Home เที่ยวที่ไหนดี สูดอากาศชานเมือง เมืองโบราณ

เมืองโบราณ

 

วิหารทศชาติ

ถ้าวิ่งรถผ่านมาทางด้านหลังวัดจองคำลงมา จะมาผ่านอีกด้านของตลาดน้ำ ทางด้านขวามือจะเป็นส่วนที่เรียกว่าส่วนรังสรรค์ใหม่

ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ขยายเพิ่มเติมขึ้นสำหรับชิ้นงานที่ส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างจำลองตามแบบของเก่าแต่ดั้งเดิมแล้ว แต่เป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นตามจินตนาการของผู้สร้าง เรียกว่าทำเอามันกันเลยทีเดียว ก็ลองขับ / ขี่รถเที่ยวชมกันดู

 


 

เขาพระสุเมรุ

ตามความเชื่อเรื่องจักรวาลวิทยาของคนไทย เชื่อว่าศูนย์กลางของจักรวาลคือเขาพระสุเมรุที่ลอยอยู่เหนือน้ำ มีปลาอานนท์หนุนอยู่รอบ ถ้าปลาอานนท์พลิกตัวเมื่อไหร่เป็นเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาทีเดียว

 


 

ศาลาพระอรหันต์

 


 

แม้จะมีชาติกำเนิดที่แตกต่างกันแต่ก็ล้วนบรรลุถึงความเป็นอรหัตถ์และถึงซึ่งนิพพานได้

 


 

ส่วนเราขอทำบุญให้อาหารปลาไปพลางก่อนแล้วกัน

 


 

ตรงนี้ยังมีร้านอาหารอยู่อีกแห่งหนึ่งด้วย หรือจะเข้าไปนั่งทานน้ำแข็งไสคลายร้อนก็ได้เหมือนกัน

 


 

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางแสดงปาฏิหาริย์

อย่างที่เล่าไว้ว่าพุทธมหายานถือเอาว่าจะมีพระโพธิสัตว์ที่คอยคุ้มครองดูแลพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ซึ่งในพุทธศาสนาของพระสมณโคดมนี้ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ก็คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

จากคตินี้เองก็เลยสร้างรูปพระโพธิสัตว์ให้ชูพระพุทธรูปเอาไว้เหนือหัว พร้อมทั้งแสดงปาฏิหาริย์เพื่อสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่หมู่มาร

 


 

มณฑปพระสี่ทิศ

สร้างเพื่อสะท้อนแนวความเชื่อแต่โบราณที่นิยมสร้างพระประธาน 4 ทิศให้คนได้กราบไหว้บูชา เดี๋ยวมีตัวอย่างให้ดูที่วัดภูมินทร์ด้วย

 


 

ตรงส่วนนี้ยังมีอีกหลายอย่างให้ชมกัน ก็เรียกว่าว่าเลือกมาให้ชมพอเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ยังไงตอนที่มาเที่ยวกันถ้าวนเที่ยวดูกันทั่วแล้วก็แนะนำว่าให้มาออกทางด้านที่มีเรือสำเภานี้ แล้วจะได้ไปชมเมืองโบราณในโซนของภาคอิสานกันต่อ

 


 

ก่อนจะออกจากโซนนี้ จะแวะไปให้อาหารกวางกันก่อนก็ได้ เขาจะจัดกล้วยเอาไว้ให้เราได้ป้อนกวางได้ ค่ากล้วยก็แล้วแต่จะบริจาคใส่ตู้กันเอาเอง

 


 

หน้าทางเข้าสวนกวาง ที่ถ้าเปิดประตูเข้าไปแล้วก็ช่วยปิดให้ด้วย

 


 

วนออกมาแล้วก็มาชม วัดภูมินทร์ จังหวัดน่านกัน

ตัวอาคารมีรูปแบบเก๋ไก๋มาก เพระทำเป็นพญานาคเลื้อยทะลุผ่านผนังวิหารออกมา แล้วตัวอาคารก็เป็นทรงจัตุรมุขมีซุ้มประตูเข้าได้ทุกทาง ด้วยความงดงามของวิหารหลังนี้ก็เลยได้ไปอวดโฉมอยู่บนธนบัตรฉบับละหนึ่งบาทที่พิมพ์ใช้กันในสมัยก่อนด้วย

ใครมีเก็บไว้ลองค้นออกมาดูกันได้

 


 

ข้างในวิหารก็มีพระพุทธรูปสี่องค์ประทับนั่งหันหลังชนกัน หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศ

 


 

เลยต่อมาอีกหน่อยจะมาเจอกับ วิหารล้านช้างและหอไตร

 


 

บานผนังของหอไตรที่เมืองโบราณสร้างเอาไว้ให้มีลวดลายสลักไม้อย่างสวยงาม ตามแบบศิลปะล้านช้าง

 


 

อีกด้านเป็นรูปลิง

 


 

ถ้าใครแค่ขับรถผ่านไปคงไม่ได้เห็นช้างน้อยผู้รับบทหนักอย่างนี้

 


 

ถัดไปด้านหลังเป็น พระธาตุพนม ที่นครพนม ดูแล้วหน้าตาอาจจะไม่เหมือนกับพระธาตุพนมองค์จริงตอนนี้ เพราะเมืองโบราณสร้างขึ้นตามแบบก่อนที่จะมีการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์

 


 

แต่ที่จริงแล้วพระธาตุองค์นี้มีของเก่าแก่มาก ๆ ที่มีการซ่อมแซมต่อเติมมาจนแม้แต่รื้อแล้วสร้างใหม่มาก่อนหน้านี้อีก

แล้วก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยอีสานและชาวลาวนับถือกันมากเหลือเกิน เล่ากันว่าเมื่อคราวที่พระธาตุพนมล้มเมื่อปี 2518 ผู้คนทั้งในอีสานเหนือและลาวพากันแต่งดำมากราบไหว้และร้องห่มร้องไห้กันระงม

 

 



 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.