| สองน่องท่องกรุงเก่า |
|
หน้า 5 จาก 5
เดี๋ยวไป วัดโลกยสุธา กันต่อ เอารถลัดทะลุออกมาทางด้านหลังพระวิหารวัดมงคลบพิตรที่เป็นลานจอดรถ เจอถนนแล้วก็เลี้ยวขวาวิ่งเลียบคลองออกมา พอเจอสะพานก็เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วย้อนกลับมาวิ่งเลียบคลองทางอีกฟากหนึ่ง ด้านขวาจะมีกำแพง พอสุดกำแพงก็จะมีถนนให้เลี้ยวขวาเข้าไป ตรงนี้จะมีป้ายไปวัดโลกยสุธา
วิ่งตามถนนมาเรื่อยจะมาผ่าน วัดวรเชษฐาราม ก่อน วัดนี้สันนิษฐานว่าจะเป็นวัดที่สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้ทรงสร้างอุทิศถวายสมเด็จพระนเรศวร พระเชษฐา
สังเกตว่าผนังพระอุโบสถจะเจาะเป็นช่องหน้าต่างไว้เพียงบานเดียว ภายในคงจะมืดครึ้มที่น่าจะเป็นความตั้งใจที่จะสร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดขึ้น
เลยเข้าไปอีกหน่อยก็จะถึง วัดโลกยสุทธา วัดนี้ต้องมาชมพระนอนกัน แล้วก็ควรมาช่วงเย็น ๆ อย่างนี้ที่แสงสีทองจะส่องมาต้องด้านหน้าขององค์พระ สวยงามมาก เคยมีคนเล่าว่ามาไหว้พระนอนแล้วจะได้สบาย นั่งกินนอนกิน ฟังแล้วก็ขำ ๆ ดี เขาคงไม่รู้ว่าแต่ละวันพระพุทธองค์ได้บรรทมน้อยมาก เพียงคืนละไม่เกิน 4 ชั่วโมง แล้วก็ไม่ใช่เพื่อความสุขจากการได้นอนสบาย ๆ อีกด้วย แต่เป็นเพื่อบรรเทาทุกขเวทนาทางกายเท่านั้น
เหมือนกับที่ทรงสอนให้ กินไม่ใช่เพื่อความเอร็ดอร่อย หากเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายที่จะใช้ปฏิบัติธรรมได้ต่อไป
จากที่วัดโลกยาสุทธา ให้ใช้ทางออกทางด้านปลายพระบาทของพระนอน จะเป็นถนนผ่านชุมชนไปออกที่ถนนอู่ทอง ถ้าไปไม่ถูกยังไงลองถามทางชาวบ้านว่าจะไปที่ เจดีย์ศรีสุริโยทัย ยังไงก็ได้ เจดีย์องค์นี้สันนิษฐานกันว่าจะประดิษฐานพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัยที่ไม่ต้องเล่าประวัติกันมาก เพราะคงได้ดูจากหนังเรื่อง สุริโยไท กันแล้ว
มาเล่าเรื่องลักษณะของเจดีย์ดีกว่าเพราะน่าสนใจว่า รูปทรงเจดีย์นี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอยุธยาเลย เจดีย์จะเป็นทรงออกไปแนวสี่เหลี่ยม แล้วไปยักให้มีมุมเพิ่มขึ้นตามมุมทั้งสี่ เรียกกันว่า "เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม" คาดว่าน่าจะเริ่มมีการสร้างเจดีย์ลักษณะนี้กันในสมัยสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ์ พระสวามีของสมเด็จสุริโยทัยนี่เอง ส่วนบนคูหาทั้งสี่ ก็มีการทำเจดีย์องค์เล็ก ๆ ประดับไว้ด้วย เหมือนกับที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ที่เพิ่งไปดูมา
ด้านข้างองค์เจดีย์ยังมีศาลาที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย
มาต่อกันที่ วัดไชยวัฒนาราม ที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลต์อีกแห่งหนึ่งของอยุธยาที่ไม่ควรพลาดมาชม ถ้าให้ดีเลือกมาช่วงเย็น ๆ วัดจะยิ่งดูสวยงามอลังการในแสงสีทองยามเย็นอีกด้วย วิธีไปก็ให้ขี่รถเลยขึ้นไปจากเจดีย์ศรีสุริโยทัย มาอีกไม่ไกลจะมีแยกไฟแดงก็ให้เลี้ยวขวาข้ามสะพานออกมานอกเกาะเมือง ลงสะพานมาก็ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายวัดไชยวัฒนาราม
วัดไชยวัฒนาราม นี่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททองที่จัดว่าเป็นช่วงอยุธยาตอนปลาย อย่างที่เล่าไว้เกี่ยวกับที่มาของพระทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุ ว่าพระเจ้าปราสาททองทรงขึ้นครองราชย์ด้วยการปราบดาภิเษก หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยก็คือ ทรงทำรัฐประหาร ด้วยความที่ทรงเป็นสามัญชนมาก่อน ก็เลยทรงสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงพระราชอำนาจ แล้วนี่ก็เลยเป็นการรื้อฟื้นการนำเอาปรางค์แบบขอมมาสร้างเป็นประธานของวัดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ไม่มีการสร้างปรางค์ใหญ่อย่างนี้มาระยะหนึ่งแล้ว คงจะทำนองเพื่อเสริมสร้างความเป็นสมมติเทวราชของพระองค์ตามคติความเชื่อของขอมนั่นเอง
ว่ากันว่าวัดนี้สร้างในที่บ้านของพระมารดาของพระองค์ท่านที่เสียไปก่อนจะขึ้นครองราชย์ เพราะงั้นบรรดาเจดีย์ที่อยู่รายรอบปรางค์ประธานก็เลยมีรูปทรงเหมือนกับเมรุ ถือเป็นการเฉลิมพระเกียรติมารดาของท่านที่ล่วงลับไปก่อนหน้า
ภายใต้เจดีย์รายที่ว่าจะมีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ (อีกแล้ว) ประดิษฐานอยู่ทุกเจดีย์ไป แต่ทั้งหมดก็ชำรุดไปมากแล้ว แต่ก็เชื่อว่าลักษณะของพระพุทธรูปเหล่านี้น่าจะเหมือนกับพระประธานที่วัดหน้าพระเมรุที่ไปชมกันมาแล้ว
เดินออกมาทางด้านแม่น้ำ ที่วัดไชยฯ นี้เป็นอีกแห่งที่จะพบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม ซึ่งสร้างไว้คู่หนึ่งทางด้านริมน้ำ การสร้างเจดีย์คู่ไว้ในวัดนี้ เป็นธรรมเนียมที่ผู้สร้างวัดจะสร้างไว้เพื่ออุทิศให้แก่บิดามารดาของผู้สร้าง คงจะคุ้นกับเจดีย์ที่มียักษ์กับลิงแบกอยู่คู่หนึ่งในวัดพระแก้ว นั่นก็สร้างด้วยเหตุผลเดียวกัน
ฝั่งตรงข้ามกับวัดจะเป็นพระตำหนักสิริยาลัย ที่ประทับของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ชมบรรยากาศกันพอสมควรแล้ว ก็ขี่ข้ามสะพานกลับเข้ามา ตรงนี้ถ้าใครอยากซื้อโรตีสายไหม ของฝากชื่อดังของอยุธยา พอลงสะพานมาก็เลี้ยวขวาวิ่งไปจนถึงแถว ๆ หน้า รพ.อยุธยา ตรงนั้นจะมีร้านโรตีสายไหมอยู่หลายร้านเลยทีเดียว แต่ถ้าขี้เกียจขี่ไปไกล พอลงสะพานมาก็เลี้ยวขวามาไม่ถึง 100 เมตรดี ก็จะมีร้านโรตี ที่เป็นสาขาของร้านดังเจ้าหนึ่งเหมือนกัน จะแวะซื้อที่นี่ก็ได้
ส่วนถ้าใครเลือกจะมาที่แถวหน้าโรงพยาบาล ซื้อโรตีเสร็จแล้วน่าจะลองขี่ต่อมาเที่ยวที่ ป้อมเพชร กันอีกสักนิด ที่ป้อมเพชรนี่ถือว่าเป็นป้อมสำคัญในสมัยอยุธยาป้อมหนึ่งเลยทีเดียว เพราะจะอยู่ตรงกับแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่ขึ้นมาจากทางปากน้ำ เรียกว่าถ้ามีเรือข้าศึกเข้ามาจากทางปากน้ำก็ต้องเจอกับปืนใหญ่ที่ป้อมนี้กันก่อน
แต่ถ้าขี่รถมาเที่ยวอย่างนี้ มานั่งพักรับลมเย็นริมแม่น้ำกันก็ไม่เลวเลย
ถ้ายังมีเวลาก่อนจะเอารถไปคืน ก็อาจจะแวะไปหาอะไรรองท้องกันก่อนกลับบ้าน แล้วถ้าจะให้มีของกินให้เลือกเยอะ ๆ คงไม่พ้นตลาดโต้รุ่ง ที่ตรงแถว ๆ วัดมหาธาตุจะมีอยู่สองแห่งด้วยกัน คือ ฝั่งตรงข้ามวัดเลย กับด้านที่เลยมาทางวงเวียนแล้ว
อีกที่หนึ่งก็คือตลาดโต้รุ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์จันทรเกษม ใกล้กับตลาดหัวรอ
อีกแห่งที่อยากแนะนำคือร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก เจ้านี้อยู่แถว ๆ ตลาดหัวรอ บรรยากาศร้านเก๋ไก๋ด้วยเรือนไม้ แล้วก็ตั้งโต๊ะกันบนถนนเลยทีเดียว รสชาติไปชิมมาแล้วอร่อยดีในราคาเพียงชามละ 10 บาทเท่านั้นสังเกตด้วยว่าคนท้องถิ่นมานั่งกันเต็มร้านเลยทีเดียว
ถ้าอยู่ที่วัดไชยวัฒนารามแล้วจะมาที่ร้านนี้ พอขี่ข้ามสะพานกลับเข้าเกาะเมืองมาก็ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งผ่านเจดีย์ศรีสุริโยทัยมาเรื่อย ๆ ก่อนถึงตลาดหัวรอหน่อย ร้านจะอยู่ทางด้านขวามือ
อิ่มแล้วก็เอารถไปคืนที่ร้าน แล้วก็ไปตีตั๋วรถไฟกลับบ้านกัน ช่วงเย็น ๆ จะมีรถไฟมาหลายขบวนเหมือนกัน แต่ที่มาถี่หน่อยคือช่วงทุ่มครึ่งถึงสองทุ่ม ที่จะมีรถไฟเข้ากรุงเทพถึง 3 ขบวนด้วยกัน ส่วนขบวนสุดท้ายคือ 3 ทุ่ม 47 นาที
แต่ยังไงทางที่ดีตอนที่มาถึงที่สถานีตอนเช้า ก็เอากล้องดิจิตอลไปถ่ายหรือไม่ก็จดตารางเดินรถเที่ยวขากลับ (ขาล่อง) เก็บไว้เป็นข้อมูลติดตัวก็ดี จะได้กะเวลานั่งกินกันสบาย ๆ ก่อนกลับได้
ค่ารถก็ 20 บาทเท่าเดิม ช่องขายตั๋วจะเปิดประมาณ 15 นาทีก่อนรถจะมาถึง
เล่าข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดสำหรับใครที่ไม่นิยมรถไฟ จะนั่งรถ บขส. มาก็ได้ มีรถออกจากหมอชิต 2 ตอนเช้าตั้งแต่ตีห้า รถจะมาจอดที่ท่ารถในเกาะเมืองบนถนนนเรศวร จากตรงท่ารถร้านเช่าจักรยานที่ใกล้ที่สุดก็ต้องเป็นที่ถนนข้าวเหนียว ตรงข้ามกับแบงก์ไทยพาณิชย์ ที่น่าจะห่างจากท่ารถในราว 4-500 เมตรได้
ส่วนขากลับ รถเที่ยวสุดท้ายจะออกตอนทุ่มยี่สิบ ค่ารถ ถ้าเป็นรถ ป.1 (คาดสีฟ้า) คนละ 45 บาท ส่วนรถ ป.2 (คาดสีส้ม) คนละ 41 บาท รถ ป.2 หรือที่เรียกกันว่า รถส้ม จะถูกกว่าแต่ก็จะแวะจอดรับส่งรายทางไปเรื่อย ส่วนรถ ป.1 จะจอดเฉพาะจุดใหญ่ ๆ อย่าง ประตูน้ำพระอินทร์ นวนคร รังสิต ดอนเมือง แล้วก็ที่หมอชิตเลย
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 36664 ความเห็น (15)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก ด้ฃีจัง เรานั่งอ่านจนจบเรย
ดีมากๆเรยน้า
เราเองก้ออยากไปเที่ยวอยุธยาแล้วิ
ครั้งล่าสุดที่ไปเมื่อประมาณ2เดือนก่อนไปไหว้พระวันปีใหม่หน่ะ :) ก้อได้ไปมาหลายวัด และก้อได้ซื้อโรตีกลับมาฝากคนอื่นๆ 5โลทีเดียว เพราะโรตีที่นี่ขึ้นชื่อมาก แต่ต้องเล็งร้านให้ดีนะ และร้านที่อร่อย จำชื่อไม่ได้จะมีสองสาขา สาขาแรกอยู่ในตลาดหน่อย คนรอตรึม อาจไม่ได้ปริมาณเท่าที่ต้องการก้อได้ ฉะนั้นลองถามที่ร้านดู เลยมาอีกหน่อยแต่ไม่ต้องรอนานนะ ที่อยุธยานี้มีวัดมาก ต้องขอบอกว่ามากจริงๆ แต่เราก้อชอบไปดูไปชม และไปไหว้พระ แต่เราแนะนำว่าคนที่ไม่บึกบึน ควรเช่ามอไซค์ดีกว่านะ เพราะว่าถ้าอากาศเย็นก้อพอคุยกัน แต่ถ้าหน้าร้อนเนี่ยะ ไม่ไหวหล่ะ
...
เจดีย์ศรีสุริโยทัย เรียกว่าเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองเป็นเอกลักษณ์เจดย์สมัยอยุธยาตอนปลายที่ถ่ายไปสู่กรุงรัตนโกสินทร์ (เช่นที่วัดพระเชตุพน ) ชอชมว่าเขียนบันทึกได้น่าสนใจมากครบที่เที่ยวที่กินเป็นขั้นเป็นตอนดีมาก
ตอบคุณพิม
ข้อมูลที่ให้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับไปเที่ยวเองได้เลยครับ ไม่ได้เป็นบริการนำเที่ยวอะไร ว่างเมื่อไรก็ไปเช่าจักรยานในอยุธยาปั่นเที่ยวกันเลย
...
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
อยากไปเที่ยวมาก แต่ไม่รุ้จะไปยังไง
ตอนนี้รุ้สึกดีขึ้นแล้ว ^_____^
คิดว่าไปแล้วจะไปเคว้งแล้วค่ะ :P
...
เจ๋งมากค่ะ
แนะนำเที่ยวได้น่าสนใจ และละเอียดแบบที่อ่านแล้วสามารถไปเที่ยวเองได้เลย ขอบคุึณมากๆนะคะ กำลังอยากหาที่เที่ยวคนเดียวพักผ่อนหย่อนใจแบบไปเช้าเย็นกลับ ที่นี่น่าสนใจทีเดียว อยากพักผ่อนนั่งรถไฟค่ะ ว่าแต่ค่ารถไฟ 20 บาทจริงๆหรอคะ [ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แล้วก็ค่ารถไฟ 20 บาทจริง ๆ ครับ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องลุ้นเรื่องที่นั่งหน่อยว่าจะว่างไหม แนะนำให้ไปขึ้นสถานีต้น ๆ อย่างหัวลำโพง สามเสน ที่สำคัญช่วงนี้บางขบวนเป็นรถฟรีเสียด้วย - ThaiWeekender] จะพาน้องหมาไปเที่ย ด้วย
ขอบคุณสำหรับข้อมูล ละเอียดดีค่ะ บางที่น้องหมาน่าจะเข้าได้ ว่าจะนั่งรถไฟไปเที่ยวอยู่พอดี
เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.