| เชียงคาน |
|
หน้า 1 จาก 3
ที่จริงหลายคนที่ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองสงบริมสายน้ำโขงแห่งนี้ ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเสน่ห์ที่นี่ไม่ได้อยู่ที่บ้านไม้เก่าแก่สองข้างทาง และก็ไม่ใช่เพราะร้านของที่ระลึกบรรยากาศสุดชิล หากแต่อยู่ที่เจ้าบ้านที่มีน้ำจิตน้ำใจและรอยยิ้มรดรินให้แก่คนแปลกหน้าที่มาเยือนจนชุ่มชื่น ความสุขในความเรียบง่ายที่รุ่มรวยน้ำใจอย่างที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ที่เร่งร้อน อาจเป็นความหมายที่แท้ของการไปเยือนเชียงคาน
ตัว อ.เชียงคาน อยู่ริมสายน้ำโขงในเขต จ.เลย ถ้าได้ล่องเรือตามลำน้ำโขงออกจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พอไปได้สักหน่อยทั้งสองฝั่งน้ำก็จะเป็นแผ่นดินลาว จนมาถึง อ.เชียงคานนี่ล่ะ ที่สายน้ำโขงกลับมาทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาวอีกครั้ง
บ้านเรือนไม้เก่าแก่ริมน้ำโขง ดูจะเป็นไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งของเมืองเชียงคาน ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน นับจากที่เคยตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฟากประเทศลาว ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะอพยพข้ามฝั่งหนีภัยจากฝรั่งเศสที่เข้ามายึดครองดินแดนแถบนี้ มาอยู่ทางฝั่งที่เป็นเมืองเชียงคานปัจจุบัน
เดิมนักท่องเที่ยวที่มาถึงเชียงคานส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งแบคแพคแบกเป้มาพักกันตามเกสต์เฮ้าส์ บรรยากาศยังเงียบ ๆ
แต่ด้วยเสน่ห์ของผู้คนและบรรยากาศของเมืองนี้ที่ถูกบอกต่อกัน ทำให้หลายต่อหลายคนอยากมาสัมผัส จนเมืองเริ่มคึกคักขึ้นมากว่าแต่ก่อน
ถ้าจะเรียกว่า "มาเที่ยวเชียงคาน" ก็คงพูดได้ไม่ถนัด เพราะเชียงคานไม่มีที่เที่ยวโดดเด่นอะไรจนต้องมาเที่ยวกัน
โดยเฉพาะกับคนเมืองกรุงที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ แต่ละวันเต็มไปด้วยตารางแน่นเอี๊ยด พอจะมาเที่ยวก็ยังอดทำตารางเที่ยวไม่ได้ ว่าเช้านี้ต้องทำอะไร สายต้องไปไหน เที่ยงต้องกินอะไร ไปจนค่ำนี้จะไป hang out ที่ไหนต่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นเชียงคานก็แทบไม่รู้จะเอาอะไรไปใส่ไว้ในตารางให้
จะบอกว่ามาเชียงคานไม่ต้องมีแผนเที่ยวให้ยุ่งยาก ก็แค่มาลองใช้ชีวิตเนิบช้าอยู่ในเมืองที่เดินไปด้วยจังหวะเนิบนาบไม่เร่งรีบอย่างเมืองกรุง ไปไหนมาไหนก็เดินหรือปั่นจักรยานเอาได้หมด แล้วจะพบว่า ความไม่มีอะไรนี่ล่ะกลับเป็นความสุขสงบที่เราโหยหา
แต่ใครที่เคยต้องตาลีตาเหลือกตื่นแต่เช้าเพื่อฝ่ารถติดไปทำงานให้ทัน เสียใจด้วย!!! มาถึงเชียงคานแล้วก็คงไม่แคล้วต้องตื่นแต่เช้ามืดเช่นเดิม แต่เพื่อมาพบอีกวิถีชีวิตที่พอตื่นขึ้นมาก็เริ่มด้วยการเป็นผู้ให้และแบ่งปัน อย่างการตักบาตรข้าวเหนียว
ที่เชียงคาน ชาวบ้านเขาจะตักบาตรข้าวเหนียวกันเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่ง
พระท่านจะมีมาเป็นหลายสายคล้ายกับที่หลวงพระบาง เพราะงั้นจกข้าวเหนียวเป็นจกเล็ก ๆ ก็พอ จกแล้วใส่ลงในบาตรได้เลยไม่ต้องปั้นให้เป็นก้อนคนทางนี้เขาถือ
นอกจากข้าวเหนียวแล้ว จะใส่ขนมบ้างก็ได้ ปกติธรรมเนียมของคนเชียงคานจะตักบาตรด้วยข้าวเหนียวกันอย่างเดียว ไม่ใส่กับข้าวลงในบาตรด้วย เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตามกัน พระท่านจะได้ไม่ต้องหิ้วของพะรุงพะรังให้เป็นภาระด้วย
ไม่ต้องห่วงว่าพระท่านจะไม่มีกับข้าวฉัน ชาวบ้านเขาจะตามเอากับข้าวไปถวายที่วัดกันอีกที
หนนี้อาศัยคุณป้าศรีพรรณคนดังแห่งศรีพรรณโฮมสเตย์ พาไปถวายอาหารที่วัดบ้าง คุณป้านอกจากจะช่วยตระเตรียมอาหาร ยังเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ครบชุดติดมือไปให้ด้วย
ไปถึงวัดก็ถ่ายอาหารใส่จานชามยกขึ้นไปประเคน พอพระท่านตักแล้วชาวบ้านก็ยกสำรับกับข้าวกับปลาที่เหลือมานั่งล้อมวงกินกัน ที่จริงเวลาเดินอยู่ในเมืองเชียงคาน ผ่านบ้านไหนที่เขากำลังล้อมวงกินข้าวกันอยู่ เชื่อได้เลยว่าเขาจะร้องเรียกให้กินข้าวด้วยกัน เรียกกันแบบชวนให้กินกันจริง ๆ ถึงยังไงเราก็คงอดเกรงใจไม่กล้าไปร่วมสำรับ แต่มาถึงวัดกันอย่างนี้ ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ล้อมวงกินข้าวกับชาวบ้าน ได้ทั้งลองชิมอาหารพื้นบ้านหลายจานอย่างละคำสองคำ ไปจนถึงได้ฟังสำเนียงท้องถิ่นเพราะ ๆ ที่ชาวบ้านคุยกัน เรียกว่า ไม่ควรพลาดโอกาสแบบนี้ถ้าอยากรู้สึกว่าได้มาถึงเชียงคานจริง ๆ
เพราะเสน่ห์สำคัญของเชียงคานก็คือน้ำจิตน้ำใจของคนเมืองนี้ ที่แค่เดินชมเมืองผ่านมาก็ได้ทั้งรอยยิ้มและคำทักทาย เลยได้รู้ด้วยว่าคุณป้าเอาใบตองมาตากแดดให้นิ่ม สำหรับจะไปห่ออั่วเนื้อที่จะทำไปขายที่ตลาด
ว่าแล้วคุณป้าก็ให้ลูกสาวไปแกะห่ออั่วเนื้อที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ให้คนผ่านทางมาอย่างเราได้ชิมกันเสียเลย
ความที่ผู้คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่และเด็กเล็ก ส่วนคนหนุ่มคนสาวก็เข้าไปทำงานในเมืองใหญ่กัน
เพราะงั้นบรรยากาศก็เลยดูสงบ ปลอดภัย ขนาดว่าเจ้าของร้านเปิดร้านทิ้งไว้ ส่วนตัวไปตลาดยังได้
เมืองนี้เดินไปไหนมาไหนก็เห็นบ้านช่องก็เปิดประตูทิ้งกันไว้ เพราะงั้นสาวที่อยากจะลองแบกเป้ออกเดินทางคนเดียวเป็นหนแรก เชียงคานก็น่าจะเป็นก้าวแรกที่ดี แม้ว่าชื่อของเืมืองอาจทำให้บางคนแหยง ๆ ไปก็เถอะ
ถ้าอยากลองชิมเมนูชาวบ้าน ๆ ของที่นี่ ที่พอจะคุ้นลิ้นของคนต่างถิ่นอย่างเรา ๆ ที่ไปเที่ยวกัน ต้องไปลองชิมข้าวเปียก หรือที่เรียกว่า ก๋วยจั๊บญวณ
ร้านดังจะเป็นร้านข้าวเปียกซอย 10 บนถนนศรีเชียงคาน ใกล้ ๆ กับซอย 10
อีกจานที่ต้องลองคือ ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว เป็นเส้นขนมจีนในน้ำซุปและเครื่องในหมู
คนที่นี่แนะนำว่าให้มาชิมกันที่ ร้านในซอยศรีเชียงคาน 16
ป้านาเปิดร้านกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่อย่ามาช้าเชียว สักแค่ 10 โมงของก็หมดแล้ว
แนะนำว่าเติมผักสด ๆ ลงไปด้วยจะช่วยเพิ่มรสชาติ
กินร่วมโต๊ะกับคนเชียงคานอย่างนี้ ไม่แปลกถ้าจะมีคำเชื้อเชิญให้ได้มีโอกาสชิมกับข้าวพื้นบ้านไปด้วย
ร้านข้าวปุ้นน้ำแจ่วแนะนำอีกร้าน เป็นร้านป้าบัวหวาน ที่ซอย 14 บน
ข้าวปุ้นน้ำแจ่วเขากินกันตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงสาย ๆ ถ้ามาตอนเที่ยงก็จะเจอร้านว่างเปล่าแบบนี้ อยากลองชิมต้องมาตั้งแต่ช่วงเช้าจะได้ไม่พลาดเน้อ
ส่วนจานนี้เป็น ตำซั่ว ว่ากันว่าต้นตำรับอยู่ที่เชียงคานนี่ล่ะ เท็จจริงอย่างไรยังไม่แน่ใจ แต่ก็น่ามาลองชิมกัน ปกติ ตำซั่ว จะใส่ปลาร้าด้วย ถ้าไม่ชอบก็บอกได้ว่าไม่ต้องใส่
ตำซั่วของที่นี่เขาจะใช้เส้นขนมจีนที่ทำกันใหม่สดแบบนี้ แล้วถ้าสั่งเป็นตำด๊องแด๊ง เส้นขนมจีนที่ได้จะเป็นตัวคล้าย ๆ กับตัวลอดช่อง
ตำซั่วนี่หาชิมกันได้หลายต่อหลายร้าน อย่างร้านจิตส้มตำ บนถนนศรีเชียงคาน ตรงข้ามกับ รร.วิจิตรศึกษา
หรืออีกร้านที่คนพูดถึงกันคือ ร้านกุมารทอง ในซอย 17
แนะนำร้านกันไว้พอเป็นแนว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องไปกินร้านนั้นอย่างเดียว ลองบุกเบิกไปชิมร้านอื่นบ้างก็น่าสนุกดี ส่วนถ้านั่งรถมาถึงเชียงคานแต่เช้ามืด บ้านพักอาจยังไม่เปิด แนะนำให้แวะหาอะไรกินกันที่ตัวตลาดก็ได้ อยู่ใกล้ ๆ กับท่ารถ โดยเฉพาะถ้าใครมารถของ บขส. เอง ลงรถแล้วเดินเลยมาหน่อยก็ถึงแล้ว
อาจเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยไข่กระทะ
หรือเดินเตร็ดเตร่เข้าไปในตลาด ก็มีร้านกาแฟ โอวัลติน ไข่ลวก แบบที่ไม่ต้องติดป้าย "โบราณ" ดึงลูกค้า
ข้าวปุ้นน้ำแจ่วก็มี
หนาวนักก็ไปยืนล้อมรอป้าเขาจี่ข้าวจี่หอม ๆ ให้กิน
ข้าวหลามเชียงคาน เห็นกระบอกเล็ก ๆ แต่ข้าวเหนียวยาวเต็มกระบอกมาก แค่กระบอกเดียวก็อิ่มแล้วอิ่มอีก พบกันได้แถว ๆ เชียงคานซอย 0
เดินผ่านแหนมคลุกเจ้านี้ สะอาดสะอ้านดี ก่อนลูกค้าจะมาจะคลุมผ้าขาวบางเอาไว้ ส่วนขนมถุงที่แขวนไว้หน้าตาเหมือนข้าวแต๋นของเมืองเหนือ ที่นี่เขาเรียก ข้าวเรียงเม็ด อร่อยดีเหมือนกัน
เจ้าที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง เป็น ไอติมลุงเติบ
เป็นไอติมกระทิแบบโฮมเมดที่ลุงเติบจะตื่นมาทำเองแต่เช้า เริ่มกันตั้งแต่ขูดมะพร้าวคั้นทำกระทิเองเลยทีเดียว
จะได้ชิมต้องอาศัยโชคช่วยเล็กน้อย เพราะลุงจะร่อนมอเตอร์ไซค์ตระเวนขายไปเรื่อย ๆ
ถ้ารู้จักเชียงคานหลายคนคงรู้ัจักศรีพรรณโฮมสเตย์คู่กันไปด้วย เดี๋ยวนี้คุณป้าศรีพรรณมีร้านอาหารตามสั่งให้ลองชิมฝีมือ
เดินทะลุบ้านไปด้านที่ติดโขงได้เลย
แต่คุณป้าไม่ได้ลงมือเอง พ่อครัวที่นี่ชื่อพี่สิทธิ์ เป็นลูกเขยของป้าศรีพรรณ
ร้านลุกโภชนา ที่ซอย 9 นอกจากจานปลาแม่น้ำที่ขึ้นชื่อแล้ว ช่วงเช้ายังมีโจ๊ก ต้มเลือดหมู ให้บริการกันด้วย
ร้านอาหารยังมีอีกหลายร้าน แนะนำกันไว้พอให้ตั้งหลักได้ก่อนจะออกไปเดินหาร้านอื่นชิมกันต่อ
|
