม่ต้องให้ใครมาเช่า จนหน้าตาเชียงคานต้องดูแปลกไป

 

 


 

 

แต่ที่ต้องมีแน่ ๆ ที่เชียงคานก็คือ ร้านขายผ้านวม  เพราะที่นี่โด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิตและขายผ้าห่มนวมฝ้ายมาแต่ตั้งแต่อดีต

 

 


 

 

เดี๋ยวนี้ก็ยังมีร้านขายกันอยู่หลายร้านให้เลือกซื้อ

 

 


 

 

แต่ถ้าอยากดูวิธีการทำผ้าห่มนวม ลองแวะมาที่ร้านนิยมไทย (ถ.ชายโขง ระหว่างซอย 13 กับ 14) จังหวะเหมาะ ๆ อาจจะได้ชมวิธีทำเพราะว่าเขานั่งทำกันอยู่หน้าร้านเลย

วิธีทำก็เริ่มด้วยการ ใช้ไม้แก่งส่งด้ายขึงบนกงไม้   เวลาขึงต้องขึงทั้งทะแยงซ้าย ขวา รวมทั้งแนวนอนและแนวตั้งด้วย  เรียกว่าแค่นั่งดูก็ชวนตาลายมากแล้วกว่าพี่เขาจะขึงเสร็จ

 

 


 

 

เสร็จแล้วก็เอาฝ้ายอย่างดีมาชั่งให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ

พี่เขาเล่าว่า บางช่วงไม่มีฝ้ายคุณภาพดีที่ต้องการ ก็เว้นไม่ได้ทำไปบ้างเหมือนกัน

 

 


 

 

เอาฝ้ายมาคลี่ให้กระจายสม่ำเสมอกัน  ผ้านวมจะได้หนาสวยเท่า ๆ กันทั้งผืน

 

 


 

 

จากนั้นเอากงมาวางทาบลงไปบนฝ้ายที่ปูไว้  แล้วใช้ไม้หมุนแผ่นกลม กดแล้วก็หมุนไปรอบ ๆ ทั้งผืน  ใยฝ้ายจะฟูขึ้นมาจับกับตาข่ายด้ายที่ขึงไว้บนกง

 

 


 

 

พลิกมาเก็บขอบให้เรียบร้อย แล้วไปขึงด้ายบนกงอีกครั้ง

 

 


 

 

ก่อนจะเอามาทาบลงบนผืนฝ้าย แล้วใช้ไม้หมุนกดและหมุนให้ทั่วอีกครั้ง

 

 


 

 

เสร็จแล้วก็เอามาผ้าสาลูที่ลักษณะเหมือนผ้ามุ้งมาหุ้มแล้วเย็บรอบ  ก่อนจะสวมลงบนปลอกผ้าห่มสีสวย ๆ  เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

 

 


 

 

ดูขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่กว่าจะได้ผ้านวมขึ้นมาสักผืนต้องใช้เวลาร่วม ๆ  2 ชั่วโมงเลยทีเดียว   ภายใต้การควบคุมคุณภาพของคุณยายบุญมี ที่ทำผ้านวมอย่างนี้มาตั้งแต่สาว ๆ

ใครอยากได้ผ้านวมจากร้านนิยมไทย  แนะนำว่าไปถึงแล้วก็แวะไปถามไถ่จับจองกันไว้ก่อนเลย  เพราะเท่าที่เห็นดูท่าร้านจะทำไม่ทันกับความต้องการ

 

 


 

 

เล่าเรื่องถนนหนทางกันบ้าง

ในตัวอำเภอเชียงคานจะมีถนนสายหลัก ๆ อยู่ 2 สาย  สายที่อยู่ริมโขงที่มีบ้านไม้เก่าแก่อยู่เรียงราย เป็น "ถนนชายโขง"

 

 


 

 

อีกเส้นที่อยู่ขนานกัน เป็นถนนทางหลวงที่ชื่อ "ถนนศรีเชียงคาน"  หรือทางหลวงหมายเลข 211

 

 


 

 

ถนนสองสายนี้มีซอยเชื่อมถึงกันเป็นระยะ

 

 


 

 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน  ความที่ถนนชายโขงเป็นถนนสายแคบ ๆ แต่มีนักท่องเที่ยวมากันมากจนชักแออัด  ตำรวจเขาก็เลยจัดการจราจรให้เดินรถทางเดียวกัน

 

 


 

 

ที่จริงถ้าใครจะขับรถมาเที่ยวเชียงคาน  แล้วใช้วิธีขับรถเที่ยวผ่านไปตามถนนสองสายที่ว่า

 

 


 

 

รับประกันได้เลยว่าความประทับใจจะหล่นวูบ  พร้อมกับรำพึงไปด้วยว่า "เชียงคานไม่เห็นมีอะไรเลย"  ก็บ้านไม้เก่าแก่อย่างนี้ใช่ว่าจะมีที่เชียงคานเสียที่ไหน

 

 


 

 

ที่สำคัญการใช้รถเข้ามาเที่ยวแล้วจอดแวะ  ถนนหนทางหลายช่วงจะค่อนข้างแคบ จอดทีก็เหลือที่ให้รถวิ่งนิดเดียว

 

 


 

 

R0025318

แถมยังจะบังหน้าร้านสวย ๆ ไปเสียมิด ลองจินตนาการว่าถ้าหน้าร้านเรียงรายไปด้วยรถจอดเป็นแถว  บรรยากาศน่าเดินเล่นคงไม่เหลือ

 

 


 

 

ถึงจะเลือกไปจอดรถตามซอยเชื่อมที่ก็แคบไม่แพ้กัน

 

 


 

 

แล้วเหมือนรถที่มาจอดก็ดูจะเป็นปัญหากับเจ้าของบ้านเขาอยู่เหมือนกัน

 

 


 

 

นี่ไงอย่างที่เล่าว่า รูปจักรยานไปอยู่บนเสื้อยืดในสารพัดร้าน

 

 


 

 

เหมือนจะบอกว่ามาเชียงคานแล้วควรเลือกขี่จักรยานเที่ยวเอาดีกว่า  ที่จริงเมืองไม่ใหญ่อะไร เดินเที่ยวเอาก็ยังได้สบายมาก

 

 


 

 

ที่สำคัญเสน่ห์ของเมืองนี้ที่หลายคนแสนประทับใจ  ก็มาจากมิตรไมตรีจากชาวบ้านคุณย่าคุณยายที่พบเจอ

 

 


 

 

ถ้าเพียงนั่งรถผ่าน เราคงไม่ได้หยุดพูดคุยทักทาย

 

 


 

 

ภาพในความทรงจำของเชียงคานอาจเป็นเพียงร้านขายของที่ระลึกสวย ๆ  ไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวบ้าน

 

 


 

 

อะแฮ่ม... เกริ่นกันมาตั้งยาวเพื่อจะบอกว่า เชียงคานเล็กนิดเดียว ไม่ได้มีที่เที่ยวให้ต้องตะลอนไปมาสักเท่าไหร่  แต่เหมาะจะมาใช้ชีวิตอ้อยอิ่งช้า ๆ ไม่เร่งรีบ  เพราะงั้นจะขับรถมาให้เมื่อยทำไม  จัดเสื้อผ้าใส่เป้แล้วโดดขึ้นรถทัวร์มาได้เลย

เชียงคานมีรถที่วิ่งตรงจากกรุงเทพฯ มาสุดสายที่นี่ แสนจะสะดวกสบาย   รถของ บขส. เองก็มีให้เลือกทั้งรถ VIP 24 ที่นั่ง  ที่มีที่นั่งเดี่ยวเหมาะสำหรับคนเดินทางคนเดียว  หรือ รถ ป.2 คันใหม่สภาพดี (ที่เรียกว่า รถ 99) เพียงแต่รถแบบนี้ไม่มีห้องน้ำบนรถ

 

 


 

 

ตั๋วรถสายที่ไปเชียงคานซื้อกันได้ที่ช่องขายตั๋วรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชั้น 3 ของสถานีหมอชิต 2

หรือจะซื้อจากช่องขายตั๋วของ บขส. ที่ไหนก็ได้เพราะเขาออนไลน์กันหมดแล้ว  รวมทั้งผ่านเวป www.transport.co.th ได้อีกทาง

รถ VIP จะออกจากกรุงเทพตอน 22.00 น.  ส่วนรถ ป.2 จะออกตอน 20.00 น.

 

 


 

 

หรือจะเลือกรถของ บ.แอร์เมืองเลย (โทร. 02-936-0142)  ก็มีรถ ป.1 วิ่งไปเชียงคาน  ออกจากหมอชิต 19.30 น.

 

 


 

 

อีกทางเลือกจะเป็นรถ ป.2 ของ บ.ภูกระดึงทัวร์ (โทร.02-936-0511)  รถออกตอน 19.00 น.  
รถ ป.2 จะต่างกับ ป.1 ตรงที่ไม่มีห้องน้ำบนรถ กับจะมีแวะจอดรับส่งรายทางมากจุดกว่า

 

 

 


 

 

ลงจากรถที่เชียงคานกันแล้ว  ที่พักส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะที่เดินไปถึงได้  แต่ถ้าไม่อยากเดินก็จะมีรถสกายแลปมาจอดรอให้บริการอยู่

 

 


 

 

ท่ารถของ บขส. (โทร. 084-742-6831) จะอยู่ใกล้กับตลาด เดินเลยต่อขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว

ส่วนรถเที่ยวกลับ ถ้าเป็นรถ VIP จะออกตอน 18.30 น.  ส่วนรถ ป.2 จะออกตอน 18.40 น.

 

 


 

 

ส่วนท่ารถของ บ.แอร์เมืองเลย (โทร. 042-821-317  089-842-1524) จะอยู่ในปั้มน้ำมันบน ทล.201

ถ้าจะเดินมาที่ตลาดก็ไม่ไกลอีกเหมือนกัน เดินเลี้ยวขวาออกจากปั้ม  เจอซอยก็เลี้ยวขวาเข้าซอยมา  เดินมาหน่อยตรงแยกที่ซอยตัดกันเป็นสี่แยก เลี้ยวซ้ายตรงนั้นก็ถึงตลาดแล้ว  ระยะทางเดินน่าจะไม่เกิน 300 ม.

 

 


 

 

รถเที่ยวกลับของ บ.แอร์เมืองเลย  จะมีเที่ยวเช้าตอน 8.00 น.อีกเที่ยวด้วย  นอกจากเที่ยวเย็นตอน 18.30 น. อย่างเจ้าอื่น

 

 


 

 

เดินเข้าไปซื้อตั๋วได้ที่ด้านในปั้ม เขาจะตั้งโต๊ะอยู่หน้าออฟฟิศของปั้ม

 

 


 

 

ส่วนท่ารถของ บ.ภูกระดึงทัวร์ (โทร. 042-821-305) จะอยู่เลยถัดขึ้นมาบน ทล.201  ขากลับจะมีรถเที่ยว 18.30 น.

 

 


 

 

ถ้าใครยังไม่เคยนั่งรถทัวร์ไปต่างจังหวัดไกล ๆ  รถเขาจะมีจอดแวะพักระหว่างทางให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำห้องท่า และรับประทานอาหาร

ตั๋วรถเขาจะมีคูปองอาหารให้มาด้วย  แต่ถ้าใครไม่ทานอาหารก็เอาไปใช้แลกเครื่องดื่มแทนได้  มูลค่าคูปองเท่ากับเท่าไหร่เขาจะมีป้ายบอกไว้ให้  จะซื้อของเกินมูลค่าคูปองก็เพิ่มเงินเติมไปได้

ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการรถทัวร์ เล่ากันไว้แล้วใน หมอชิต 2

 


 

 

รถทัวร์ส่วนใหญ่จะมาถึงเชียงคานกันตั้งแต่ยังเช้ามืดราวตี 5  ยกเว้นรถ VIP ของ บขส. ที่จะมาถึงราว 7 โมงเช้า

มาถึงแล้วอาจจะแวะไปหามื้อเช้าง่าย ๆ กินกันที่ตลาดก่อนก็ได้

ตัวตลาดจะสว่างไสวคึกคักกันตั้งแต่ตี 2 ตี 3 แล้ว  โดยเฉพาะใครที่ไม่ถนัดใช้ห้องน้ำบนรถทัวร์  ตรงมุมตลาดก็มีห้องน้ำห้องท่ารอให้บริการกันอยู่ด้วย

 

 


 

 

ใครที่กะไม่ถูกว่าจะเอาเงินไปเท่าไหร่ดี  เงินจะพอใช้ไหม  ไม่ต้องห่วง

ที่เชียงคานมีธนาคารอยู่ 2 ธนาคารคือ ธ.ออมสิน กับ ธกส. ทั้งคู่มีตู้เอทีเอ็มให้บริการอยู่ใกล้ ๆ กับท่ารถของ แอร์เมืองเลย กับ ภูกระดึงทัวร์

แต่ตู้ที่ดูจะสะดวกจะไปใช้มากกว่า เป็นตู้ของ ธ.กสิกรไทยที่อยู่ตรงตลาดเลย   แต่กสิกรไทยเขามีแต่ตู้เอทีเอ็มมาตั้งอย่างเดียวยังไม่มีสาขามาอยู่ที่เชียงคาน

 

 


 

 

ขากลับจากที่พักจะมาขึ้นรถทัวร์ ถ้าเกิดซื้อของฝากจนชักพะรุงพะรังไม่อยากเดิน  ก็วานให้ที่พักเขาเรียกรถสกายแลปมารับก็ได้   เรียกว่าถึงไม่มีรถมาก็ไม่ลำบากอะไรสำหรับการมาเที่ยวเชียงคาน

 

 


 

 

ฝากกันไว้นิดว่าตรงทางเดินเลียบโขง  เขาตั้งใจให้เป็นที่เดินเล่นพักผ่อน  ไม่อนุญาตให้แม้แต่รถจักรยานเข้ามาใช้ทางกัน

เพียงแค่ปรับ...โลกก็เปลี่ยน  เคารพกติกาการอยู่ร่วมกันแม้ในเรื่องเล็ก ๆ ก็เท่ากับเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมบ้านเราที่กำลังร้อนรุ่มเย็นลงได้ไม่มากก็น้อยล่ะ

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 84 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.