| สองน่องท่องกรุงเก่า |
|
หน้า 3 จาก 5
ออกจากวัดราชบูรณะ ไปต่อกันที่ วัดธรรมิกราช ขี่จักรยานบนฟุตบาทย้อนมาตรงถนนที่คั่นระหว่างวัดมหาธาตุกับวัดราชบูรณะ
วิ่งมาเรื่อยจนเจอป้ายวัดก็เลี้ยวเข้ามาเลย
นี่แหละเจดีย์สิงห์ล้อมที่จะมาชมกันต่อ
ที่เขาสร้างสิงห์ไว้รอบเจดีย์อย่างนี้ ก็เพื่อให้ปกป้องดูแลพระบรมธาตุที่ประดิษฐานอยู่ ลักษณะนี้ที่อยุธยายังมีที่ วัดมเหยงค์ แต่ถ้าไปทางเมืองเหนือก็จะมีอยู่หลายแห่งเลย ทั้งที่สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร ว่ากันแนวคิดอย่างนี้ก็เป็นอิทธิพลที่มาจากทางขอมอีกทีหนึ่ง
ที่จริงในกรุงเทพเองอย่างที่วัดเบญจมบพิตร เราก็เห็นรูปสิงห์เฝ้าหน้าทางเข้าพระอุโบสถอยู่เหมือนกัน
รวมทั้งที่วัดพระแก้วด้วย
พระอุโบสถที่นี่มีขนาดใหญ่โตเลยทีเดียว ผนังก็เป็นแบบเจาะเป็นช่องเหมือนลูกกรง ก็เลยต้องทำหลังคาลงมาคลุมกันไม่ให้ฝนสาดเข้าไปตามช่อง เสาที่รับหลังคาที่เห็นเป็นแนวเรียงไปเลย ก็เรียกว่า "เสานางเรียง"
ออกมาที่ถนนก็ขี่ไปทางซ้าย ไปสักหน่อยจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาข้ามสะพานไปวัดหน้าพระเมรุ
ที่ วัดหน้าพระเมรุ นี้ต้องมาชมพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ถูก "สร้าง" หรือไม่ก็ "บูรณะ" ขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ด้วยความที่พระเจ้าปราสาททองนี่ทรงเคยเป็นสามัญชนมาก่อน และทรงขึ้นครองราชย์ด้วยการปราบดาภิเษกขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงต้องสร้างความชอบธรรมและการเสริมสร้างพระราชอำนาจให้มีขึ้น
การสร้างพระพุทธรูปที่ทรงเครื่องกษัตริย์ก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในการสร้างความเป็นจักรพรรดิราช คือเป็นกษัตริย์ที่เหนือกว่ากษัตริย์ทั้งปวง
วิหารหลังข้าง ๆ ก็น่าแวะไปชมพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยทวาราวดี ซึ่งมีอายุกว่าพันปีมาแล้ว เป็นพระปางปฐมเทศนา ทำด้วยหินทรายสีเขียว ความที่มีหลักฐานเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อย่างนี้ก็พอบอกให้เรารู้ได้ว่า สมัยพันกว่าปีมาแล้วในแถบภาคกลางเรานี้เคยมีชุมชนที่มีความเจริญอย่างมากอยู่ก่อนแล้ว อย่างที่รู้จักกันในนาม "อาณาจักรทวารวดี"
แต่แม้จะยิ่งใหญ่แค่ไหนทุกสิ่งก็ล้วนแต่อยู่ในกฎไตรลักษณ์ ที่เมื่อมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ก็ต้องดับสลายหายไปในท้ายที่สุดนั่นเอง
ขี่ต่อไป ไป วัดพระราม กันดีกว่า ให้ขี่จักรยานกลับมาจุดก่อนที่จะเลี้ยวเข้าไปวัดธรรมิกราช (ถนนที่ผ่านหน้าโรงเรียน) เสร็จแล้วก็ขี่ลึกเข้าไปตามถนน ถนนจะโค้งซ้ายแล้วจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวา จะมาเจอวัดมงคลบพิตรที่เดี๋ยวจะแวะมาอีกที ตอนนี้ให้เลี้ยวซ้ายมาที่หน้าวัดพระรามกันก่อน
แถว ๆ หน้าวัดพระรามจะมีขาใหญ่เดินกันพลุกพล่าน เวลาขี่รถมาต้องสงบเสงี่ยมกันหน่อย เพราะเค้า "ขาใหญ่" จริง ๆ 555
มาถึงกันแล้วจอดรถล็อกให้เรียบร้อย เสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาทแล้ว ก็เดินลอดซุ้มประตูเข้ามากันได้เลย
วัดนี้เชื่อว่าสร้างขึ้นในที่ที่พระราชทานเพลิงศพพระเจ้าอู่ทอง กษัตริย์พระองค์แรกของอยุธยา ส่วนตัวองค์ปรางค์ แต่เดิมน่าจะเป็นปรางค์สามองค์เรียงกัน เหมือนกับที่พระปรางค์สามยอดที่ลพบุรี แต่ปรางค์ด้านข้างพังทลายไปแล้ว แต่ก็ยังพอเห็นส่วนของตัวฐานอยู่บ้าง
ส่วนที่เจดีย์ทรงปราสาทยอด (เจออีกแล้ว) ที่อยู่ทั้งสี่มุมรอบองค์ปรางค์ จะมีพระพุทธรูปปูนปั้นประดับอยู่ เป็นพระรูป ยืน เดิน นั่ง นอน(พังไปแล้ว) ซึ่งน่าจะสะท้อนถึงคำสอนเรื่องกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ในอิริยาบทบรรพ ที่ให้ดำรงสติรู้ตัวอยู่ในทุกอิริยาบถ โดยเน้นที่อิริยาบทหลักคือ ยืน เดิน นั่ง และนอน นั่นเอง
แทบทุกวัดเราจะได้เห็นพระพุทธรูปที่ชำรุดอยู่ทั่วไป เกือบทั้งหมดไม่เหลือพระเศียรไว้เลย
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.