ไปเช้าเย็นกลับ
FacebookTwitterBlogger

เที่ยวบึงฉวาก ชมตลาดสามชุก

พูดถึงไปเที่ยว บึงฉวาก ใครก็คงนึกถึงอุโมงค์ปลาน้ำจืดกับปลาหายากที่น่าหาโอกาสไปดูกัน แต่ถ้าได้ไปชมจะยิ่งประทับใจในบรรยากาศแวดล้อมที่ได้รับการออกแบบและดูแลรักษาให้สะอาดสะอ้านงดงามเป็นระเบียบ ทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจเหมาะจะใช้สำหรับพักผ่อนร่วมกันกับครอบครัว แล้วระหว่างทางเดี๋ยวจะพาแวะ ตลาดสามชุก ย้อนชมอดีตย่านการค้าเก่าแก่ที่ถึงวันนี้ถูกเรียกว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต อีกด้วย

หลายคนอาจจะได้ไปชมกันมาแล้วสำหรับ "บึงฉวาก" เพราะเปิดตัวกันมาตั้งแต่ปี 2546 แล้ว แต่บางคนที่ยังไม่เคยไปก็อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าไกลเกินไปที่จะขับรถไปเพียงดู " ปลา " หรือไม่ก็ยังหวาด ๆ กับเสียงร่ำลือว่าคนแน่นเหลือเกินในช่วงเปิดตัวที่ผ่านมา บางคนอาจจะอยากไปแต่ก็กลัวหลงเพราะไม่รู้จักถนนหนทางแถวนั้น

ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใดที่ทำให้คุณยังไม่เคยไปเยือนบึงฉวากกัน ลองตาม ThaiWeekender พาไปชมบึงฉวากกันสักรอบแล้วอาจนึกอยากจะขับรถไปเที่ยวกัน ไม่ต้องกลัวไกล ไม่ต้องกลัวหลงอีกต่อไป แล้วระหว่างทางจะพาคุณแวะไปชมบรรยากาศที่ "ตลาดสามชุก" ตลาดเก่าแก่เมื่อราวร้อยปีมาแล้ว ที่ยังคงเก็บลมหายใจแห่งอดีตไว้ให้เราไปค้นหากัน ที่นี่อาจจะไม่ได้เป็นแหล่งรวมของกินมากมาย ไม่มีเรือแม่ค้ามาพายขายของให้ตื่นตา แต่เป็นบรรยากาศตลาดย้อนยุคที่ยังมีชีวิตชีวาน่าไปชมอีกแห่งหนึ่ง

 


 

ตัดภาพมาที่บึงฉวากกันเลย

ที่บึงฉวากมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ได้มีแต่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอย่างที่รู้จักกันเท่านั้น แต่ยังมีทั้งอุทยานผักพื้นบ้าน กับสวนสัตว์ขนาดย่อม มีกรงนกใหญ่ที่เลี้ยงนกไว้ในสภาพธรรมชาติและให้เราเข้าไปเดินชมกันในกรงเลย

ทั้งหลายทั้งปวงนี่ก็จะตั้งเรียงรายอยู่บริเวณริมบึง ส่วนที่เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่จะพาไปชมก่อนนี่จะอยู่ด้านในสุด หรือที่เห็นอยู่ในแว่นขยายในรูปนั่นแหละ

 


 

มาถึงกันก็ต้องมาซื้อบัตรเข้าชมกันก่อน ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนนักเรียน / นักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท

ที่นี่จะเปิดให้ชมกันทุกวัน ถ้าเป็นวันหยุดจะเปิดให้ชมกันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น แต่ถ้าวันธรรมดาจะเปิด 10 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

 


 

สำหรับเด็กเล็ก ๆ ที่สูงไม่ถึง 90 ซม. เข้าฟรี แต่ถ้าโตขึ้นมาหน่อยแต่สูงไม่เกิน 130 ซม. ก็เสียราคาเด็ก แต่ถ้าสูงกว่านั้น ก็ต้องเสียเป็นราคาผู้ใหญ่

ไม่แน่ใจยังไงก็ไปวัดกันได้ที่หน้าซุ้มขายบัตรกันได้เลย

 


 

เวลาเข้าชมที่นี่มีธรรมเนียมนิดหน่อยว่าต้องเดินเรียงแถวถือบัตรไว้คนละใบเลย เรียกว่าไม่มีการมั่วนิ่มไปได้ เขาว่าขนาด " คุณหญิงแจ่มใส " มา ยังต้องซื้อบัตรเลย น่ารักจริง ๆ

 


 

หน้าทางเข้ามีรถเข็นไว้ให้บริการด้วย เห็นคนพาคุณย่าคุณยายมาก็ได้อาศัยเข็นพาท่านผู้อาวุโสเข้าไปชมกันด้วย

 


 

}

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจะมีเป็นสองอาคาร เดี๋ยวมาชมกันที่อาคารหลังแรกกันก่อนเลย

 


 

ก่อนจะชมปลา มาชมตู้ปลากันก่อน ;-)

เรื่องของเรื่องคือ น้องปลาบึกในตู้เธอว่ายกันไปมา ถ่ายรูปมาเท่าไหร่ก็ไหวกลายเป็นภาพสิ่งมีชีวิตที่คล้ายปลาไปเสียหมด ดูตู้ปลาไปพลางก่อนก็แล้วกัน

 


 

ในอาคารหลังแรกที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ เขาจะจัดแสดงปลาน้ำจืดไว้ในตู้ปลาที่จัดบรรยากาศไว้อย่างสวยงาม น่าอยู่มาก

 


 

เจ้านี่หน้าตาแปลกดี

 


 

ส่วนตู้นี้กำลังสบสายตากับ ปลายี่สก ที่ไม่รู้ไปโกรธใครมาตาแดงปั้ดเชียว

 


 

ส่วนตัวนี้ ใครรู้บ้างว่าชื่ออะไร

ใบ้ให้นิดนึงว่า เป็นปลาที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแต่จะมาในรูปทอดมันหรือลูกชิ้นเสียนี่

ถูกต้องแล้วคร้าบ ปลายกราย นั่นเอง

 


 

ตามตู้ต่าง ๆ จะมีข้อมูลชื่อปลา แล้วก็ถิ่นที่อยู่ตลอดจนอาหารการกินของปลาแต่ละชนิด อย่างตู้นี้เป็น ปลาแรด อาศัยอยู่ตามอ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำสายใหญ่ กินพวกพืชน้ำเป็นอาหาร

 


 

ดูกันให้ชัด ๆ อีกทีว่านี่ไม่ใช่ปลาแรดธรรมดา แต่เป็น ปลาแรดเผือก

ปลาพวกนี้น่ารักมาก เพราะอยู่นิ่ง ๆ ให้ถ่ายรูปแต่โดยดี

 


 

ใช่ว่าจะมีแต่ปลาน้ำจืด สิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลก็มีมาให้ชมกัน ทั้งดอกไม้ทะเล ดาวทะเล และปลาทะเล

 


 

ปลาโนรี

(อยากรู้จักปลาโนรีให้มากขึ้น ต้องแวะไปที่ Talaythai.com )

 


 

ถัดมาที่อาคารหลังที่สอง ก็จะมีปลาทะเลสีสวยมาให้ชมกันหลายตู้เลย

 


 

มีคนทะยอยมาชมกันเรื่อย ๆ

 


 

ส่วนตู้นี้นี่มาเป็นแท้งก์สูง เลยเป็นมุมที่ถูกถ่ายรูปกันเกรียวกราว

 


 

พักโฆษณาสักครู่

ที่อาคารสองจะมีร้านขายของที่ระลึกด้วย ที่เด่นเลยเห็นจะเป็นเสื้อบึงฉวากสีสันสดใส สนใจก็แวะไปอุดหนุนกันได้

 

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.