| ตลาดน้ำอัมพวา |
|
หน้า 3 จาก 5
กลับมาเยี่ยมตลาดน้ำอัมพวากันอีกหน หลังจากรีวิวไปเมื่อเกือบสองปีก่อน เลยได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากกันไว้เพิ่มเติม ลองตามมาดูกันต่อ
จากตลาดน้ำในอดีตที่เคยคึกคักไปด้วยเรือทั้งลำน้ำ แต่พอหลังจากคนเปลี่ยนไปนิยมใช้รถกันก็ซบเซาลง จนเมื่อจะฟื้นฟูตลาดน้ำขึ้นมาใหม่ยังต้องจ้างให้แม่ค้ามาเริ่มลอยเรือขายของ แต่มาเดี๋ยวนี้มีผู้คนมาเที่ยวกันคึกคักไปหมด
ตามหน้าบ้านที่ปิดไปหรือไม่ได้ค้าขายอะไรก็เริ่มเปิดเป็นหน้าร้าน
ขนมแห่งความหลัง ที่เคยกินเคยเล่นสมัยเด็ก
บางบ้านเป็นร้านกิฟท์ช็อปที่สาว ๆ ชื่นชอบ
บ้างก็มีแผงมาตั้งกันเรียงรายไปตลอด
บรรยากาศแนวอาร์ตเริ่มมีมาให้เห็น
ร้านสวยเก๋ ที่น่าถอดรองเท้าก้าวเข้าไปนั่งกับพื้น ค่อย ๆ เลือกหนังสือ โปสการ์ด
ร้านนี้มีของเล่นเด็กโบราณให้เลือกกันด้วย
บ้างก็เลือกซื้อ บ้างก็เลือกถ่าย
ก่อนจะพักเหนื่อยด้วยขนุน ที่หวานทั้งเนื้อขนุนและรอยยิ้มของแม่ค้าตัวน้อย
มีศิลปินมาช่วยแต่งเติมอารมณ์ศิลป์ให้ตลาดน้ำแห่งนี้
เพราะทางเดินไม่กว้าง หลายร้านจะจัดโต๊ะให้ลูกค้านั่งเรียงกันไปตามทางเดิน ที่กินไปชมวิวไปได้สบายดีเหมือนกัน
ส่วนใครพาผู้ใหญ่มาเที่ยวตลาดน้ำ พอเจอคนเยอะชักเหนื่อยเพลีย ลองพาท่านมานอนพักให้คนนวดกันที่นี่ ส่วนลูกหลานก็ไปเดินช็อปกันตามอัธยาศัยต่อ กลับจากทริปนี้ท่านอาจบอกว่า "แหม!! ไปเที่ยวแล้วมันสบายตัวจริง ๆ"
ถ้ามาเที่ยวตลาดช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่ลิ้นจี่อัมพวาจะออก แต่เดี๋ยวนี้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก บางปีลิ้นจี่ก็อาจไม่ติดผลซะงั้น ถ้าปีไหนโชคดีก็จะได้ชิมลิ้นจี่พันธ์ค่อม พันธ์ชื่อดังของอัมพวานี่
ไม่ต้องกลัวว่าพกเงินมาไม่พอ ตรงเชิงสะพานข้ามคลองมีตู้เอทีเอ็มตามมารอให้กดอยู่
เดี๋ยวนี้ดูเหมือนคนจะหันไปลงเรือหางยาวออกไปเที่ยววัดในย่านนี้ในช่วงกลางวันกันด้วย
ถ้าสนใจจะนั่งเรือออกไปเที่ยวกัน ก็มีหลายเจ้าเปิดให้บริการกระจายกันไปทั้งตลาด
ราคาเหมาก็ประมาณลำละ 4-500 บาท ยังไงก็ลองสอบถามกันดู
![]() ยังไงถ้าอยากมาล่องเรือด้วยอาจมาก่อนตั้งแต่ช่วงบ่าย ตอนนั้นอาจจะร้อนบ้างแต่รถยังไม่ติด ที่จอดรถยังหาไม่ยากนัก ล่องเรือเที่ยวเสร็จแล้วก็ค่อยมาเดินตลาดช่วงเย็นกันอีกที
ถ้ามาจอดรถกันที่วัดอัมพวัน ก่อนเข้าตลาดอย่าลืมมากราบพระกันที่พระอุโบสถกันก่อน แล้วจะได้ไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นพระราชประวัติของรัชกาลที่ 2 ที่สมเด็จพระเทพฯ โปรดฯ ให้วาดขึ้นไว้
ด้านหลังพระประธาน จะเป็นภาพกรุงรัตนโกสินทร์
ผนังโดยรอบอย่างที่เล่าว่าจะเป็นพระราชประวัติรัชกาลที่ 2 เริ่มตั้งแต่ทรงประสูติ แล้วก็เชื่อกันว่าบริเวณปรางค์ด้านหลังพระอุโบสถนี้ ซึ่งเดิมเคยเป็นนิวาสถานเดิมของรัชกาลที่ 1 ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์นั้น ก็เป็นที่ประสูติของรัชกาลที่ 2 นี่เอง
แต่ถ้าเป็นตั้งแต่ตอนที่พระราชบิดาขึ้นครองราชย์แล้ว หรือตอนที่รัชกาลที่สองเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจะเห็นว่าช่างก็จะใช้สีทองอร่ามสดใสไปหมด
ที่ไม่ควรพลาดมาชมเห็นจะเป็นผนังด้านที่อยู่ตรงข้ามกับพระประธาน พระพักตร์ของรัชกาลที่ 2 ตรงนี้เป็นฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯ
รวมทั้งภาพต้นมะม่วงที่อยู่ใกล้กัน
ดูกันใกล้ ๆ อีกนิด
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.