| 
Home เที่ยวที่ไหนดี สูดอากาศชานเมือง เมืองโบราณ

เมืองโบราณ
ยุคนี้น้ำมันแพงจะไปไหนก็ต้องวางแผนให้ดี อย่างนี้แล้วต้องชวนมาเที่ยวเมืองโบราณกันเพราะที่นี่เขารวบรวมสถานที่สำคัญทั่วทุกภาคของไทยเอาไว้ มาแค่ที่เดียวอย่างนี้แต่เหมือนกับได้เที่ยวทั่วเมืองไทยกันเลยทีเดียว คุ้มแสนคุ้มอย่างนี้ยิ่งถ้าเลือกเช่าจักรยานขี่ตระเวนเที่ยวชมด้วยแล้ว ต้องเรียกว่าได้ช่วยชาติประหยัดน้ำมันอีกต่างหาก

 

แต่เมื่อได้ชมเมืองโบราณและได้รู้ถึงเจตนารมณ์ของผู้สร้าง ที่ไม่ได้มุ่งที่จะเนรมิตให้เป็นดินแดนแห่งความสนุกหรรษาสำหรับผู้มาชม หากแต่หวังจะสะกิดผู้คนให้ฉุกคิดถึงแง่มุมความงามทางจิตใจ ที่สืบสานถ่ายทอดผ่านทางงานศิลปกรรมของแต่ละยุคแต่ละสมัยที่กำลังถูกละเลยทิ้งขวาง เพื่อเราจะได้ไม่หลุมหลงไปกับโลกแห่งวัตถุนิยมในวันนี้ จนลืมถึงรากเหง้าความเป็นมาของสังคมในอดีตที่ผ่านมา ที่จะมีผลกระทบอย่างสำคัญต่ออนาคตของเราข้างหน้า

ดังข้อเขียนของคุณประไพ วิริยพันธุ์ ในโบร์ชัวร์ของเมืองโบราณที่ว่า " เหตุวันนี้ย่อมสืบเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ ฉะนั้นเรื่องของอดีตคนปัจจุบันจำเป็นจะต้องรู้ หากเราไม่รู้จักอดีตก็เหมือนเดินเรือในท้องทะเลโดยปราศจากเข้มทิศและหางเสือ ผลที่จะเกิดขึ้นกับเรือลำนั้นเป็นที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง "

อย่างนี้แล้ว การมาเที่ยวเมืองโบราณ คงให้อะไรคุณกลับไปมากกว่าเพียงรอยยิ้มและภาพถ่าย จะเป็นยังไงลองแวะมาชมบรรยากาศที่เอามาฝากกัน ก่อนจะเตรียมตัวไปเที่ยวชมกันเองอีกที

 


 

มาถึงเมืองโบราณกันแล้ว ก่อนอื่นก็มาซื้อบัตรเข้าชมกันก่อนเลย

ค่าบัตร ผู้ใหญ่คนละ 150 บาท เด็ก 75 บาท แต่ถ้าพาเพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยว อัตราสำหรับคนต่างชาติจะเป็น ผู้ใหญ่คนละ 300 บาท เด็ก 150 บาท

สำหรับผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งคนปากน้ำเจ้าถิ่น เขามีส่วนลด 50% ให้ด้วย ตอนซื้อบัตรก็ควักบัตรประชาชนขอรับสิทธิ์กันได้

ที่นี่เปิดให้เข้าชมกันทุกวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แล้วก็อยู่เที่ยวข้างในได้จนถึง 6 โมงเย็น

 


 

แต่ด้วยความที่เมืองโบราณนี่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ถึง 800 ไร่ แนะนำว่าควรมีพาหนะสำหรับที่จะเข้าไปเที่ยวชมข้างใน

และถ้าเลือกที่จะจะขับรถส่วนตัวเข้าไปก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมกันอีกคันละ 300 บาทด้วย ราคานี้ไม่รวมคนขับที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหากกันด้วย

 


 

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การใช้บริการรถราง ที่จะมีไกค์บรรยายสถานที่ให้ด้วย จะมีค่าบริการรถรางเพิ่มอีกคนละ 50 บาท ใช้เวลาเข้าชมประมาณ 3 ชั่วโมง

แต่เจ้าหน้าที่แนะนำว่าควรจะโทรศัพท์มาจองรอบกันให้เรียบร้อยก่อนล่วงหน้า ที่โทร. 0-2224-1057, 0-2226-1936 รวมทั้งใครที่จะมาเป็นหมู่คณะแล้วจะเหมารถกันทั้งคันด้วย ส่วนถ้าอยากรู้ก่อนว่าคิดค่าใช้จ่ายกันยังไงก็ คลิ๊กไปดู อัตราค่าบริการ ได้

 


 

ส่วนใครที่ไม่กลัวแดดไม่กลัวดำ แนะนำว่าเช่าจักรยานขี่เที่ยวกันดีกว่า สนุกสนานแล้วก็คล่องตัวตอนแวะชมสถานที่แต่ละแห่งกว่ากันเยอะเลย แล้วที่จริงในเมืองโบราณก็มีต้นไม้ใหญ่เยอะเรียกว่าร่มรื่นพอสมควรทีเดียว

 


 

ค่าเช่าจักรยานคันละ 50 บาท มีรถให้บริการอยู่เพียบเลย ที่เห็นในรูปนี่แค่ราว 1 ใน 3 ของที่มีเท่านั้น

 


 

จักรยานสามัคคีแบบขี่กัน 2 คน หรือ 3 คนก็มีด้วย ค่าเช่ารถคิดแล้วก็เหมือนกับที่เช่าคนละคัน คือ แบบ 2 ตอนคันละ 100 บาท ถ้าเป็นแบบ 3 ตอนคันละ 150 บาท

แต่ใครไม่เคยขี่แนะนำว่าให้ไปลองดูให้แน่ใจก่อนเพราะขี่ยากกว่ารถธรรมดาอยู่บ้าง

 


 

สำหรับเจ้าตัวเล็กก็มีคันที่เหมาะกับตัวไว้ให้ด้วย

 


 

เช่าจักรยานที่นี่เขามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแถมให้เสียด้วย

แต่เบอร์โทรนี่ไม่ต้องจดก็ได้ เพราะเป็นเบอร์เดียวกันกับเบอร์สำนักงานของเมืองโบราณที่สมุทรปราการ ที่มีบอกไว้ในโบร์ชัวร์ที่แจกให้พร้อมกับบัตรเข้าชมอยู่แล้ว

ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ให้มาก็หยิบที่เคาเตอร์มาด้วย เพราะจะมีแผนที่เมืองโบราณทั้งหมดไว้ด้วยว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ควรมีพกติดตัวไว้

 


 

น้ำขนมนี่ไม่ต้องเตรียมเข้าไปด้วยก็ได้ เพราะจะมีร้านเครื่องดื่มแช่เย็น ๆ กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองโบราณ คอยให้บริการอยู่

 


 

เอาล่ะ เข้าไปเที่ยวข้างในกันดีกว่า

เริ่มแรกก็จะต้องมาลอดประตูเข้าเมืองกันก่อน ที่สร้างตามแบบซุ้มประตูที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ที่เมืองสวรรคโลก ที่มีความเชื่อว่าเป็นประตูชัยที่ลอดแล้วก็จะเป็นสวัสดิมงคล

 


 

ยอดซุ้มประตูจะทำเป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 พักตร์ ที่จะหมายถึงพระพุทธคุณแผ่ไปทั่วทุกสารทิศ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเองนี่ เป็นพระโพธิสัตว์ในความเชื่อของพุทธมหายาน ที่ถือกันว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ที่คอยปกป้องดูแลศาสนาของพระสมณโคดมหรือพระพุทธเจ้าในยุคของเรานี่ด้วย

 


 

ผ่านประตูเข้ามาแล้วก็จะมาเจอกัน สวนอิเหนา ที่ทำเป็นรูปปูนปั้นของ อิเหนา กับ บุษบา ตัวเอกของเรื่อง

เรื่องนี้ได้รับความนิยมในราชสำนักอย่างมากในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ที่รัชกาลที่ 2 เองก็ได้ทรงร่วมพระราชนิพนธ์ในบางตอนด้วย เป็นเรื่องราวของอุปสรรคในเรื่องความรักของอิเหนาและบุษบา ที่ทีแรกก็จะถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกันอยู่แล้วเชียว แต่อิเหนาที่ไม่เคยรู้จักกับบุษบาก็มีรักอื่นอยู่แล้วก็เลยหนีงานแต่งไป จนมารู้ว่าบุษบาสวยออกปานนั้นเอาทีหลัง ก็เลยเปลี่ยนใจอยากแต่งด้วยเสียนี่ แต่กว่าจะได้กลับมาครองคู่กันก็ต้องเจอเรื่องวุ่นวายเยอะแยะมากมาย

เดิมทีอิเหนาเป็นเรื่องที่มีต้นกำเนิดมาจากชวา อย่างที่คำว่า "อิเหนา" ก็เอามาใช้อยู่ตามพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่จะหมายถึงประเทศอินโดนีเซียนี่เอง

 


 

พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช

รูปทรงจะเป็นแบบลังกา ที่เรียกว่าเป็นรูปโอคว่ำตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็น แต่ที่เมืองโบราณสร้างไว้นี่จะย่อส่วนลงเหลือ 1 ใน 3 จากของจริง แล้วลักษณะอาจจะแตกต่างไปจากของจริงในปัจจุบันบ้าง เพราะเจดีย์องค์จริงจะเป็นของเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1098 แล้วก็เลยถูกบูรณะเพิ่มเติมมาเรื่อยตลอดช่วงเวลาพันกว่าปีที่ผ่านมา

แต่สำหรับรูปแบบที่เมืองโบราณเอามาสร้าง จะใช้แบบที่สืบค้นมาว่าของดั้งเดิมจะมีหน้าตาเป็นยังไง

การมีเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่มีอายุเก่าแก่อย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าเมืองนครศรีธรรมราชนี่นับเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมากมาแต่อดีตแล้ว เรียกว่าก่อนที่จะมีสุโขทัยเสียหลายร้อยปีทีเดียว ด้วยเหตุที่เป็นเมืองท่าอยู่ในทำเลที่มีโอกาสได้รับวิทยาการต่าง ๆ ที่ก้าวหน้าจากเมืองอื่น ๆ ที่ติดต่อค้าขายด้วย

รวมทั้งก็เป็นเหตุให้ได้รับพุทธศาสนาหินยานที่กำลังรุ่งเรืองอยู่ในลังกามาด้วย สถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นก็เลยเป็นแบบลังกาอย่างที่เห็นกัน

 


 

เห็นสถูปเจดีย์ตามคติของพุทธหินยานมาแล้ว เลยมาอีกนิดจะเป็น พระบรมธาตุไชยา ที่สร้างตามคติพุทธมหายาน

 


 

หน้าบันด้านหนึ่งจะทำเป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร องค์เดียวกับตรงยอดซุ้มประตูที่ผ่านมา ประทับนั่งห้อยพระบาทอยู่ เห็นอย่างนี้ก็รู้เลยว่าสร้างขึ้นตามความเชื่อพุทธมหายาน

คติทางหินยานนั้นจะถือว่าการรักษาพุทธศาสนาให้ยั่งยืนนั้น ก็ด้วยการรักษาพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด แล้วเอาการบำเพ็ญตนเพื่อดับกิเลสนั้นเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเห็นเป็นคุณและเลื่อมใสในพระศาสนา

แต่ถ้าเป็นคติทางมหายานแล้วจะถือว่าศาสนาจะยั่งยืนได้นั้น ต้องให้มีผู้เข้ามาเลื่อมใสมาก ๆ เป็นสำคัญ ดังนั้นจึงใช้วิธีรูปแบบการสอนและการเผยแพร่ที่ต่างออกไป คือมีคติที่จะนับถือพระโพธิสัตว์ขึ้นมาเพื่อให้คอยช่วยปกปักรักษาคุ้มครองพระศาสนารวมไปถึงตัวผู้นับถือด้วย ซึ่งก็เป็นความเชื่อที่สอดคล้องกับอัธยาศัยของชนหมู่มากที่ยังคงนิยมการอ้อนวอนขอ เรียกว่าเป็นการสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยจูงเข้าหาธรรมอีกที

 


 

มาเดินเที่ยวตลาดกันต่อดีกว่า

ตลาดตรงนี้จะเป็น ตลาดบก ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากถนนสายเก่าแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก แต่ตัวบ้านเรือนนี่ได้มาจากบ้านเก่าในย่านยานนาวาที่กรุงเทพนี่เอง รื้อเอามาปลูกเอาไว้ มาเดินแล้วก็ได้บรรยากาศย้อนยุคดี

 


 

บรรยากาศร้านรวงที่มีสินค้ามาวางขายกันจริง ๆ ด้วย

 


 

ร้านนี้เป็นร้านเหล้า ชุดโต๊ะเก้าอี้สวยมากเลย

 


 

สมัยก่อนร้านเหล้าก็คงขายเหล้าดองอย่างนี้ มีหลายสูตรเลยทีเดียว

 


 

ร้านนี้ขายขนมจีน ตัวอาคารเป็นลายขนมปังขิง ที่เรียกอย่างนั้นนี่เอาอย่างมาจากฝรั่งที่เรียกลวดลายอย่างนี้ว่า Ginger Bread

 


 

ลวดลายสวยเชียว

 


 

สมัยก่อนบ้านเราก็มีโรงฝิ่นกันด้วย

 


 

เข้ามาดูข้างในจะมีอุปกรณ์การสูบฝิ่นให้ชมกัน ดูแล้วก็ออกจะเศร้าใจว่าคนเราทำไมใจร้าย หาเงินจากการมอมเมาเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ลงคอ

 

 



 
Follow us on Twitter
เรามี 43 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

 

โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน