| 
Home เที่ยวที่ไหนดี ไปเช้าเย็นกลับ สองน่องท่องกรุงเก่า

สองน่องท่องกรุงเก่า

introอีกรสชาติหนึ่งของการเที่ยวชมเมืองมรดกโลกให้ได้อรรถรสเต็มที่  คือการค่อย ๆ ขี่จักรยานท่องไปในตัวเมืองที่โบราณสถานก็อยู่ใกล้ๆ กันทั้งนั้น จักรยานสามารถพาซอกแซกไปได้ทั่ว  แล้วยังเย็นจากสายลมโชยเสียยิ่งกว่านั่งอบอยู่ในรถที่ระอุจากการจอดตากแดดมาทั้งวันเสียอีก  เพียงแต่เตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดดสักหน่อย ก็ใช้ได้แล้ว           

กริ๊ง... กริ๊ง......  ขี่ตามมาได้เลย


 


 

ปกติในอยุธยาเราจะเห็นมีชาวต่างชาติขี่จักรยานเที่ยวกันอยู่เสมอ พอคนไทยอย่างเราจะมาขี่จักรยานเที่ยวบ้างก็ไม่ต้องขับรถมาอยุธยาก็ได้ ลองเปลี่ยนมานั่ง "รถไฟ" มาก็ไม่เลว ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (พลังงาน) ไปในตัว

แล้วบรรยากาศสองข้างทางที่ยังเหลือท้องทุ่ง บ้านไม้ ไร่นา ให้ชมกันเพลินไปตลอดทาง บรรยากาศแปลกตาอย่างนี้ต้องถือว่าได้กำไรที่ได้เริ่ม "เที่ยว" กันตั้งแต่ออกเดินทางกันแล้ว

 


 

ส่วนจะมานั่งรถไฟมาอยุธยา ก็ไม่ต้องจองอะไรให้วุ่นวาย อยากไปวันไหนก็ไปซื้อตั๋วขึ้นรถไปได้เลย ช่วงเช้าจะมีรถไฟออกจาก กรุงเทพ แล้วไปแวะจอดที่ สถานีอยุธยา กันหลายขบวน

 

เลขขบวน ขบวน เวลาออก - เวลาถึง
135 กรุงเทพ - อุบล 0640 - 0827
111 กรุงเทพ - เด่นชัย 0700 - 0842

 

เวลาที่ออกนี่เป็นเวลาที่ออกจากสถานีหัวลำโพงหรือภาษาชาวรถไฟจะเรียกว่า สถานีกรุงเทพ ถ้าเลือกจะไปขึ้นตามสถานีรายทางอย่าง บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง ก็ต้องทดเวลาว่ารถไฟจะมาช้ากว่านี้ไปตามระยะทาง

ส่วนขบวนที่ออกสายกว่านี้ก็ยังมีอีก แต่เห็นว่าจะไปเที่ยวทั้งทีไปแต่เช้ากันดีกว่า  หรือถ้าไปเที่ยวกันวันธรรมดา ก็ยังมีรถชานเมืองที่ออกเช้ากว่านี้  ยังไงเช็คเวลาที่แน่นอนหรือขบวนอื่น ๆ ที่ไปอยุธยาได้ที่เว็ปของ การรถไฟแห่งประเทศไทย

 


 

}

ค่าโดยสารรถไฟไปอยุธยานี่คนละ 20 บาทเท่านั้น แต่จะไม่มีการระบุเลขที่นั่งให้ ว่างตรงไหนก็นั่งตรงนั้น ถ้าเจ้าของที่ที่เขาเดินทางไกล ๆ แล้วมีเลขที่นั่งระบุมา ก็อาจจะต้องเดินหาที่ว่างกันใหม่หน่อย

ยกเว้นก็แต่ขบวนชานเมืองที่จะไม่มีการระบุเลขที่นั่งทั้งหมด แต่ว่าจะมีเดินรถกันเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น

 


 

มาถึงแล้วสถานีอยุธยา

 


 

ก่อนจะไปเที่ยวไหนต่อ ทางที่ดีเช็คเวลารถไฟขากลับไว้ก่อนด้วย

 


 

มาถึงแต่เช้าถ้าใครหิว ให้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามสถานี มีร้านโจ๊ก ร้านข้าวแกง ปาท่องโก๋ รอให้บริการอยู่

ร้านโจ๊กที่นี่อินเตอร์มาก ๆ มีป้าย 3 ภาษา ทั้ง ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะซอยตรงนี้มีเกสต์เฮ้าส์อยู่หลายแห่ง

 


 

อิ่มแล้วต้องไปหาเช่ารถจักรยานกันต่อ

ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟอยุธยา จะมีร้านให้เช่าทั้งรถจักรยานแล้วก็มอเตอร์ไซค์อยู่ 2 ร้าน อยู่ตรงหัวมุมร้านนึงกับเดินเข้าไปในซอยอีกร้านหนึ่ง ค่าเช่าจักรยาน วันละ 40 บาท ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์วันละ 250 บาท ส่วนอีกร้านรถจะเก่ากว่าหน่อย แต่ราคาก็เหลือวันละ 200 บาท ร้านจะเปิดกันช่วงก่อน 8 โมง แล้วก็ต้องคืนรถกันไม่เกิน 6 โมงเย็น

แต่ฝั่งสถานีรถไฟจะอยู่ทางฝั่งนอกเกาะเมือง ถ้าจะไปขี่เที่ยวในเกาะเมืองก็ต้องเอารถข้ามแม่น้ำไป

 


 

จะขี่ไปข้ามสะพานก็ได้

ออกจากร้านเช่าจักรยานแล้วก็ขี่รถข้ามถนนมาทางฝั่งสถานีแล้วก็ขี่ย้อนไปทางที่นั่งรถไฟผ่านมา จะมีทางไปขึ้นสะพานปรีดี-ธำรง สะพานเก่าแก่ของอยุธยาที่รูปทรงเป็นโครงเหล็กโค้ง ที่เดี๋ยวนี้มีการสร้างสะพานใหม่คือ สะพานสมเด็จพระนเรศวร มาประกบคู่แล้วเพราะงั้นสะพานปรีดีฯ ก็จะค่อนข้างว่าง ใครคิดว่ายังขี่ไม่ค่อยแข็งก็ไม่ต้องกลัว ค่อย ๆ ขี่ไป

 


 

เพียงแต่ตอนลงสะพานมาจะลงมาอยู่ช่องขวาสุดเลย เพราะสะพานใหม่จะลงมาทางด้านซ้าย ตรงนี้อย่าเพิ่งรีบชิดเข้าซ้าย เพราะรถลงสะพานมาเร็ว ให้ขี่เลียบเกาะกลางไปก่อน ข้างหน้าจะมีแยกไฟแดง ถ้าจะไปเริ่มเที่ยวกันที่วัดมหาธาตุก็เลี้ยวขวาตรงนั้นได้เลย

เลี้ยวขวาที่แยกมาแล้ว ตรงมาเลี้ยวซ้ายอีกทีที่แยกที่สองก็จะวิ่งมาเจอกับวัดมหาธาตุ

 


 

ขอแถมหน่อยด้วยว่า ถนนเส้นที่วิ่งมาวัดมหาธาตุทางนี้จะผ่านหน้าสำนักงานของบริษัท ทศท ที่สังเกตเห็นได้แต่ไกลเลยคือเสาทาวเวอร์สูง ๆ ที่มีจานไมโครเวฟแปะอยู่เต็มไปหมด

ตรงหน้า ทศท. จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าดังอยู่ด้วยชื่อร้าน "ป้าเล็ก" ก่อนจะข้ามไปเที่ยววัดมหาธาตุจะแวะเติมพลังกันตรงนี้ก่อนก็สะดวกดี

 


 

ติดกันยังมีร้านขายกล้วยแขกเจ้าดังอีกเหมือน เหมาะจะซื้อติดไว้เป็นเสบียงกรัง

 


 

ถ้าไม่อยากเหนื่อยขี่จักรยานขึ้นสะพานเข้ามาในเกาะเมือง จะเอาข้ามเรือมาก็ได้เหมือนกัน

ซอยเดียวกันกับร้านเช่าจักรยานตรงข้ามสถานีรถไฟ เข้าไปสุดซอยจะเป็นท่าเรือข้ามฟาก ก็ให้ใช้บริการท่าทางฝั่งซ้ายมือที่เอาจักรยานลงไปด้วยได้ ค่าเรือคนละ 4 บาท ส่วนจักรยานคันละ 2 บาท

 


 

แต่วิธีเอาลงเรือ ก็จะลำบากนิดตอนแบกจักรยานลงไปที่โป๊ะ แล้วก็ต้องแบกขึ้นบันไดไปอีกทีตอนถึงท่าฝั่งตรงข้าม

 


 

เรือจะมีที่นั่งสองฟากเหมือนรถสองแถว ตรงกลางกว้างพอจะเสียบจักรยานไว้ได้

 


 

แต่จะข้ามเรือมาแต่ตัวแล้วมาเช่าจักรยานจากร้านทางฝั่งเกาะเมืองก็ได้เหมือนกัน

เรือข้ามฟากจะข้ามมาตรงข้ามตลาดเจ้าพรหม ก็ให้เดินเลี้ยวขวาออกจากท่าเรือผ่านหน้าตลาดเจ้าพรหมมา แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้า "ถนนนเรศวร" เลียบข้างตลาดที่มีร้านรวงเยอะแยะอย่างที่เห็นในรูปนี้

เดินมาจนเจอ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ก็ให้เข้าซอยนั้นเข้ามาเลย

 


 

ในซอยตรงข้าม ธกส. ที่ว่า  ตรงนี้จะมีร้านให้เช่ากันเป็นกลุ่มใหญ่หลายร้าน แล้วรถก็เยอะมาก เพราะเป็นย่านที่มีเกสต์เฮ้าส์ให้ฝรั่งนักท่องเที่ยวมาพักกัน เรียกกันว่า ถนนข้าวเหนียว ที่เรียกเลียนแบบจาก ถนนข้าวสาร ที่กรุงเทพ

 


 

ค่าเช่ารถจักรยานคันละ 40-50 บาท (แล้วแต่สภาพรถ) ส่วนมอเตอร์ไซค์คันละ 250 บาท เปิดตั้งแต่ 7 โมง คืนรถไม่เกินทุ่ม

 


 

แต่ถ้าใช้ท่าเรือทางด้านขวามือ (ท่าที่ไม่มีหลังคา) เรือจะข้ามฟากมาขึ้นตรงหัวมุมถนนบางเอียน ตรงนี้ยังมีร้านให้เช่าจักรยานอีก 2 ร้าน เหมาะสำหรับคนที่ขี้เกียจต้องเดินไปหาร้านเช่า เพราะพอเดินออกจากท่ามาถึงถนนก็จะเจอร้านเลย

ส่วนค่าเรือที่ท่านี้คิดคนละ 3 บาท จ่ายเงินที่ฝั่งตรงข้าม

 


 

เดินออกจากท่ามาที่ถนนก็จะเจอร้านให้เช่าจักรยานเลย ร้านนี้เป็นรถจักรยานแม่บ้านขนาด 24 นิ้ว ค่าเช่า 40 บาทต่อวัน คืนรถไม่เกิน 5 โมงเย็น

ส่วนอีกร้านที่อยู่ตรงข้ามกันจะเป็นรถคันใหญ่หน่อย เหมาะกับคนสูงขายาว (เวลาขี่จะได้ไม่ปวดเข่า) สภาพรถอาจจะดูไม่สวยใสใหม่กริ๊บ คุยกับเจ้าของร้านได้ความว่าเป็นรถมือสองมาจากญี่ปุ่น แต่ลองเช่าขี่ดูแล้วยังขี่ได้ดี ไม่มีเสียงอ๊อดแอ๊ดให้ได้ยินเลย (ตอนที่จะไปถ่ายรูปมาฝากกัน พอดีร้านปิดเลยไม่มีรูปร้านนี้ให้ดู)

แล้วร้านนี้มีข้อดีอีกอย่างตรงที่ให้คืนรถได้ค่ำกว่าเจ้าอื่น คือราว 2 ทุ่ม เรียกว่าตอนเย็นนั่งโอ้เอ้กินข้าวตามตลาดโต้รุ่งให้อิ่มเรียบร้อย แล้วขี่ไปชมตามโบราณสถานที่มีไฟส่องตอนกลางคืนจนสวยไปอีกแบบอีกสักรอบค่อยขี่รถมาคืน ก่อนจะข้ามเรือกลับไปขึ้นรถไฟได้สบาย ๆ (ท่าเรือตรงนี้จะปิดสองทุ่มครึ่ง)

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 90 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.