| ตลาดน้ำบางคล้า |
|
หน้า 1 จาก 3
นอกจากจะอิ่มอร่อยกันที่ตลาดแล้ว ยังจะได้มาชมค้างคาวแม่ไก่ตัวโต ๆ ชิมน้ำตาลสดต้มกันใหม่ ๆ ต่อด้วยไปป้อนอาหารนกแก้วมาคอร์สีสวยในฟาร์มเลี้ยงขนาดใหญ่ ที่สำคัญจะได้มาสักการะพระสถูปเจดีย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในบริเวณที่ครั้งหนึ่งในอดีตท่านได้เคยรบกับพม่าจนได้ชัยชนะ ขนาดที่พม่าต้องครั่นคร้ามไม่กล้ายกทัพติดตามไปอีก
ตลาดน้ำที่บางคล้าเป็นตลาดเกิดใหม่อีกแห่ง ในยุคที่คนนิยมไปเที่ยวตลาดน้ำหรือตลาดโบราณกัน ตัวตลาดจะเป็นแพผูกกันอยู่ริมน้ำ แล้วก็มีเรือขายอาหารของกินเรียงรายแน่นขนัดไปทั้งสองข้างของแพ
ที่นี่เปิดกันทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ต่อเนื่องกับวันเสาร์-อาทิตย์
มีเรือขายอาหารสารพัดจอดเทียบกันอยู่ข้างแพ
มีอะไรให้หม่ำกันบ้าง ลองมาดูกัน
ผัดไทยเจ้านี้ผัดและเสิร์ฟกันทีละจาน
ก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิดมีให้เลือกสั่งได้ตามใจชอบ
ส่วนลำนี้มีกุ้งเผา เผากันใหม่ ๆ ร้อน ๆ
ถ้าสงสัยว่าซื้อแล้วจะหม่ำกันได้ที่ไหนเหรอ ในแพเขาตั้งโต๊ะกันไว้ให้อย่างนี้ เป็นโต๊ะเก้าอี้ไม้อย่างดี พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเก็บโต๊ะทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่ข้างแต่ละโต๊ะเขาก็มีถังขยะจัดไว้ให้ด้วย ตอนคนเยอะ เจ้าหน้าที่อาจทำไม่ทัน อิ่มแล้วก็ช่วยกันเก็บเองได้เลย ช่วยให้คนอื่นได้มีโต๊ะว่างสะอาดได้ใช้ต่อ :-)
ให้ใครนั่งจองโต๊ะไว้ก่อน แล้วออกไปเดินหาของกินกันต่อ
เรือก๋วยเตี๋ยวอีกลำ
อยากได้อะไรแซ่บ ๆ ต้องมาที่เรือส้มตำ
ก่อนจะมาเดินหาของหวาน
รับขนมถ้วยล้างปากไหม
เมนูเชลล์ชวนชิมที่มีให้ซื้อติดมือกลับบ้าน
อย่าลืมกินผลไม้ในแต่ละมื้ออาหารกันด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี
ขนมจากก็มี
เรือบางลำอาจจะจอดเทียบอยู่ห่างหน่อย
แต่ระยะห่างไม่ใช่อุปสรรคสำหรับแม่ค้าที่นี่ อยากกินอะไรเรียกสั่งกันได้เลย
สุดแพทั้งด้านซ้ายและด้านขวา มีเจ้าเรือให้บริการล่องแม่น้ำบางปะกงเที่ยวกันด้วย
ตรงนี้เป็นเจ้าทางฝั่งซ้ายของแพ ลำเล็กแบบนี้ ลำละ 300 บาท
เรือลำใหญ่ ผู้ใหญ่คนละ 69 บาท เด็ก 30 บาท
ตรงนี้เป็นเจ้าทางฝั่งขวาของแพ
ราคาเหมาลำเล็ก ลำละ 300 บาทเหมือน ๆ กัน แต่ที่นั่งของเจ้านี้มีให้เลือกแบบเก้าอี้เป็นตัว ๆ หรือจะนั่งเอกเขนกแกะขนมของกินที่ซื้อมาล้อมวงกินกันไประหว่างล่องเรือได้ด้วย
ส่วนเรือลำใหญ่เจ้านี้เขาคิดผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท
ที่นั่งด้านในกว้างขวาง มีโต๊ะเก้าอี้แบบที่เหมาะจะซื้อของกินมานั่งกินไปชมวิวไป
ที่ชั้นบนวิวจะดีกว่าเพราะว่าโปร่งแล้วลมพัดก็เย็นสบายกว่าด้วย เพียงแต่ระหว่างล่องเรือแสงจะจ้าสักหน่อย ยังไงพกแว่นกันแดดติดมาด้วยจะดีมาก
ถ้าเป็นช่วงเย็น ๆ แดดร่มลมตกที่นั่งตรงนี้จะเยี่ยมมาก แต่เรือเขามีแค่วันละ 2 รอบ คือ 12.00 น. กับ 14.00 น. เท่านั้น
เรือพวกนี้เขาจะแล่นพาชมรอบเกาะลัด เจ้าเกาะลัดที่ว่าลักษณะก็เหมือนกับเกาะเกร็ดที่เราคุ้นเคย คือเป็นเกาะที่มีแม่น้ำล้อมรอบ
บนเกาะลัดส่วนมากจะเป็นที่สวนไม่ค่อยมีบ้านเรือนให้เห็น จะมีบ้านริมน้ำอย่างนี้ก็จะเป็นริมน้ำทางฝั่งตัวอำเภอบางคล้าเสียมากกว่า
บนเกาะลัดที่มีแม่น้ำบางปะกงล้อมรอบ มีที่พักแบบโฮมสเตย์กันอยู่ด้วย ใครอยากพักผ่อนแบบเงียบสงบริมน้ำ ลองติดต่อเขาดูที่ โทร.089-094-5519 081-699-9172
เรือจะพาแล่นมาถึงสถูปเจดีย์พระเจ้าตากที่ปากน้ำโจ้โล้ ตรงที่คลองท่าลาดไหลมารวมกับแม่น้ำบางปะกง
แวะขึ้นไปกราบนมัสการกัน
บริเวณนี้ทัพพม่าเคยไล่ตามพระเจ้าตากที่ตีฝ่าออกมาจากอยุธยาช่วงก่อนที่จะเสียกรุง แล้วก็มารบกันอยู่ในบริเวณนี้ ถึงจะมีกำลังที่น้อยกว่าแต่พระเจ้าตากก็ใช้กลศึกจนรบชนะพม่า ก่อนจะไปรวบรวมไพร่พลอยู่ที่จันทบุรีแล้วกลับมายึดอยุธยาคืนจากพม่าได้ ตอนหลังท่านก็เลยให้มาสร้างเจดีย์ที่นี่ไว้เป็นอนุสรณ์ แต่เจดีย์ที่เห็นเป็นของสร้างใหม่เมื่อปี พ.ศ.2542 เพราะว่าของเดิมถูกน้ำเซาะพังไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปไม่กี่ปี
ถ้าเป็นอนุสรณ์สถานของสมเด็จพระนเรศวรจะเห็นคนเอาไก่ไปถวายกันเยอะ คงเพราะประวัติของท่านที่ชนไก่ชนะไก่ของพระมหาอุปราชของพม่า ส่วนที่นี่จะนิยมเป็นม้า ที่คงจะหมายถึงม้าศึกของพระเจ้าตากที่ท่านจะทรงม้าออกรบกับพม่า ส่วนไก่นี่ก็ยังมีปน ๆ มาอยู่บ้าง
ย้อนกลับมาที่ตลาดกันอีกที นอกจากบนแพแล้วบนบกก็ยังมีของมาวางขายกัน เจ้านี้เป็นบะจ่างที่เคยทั้งออกทีวี ลงหนังสือ ถ่ายรูปคู่กับคุณชายถนัดศรี เรียกว่ามีให้รู้จักกันหลายทาง เหลืออย่างเดียวจะรู้ว่าอร่อยจริงไหม ก็คือต้องมาลองชิมกันดูเอง
บนฝั่งพ่อค้าแม่ขายจะมากางเต็นท์ขายของกันอยู๋ริมน้ำให้เดินช้อป
ถ้าเป็นหน้ามะม่วงอย่าพลาดแวะมาเที่ยวที่นี่กันเชียว เพราะว่า อ.บางคล้า นี่ล่ะ เป็นแหล่งปลูกมะม่วงแหล่งใหญ่ของประเทศ
ส่วนห้องน้ำห้องท่าเขามีสร้างเรือนห้องน้ำไว้ให้ ขึ้นจากแพมาแล้วให้เดินมาทางขวามือ ก็จะเห็นป้ายตัวโตบอกไว้
มาเที่ยวถึง อ.บางคล้าแล้ว จะแวะเที่ยวอะไรได้อีกบ้าง ตอนที่วิ่งรถเข้ามาที่ตัวอำเภอบางคล้า จะมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้แวะสักการะ
อย่างที่เล่าไปแล้วว่าที่บางคล้ามีประวัติที่เกี่ยวข้องกับท่าน ก็ตอนที่ตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกมาได้แล้ว ท่านก็มุ่งหน้ามาทางภาคตะวันออก เหตุผลก็เพราะผู้คนบ้านเมืองทางด้านนี้ยังสมบูรณ์ดีอยู่ ไม่ถูกทัพของพม่าทำลาย เหมาะจะมาระดมผู้คนตระเตรียมกลับไปสู้กับพม่าได้ แต่หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะระหว่างทางก็มาพบกับทัพของพม่าแล้วก็ถูกพม่าไล่ติดตาม แต่ทุกครั้งท่านก็สามารถตีพม่าแตกพ่ายไปได้ จนพม่าคร้ามไม่กล้าตามมาอีก ในช่วงที่คนกำลังกลัวพม่า การที่ท่านชนะพม่าได้หลายต่อหลายครั้ง ผลดีอีกอย่างที่ตามมาก็คือ ผู้คนตามเมืองรายทางก็ยอมมาเข้าด้วยกับท่านเพราะเห็นในฝีมือ เราท่านที่มาสักการะท่านแล้วก็จะได้เอาเป็นแบบอย่าง ว่าอย่าท้อถอยเวลาที่ต้องพบเจออุปสรรค เพราะวิกฤตอาจพลิกเป็นโอกาสได้เหมือนกัน
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.