| 
Home เที่ยวที่ไหนดี เที่ยวแรมคืน เชียงคาน

เชียงคาน

PC151969ใคร ๆ ก็บอกว่าให้รีบไปเชียงคานเสียก่อนที่เชียงคานจะเปลี่ยนไป  ทั้งที่ฟังชื่อเมืองแล้วออกจะน่าหวาดหวั่นสำหรับสาวโสดจะไปเยือน แต่ทำไมใคร ๆ ก็ยังอยากไปกัน เชียงคานมีอะไรดี มีอะไรน่าสนใจ และไปแล้วจะช่วยรักษาไม่ให้เชียงคานต้องเปลี่ยนแปลงไปเร็วนักได้อย่างไร

ที่จริงหลายคนที่ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองสงบริมสายน้ำโขงแห่งนี้  ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเสน่ห์ที่นี่ไม่ได้อยู่ที่บ้านไม้เก่าแก่สองข้างทาง และก็ไม่ใช่เพราะร้านของที่ระลึกบรรยากาศสุดชิล  หากแต่อยู่ที่เจ้าบ้านที่มีน้ำจิตน้ำใจและรอยยิ้มรดรินให้แก่คนแปลกหน้าที่มาเยือนจนชุ่มชื่น

ความสุขในความเรียบง่ายที่รุ่มรวยน้ำใจอย่างที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ที่เร่งร้อน  อาจเป็นความหมายที่แท้ของการไปเยือนเชียงคาน

 

 


 

 

ตัว อ.เชียงคาน อยู่ริมสายน้ำโขงในเขต จ.เลย

ถ้าได้ล่องเรือตามลำน้ำโขงออกจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย  พอไปได้สักหน่อยทั้งสองฝั่งน้ำก็จะเป็นแผ่นดินลาว  จนมาถึง อ.เชียงคานนี่ล่ะ ที่สายน้ำโขงกลับมาทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาวอีกครั้ง

 

 


 

 

บ้านเรือนไม้เก่าแก่ริมน้ำโขง ดูจะเป็นไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งของเมืองเชียงคาน

ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน  นับจากที่เคยตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฟากประเทศลาว ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะอพยพข้ามฝั่งหนีภัยจากฝรั่งเศสที่เข้ามายึดครองดินแดนแถบนี้ มาอยู่ทางฝั่งที่เป็นเมืองเชียงคานปัจจุบัน

 

 


 

 

เดิมนักท่องเที่ยวที่มาถึงเชียงคานส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งแบคแพคแบกเป้มาพักกันตามเกสต์เฮ้าส์  บรรยากาศยังเงียบ ๆ

 

 


 

 

แต่ด้วยเสน่ห์ของผู้คนและบรรยากาศของเมืองนี้ที่ถูกบอกต่อกัน ทำให้หลายต่อหลายคนอยากมาสัมผัส จนเมืองเริ่มคึกคักขึ้นมากว่าแต่ก่อน

 

 


 

 

ถ้าจะเรียกว่า "มาเที่ยวเชียงคาน" ก็คงพูดได้ไม่ถนัด  เพราะเชียงคานไม่มีที่เที่ยวโดดเด่นอะไรจนต้องมาเที่ยวกัน

 

 


 

 

โดยเฉพาะกับคนเมืองกรุงที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่ละวันเต็มไปด้วยตารางแน่นเอี๊ยด  พอจะมาเที่ยวก็ยังอดทำตารางเที่ยวไม่ได้ ว่าเช้านี้ต้องทำอะไร สายต้องไปไหน เที่ยงต้องกินอะไร ไปจนค่ำนี้จะไป hang out ที่ไหนต่อ

ถ้าเป็นอย่างนั้นเชียงคานก็แทบไม่รู้จะเอาอะไรไปใส่ไว้ในตารางให้

 

 


 

 

จะบอกว่ามาเชียงคานไม่ต้องมีแผนเที่ยวให้ยุ่งยาก  ก็แค่มาลองใช้ชีวิตเนิบช้าอยู่ในเมืองที่เดินไปด้วยจังหวะเนิบนาบไม่เร่งรีบอย่างเมืองกรุง  ไปไหนมาไหนก็เดินหรือปั่นจักรยานเอาได้หมด

แล้วจะพบว่า ความไม่มีอะไรนี่ล่ะกลับเป็นความสุขสงบที่เราโหยหา

 

 


 

 

แต่ใครที่เคยต้องตาลีตาเหลือกตื่นแต่เช้าเพื่อฝ่ารถติดไปทำงานให้ทัน

เสียใจด้วย!!! มาถึงเชียงคานแล้วก็คงไม่แคล้วต้องตื่นแต่เช้ามืดเช่นเดิม  แต่เพื่อมาพบอีกวิถีชีวิตที่พอตื่นขึ้นมาก็เริ่มด้วยการเป็นผู้ให้และแบ่งปัน  อย่างการตักบาตรข้าวเหนียว

 

 


 

 

ที่เชียงคาน ชาวบ้านเขาจะตักบาตรข้าวเหนียวกันเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง

 

 


 

 

พระท่านจะมีมาเป็นหลายสายคล้ายกับที่หลวงพระบาง  เพราะงั้นจกข้าวเหนียวเป็นจกเล็ก ๆ ก็พอ  จกแล้วใส่ลงในบาตรได้เลยไม่ต้องปั้นให้เป็นก้อนคนทางนี้เขาถือ

 

 


 

 

นอกจากข้าวเหนียวแล้ว จะใส่ขนมบ้างก็ได้

ปกติธรรมเนียมของคนเชียงคานจะตักบาตรด้วยข้าวเหนียวกันอย่างเดียว ไม่ใส่กับข้าวลงในบาตรด้วย

เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตามกัน พระท่านจะได้ไม่ต้องหิ้วของพะรุงพะรังให้เป็นภาระด้วย

 

 


 

 

ไม่ต้องห่วงว่าพระท่านจะไม่มีกับข้าวฉัน ชาวบ้านเขาจะตามเอากับข้าวไปถวายที่วัดกันอีกที

 

 


 

 

หนนี้อาศัยคุณป้าศรีพรรณคนดังแห่งศรีพรรณโฮมสเตย์ พาไปถวายอาหารที่วัดบ้าง  คุณป้านอกจากจะช่วยตระเตรียมอาหาร ยังเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ครบชุดติดมือไปให้ด้วย

 

 


 

 

ไปถึงวัดก็ถ่ายอาหารใส่จานชามยกขึ้นไปประเคน  พอพระท่านตักแล้วชาวบ้านก็ยกสำรับกับข้าวกับปลาที่เหลือมานั่งล้อมวงกินกัน

ที่จริงเวลาเดินอยู่ในเมืองเชียงคาน ผ่านบ้านไหนที่เขากำลังล้อมวงกินข้าวกันอยู่  เชื่อได้เลยว่าเขาจะร้องเรียกให้กินข้าวด้วยกัน เรียกกันแบบชวนให้กินกันจริง ๆ

ถึงยังไงเราก็คงอดเกรงใจไม่กล้าไปร่วมสำรับ  แต่มาถึงวัดกันอย่างนี้ ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ล้อมวงกินข้าวกับชาวบ้าน  ได้ทั้งลองชิมอาหารพื้นบ้านหลายจานอย่างละคำสองคำ ไปจนถึงได้ฟังสำเนียงท้องถิ่นเพราะ ๆ ที่ชาวบ้านคุยกัน

เรียกว่า ไม่ควรพลาดโอกาสแบบนี้ถ้าอยากรู้สึกว่าได้มาถึงเชียงคานจริง ๆ

 

 


 

 

เพราะเสน่ห์สำคัญของเชียงคานก็คือน้ำจิตน้ำใจของคนเมืองนี้  ที่แค่เดินชมเมืองผ่านมาก็ได้ทั้งรอยยิ้มและคำทักทาย

เลยได้รู้ด้วยว่าคุณป้าเอาใบตองมาตากแดดให้นิ่ม สำหรับจะไปห่ออั่วเนื้อที่จะทำไปขายที่ตลาด

 

 


 

 

ว่าแล้วคุณป้าก็ให้ลูกสาวไปแกะห่ออั่วเนื้อที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ให้คนผ่านทางมาอย่างเราได้ชิมกันเสียเลย

 

 


 

 

ความที่ผู้คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่และเด็กเล็ก  ส่วนคนหนุ่มคนสาวก็เข้าไปทำงานในเมืองใหญ่กัน

 

 


 

 

เพราะงั้นบรรยากาศก็เลยดูสงบ ปลอดภัย  ขนาดว่าเจ้าของร้านเปิดร้านทิ้งไว้ ส่วนตัวไปตลาดยังได้

 

 


 

 

เมืองนี้เดินไปไหนมาไหนก็เห็นบ้านช่องก็เปิดประตูทิ้งกันไว้

เพราะงั้นสาวที่อยากจะลองแบกเป้ออกเดินทางคนเดียวเป็นหนแรก  เชียงคานก็น่าจะเป็นก้าวแรกที่ดี แม้ว่าชื่อของเืมืองอาจทำให้บางคนแหยง ๆ ไปก็เถอะ

 

 


 

 

ถ้าอยากลองชิมเมนูชาวบ้าน ๆ ของที่นี่  ที่พอจะคุ้นลิ้นของคนต่างถิ่นอย่างเรา ๆ ที่ไปเที่ยวกัน  ต้องไปลองชิมข้าวเปียก หรือที่เรียกว่า ก๋วยจั๊บญวณ

 

 


 

 

ร้านดังจะเป็นร้านข้าวเปียกซอย 10 บนถนนศรีเชียงคาน ใกล้ ๆ กับซอย 10

 

 


 

 

อีกจานที่ต้องลองคือ ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว  เป็นเส้นขนมจีนในน้ำซุปและเครื่องในหมู

 

 


 

 

คนที่นี่แนะนำว่าให้มาชิมกันที่ ร้านในซอยศรีเชียงคาน 16

 

 


 

 

ป้านาเปิดร้านกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่อย่ามาช้าเชียว สักแค่ 10 โมงของก็หมดแล้ว

 

 


 

 

แนะนำว่าเติมผักสด ๆ ลงไปด้วยจะช่วยเพิ่มรสชาติ

 

 


 

 

กินร่วมโต๊ะกับคนเชียงคานอย่างนี้ ไม่แปลกถ้าจะมีคำเชื้อเชิญให้ได้มีโอกาสชิมกับข้าวพื้นบ้านไปด้วย

 

 


 

 

ร้านข้าวปุ้นน้ำแจ่วแนะนำอีกร้าน เป็นร้านป้าบัวหวาน ที่ซอย 14 บน

 

 


 

 

ข้าวปุ้นน้ำแจ่วเขากินกันตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงสาย ๆ  ถ้ามาตอนเที่ยงก็จะเจอร้านว่างเปล่าแบบนี้ อยากลองชิมต้องมาตั้งแต่ช่วงเช้าจะได้ไม่พลาดเน้อ

 

 


 

 

ส่วนจานนี้เป็น ตำซั่ว  ว่ากันว่าต้นตำรับอยู่ที่เชียงคานนี่ล่ะ เท็จจริงอย่างไรยังไม่แน่ใจ แต่ก็น่ามาลองชิมกัน

ปกติ ตำซั่ว จะใส่ปลาร้าด้วย  ถ้าไม่ชอบก็บอกได้ว่าไม่ต้องใส่

 

 


 

 

ตำซั่วของที่นี่เขาจะใช้เส้นขนมจีนที่ทำกันใหม่สดแบบนี้  แล้วถ้าสั่งเป็นตำด๊องแด๊ง เส้นขนมจีนที่ได้จะเป็นตัวคล้าย ๆ กับตัวลอดช่อง

 

 


 

 

ตำซั่วนี่หาชิมกันได้หลายต่อหลายร้าน  อย่างร้านจิตส้มตำ บนถนนศรีเชียงคาน ตรงข้ามกับ รร.วิจิตรศึกษา

 

 


 

 

หรืออีกร้านที่คนพูดถึงกันคือ ร้านกุมารทอง ในซอย 17

 

 


 

 

แนะนำร้านกันไว้พอเป็นแนว  แต่ก็ใช่ว่าจะต้องไปกินร้านนั้นอย่างเดียว ลองบุกเบิกไปชิมร้านอื่นบ้างก็น่าสนุกดี

ส่วนถ้านั่งรถมาถึงเชียงคานแต่เช้ามืด บ้านพักอาจยังไม่เปิด แนะนำให้แวะหาอะไรกินกันที่ตัวตลาดก็ได้  อยู่ใกล้ ๆ กับท่ารถ โดยเฉพาะถ้าใครมารถของ บขส. เอง ลงรถแล้วเดินเลยมาหน่อยก็ถึงแล้ว

 

 


 

 

อาจเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยไข่กระทะ

 

 


 

 

หรือเดินเตร็ดเตร่เข้าไปในตลาด ก็มีร้านกาแฟ โอวัลติน ไข่ลวก แบบที่ไม่ต้องติดป้าย "โบราณ" ดึงลูกค้า

 

 


 

 

ข้าวปุ้นน้ำแจ่วก็มี

 

 


 

 

หนาวนักก็ไปยืนล้อมรอป้าเขาจี่ข้าวจี่หอม ๆ ให้กิน

 

 


 

 

ข้าวหลามเชียงคาน เห็นกระบอกเล็ก ๆ แต่ข้าวเหนียวยาวเต็มกระบอกมาก  แค่กระบอกเดียวก็อิ่มแล้วอิ่มอีก พบกันได้แถว ๆ เชียงคานซอย 0

 

 


 

 

เดินผ่านแหนมคลุกเจ้านี้ สะอาดสะอ้านดี  ก่อนลูกค้าจะมาจะคลุมผ้าขาวบางเอาไว้

ส่วนขนมถุงที่แขวนไว้หน้าตาเหมือนข้าวแต๋นของเมืองเหนือ  ที่นี่เขาเรียก ข้าวเรียงเม็ด อร่อยดีเหมือนกัน

 

 


 

 

เจ้าที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง เป็น ไอติมลุงเติบ

 

 


 

 

เป็นไอติมกระทิแบบโฮมเมดที่ลุงเติบจะตื่นมาทำเองแต่เช้า  เริ่มกันตั้งแต่ขูดมะพร้าวคั้นทำกระทิเองเลยทีเดียว

 

 


 

 

จะได้ชิมต้องอาศัยโชคช่วยเล็กน้อย  เพราะลุงจะร่อนมอเตอร์ไซค์ตระเวนขายไปเรื่อย ๆ

 

 


 

 

ถ้ารู้จักเชียงคานหลายคนคงรู้ัจักศรีพรรณโฮมสเตย์คู่กันไปด้วย  เดี๋ยวนี้คุณป้าศรีพรรณมีร้านอาหารตามสั่งให้ลองชิมฝีมือ

 

 


 

 

เดินทะลุบ้านไปด้านที่ติดโขงได้เลย

 

 


 

 

แต่คุณป้าไม่ได้ลงมือเอง  พ่อครัวที่นี่ชื่อพี่สิทธิ์ เป็นลูกเขยของป้าศรีพรรณ  
พี่เขาเคยเป็นกุ๊กโรงแรมมาก่อน  งานนี้เรียกว่าได้มาชิมฝีมือมีระดับแต่ราคาชาวบ้าน ๆ  ที่่ชิมแล้วจะติดใจ

 

 


 

 

ร้านลุกโภชนา ที่ซอย 9

นอกจากจานปลาแม่น้ำที่ขึ้นชื่อแล้ว  ช่วงเช้ายังมีโจ๊ก ต้มเลือดหมู ให้บริการกันด้วย

 

 


 

 

ร้านอาหารยังมีอีกหลายร้าน  แนะนำกันไว้พอให้ตั้งหลักได้ก่อนจะออกไปเดินหาร้านอื่นชิมกันต่อ

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 75 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน