| เที่ยวบึงฉวาก ชมตลาดสามชุก |
|
หน้า 5 จาก 6
ไปเที่ยวตลาดสามชุกกันต่อ ขับรถย้อนมาทางเดิมไปทางที่จะกลับมาตัวเมืองสุพรรณ จากจุดที่กลับรถวิ่งย้อนเข้ามาจนถึงแยกที่เข้าสามชุกก็ประมาณ 22 กม. แต่ก่อนถึงแยกประมาณ 2 กม. จะมีป้ายชี้ทางไว้ คลิกดู แผนที่ทางเข้าตลาดสามชุก เลี้ยวขวาเข้ามาที่ อ.สามชุกแล้ว พอลงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนมาปุ๊บก็เลี้ยวขวาเข้าซอยขวามือเลย ป้ายปากซอยจะเขียนไว้ว่า " ที่ว่าการอำเภอสามชุก
วิ่งตรงเข้ามาจนเจอกับป้ายห้ามเข้า ก็เลี้ยวขวาแล้วจะมาเจอด้านหลังที่ทำการอำเภอ ก็ให้ขับอ้อมมาด้านหน้าที่จะมีลานจอดรถอยู่ ลงรถมาก็ถึงแล้ว " สามชุก ตลาดร้อยปี "
มาถึงแล้วต้องมาแวะที่ " บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ " ก่อน เดินผ่านป้ายตลาดมา ด้านซ้ายมือหัวมุมจะเป็นร้านกาแฟเก่าแก่ ถัดมาอีกซอยก็จะถึงแล้ว
บ้านท่านขุนฯ เดี๋ยวนี้ถูกจัดไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่ชั้นล่างจะมีแบบจำลองตลาดสามชุกให้ได้เห็นภาพรวมทั้งหมด ในอดีตสมัยที่ยังเรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง สามชุกเคยเป็นท่าเรือและย่านการค้าที่สำคัญที่วันนี้ยังคงรักษาลมหายใจจากอดีตไว้ให้เราได้หวลกลับมาชื่นชมกัน
มีผังตลาดแนะนำร้านเก่าแก่ที่น่าแวะไปชมกัน
แต่ละร้านมีประวัติความเป็นมายังไงก็มีแนะนำกันเอาไว้
ลองดูกันสักร้าน เป็นร้านนาฬิกาที่เปิดมากว่า 50 ปีแล้วชื่อ "รัชพร" เดี๋ยวนี้ยังมีนาฬิกาโบราณอายุ 80 กว่าปีเก็บเอาไว้อยู่
ร้านนาฬิการัชพรที่ว่า
อย่าลืมหยิบแผ่นพับแนะนำตลาดติดมาด้วย จะได้เป็นคู่มือเดินชม
บ้านหลังนี้เดิมเป็นบ้านของ ท่านขุนจำนงจีนารักษ์ ซึ่งท่านเป็นคนจีนที่เกิดในเมืองไทย และเป็นผู้มีเมตตาให้ความช่วยเหลือผู้คนจนได้รับยกย่องให้เป็นผู้นำชุมชน และต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท่านขุน ปัจจุบันท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว พอมีโครงการพัฒนาตลาดสามชุกกัน ลูกของท่านขุนฯ ก็ได้อนุญาตให้เข้ามาใช้พื้นที่บ้านจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์
ห้องนั่งเล่นบนชั้น 2
อีกฟากหนึ่งของห้อง
เห็นมุมนี้แล้ว น่ามานั่งอ่านหนังสือไปจิบกาแฟไปจัง
บนชั้น 3 จะมีห้องโล่ง จัดเป็นห้องสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ช่วงนี้ มีทั้งภาพถ่ายและภาพวาดจากฝีมือของผู้คนที่ประทับใจในความงามของสามชุกมาจัดแสดงเอาไว้
ตัวอย่างสักภาพ
ชานบนชั้น 3
ไปเดินเที่ยวด้านนอกกันต่อ เสน่ห์ของที่นี่อย่างสำคัญก็คือ การที่ยังรักษาบรรยากาศตลาดเก่าแก่ในอดีตเอาไว้ได้ เพราะงั้นการมาเดินชมก็อาจจะไม่เหมือนการไปเดินเที่ยวดูตลาดอื่นที่จะมุ่งสนุกกับการซื้อหาของกินอร่อย ๆ จะว่าไปเหมือนเรายังคงเดินเที่ยวอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เพียงแต่เป็น "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" เป็นของเก่าจากอดีตที่ยังคงมีมิติของชีวิตความเป็นอยู่จริง ๆ ดำรงอยู่ด้วย
ย่านนี้เป็นเรือนแถวไม้ บางหลังก็มีลายไม้สวย ๆ ประดับประดาไว้
ป้ายบ้านเลขที่
บรรยากาศในตลาดดูจะเงียบ ๆ หน่อย คงเพราะไม่ตรงกับช่วงที่ชาวบ้านมาซื้อของกัน เพราะสังเกตว่าข้าวของตามร้านก็แขวนขายกันแบบเต็มที่อยู่เหมือนกัน แต่ถึงคนเดินจะน้อยแต่ก็ไม่เหงา เพราะระหว่างทางรอยยิ้มทักทาย จนแม้คำแนะนำชี้ชวนให้เดินไปชมร้านเก่าแก่ตรงโน้นซอยนี้จากชาวตลาด ก็มีมาเป็นระยะๆ
ร้านขายยา ฮกอันโอสถ ที่ยังมียาไทยแผนโบราณขายกันอยู่
ร้านนี้หน้าร้านกว้างดีจัง
โรงแรมอุดมโชค โรงแรมเก่าแก่ที่เซลล์สมัยก่อนใช้อาศัยแวะพักกัน ก่อนออกเดินทางต่อ เพราะทำเลสามชุกนี่สมัยก่อนมาเรือก็จะมาค่ำที่นี่พอดี
โรงแรมอีกแห่ง สำราญรมย์ ที่คงจะปิดกิจการไปแล้ว
ร้านขายของชำ กับสินค้าสมัยใหม่ที่สีสันต้องให้สดใส ล่อตาล่อใจขึ้นกว่าเดิม
ร้านนี้สินค้าอาจจะธรรมดา แต่ป้ายชื่อร้านสวยจัง
เดินเที่ยวแล้วเกิดติดอกติดใจ อยากมาเป็นสมาชิกใหม่ของชาวสามชุก ถ้าเจอป้ายยังงี้ก็ลองโทรติดต่อกันดู
ก่อนกลับอย่าลืมแวะมาถ่ายรูปย้อนยุคกันที่ร้าน "ศิลป์ธรรมชาติ" ร้านนี้ยังถ่ายด้วยกล้องแบบเก่า แล้วยังมีเครื่องแต่งตัวให้ใส่โพสต์ท่าถ่ายด้วย แต่ถึงจะไม่ได้มาใช้บริการ เจ้าของร้านก็ยินดีและเชื้อเชิญให้แวะเข้าในร้าน มาชมกล้องถ่ายรูปรุ่นเก่าแก่ที่เก็บเอาไว้
แต่ถ้าจะลองถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ขอบอกว่ารอรับได้ แต่ต้องไปรอที่บ้านเดี๋ยวร้านจะส่งรูปไปให้ทางไปรษณีย์อีกที
ที่สามชุกอาจจะไม่มีของกินอู่ฟู่เยอะแยะเหมือนเวลาไปเที่ยวตลาดอื่น แต่ก็มีเด็ดเหมือนกัน ตั้งแต่ร้านกาแฟตรงหัวมุม หรือร้านบะหมี่ "เจ๊กอ้าว" ที่ทำเส้นบะหมี่เองสไตล์แต้จิ๋ว
ตรงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำ ก็ยังมีร้านข้าวห่อใบบัว น่าลองชิมกันดู
ร้านน้ำพริกแม่กิมลั้ง ส่งเข้าประกวดด้วยคน
สำหรับใครที่สนใจจะมาเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ แล้วอยากให้ทางนี้นำเที่ยวพาเดินชมก็แจ้งกันมาล่วงหน้าได้ที่ คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ติดต่อได้ที่ โทร. 0 1640 3327, 0 3550 4498 หรือ 0 3557 2449 ไกค์ที่จะพาเดินชมก็จะเป็นเด็กลูกหลานของชาวตลาดนี่เอง เห็นแล้วก็น่าดีใจที่เด็กรุ่นใหม่ได้มีโอกาสซึบซับและภาคภูมิใจในวิถีความเป็นอยู่ของชุมชน แล้วก็ดูกระตือรือร้นที่จะถ่ายทอดให้กับผู้มาเยี่ยมเยือน ไม่ใช่เพียงท่องกันเป็นนกแก้วนกขุนทอง
ส่วนใครที่อยากจะนั่งโต๊ะทานข้าวกันเป็นกิจจะลักษณะ ถ้ามาแถวสามชุกต้องแนะนำร้าน "เจ๊เน้ย" ที่นั่งก็บรรยากาศดีอยู่ติดแม่น้ำท่าจีน ตัวร้านจะอยู่ริมถนนทางหลวงสาย 340 ที่ถ้ามาจากตัวเมืองสุพรรณก็จะอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงแยกเข้าตัวอำเภอสามชุกประมาณ 2 กม. แต่ถ้าอยู่ที่ตลาดสามชุกอย่างนี้ เวลาไปก็ขับรถย้อนกลับไปที่ทางแยกเข้าอำเภอสามชุก เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางเข้าเมืองสุพรรณ แล้วไปกลับรถที่ช่องกลับรถอันที่สองอีกที ร้านจะอยู่ติดกับร้านขายวัสดุก่อสร้าง
ส่วนของฝากย่านเมืองสุพรรณนี่ ตอนขับรถย้อนกลับมาถึงช่วงตัวเมืองสุพรรณก็จะมีร้านขายของฝากอยู่หลายร้าน ของที่ขึ้นชื่อคงไม่พ้นขนมสาลี่ แต่เลยไปอีกหน่อยช่วงระหว่าง อ.บางปลาม้า กับ อ.เมือง สองข้างทางจะมีร้านขายกุ้งแม่น้ำเรียงรายไปตลอดทั้งสองฝั่ง
ซื้อแล้ว มีบริการเผาให้ฟรี แถมน้ำจิ้มกันด้วย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.